บทที่ 29 : เพลิงสังหารล้างตระกูลอู๋ อาคมค่ายกลสยบบรรพชนศักดิ์สิทธิ์!
คาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณลานกว้างหน้าหอสดับฟ้า ซากศพไร้ศีรษะของอู๋ชางไห่ อดีตผู้นำตระกูลอู๋ผู้ยิ่งใหญ่แห่งขอบเขตครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ นอนทอดร่างจมกองเืสีชาด เป็เครื่องเตือนใจอันโหดร้ายถึงสัจธรรมที่ว่า ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์... ความเย่อหยิ่งที่ปราศจากพลังที่แท้จริง ย่อมนำมาซึ่งจุดจบอันน่าสมเพช
บนเรือเหาะสีทองคำ อู๋เทียนและเหล่าผู้าุโระดับแก่นแท้ทองคำที่เหลืออยู่ ต่างทรุดตัวลงกับพื้นไม้กระดาน ตัวสั่นงันงกประดุจลูกนกที่เผชิญหน้ากับพญาเหยี่ยว พวกมันสูญเสียความกล้าที่จะแม้แต่จะจับอาวุธ เมื่อเห็นผู้นำตระกูลถูกสังหารอย่างง่ายดายด้วยวิชากระบี่อันมืดมิดและะเิโอสถที่ทรงอานุภาพเหนือจินตนาการ
"หนี... รีบหนี! ถอยเรือเหาะกลับคฤหาสน์เดี๋ยวนี้! ไปอัญเชิญท่านบรรพชนออกจากด่าน!"
อู๋เทียนกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาและน้ำมูกไหลอาบใบหน้าที่บิดเบี้ยว เหล่าผู้คุ้มกันที่รอดชีวิตรีบตะเกียกตะกายไปควบคุมค่ายกลเรือเหาะ ขับเคลื่อนพาหนะั์ลำนั้นพุ่งทะยานหนีกลับไปยังทิศทางของคฤหาสน์ตระกูลอู๋อย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีไว้เื้ัจนหมดสิ้น
ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนพื้นศิลา ั์ตาสีดำล้ำลึกทอดมองเรือเหาะที่กำลังหลบหนีไปอย่างสงบนิ่ง เขามิได้คิดจะพุ่งทะยานไล่ตามไปสับสังหารพวกมันในทันที ทว่ากลับสะบัดกระบี่กลืนเงาเก็บเข้าฝักอย่างเชื่องช้า
"คุณชายซู ท่านไม่ตามไปตัดรากถอนโคนหรือเ้าคะ? หากปล่อยให้พวกมันหนีกลับไปตั้งหลักและปลุกบรรพชนที่แท้จริงขึ้นมาได้ สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงนะเ้าคะ"
เสียงหวานใสทว่าแฝงความกังวลของไป๋หลิงจี เ้าหอสดับฟ้า ดังแว่วมาจากระเบียงหอคอยชั้นบนสุด นางมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง แม้จะรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีฝีมือ ทว่าการใช้ยุทธวิธีและอาคมจารึกผสานะเิโอสถ เพื่อเอาชนะศัตรูที่อยู่เหนือกว่าถึงสามขอบเขตใหญ่ได้นั้น นับเป็ความอัจฉริยะที่หาตัวจับยากในรอบหมื่นปี
ซูหลงอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองสตรีโฉมงามบนระเบียง รอยยิ้มเ็าปรากฏบนมุมปาก
"ท่านเ้าหอไป๋ ในโลกแห่งการบ่มเพาะ ยิ่งระดับพลังยุทธ์สูงขึ้น กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินและสัจธรรมที่กดทับก็ยิ่งหนักหน่วง ช่องว่างระหว่างขอบเขตจะยิ่งกว้างใหญ่ประดุจหุบเหวที่ไม่อาจข้ามผ่าน..."
เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในวิถีแห่งเต๋า
"ข้าในยามนี้ อยู่เพียงขอบเขตครึ่งก้าวสู่แก่นแท้ทองคำ ต่อให้ข้ามีรากฐานที่ลึกล้ำดุจ์ ทว่าข้อจำกัดของกายเนื้อและพลังปราณ ก็ไม่อาจทำให้ข้าสู้ข้ามระดับเกิน 'สองขอบเขตใหญ่' ด้วยพลังบริสุทธิ์ได้ การสังหารอู๋ชางไห่เมื่อครู่ ข้าต้องอาศัยทั้งอาคมจารึกเพื่อสะท้อนพลัง และใช้ะเิโอสถหยินหยางทำลายรากฐานของมันจนอ่อนแอเสียก่อน จึงจะใช้กระบี่ปลิดชีพมันได้"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ทอดสายตาไปยังทิศทางที่ตั้งของตระกูลอู๋ "การจะบุกทะลวงรังของเสือที่มี 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์' ซึ่งอยู่เหนือกว่าข้าถึงสามขอบเขตใหญ่นั้น การพุ่งเข้าไปตรงๆ ย่อมไม่ต่างจากการเอาไข่ไปกระทบหิน ข้าจำต้องให้พวกมันไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น เพื่อที่ข้าจะได้ 'กวาดล้าง' พวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียว ด้วยวิถีทางของข้าเอง"
สิ้นคำกล่าว ซูหลงอวิ๋นก็ก้าวขึ้นไปบนหลังของ 'จินหลิน' ที่จำแลงกายเป็ราชสีห์เพลิง
"จินหลิน มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลอู๋... ถึงเวลาเปิดฉากมหรสพสีเืแล้ว"
"รับคำสั่งนายท่าน!"
ราชสีห์เพลิงแผดเสียงคำราม ก่อนจะพุ่งทะยานร่างแหวกอากาศธาตุ ติดตามเรือเหาะของตระกูลอู๋ไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไป๋หลิงจีมองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดหวั่น นางตระหนักได้ว่า มหาทวีปศูนย์กลางกำลังจะได้ต้อนรับมหาอำนาจคนใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสติปัญญาและความอำมหิตอย่างแท้จริง
...
คฤหาสน์ตระกูลอู๋า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองดาราจักรา กินพื้นที่กว้างขวางประดุจเมืองขนาดย่อม ภายในเต็มไปด้วยตำหนักหรูหราและหอคอยศิลาที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ทว่าในยามนี้ บรรยากาศภายในคฤหาสน์กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเสียงกรีดร้อง
เรือเหาะสีทองคำพุ่งลงจอดที่ลานกว้างหน้าหอบรรพชนอย่างรุนแรง อู๋เทียนและเหล่าผู้าุโรีบวิ่งกระหืดกระหอบลงมา สั่งการให้เปิด 'ค่ายกลพิทักษ์า' ระดับ์ขั้นต้น ซึ่งเป็ปราการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลในทันที
ม่านพลังสีแดงฉานที่มีลวดลายของเทพอาวุธนับหมื่นชิ้นลอยวนเวียนอยู่ กางครอบคลุมทั่วทั้งคฤหาสน์อย่างมิดชิด พลังป้องกันของมันสามารถต้านทานการโจมตีของบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ได้ถึงสามวันสามคืน!
"เร็วเข้า! ไปที่สุสานลี้ลับ! อัญเชิญท่านบรรพชน!" อู๋เทียนะโสั่งการผู้าุโสูงสุดที่เหลืออยู่
ทว่า ก่อนที่พวกมันจะทันได้ก้าวเท้าเข้าไปในหอบรรพชน...
วูบ!
