ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 157 ทุกคนสนุกสนาน แต่ข้าไม่รู้สึกอะไรเลย

            ตั้งแต่ข้อเสนอของฮองเฮาได้รับการอนุญาตจากฮ่องเต้ งานเลี้ยงเนื้อกวางของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานก็ดูจืดชืดลง ก่อนที่ฮองเฮาจะเสนองานนี้ขึ้นมา ยังดีที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกินเนื้อกวางไปเยอะแล้ว ไม่เช่นนั้นคืนนี้เกรงว่าอาจจะต้องทนทุกข์ทรมานเพราะท้องว่างเป็นแน่

            ระหว่างทางกลับจากงานเลี้ยง เยวี่ยเจาหรานที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองไปที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังมองมาเช่นกัน จนกระทั่งทั้งสองคนเดินเข้าไปที่ห้องที่อยู่ด้านข้างห้องโถงใหญ่ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงเอ่ยเสียงดังออกมาว่า “ให้ตายเถอะ ข้ารู้แล้วว่าการมาล่าสัตว์ไม่มีเรื่องอะไรดีเลยสักนิด แข่งม้าก็แข่งไม่ได้ แล้วตอนนี้ต้องเย็บสิ่งใดอีก?”

            ในใจของเยวี่ยเจาหรานรู้สึกเศร้าเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรคนที่ต้องเย็บสิ่งของย่อมต้องเป็น “ผู้หญิงในครอบครัว” แล้วไม่ใช่ตัวข้าหรอกหรือ? แต่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอาแต่บ่นไม่หยุด เลยไม่มีเวลาให้เยวี่ยเจาหรานได้พูดบ้าง

            “ถ้ารู้เร็วกว่านี้ข้าน่าจะบอกว่าปวดหัวตัวร้อนมาไม่ได้ จะได้ไม่ต้องถูกต่อว่าและถูกบงการจนน่าสงสารขนาดนี้!”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่นอนขยับแขนขาบนเตียง เยวี่ยเจาหรานอดไม่ได้ที่จะดึงแขนเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขึ้นมา “เจ้าเพิ่งกินเนื้อกวางไปตั้งเยอะ แถมตอนนี้ยังจะนอนเหยียดแขนเหยียดขาอีก ข้าไม่อยากได้ยินเสียงเจ้าร้องโหยหวนดังตลอดคืน”

            “หรือว่า! ให้ข้าร้องโหยหวนเลยดีหรือไม่? ไม่แน่ฮ่องเต้อาจจะเมตตา ส่งพวกเรากลับเป่ยจิงก็เป็นได้! แล้วการแข่งขันแปลกๆ พวกนั้นไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเราใช่หรือไม่เล่า?”

            เยวี่ยเจาหรานถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพูดเตือนว่า “พี่ชาย เจ้าหนีกลับไปตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร? ฮองเฮาตรัสไว้แล้วว่าการแข่งขันเย็บปักจะสิ้นสุดเมื่อถึงงานเลี้ยงประจำปี… ข้าคาดว่าชื่อของพวกเราต้องถูกบันทึกลงสมุดเร็วๆ นี้แน่ เจ้ายังจะคิดหนี...”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เยวี่ยเจาหรานก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ขมวดคิ้วอย่างขุ่นเคือง และยังพูดอีกว่า “และนอกจากนี้ ข้ายังถือว่าเป็นผู้หญิงในครอบครัวเจ้านะ! เจ้าจะทำหน้าเศร้าทำไม!”

            ……

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนิ่งอึ้งสายตาว่างเปล่า และจิตวิญญาณก็หลุดลอยไป จนในที่สุดก็พยักหน้าช้าๆ “อ่า… ใช่ ข้าไม่ต้องเย็บเองนี่นา แล้วข้าทำหน้าเศร้าทำไม...”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหัวเราะออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ทันใดนั้นก็เริ่มโมโหตัวเองที่ทำไมถึงไม่คิดเช่นนี้ ทำเอากินเนื้อกวางไม่ได้มาก ตอนนี้คิดแล้วก็ทั้งเสียดายและเสียใจ?

