ขณะเดียวกันที่บริเวณของโลกภายนอก
อาณาเขตของเมืองั หนึ่งในเมืองที่เป็เสาหลักของมนุษย์มากมาย มันถูกก่อตั้งขึ้นหลังจากที่โลกใต้พิภพได้ผสานเข้ากับโลกมนุษย์ เป็ดั่งป้อมปราการที่ทำให้มนุษย์ทุกคนต้องอยู่กันอย่างปลอดภัย
และเกิดความสงบสุขเรื่อยมา
ทว่าในเวลานี้เหนือท้องฟ้าของเมืองั
ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่อขึ้น จากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแสงสว่างที่สาดส่องลงมา
หมู่เมฆสีดำทมิฬก็ได้ก่อตัวกันอย่างหนาแน่น ปกคลุมเมืองัขนาดใหญ่ บนท้องฟ้าก็เกิดเป็คลื่นลมพายุกันโชกที่รุนแรง เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องสนั่นสะท้านไปทั่วทุกสารทิศ มันราวกับว่าจะเกิดภัยพิบัติที่น่าสะพรึงกลัว
สาธารณชนนับไม่ถ้วนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นใ ั์ตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขวัญหาย
"เห้ย? เหนือเมืองของพวกเรากำลังเกิดอะไรขึ้น"
"อย่าบอกนะว่าเมืองัได้เกิดภัยพิบัติขึ้นแล้วน่ะ"
"ไม่ใช่ เหมือนฉันเคยเห็นปรากฏการณ์แบบนี้ที่ไหน"
เสียงฮืออาของผู้คนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกคนกำลังพูดคุยหารือกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
เพราะนี้คือปรากฏการณ์ที่พวกมันเองก็ยังไม่เคยพบเจอมาก่อน มันไม่ใช่สภาพอากาศธรรมดาๆอย่างแน่นอน อยู่ดีๆท้องฟ้าที่สว่างสไสวก็มืดครึมขึ้นอย่างฉับพลัน ยังมีสายฟ้าผ่าที่ฟาดไปมาบนท้องฟ้าอีก
"หะ..หะ..เห้ย นั่นอะไร?!!"
"พระเ้าช่วย รีบถ่ายภาพทั้งหมดไว้เร็วเข้า"
"บันทึกพวกมันเข้าสู่ในสมาร์ทโฟนด่วนๆเลย"
ขณะนั้นทุกคนก็เห็นเป็สิ่งเดียวกัน
หมู่เมฆกึ่งกลางที่มืดครึมและเต็มไปด้วยสายฟ้าได้แหวกออกเป็วงกลม อาณาเขตของมันแพร่ขยายไปทั่วทั้งท้องฟ้า กระทั่งมีบางสิ่งปรากฏตัวออกมา มันคือร่างมนุษย์ที่มีผิวสีแทน มีหัวสามหัวและใบหน้าทั้งสาม ลักษณะเด่นชัดซะจนมองเห็นได้ทุกที่
อีกทั้งรอบๆหมู่เมฆก็ยังมีเปลวเพลิงสีดำเทาลุกโชนออกมา มันแทบจะเผาผลาญหมู่เมฆให้กลายสูญสลายหายไปจนหมดสิ้น
"................?!!"
ใจกลางเมืองั ภายในคฤหาสน์ที่หรูหรา ชายวัยกลางคนกับพักพวกหลายคนที่กำลังยืนอยู่เื้ั พวกเขาทั้งหมดได้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
หลายคนเบิกตากว้างไปด้วยความตื่นตะลึงงัน โดยเฉพาะกับคนเบื้องหน้าที่เป็ชายวัยกลางคน เขาถึงกำหมัดของตนเองแน่น
"นั่นคือ.. ภูติิญญาประจำตัวระดับวีรชน?"
"ไม่ใช่ มันคือภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายา แถมรูปลักษณ์ตามตำนานแบบนี้..."
"เทพแห่งความบ้าคลั่ง อาชูร่า!!"
เมื่อคำพูดนี้ดังออกมาจากปากของชายวัยกลางคน คนที่อยู่เื้ัทั้งหมดก็แทบจะผงะไปในทันที สีหน้าของพวกเขาดูใเป็อย่างมาก
"ทะ..เทพแห่งความบ้าคลั่งอาชูร่า?!!"