เงาร่างในชุดคลุมสีขาวขลิบทองบนหลังสัตว์อสูร ก็มาปรากฏตัวลอยตระหง่านอยู่เหนือน่านฟ้าของคฤหาสน์ตระกูลอู๋! ซูหลงอวิ๋นทอดสายตามองลงมายังม่านพลังค่ายกลสีแดงฉานด้วยแววตาที่เย้ยหยัน
"ค่ายกลพิทักษ์า... โครงสร้างซับซ้อนทว่าเก่าแก่และขาดการซ่อมบำรุงที่ถูกต้อง พลังงานไหลเวียนติดขัดในหลายจุด หากใช้กำลังเข้าทำลาย คงต้องเหนื่อยแรงไปหลายวัน ทว่าในสายตาของผู้เชี่ยวชาญวิถีเทวะอย่างข้า... มันเต็มไปด้วยรูรั่วประดุจตะกร้าไม้ไผ่"
ซูหลงอวิ๋นมิได้ชักกระบี่ เขาะโลงจากหลังของจินหลิน ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อและหยิบ 'พู่กันหยกพยัคฆ์' พร้อมด้วยขวดบรรจุ 'โลหิตอสูรระดับเจ็ด' ที่ผสมกับผงศิลาิญญาออกมา
"อาคมจารึก... เข็มทะลวงมิติสลายค่ายกล!"
เด็กหนุ่มตวัดพู่กันหยกกลางอากาศด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า โลหิตอสูรและพลังปราณสีทองคำถูกวาดเป็อักขระลี้ลับนับร้อยตัว ก่อเกิดเป็รูปทรงของเข็มขนาดั์ที่ส่องแสงสีทองอร่าม!
"ไป!"
ซูหลงอวิ๋นสะบัดข้อมือ เข็มอาคมสีทองคำพุ่งทะยานลงมาปะทะกับม่านพลังสีแดงฉานของตระกูลอู๋!
มันมิได้เกิดการะเิรุนแรง ทว่าเข็มอาคมนั้นกลับแทรกซึมเข้าไปใน 'จุดตัด' ของเส้นสายพลังงานที่ซูหลงอวิ๋นคำนวณไว้อย่างแม่นยำ! อักขระสีทองของเขาเริ่มแปรสภาพและแทรกแซงโครงสร้างค่ายกลของศัตรู บังคับให้กระแสลมปราณที่หล่อเลี้ยงค่ายกลไหลย้อนกลับ!
ครืนนน! แกรก... แกรก!
เพียงชั่วสิบลมหายใจ ม่านพลังระดับ์ขั้นต้นที่ตระกูลอู๋ภาคภูมิใจ พลันเกิดรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ และแตกสลายกลายเป็เพียงละอองแสงสีแดงร่วงหล่นลงมาประดุจสายฝน ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความสยดสยองของคนทั้งตระกูล!
"ปะ... เป็ไปไม่ได้! ค่ายกลาถูกทำลายโดยไม่ได้ใช้กำลัง!" ผู้าุโคนหนึ่งอุทานเสียงหลง
"ค่ายกลพังแล้ว! ฆ่ามัน! ปกป้องคฤหาสน์!"
เหล่ายอดฝีมือระดับิญญาก่อกำเนิดขั้นต้นและขอบเขตแก่นแท้ทองคำนับสิบคน ที่รักษาการอยู่ในคฤหาสน์ พุ่งทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าหมายจะรุมสังหารผู้บุกรุก
ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาลง การต่อสู้กับยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดหลายคนพร้อมกัน แม้เขาจะสามารถรับมือได้ ทว่ามันจะผลาญพลังปราณของเขามากเกินความจำเป็ เขาต้องเก็บแรงไว้รับมือกับตัวอันตรายที่แท้จริง
"วิถีกระบี่า... ผสานค่ายกลเคลื่อนย้ายดาว!"
เด็กหนุ่มชักกระบี่กลืนเงาออกมา พร้อมกับดีดหินปราณระดับสูงหลายสิบก้อนลงไปบนพื้นคฤหาสน์เบื้องล่าง ก่อเกิดเป็ค่ายกลมิติขนาดย่อมๆ ที่เชื่อมต่อกับวิถีเท้าของเขา
วูบ! วูบ! วูบ!
ร่างของซูหลงอวิ๋นแปรเปลี่ยนเป็เงาสะท้อนนับร้อยสาย เคลื่อนที่สลับไปมาตามจุดต่างๆ ของค่ายกลอย่างรวดเร็วปานภูตผี ทุกครั้งที่เงาร่างของเขาไปปรากฏอยู่เื้ัศัตรู ประกายแสงสีดำทมิฬของกระบี่กลืนดาราก็จะตวัดวาดออกไปอย่างเงียบเชียบ!