            “เจ้ามาเสียดายอะไรตอนนี้? ก่อนฮองเฮาจะพูดเจ้าก็กินเนื้อกวางไปแล้วเกือบสองขา เมื่อกี้ที่เจ้าเรอ เจ้าไม่ได้กลิ่นเนื้อกวางลอยออกมาหรือไร นี่เจ้ายังจะเสียดายอยู่อีกหรือ...” เยวี่ยเจาหรานพูดอย่างไร้ความปรานี ตั้งแต่เยวี่ยเจาหรานแต่งงานกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมาครึ่งปี เยวี่ยเจาหรานก็ไม่ใช่คนอ่อนโยนเหมือนเดิมอีกแล้ว

            เยวี่ยเจาหรานในตอนนี้เติบโตเป็น ‘ผู้หญิงขี้นินทา?’ และปากร้ายอีกทั้งโต้กลับได้อย่างรวดเร็ว

            ถึงจะแตกต่างจากเริ่มแรกโดยสิ้นเชิง กระทั่งไม่แน่ใจว่ากลายเป็นผู้หญิงขี้นินทาหรือไม่ บางทีคำตอบของคำถามนี้ยังต้องหารือกันต่อไป!

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอนกายลงบนเตียงแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน “ถ้าตอนนั้นเจ้าไม่ห้ามข้า ข้าก็จะกินให้หมด… แต่พอฮองเฮาออกคำสั่ง ข้าก็ใจคอแห้งเหี่ยว กินไม่ลงแล้ว…”

            “กินกินกิน เจ้ารู้แต่เรื่องกิน เจ้าไม่คิดเรื่องนั้นแทนข้าล่ะ?” เยวี่ยเจาหรานหย่อนก้นลงข้างๆ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว และบ่นต่อ “ถ้าฝ่าบาทออกคำสั่งให้ไปล่าสัตว์ เจ้าเชื่อฝีมือข้าได้เลย แต่เรื่องปักเย็บ เจ้าไม่ได้ข้าก็ไม่ได้ พอถึงวันงานเลี้ยงประจำปีพวกเราขายหน้าแน่นอน เจ้าว่าทำอย่างไรดี?”

            แม้ว่าคำถามที่เยวี่ยเจาหรานถามออกมาจะจัดการยาก แต่สิ่งที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกังวลคือนางก็ไม่มีวิธีแก้ปัญหานี้ ถึงอย่างไรทั้งสองคน คนหนึ่งตอนนี้สวมบทเป็นบุรุษ อีกคนก็บุรุษแท้ๆ ทั้งคู่สามารถถือทั้งธนูและมีดได้ด้วยสองมือ แต่ถ้าอยากเย็บปัก… อาจจะต้องอ้อนวอนสวี่ชิวเยวี่ยหลังจากกลับถึงเป่ยจิง…

            พอคิดถึงตรงนี้แล้ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็พูดแบบหยั่งเชิงว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกเราไปอ้อนวอนสวี่ชิวเยวี่ยกันเถอะ...” พูดจบเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็หยิบกระเป๋าที่สวี่ชิวเยวี่ยให้ออกมา หลังจากมองแล้วก็รู้สึกว่าลายปักเย็บนั้นสวยดี…

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยื่นกระเป๋าให้เยวี่ยเจาหรานดูด้วยความจริงใจ และถามว่า “เจ้าดูช่างปักคนนี้ เก่งกว่าเจ้าเยอะ…”

            “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?” เยวี่ยเจาหรานเบะปาก ผ่านไปสักครู่จึงเอ่ยว่า “ถ้าเช่นนั้นตอนที่เดินออกมา นางคงถามเจ้าว่าอยากแต่งงานกับนางหรือไม่… อีกอย่างถ้าเจ้าไปอ้อนวอนนาง นางไม่มีวันปฏิเสธเจ้าแน่ นางแค่จะรอให้เจ้าเอาเกี้ยวแปดคนหามไปรับนาง ถ้าเจ้าอยากแต่งงานกับนางนักก็ไปหานางเลยสิ...”

            “พอแล้ว พอแล้ว เจ้าหยุดเถอะ อย่างนั้นข้ายอมสารภาพกับฮองเฮาว่าข้าอยากแต่งงานกับภรรยาที่งี่เง่าแทน ไม่เอาผู้หญิงที่เย็บผ้าเป็นแล้ว!”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งยังกลิ้งบนเตียง “พอแล้ว วันนี้เจ้าไม่เหนื่อยหรือ ถึงอย่างไรกว่าวันงานเลี้ยงประจำปีจะมาถึงยังอีกนานค่อยขายขี้หน้า แต่ตอนนี้พวกเรามาอดทนให้งานล่าสัตว์ผ่านไปสักสองสามวันแล้วค่อยมาคุยใหม่ไม่ดีกว่าหรือ?”

