กำปั้นผ่ามิติ

    ตอนที่ 57 บ่มเพาะสายลับ

    ยามเช้าของค่ายพักเต็มไปด้วยความคึกคัก

    เสียงคนเรียกกันไปมา

    เสียงเกวียนเคลื่อนตัว

    เสียงพ่อค้าตรวจนับสินค้า

    ดังสลับกันไปทั่วบริเวณ

    หลายคนกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของสำหรับนำออกไปขายในตลาดเมืองศรีเทพ

    บางคนขนสินค้า

    บางคนตรวจบัญชี

    บางคนจัดเตรียมเสบียงสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป

    บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานปนวุ่นวาย

    ภายในโรงอาหารชั่วคราว

    หลังอาหารเช้าสิ้นสุดลง

    ผู้คนทยอยแยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่

    เหลือเพียงสองคนที่ยังนั่งอยู่

    ภูผา และทหารใหม่ชื่ออิน

    ภูผามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเงียบๆ

    ก่อนเอ่ยถามขึ้น

    "เล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟัง"

    อินพยักหน้า

    ไม่มีท่าทีปิดบังแม้แต่น้อย

    "ข้าเกิดที่เมืองนครสวรรค์ขอรับ"

    "บิดาเป็นพราหมณ์รับใช้เจ้าเมือง"

    "ครอบครัวของข้าเคยมีฐานะพอสมควร"

    น้ำเสียงของอินค่อยๆ เศร้าลง

    "แต่ตอนผลัดแผ่นดิน มีคนใส่ร้ายครอบครัวของข้า"

    "กล่าวหาว่าสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม"

    "พวกเราต้องหนีตายออกจากบ้านเกิด"

    ภูผารับฟังอย่างเงียบงัน

    อินกล่าวต่อ

    "หลังจากนั้น ครอบครัวอพยพมาอยู่ที่สวรรคโลก"

    "แต่ชีวิตก็ลำบากมาก"

    "ทีละคน...ทีละคน..."

    "ต่างล้มตายไปหมด"

    "ตอนนี้เหลือเพียงข้าคนเดียว"

    บรรยากาศเงียบลง

    อินยิ้มบางๆ

    "ก่อนจะมาพบท่าน ข้าอาศัยอยู่ในวัด"

    "รับจ้างทำทุกอย่างเพื่อแลกข้าวกิน"

    ภูผาพยักหน้าเบาๆ

    เรื่องราวของอินไม่ต่างจากชาวบ้านจำนวนมากในแผ่นดิน

    ผู้ที่ถูกคลื่นการเมืองกวาดจนสูญเสียทุกสิ่ง

    หลังความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

    ภูผาจึงพูดขึ้น

    "ข้ามีงานหนึ่งจะมอบให้เจ้า"

    อินนั่งตัวตรงทันที

    "แต่ก่อนจะรับ"

    "เจ้าต้องรู้ความจริงทั้งหมดเสียก่อน"

    แววตาของภูผาจริงจังขึ้น

    "งานนี้อันตรายมาก"

    "อาจต้องเสี่ยงชีวิตนับครั้งไม่ถ้วน"

    "ไม่มีตำแหน่ง"

    "ไม่มีชื่อเสียง"

    "ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าทำอะไร"

    อินตั้งใจฟังทุกคำ

    ภูผากล่าวต่อ

    "เจ้าจะไม่มีตัวตน"

    "ต่อให้สร้างผลงานยิ่งใหญ่เพียงใด"

    "คนทั้งโลกก็อาจไม่รู้จักชื่อของเจ้า"

    คำพูดแต่ละคำหนักแน่นราวค้อนเหล็ก

    "เป็นเวลาสิบห้าปี"

    "หลังจากนั้น ข้าจึงจะให้เจ้ากลับมาใช้ชีวิตปกติ"

    "รับราชการ"

    "มีครอบครัว"

    "มีชื่อเสียงเหมือนคนทั่วไป"

    อินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนคุกเข่าลง

    "ข้ายินดีขอรับ"

    ภูผามองเขา

    "ไม่เสียใจหรือ"