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ไร้ซึ่งการปะทะที่รุนแรง มีเพียงศิลปะแห่งการสังหารที่แม่นยำและงดงาม ยอดฝีมือของตระกูลอู๋ที่พุ่งเข้ามา ล้วนถูกตัดขั้วหัวใจและสะบั้นิญญาตกตายไปทีละคนสองคน โดยที่ไม่อาจแม้แต่จะััชายเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มได้เลย!
นี่คือข้อได้เปรียบของการผสาน 'วิถีแห่งค่ายกล' เข้ากับ 'วิถีกระบี่' ต่อให้ศัตรูจะอยู่ขอบเขติญญาก่อกำเนิด (สูงกว่าหนึ่งขอบเขตใหญ่) ทว่าหากไม่อาจตามความเร็วและค่ายกลลวงตาทัน ย่อมกลายเป็เพียงเป้านิ่ง!
เพียงครึ่งก้านธูป ลานหน้าหอบรรพชนก็ถูกชโลมไปด้วยเื ซูหลงอวิ๋นร่อนลงมายืนเบื้องหน้าอู๋เทียนที่ล้มทรุดอยู่กับพื้น ปลายกระบี่สีดำทมิฬจ่ออยู่ที่ลำคอของนายน้อยผู้หยิ่งยโส
"ป้ายหยกเบิกทางสุสานเทพ อยู่ที่ใด?" น้ำเสียงของมัจจุราชเย็นเยียบถึงกระดูก
"ขะ... ข้าไม่รู้! มันถูกเก็บไว้ในคลังลับของท่านบรรพชน! เ้าฆ่าข้าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา!" อู๋เทียนละล่ำละลัก ร้องไห้อย่างน่าสมเพช
"เช่นนั้น เ้าก็หมดประโยชน์แล้ว"
ฉึก!
กระบี่กลืนเงาแทงทะลุลำคอของอู๋เทียนอย่างไร้ความปรานี ิญญาของมันถูกสูบกลืนเข้าไปในดาบ ดับสูญไปชั่วนิรันดร์
ทว่า ในวินาทีที่ร่างของอู๋เทียนล้มตึงลงกับพื้น...
ตู้มมมมมมมมม!!!!!
พื้นดินใต้คฤหาสน์ตระกูลอู๋พลันสั่นะเือย่างรุนแรงประดุจแผ่นดินไหวระดับโลกาวินาศ! หอบรรพชนที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของซูหลงอวิ๋น ะเิแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ!
กลิ่นอายพลังปราณที่เก่าแก่ โบราณ และทรงอำนาจจนทำให้์และปฐีต้องสั่นสะท้าน พุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดินประดุจเสาแสงสีโลหิต! แรงกดดันนี้ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าอู๋ชางไห่นับสิบเท่า! มันคือกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่ถูกบีบอัดจนแทบจะก่อตัวเป็รูปธรรม!
ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น!
"ผู้ใด... บังอาจสังหารสายเืของข้า ทำลายคฤหาสน์ของข้า! โทษทัณฑ์ของเ้า คือการถูกแผดเผาิญญาในเพลิงนรกหมื่นปี!"
เสียงแหบพร่าทว่าดังก้องกังวานประดุจระฆัง์ ดังก้องออกมาจากกลุ่มควัน ปรากฏร่างของชายชราหนังหุ้มกระดูก สวมชุดคลุมเก่าคร่ำคร่า ผมสีขาวโพลนยาวสยายถึงพื้น ั์ตาของมันลึกโบ๋ทว่าสาดประกายแสงสีแดงฉานที่แฝงไปด้วย 'กฎเกณฑ์แห่งโลหิต' อันน่าสะพรึงกลัว!
มันคือ 'อู๋ควง' บรรพชนที่แท้จริงแห่งตระกูลอู๋! ตัวตนที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปกครองที่แท้จริงที่เร้นกายมานานนับร้อยปี!
ครืนนน!