"ภูติิญญาระดับเทพมายาที่คาดว่าเป็ตำนานไม่มีอยู่จริง มันเป็เพียงแค่เื่เล่าปรัมปราที่สันนิษฐานกันมาไม่ใช่หรอครับ"
หลายคนอุทานออกมาและเอ่ยถามไปยังคนที่รู้ถึงชีวะประวัติทั้งหมด ตัวของชายวัยกลางคนเมื่อถูกถามเช่นนั่นก็ไม่ได้หันหน้ามองไปยังพวกเขา
ั์ตาที่ส่องประกายยังคงจ้องมองไปยังร่างเงาสีแทนที่น่าเกรงขาม จากนั้นเขาก็ได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"เื่เล่า? ในโลกใบนี้พวกเ้ายังคิดว่าเป็เพียงแค่เื่เล่าอยู่อีกหรอ"
"หลังจากที่โลกใต้พิภพได้เข้ามาเชื่อมต่อกับโลกมนุษย์ของพวกเรา เื่ลี้ลับมากมายก็ได้ถือกำเนิดขึ้น แม้แต่ทวยเทพที่อยู่ในตามความเชื่อต่างๆ"
"คนอื่นๆและข้าเองก็มีภูติิญญาประจำระดับเทพมายา การมีเทพอาชูร่าก็คงจะไม่ใช่เื่แปลกอะไร"
"ข้าเองก็เคยคิดไว้แล้วละว่าสักวันนึงเทพที่บ้าคลั่งเช่นนี้จะปรากฏออกมา แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้นที่เมืองัของข้า"
คำพูดของเ้าเมืองัได้ทำให้หลายคนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ พวกมันเองก็ทราบดีว่าเ้าเมืองของพวกมันนั่นแข็งแกร่งมากเพียงใด
เขาเป็ถึงผู้ฝึกฝนิญญาระดับเทพา เป็หนึ่งในตัวตนที่อยู่จุดสูงสุดของโลกใบนี้
แถมภูติิญญาประจำตัวของท่านก็คือระดับเทพมายา เป็เทพที่อยู่ในศาสนาตามความเชื่อโบราณ เทพตรีทิพยเนตร เอ้อหลางเสิน เทพแม่ทัพ์แห่งทิศตะวันตก เขาคือเทพสามตาที่แข็งแกร่งและเชียวชาญในเื่การรบเป็อย่างมาก
ว่ากันว่าในตำนานตัวของเขาทัดเทียมได้กับตัวของราชันย์เทพวานรเช่นซุนหงอคง
ในเมื่อเขามีิญญาระดับเทพมายาเช่นเดียวกัน การปรากฏตัวขึ้นของเทพอาชูร่า มันอาจไม่ใช่เื่แปลกเหมือนที่ท่านพูดเอาไว้ก็ได้
"ละ..แล้วพวกเราจะทำยังไงกับคนผู้นี้ดีครับ?"
"บอกเลยได้เลยว่าเขาเพิ่งเริ่มต้นในการฝึกฝนพลังิญญาอย่างแน่นอน"
ขณะนั้นคนของเ้าเมืองก็ได้สอบถามออกมา
ซึ่งตัวของชายวัยกลางคนก็ยกยิ้มบริเวณมุมปาก ไม่คิดให้มากความเลยซักนิด
"ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ เขาคนนี้คือบุคคลที่ล้ำค่าของโลกมนุษย์ ถ้าปล่อยให้พร์เช่นนี้เสียเปล่า"
"พวกเราเองก็คงจะโง่เขลาแล้ว ในอนาคตเขาจะกลายมาเป็บุคคลสำคัญของมนุษย์ชาติอีกคนนึง"
"หาตัวของเขาให้เจอและฝากฝังไว้ที่สถาบันิญญาัซะ!!"
คำสั่งของเ้าเมืองัได้ทำให้ทุกคนรับทราบโดยทั่วกัน พวกมันโค้งคำนับเขาด้วยความเคารพ จากนั้นก็เริ่มแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
ส่วนชายวัยกลางคนเองก็ยังจ้องมองไปยังท้องฟ้า้าด้วยแววตาที่ส่องประกาย มันนานเท่าไหร่แล้วที่เขาจะตื่นเต้นเช่นนี้
ข่าวสารการปรากฏขึ้นของภูติิญญาระดับเทพมายาได้แพร่กระจายออกไปตามหัวเมืองต่างๆ
สาธารณชนโดยปกติอาจจะไม่ทราบถึงเื่ราวพวกนี้ แต่ถ้าเป็พวกระดับสูงย่อมรับรู้มันได้อย่างแน่นอน พวกเขาได้เห็นภาพบันทึกผ่านเครือข่ายของอินเทอร์เน็ตที่ถูกอัพโหลดขึ้นมา
แต่ละคนก็มีลักษณะท่าทางที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็อิจฉาจนดวงตาแทบจะลุกไหม้ บางคนก็ยินดีให้กับการถือกำเนิดที่ยิ่งใหญ่
ไม่ว่าจะเป็ยังไง การปรากฏตัวขึ้นของภูติิญญาระดับนี้ก็ทำให้สถานการณ์ต่างๆในโลกมนุษย์ย่อมต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
ส่วนเ้าตัวที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ตอนนี้อย่างชายหนุ่มเซียงหลินน่ะหรอ สภาพของเขาเรียกได้ว่าน่าอนาถเป็อย่างมาก เมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไปเกือบระยะนึง
ทั่วทั้งร่างของเขาที่เป็จิติญญาก็แทบหม่นแสงลง แสดงสถานะราวกับว่าร่างกายกำลังเริ่มทนรับมันไม่ไหว
"เหอะ เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่นาทีแล้ว"
"ฉันจะได้รับภูติิญญาประจำตัวอย่างสมบูรณ์ เริ่มต้นในการเป็ผู้ฝึกฝนิญญา"
ชายหนุ่มเองก็กำลังกัดฟันแน่น อดทนอยู่ภายใต้ม่านเพลิงสีดำเทาของเทพอาชูร่าที่ยิ่งใหญ่ ถึงใบหน้าจะเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อก็ตาม
[.................]