    อินส่ายหน้า

    "ชีวิตนี้ ข้าได้รับโอกาสจากท่าน"

    "หากสามารถตอบแทนแผ่นดินได้"

    "ข้ายินดี"

    คำตอบนั้นทำให้ภูผายิ้มออกมา

    เขามองเห็นบางอย่างในตัวชายหนุ่มผู้นี้

    ความอดทน

    ความซื่อสัตย์

    และความมุ่งมั่น

    สิ่งเหล่านี้ไม่อาจสอนได้

    แต่หากมีอยู่แล้ว

    ก็สามารถหล่อหลอมให้กลายเป็นยอดคนได้

    ภูผาพูดช้าๆ

    "ข้าตั้งใจจะสร้างเจ้า"

    "ให้เป็นทองขาวคนที่สอง"

    อินเบิกตากว้าง

    ทองขาวในตอนนี้เป็นบุคคลที่ทุกคนในค่ายให้ความเคารพ

    แต่ภูผากลับส่ายหน้า

    "ไม่..."

    "เจ้าจะต้องลี้ลับกว่าทองขาว"

    "เก่งด้านข่าวกรองมากกว่า"

    "อดทนมากกว่า"

    "จิตใจมั่นคงกว่า"

    "และต้องเรียนรู้วิชาคาถาอาคมด้วย"

    อินรับฟังด้วยหัวใจที่เต้นแรง

    ราวกับประตูบานใหม่กำลังเปิดออกตรงหน้า

    ภูผาลุกขึ้นยืน

    สายตามองไปยังป่าด้านตะวันออกของเมือง

    ก่อนกล่าวเพียงสั้นๆ

    "คืนนี้"

    "ออกเดินทางไปกับข้า"

    อินรีบลุกขึ้นคำนับ

    "ขอรับ!"

    แม้ยังไม่รู้ว่าปลายทางอยู่แห่งใด

    แต่เขารู้ดีว่า

    นับจากคืนนี้เป็นต้นไป

    ชีวิตของตนกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

    ทันใดนั้นเอง

    ภูผาที่กำลังนั่งอยู่กลับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

    ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

    ราวกับสัมผัสบางอย่างได้

    "เอ๊ะ..."

    อินลุกขึ้นตาม แต่ไม่มีท่าทีตกใจ

    "มีอะไรหรือขอรับ?"

    ภูผาไม่ตอบทันที

    สายตากวาดมองไปรอบค่าย

    ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    "อิน"

    "ขอรับ"

    "ออกไปตามทองขาวเดี๋ยวนี้"

    "บอกเขาว่า...มีมือสังหาร"

    อินขานรับ แล้วก้าวออกไป

    โดยไม่ถามอะไรต่อ

    รีบวิ่งออกจากโรงอาหารทันที

    ส่วนภูผากลับนั่งลงอีกครั้ง

    หลับตาช้าๆ

    เข้าสู่สมาธิ

    พลังจิตแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง

    รับรู้ความเคลื่อนไหวรอบค่ายทีละน้อย

    ต้นไม้

    ผู้คน

    สัตว์เล็กสัตว์น้อย

    ทุกสิ่งค่อยๆ ปรากฏในสัมผัสของเขา

    แต่ยิ่งตรวจสอบ

    สีหน้าของภูผายิ่งเคร่งเครียด

    เพราะอีกฝ่ายเก่งมาก

    เก่งจนสามารถเข้ามาใกล้ค่ายได้

    โดยที่เขาเพิ่งรับรู้ได้เพียงเล็กน้อย

    "ยอดมือสังหาร..."

    ภูผาพึมพำเบาๆ

    "ไม่ธรรมดาจริงๆ"

    ในขณะที่กำลังค้นหาร่องรอย

    เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากด้านหน้าค่าย

    "เปิดทาง!"

    "เรียกหัวหน้าพวกเจ้ามา!"

    ผู้คนจำนวนมากเดินเข้ามา

    นำหน้าโดยชาวบ้านห้าคน

    ด้านหลังเป็นทหารประจำเมืองอีกสิบนาย

    ทันทีที่มาถึง

    ชายชราคนหนึ่งก็ชี้นิ้วเข้ามาในค่าย

    "พวกมันนี่แหละ!"