เพียงแค่อู๋ควงก้าวเดินออกมาหนึ่งก้าว 'อาณาเขตโลหิตกลืน์' ของมันก็แผ่ขยายออกครอบคลุมพื้นที่รัศมีสิบลี้! ภายในอาณาเขตนี้ เืในกายของผู้ฝึกยุทธ์ที่อ่อนแอกว่าจะเดือดพล่านและทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ดจนตาย!
ซูหลงอวิ๋นรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนบ่า กระดูกสีทองคำของเขาลั่นกรอบแกรบ เืในกายเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง แม้จะโคจรวิชากลืนนภาผลาญจักรวาลอย่างเต็มที่ ก็ทำได้เพียงแค่พยุงสติสัมปชัญญะเอาไว้ไม่ให้สูญสลาย
ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์... นี่คือตัวตนที่เริ่มััและควบคุมกฎเกณฑ์ของฟ้าดินได้แล้ว! ช่องว่างสามขอบเขตใหญ่ คือกำแพงที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ด้วยพลังปราณหรือวิชากระบี่ในยามนี้ของข้าอย่างเด็ดขาด! หากข้าฝืนรับการโจมตีของมันเพียงครั้งเดียว ร่างกายคงแหลกสลายเป็ผุยผง! ซูหลงอวิ๋นประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วและเยือกเย็น
เขามิได้โง่เขลาพอจะเอาชีวิตไปทิ้ง ริมฝีปากของเด็กหนุ่มยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์
"ตาแก่กระดูกผุ นอนอยู่ในโลงดีๆ ไม่ชอบ ดันอยากจะตื่นขึ้นมาเป็ปุ๋ยบำรุงต้นไม้เสียนี่..."
ซูหลงอวิ๋นะโถอยหลังด้วยวิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ทิ้งระยะห่างออกมานับร้อยจั้ง พร้อมกับะโก้องขึ้นไปบนท้องฟ้า
"จินหลิน! ถึงเวลาที่เ้าจะได้ยืดเส้นยืดสายแล้ว! คืนร่างเดิมของเ้าซะ แล้วแสดงให้สุนัขเฒ่าตัวนี้เห็น ว่าสายเืเทวะที่แท้จริงนั้น เป็เช่นไร!"
โฮก!!!
สิ้นเสียงคำสั่ง์ ร่างของราชสีห์เพลิงที่ลอยอยู่บนนภา พลันแผดเสียงคำรามที่สั่นะเืไปทั้งดาราจักร!
มิติรอบกายของมันแตกกระจาย! เกล็ดสีแดงทองขยายตัวออก รูปลักษณ์ของสัตว์ป่าเปลี่ยนสภาพกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่แห่งา! เขาแหลมคมดุจหอก์งอกเงยขึ้น กลิ่นอายพลังที่ถูกกดข่มไว้ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ!
อสูรเทวะกิเลนอัคคีา! ระดับพลังครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์! แม้มันจะอยู่เพียง 'ครึ่งก้าว' ทว่าด้วยความได้เปรียบทางสายเืระดับเทวะที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ปุถุชน พละกำลังและความแข็งแกร่งทางกายภาพของมัน จึงเทียบเท่าหรือเหนือกว่าบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นของมนุษย์อย่างแน่นอน!
"สัตว์อสูรสายเืเทวะ!" อู๋ควงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้บุกรุก จะมีไพ่ตายที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้อยู่เื้ั!
"มนุษย์ชั้นต่ำ กล้ารังแกนายท่านของข้า รนหาที่ตาย!"
จินหลินคำรามกร้าว มันอ้าปากพ่น 'ลำแสงเพลิงกิเลนล้าง์' ที่มีความร้อนแรงเทียบเท่าดวงอาทิตย์ พุ่งเข้าปะทะกับ 'อาณาเขตโลหิต' ของอู๋ควงอย่างจัง!
ตูมมมมมมมม!!!