ระบบที่เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาก็แทบจะพูดอะไรไม่ออก
ต้องบอกก่อนว่าเปลวเพลิงของอาชูร่านั่นไม่ใช่ธรรมดา มันคือเพลิงแห่งพิภพที่สามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่ง ถึงภูติิญญาประจำตัวอย่างเทพอาชูร่าตอนนี้จะเพิ่งถือกำเนิด แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาผู้นึงจะสามารถต้านทานได้
ยิ่งเป็จิติญญาที่ว่างเปล่าด้วยแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าไม่ใช่เซียงหลินแต่เกิดเป็คนอื่นๆขึ้นมา
พวกเขาคงต้องกรีดร้องคร่ำครวญและเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาณที่แสนสาหัส
การขัดเกลาจิตใจของมาร์ใน่ชีวิตก่อนของชายหนุ่ม มันอาจทำให้คุณลักษณ์ของเขาแตกต่างไปจากที่แล้วมาก็เป็ได้
ขณะที่กำลังตั้งมั่นอยู่นั่น เปลวเพลิงที่รายล้อมอยู่รอบตัวก็พลันจางหายไปทั้งหมด ตามมาด้วยเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังก้องขึ้น
[ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ได้ผสานเข้ากับเทพอาชูร่าอย่างสมบูรณ์]
พริบตานั้นบรรยากาศรอบด้านของเซียงหลินก็พลันแปรเปลี่ยนไปอีกรอบ เขาได้กลับมายังห้องที่ซอมซ่อของตนเองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
[ติ๊ง! การผสานเข้ากับภูติิญญาครั้งแรกได้เปลี่ยนคุณสมบัติทั้งหมด]
[ติ๊ง! ร่างกายของโฮสต์ยกระดับขึ้นหกเท่า]
เวลาเดียวกันร่างกายของเขาก็กำลังสั่นสะท้านขึ้นอย่างหนัก พลังิญญาลึกลับที่ล่องลอยอยู่บนห้วงอากาศได้เริ่มผสานเข้ากับร่างกายอย่างรวดเร็ว
กล้ามเนื้อที่ผอมบางตามร่างกายเริ่มถูกเติมเต็ม แปรเปลี่ยนชีวิตของคนธรรมดาให้กลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาอย่างแท้จริง
พอเห็นว่าร่างกายของตนเองกำลังถูกปรับเปลี่ยน สีหน้าของชายหนุ่มก็พลันเบิกบานอยู่ไม่น้อย
ทั่วทั้งร่างกายกำลังััได้ถึงพละกำลังที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้
มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมไปถึงหกเท่า
"หือ?!! กลิ่นอะไรเหม็นๆวะ"
ทันใดนั้นเซียงหลินก็ััได้ถึงบางสิ่ง
จมูกของตนเองส่งเสียงฟุดฟิดไปมา กระทั่งเขาก็ได้สังเกตเห็น ตอนนี้ตามร่างกายของเขามันกลับเต็มไปด้วยของเหลวสีดำที่เหนียวหนืด มันไหลผ่านออกมาจากิัของรูขุมขน
พอเห็นมันปากของเขาก็ถึงกับต้องเบะออก
นี่คือการถือกำเนิดขึ้นใหม่ของร่างกายมนุษย์ ย่อมขับของเสียภายในที่ไม่จำเป็ออกมาทั้งหมด
"เหอะๆ หยั่งกับโลกวรยุทธที่ฉันเคยผ่านมาเลย"
"แต่มันก็ไม่เลว ฉันได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่แล้ว"