            ถึงแม้ว่าเยวี่ยเจาหรานยังคงจิตใจห่อเหี่ยว ทว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงอย่างไรเรื่องงานเย็บปักก็ยังไม่ใช่สองวันนี้เสียหน่อย เขาและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่คิดว่าจะต้องชนะในงานเลี้ยงประจำปี แค่พอถึงเวลาแล้วอย่าขายหน้าเป็นพอ อย่างมากที่สุดหลังจากกลับไปถึงเป่ยจิงต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อหาช่างเย็บผ้าให้เป็นที่พอพระทัยฮ่องเต้และฮองเฮาก็พอ…

            เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยวี่ยเจาหรานจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ทนไปก่อน ถึงอย่างไรเมื่อถึงเวลาถ้าตายก็ตายด้วยกัน ถ้าโลกวิญญาณมีเจ้า ข้าก็จะเป็นผีด้วย เจ้าจะได้ไม่เดียวดาย...”

            “เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย”

            เรื่องนี้จบลงด้วยเสียงก่นด่าสาปแช่งของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ถึงอย่างไรความจริงก็เป็นเช่นนี้แหละ ไม่ได้ดีเท่าการนอนหลับอย่างสบาย ไม่ว่าจะปักเย็บออกมาเป็นตัวล่อหรือม้า อย่างไรก็ไม่น่าเกลียดเท่าทำด้วยตัวเองหรอก?

            ……

            วันที่สองของการล่าสัตว์ก็ยังคงน่าเบื่อ แม้ว่าฮ่องเต้กระตือรือร้นที่จะประลองฝีมืออีกสักรอบ แต่เหล่าคนติดตามและขุนนางต่างขัดขวางไว้ และคนที่ขัดขวางอย่างรุนแรงก็คือแม่ทัพเยี่ยน พ่อของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว

            ไม่ว่าอย่างไรแม่ทัพเยี่ยนรับหน้าที่จัดเตรียมและดูแลอารักขาในการเดินทางครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ก็พึ่งพาเหล่าเยี่ยน พวกขุนนางพูดอะไรพระองค์ยังไม่ฟัง แต่ถ้าเป็นเหล่าเยี่ยนพระองค์กลับเชื่อฟัง

            ถึงแม้ว่าการมาครั้งนี้จะต้องอารักขาฮ่องเต้ แต่ในขณะเดียวกัน ‘ลูกชาย’ ของเหล่าเยี่ยนกลับถูกจำกัดอิสระ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วผู้ที่กระตือรือร้นอยากประลองกับฮ่องเต้ แต่ถูกฮ่องเต้ปฏิเสธ และถูกให้นั่งอยู่กับที่ กลายเป็นคนที่ทำได้แค่นั่งส่งเสียงให้กำลังใจผู้อื่น

            และสำหรับเยวี่ยเจาหรานที่ถูกล้อมรอบด้วยหญิงสาว ยิ่งเพิ่มความยากในการอดทนขึ้นไปอีก เมื่อผู้หญิงรวมตัวกันช่างวุ่นวายเสียจริง และเยวี่ยเจาหรานรายล้อมไปด้วยภริยาของขุนนางชั้นสูงและนางสนม มีหญิงสาวมากกว่าสิบคนมาอยู่ด้วยกัน ทำให้เยวี่ยเจาหรานตื่นตาตื่นใจกับเหล่ามวลดอกไม้นั้น

            ทั้งสองคนยังคงอดทนดิ้นรนผ่านวันที่ลำบากของพวกเขา มีเพียงตอนค่ำที่ทุกคน ‘เลิกช่วงล่าสัตว์’ หรือเมื่อรับประทานอาหารบนโต๊ะเดียวกันก็จะมีโอกาสได้แบ่งปันเรื่องราวที่ไปพบเจอมาให้กันฟัง ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา และทำให้ทั้งสองคนไม่รู้สึกเบื่อในงานล่าสัตว์

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808