การปะทะกันของสองมหาอำนาจระดับบรรพชน ทำให้คฤหาสน์ตระกูลอู๋ถูกกวาดล้างจนราบเป็หน้ากลอง! อาณาเขตของทั้งสองฝ่ายเบียดเสียดและบดขยี้กันอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะที่กิเลนอัคคีเป็ฝ่ายเข้าปะทะและดึงความสนใจของอู๋ควงเอาไว้ทั้งหมด ซูหลงอวิ๋นก็มิได้ยืนดูอยู่เฉยๆ หน้าที่ของเขาในยามนี้ มิใช่กองหน้า ทว่าคือ 'ผู้บงการค่ายกลสังหาร' ที่อยู่เื้ั!
เด็กหนุ่มลอยตัวอยู่เหนือสมรภูมิในระยะที่ปลอดภัย มือทั้งสองข้างสะบัดอย่างต่อเนื่อง หินปราณระดับสูงนับพันก้อนที่เขากวาดต้อนมาจากตระกูลหลินและสำนักหมอกบรรพต ถูกโปรยปรายลงไปตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ รอบคฤหาสน์ที่พังทลาย!
"เืของยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดนับสิบคนที่ข้าสังหารไปก่อนหน้านี้ จงกลายเป็หมึกจารึกของข้า!"
ซูหลงอวิ๋นใช้วิชาดึงดูดเืที่สาดกระเซ็นอยู่บนพื้น ให้ลอยขึ้นมากลางอากาศ เขาใช้พู่กันหยกวาดอักขระค่ายกลาลงไปผสานกับหินปราณอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
"อู๋ควง! เ้าคิดจะเพิกเฉยต่อข้ารึ!" ซูหลงอวิ๋นะโยั่วยุ
อู๋ควงที่กำลังปะทะกับจินหลินอย่างดุเดือด หางตาเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มกำลังจัดเตรียมค่ายกลบางอย่าง มันรู้ดีว่าวิชาของเด็กคนนี้น่าขนลุกเพียงใด มันจึงตัดสินใจกัดฟันกรอด รีบเค้นพลังกฎเกณฑ์แห่งโลหิต สร้างเป็ 'หอกโลหิตทะลวงมิติ' เล่มหนึ่ง พุ่งทะยานอ้อมหลังกิเลนอัคคี ตรงเข้าหมายจะปลิดชีพซูหลงอวิ๋นในพริบตา!
"ระวังนายท่าน!" จินหลินร้องเตือน ทว่ามันถูกอาณาเขตโลหิตพันธนาการไว้จนไม่อาจปลีกตัวไปช่วยได้
หอกโลหิตที่แฝงพลังของบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ พุ่งมาด้วยความเร็วที่เหนือล้ำสัจธรรม มิติรอบๆ หอกแตกร้าว การหลบหนีด้วยวิชาตัวเบาย่อมไม่ทันกาล!
ทว่า ซูหลงอวิ๋นกลับแสยะยิ้มเยือกเย็น เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ และขว้าง 'ะเิโอสถหยินหยางคลั่ง' สองลูกสุดท้ายที่เหลืออยู่ พุ่งสวนกลับไปปะทะกับหอกโลหิตนั้นตรงๆ!
ตูมมมมม!!!!!
แรงะเิที่เกิดจากการขัดแย้งของเพลิง์และเพลิงปฐี ะเิออกอย่างรุนแรง บดขยี้หอกโลหิตของอู๋ควงจนแหลกสลายกลางอากาศ! คลื่นกระแทกพัดพาร่างของซูหลงอวิ๋นให้ถอยร่นไปหลายสิบจั้ง ทว่าเขาก็อาศัยแรงผลักนั้น ลอยตัวไปลงจอด ณ 'แก่นกลาง' ของค่ายกลที่เขาจัดเตรียมไว้เสร็จสิ้นพอดี!
"ค่ายกลสมบูรณ์แล้ว... ตาเฒ่า ถึงเวลาส่งเ้าลงนรก!"
ซูหลงอวิ๋นประทับอินสองมือกระแทกปราณยุทธ์สีทองคำลงบนพื้นศิลา!
"วิถีแห่งเทวะ... ค่ายกลดาราจักรปิดผนึกสูญตา!"