    "เมื่อคืนขึ้นบ้านข้า!"

    "ขโมยทรัพย์สินไปหลายอย่าง!"

    เหล่าคนงานในค่ายเริ่มฮือฮา

    หัวหน้าทหารก้าวออกมา

    "พวกท่านก็ได้ยินแล้ว"

    "ตามคำฟ้องร้อง เราจำเป็นต้องตรวจค้นค่ายแห่งนี้"

    ลูกน้องของภูผาหลายคนเริ่มไม่พอใจ

    เพราะทุกคนรู้ว่าตนไม่ได้ทำ

    จึงเกิดการโต้เถียงขึ้นทันที

    "มีหลักฐานหรือไม่?"

    "จะกล่าวหาใครลอยๆ ได้อย่างไร?"

    "นี่เป็นการใส่ร้าย!"

    แต่หัวหน้าทหารยังยืนกราน

    "เป็นเรื่องซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น"

    "พวกท่านเป็นคนต่างถิ่น"

    "เราจำเป็นต้องตรวจสอบ"

    บรรยากาศเริ่มตึงเครียด

    ขณะนั้นเอง

    หมื่นพันเดินออกมาจากกลุ่มคน

    ใบหน้าเคร่งขรึม

    "จะตรวจค้นก็ทำตามกฎหมาย"

    "ต้องมีเจ้าหน้าที่เมืองและพยาน"

    "จะมาบุกค้นตามใจไม่ได้"

    หัวหน้าทหารสวนกลับทันที

    "เมื่อมีผู้เสียหายชี้ตัว"

    "พวกเรามีสิทธิ์ดำเนินการ"

    หมื่นพันก้าวเข้าไปอีกก้าว

    สายตาแข็งกร้าว

    "ข้าว่า..."

    ยังไม่ทันพูดจบ

    ปัง!

    เสียงปืนดังสนั่นขึ้น

    ทุกคนตกตะลึง

    หนึ่งในชาวบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลัง

    กลับยกปืนสั้นขึ้นยิงทันที

    หมื่นพันล้มหงายไปด้านหลัง นอนแน่นิ่ง

    หลังลั่นไก

    มันกลับล้วงมีดสั้นออกมา

    แล้วพุ่งแทงชายชราที่อยู่ข้างหน้า

    ราวกับต้องการฆ่าปิดปาก

    แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง

    วูป!

    แสงเย็นเยียบสายหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านข้าง

    รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า

    ปลายมีดกำลังจะเสียบทะลุหน้าอกของนักฆ่า

    มันตกใจจนต้องยกมีดขึ้นรับ

    เคร้ง!

    แรงปะทะทำให้ร่างของมันเสียหลัก

    นักฆ่าตัดสินใจทันที

    ถีบพื้นอย่างรุนแรง

    ร่างพุ่งถอยหลังหลายวา

    ก่อนหมุนตัววิ่งหนีเข้าป่าราวกับลูกธนู

    "หยุดมัน!"

    เสียงตะโกนดังขึ้นรอบค่าย

    แต่ยังไม่ทันมีใครขยับ

    ฟ้าว!

    ฟ้าว!

    ร่างสองร่างพุ่งออกจากค่ายตามไปแล้ว

    หนึ่งคือทองขาว

    อีกหนึ่งคือภูผา

    ทั้งสองทะยานเข้าสู่ชายป่า

    ด้วยความเร็วที่คนทั่วไปมองแทบไม่ทัน

    ขณะที่นักฆ่าลึกลับกำลังหลบหนีสุดชีวิต

    มันไม่รู้เลยว่า

    เบื้องหลังของค่ายพ่อค้าแห่งนี้

    มีสัตว์ประหลาดอยู่ถึงสองคน

    และวันนี้...

    จะเป็นวันที่มันไม่ได้กลับออกจากป่าอีกเลย...


     

    คล้ายกับเรื่องกำปั้นผ่ามิติ ที่คุณอ่าน