วิ้งงงงงงงงงงงงง!!!
เสาแสงสีทองคำนับร้อยต้น พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินรอบคฤหาสน์ที่พังทลาย เชื่อมต่อกันเป็ตาข่ายดาราจักรขนาดั์ ครอบคลุมร่างของอู๋ควงเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ! อักขระโบราณนับล้านตัวหมุนวน ปลดปล่อยอำนาจปิดผนึกที่กดทับ 'กฎเกณฑ์แห่งโลหิต' ของบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ให้ชะงักงัน!
"อั้ก! ค่ายกลอันใดกัน! เหตุใดพลังแห่งกฎของข้าถึงถูกตัดขาด!" อู๋ควงเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวา มันพยายามจะใช้พลังทำลายค่ายกล ทว่าพลังที่พุ่งออกไปกลับถูกตาข่ายดาราจักรดูดกลืนและสะท้อนกลับ!
นี่คือความน่ากลัวของการเผชิญหน้ากับ 'จ้าวค่ายกล' ที่มีเวลาเตรียมตัว!
"จินหลิน! ปิดฉากมันซะ!" ซูหลงอวิ๋นตวาดก้อง ชี้นิ้วไปยังร่างของอู๋ควงที่ถูกพันธนาการด้วยค่ายกล
"รับคำสั่ง!"
กิเลนอัคคีาไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย มันพุ่งทะยานร่างขนาดั์เข้าไปประชิดตัวอู๋ควงที่ไร้ทางหนี กรงเล็บที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงกิเลนระดับสูงสุด ฟาดฟันลงบนร่างของบรรพชนตระกูลอู๋อย่างเต็มกำลัง!
ฉัวะ!!!
"ม่ายยยยยยยยยยยยย!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนของบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ดังก้องไปทั่วเมืองดาราจักรา! กรงเล็บกิเลนฉีกกระชากร่างของอู๋ควงจนขาดสะบั้นเป็สองท่อน! เปลวเพลิงาลุกลามแผดเผากายเนื้อและิญญาของมันจนแหลกสลายกลายเป็เถ้าถ่าน ดับสูญไปจากโลกใบนี้อย่างไม่มีวันหวนกลับ!
สิ้นเสียงกรีดร้อง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลอู๋ที่บัดนี้กลายเป็เพียงซากปรักหักพัง
ซูหลงอวิ๋นยืนหอบหายใจเล็กน้อยท่ามกลางแก่นค่ายกล การควบคุมค่ายกลระดับนี้ผลาญพลังปราณของเขาไปไม่น้อย ทว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่งยวด
เด็กหนุ่มสลายค่ายกล เดินเข้าไปท่ามกลางกองเถ้าถ่านของอู๋ควง เขาใช้ปลายกระบี่เขี่ยหาสิ่งของบางอย่าง จนกระทั่งพบ 'แหวนมิติสีโลหิต' ที่ตกอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมา ถ่ายทอดจิตััเข้าไปตรวจสอบ
และแล้ว รอยยิ้มแห่งความปีติก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของัหนุ่ม
ภายในแหวนมิติ มีแผ่นป้ายหยกสีเขียวหม่นสลักอักขระ 'สุสานเทพ' วางอยู่อย่างสงบนิ่งถึงสามชิ้น!
"ป้ายหยกเบิกทางสุสานเทพา... ในที่สุดก็ตกมาอยู่ในมือข้า!" ซูหลงอวิ๋นกำป้ายหยกไว้แน่น
เขาหันไปมองจินหลินที่คืนร่างกลับมาเป็ราชสีห์เพลิงขนาดเล็ก แล้วะโขึ้นไปประทับบนแผ่นหลังของมัน
"ตระกูลอู๋ล่มสลายแล้ว... เป้าหมายต่อไป คือการเปิดผนึกสุสานเทพา และตามหาชิ้นส่วนแผนที่ดาราจักรใบที่สาม!"
มัจจุราชชุดขาวควบขี่ราชสีห์เพลิง ทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าออกจากเมืองดาราจักรา
(จบบทที่ 29)