ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 ศัตรูมีเวลาห้าวินาทีในการเข้าสู่สมรภูมิ

            สวี่ชิวเยวี่ยกับฮูหยินเยี่ยนกลมเกลียวสุขสันต์ เห็นพ้องต้องกันในเรื่องที่จะไปวัดจินติ่งและไหว้พระเสี่ยงเซียมซี หันกลับมามองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกับเยวี่ยเจาหราน พวกเขาไม่ได้อารมณ์ดีเช่นนั้นแล้ว สีหน้าของทั้งคู่ที่กำลังจะมีวันหยุดอันแสนสุขแล้วแท้ๆ ยามนี้กลับมีเพียงรอยยิ้มปลอมๆ ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและความเวิ้งว้างที่ซ่อนอยู่ภายในฉากหน้า...

            “ระหว่างทางก็ระมัดระวังหน่อยล่ะ”

            ว่าไปแล้วก็น่าแปลก ฮูหยินเยี่ยนที่ถือตนสูงส่งอยู่เสมอจะลดตัวลงมาส่งคนถึงประตูจวนด้วยตนเอง เยวี่ยเจาหรานเหลือบมองด้วยสายตาเย็นชา เขารู้ดีว่าเกียรตินี้ต้องเป็นของสวี่ชิวเยวี่ยแน่ ไม่ใช่ฮูหยินน้อยตัวจริงอย่างตน แต่ก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียแท้จริงตนก็ไม่ใช่ฮูหยินน้อยอะไรนั่นอยู่แล้ว คนอื่นนั้น อยากจะทำอะไรก็ตามใจเถอะ

            ท่ามกลางสายตามองส่งของฮูหยินเยี่ยน สวี่ชิวเยวี่ยก็ยังรักษาหน้าที่ ใบหน้างดงามเผยลิงโลดออกมาเล็กน้อย ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นการท่องเที่ยวครั้งแรกของนางและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ถึงแม้จะมีก้างขวางคอเยวี่ยเจาหรานตามมาด้วย แต่สำหรับสวี่ชิวเยวี่ยที่คุ้นชินกับการค่อยๆ วางแผนการไปอย่างช้าๆ แล้วนั้น ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่เลวทีเดียว

            เพราะนางมีฮูหยินเจ้าบ้านที่แท้จริงหนุนหลังอยู่ การเตรียมการออกเดินทางจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นพิเศษ เดินทางกันสามคนไม่คุ้มที่จะแยกรถม้าออกไปอีกคันหนึ่ง ไม่เช่นนั้นผู้ที่ถูกแยกออกมาคนเดียวก็คงจะอึดอัด ต้องบอกว่าฮูหยินเยี่ยนช่างเป็นขิงแก่ที่เผ็ดร้อนจริงๆ นางได้คิดคำนวณทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว

            หากแยกรถม้าทั้งสองคัน ยึดตามลำดับความใกล้ชิดก็ควรจะเป็นเยวี่ยเจาหรานกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่นั่งรถม้าคันเดียวกัน แต่ในความเห็นแก่ตัวของฮูหยินเยี่ยน ก็ไม่อยากจะให้คนสนิทที่ตนเอ็นดูถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่อย่างนั้นก็จะสูญเสียจุดประสงค์ที่จะไปท่องเที่ยววัดจินติ่งด้วยกันครั้งนี้ไป แต่หากฮูหยินเยี่ยนต้องการจะดึงดัน ให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนั่งรถม้าคันเดียวกับสวี่ชิวเยวี่ย หากเรื่องแพร่ออกไป ย่อมสร้างความไม่พอใจให้ตระกูลเยวี่ยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

            บทสรุปที่ดีที่สุด คือให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ต้องนั่งกับใครทั้งนั้น แล้วให้หญิงสาวสองคนนั่งไปด้วยกัน เช่นนี้ก็จะสมเหตุสมผล ทั้งไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสียเปรียบอีกด้วย

            แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ทำให้ตนและหลานสาวของตนเสียเปรียบ

            ฮูหยินเยี่ยนที่ยืนอยู่ตรงประตูจวนเยี่ยนมองเงาหลังของกลุ่มคณะที่ห่างไกลออกไป ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าภาพลักษณ์ของตนสูงสง่าขึ้นมากอย่างอธิบายไม่ถูก ต้องบอกว่า แม้แต่ตัวฮูหยินเยี่ยนเองก็ยังรู้สึกลำพองและภาคภูมิใจกับสติปัญญาความฉลาดที่ซุ่มซ่อนอยู่ของตนอย่างแท้จริง สีหน้าภาคภูมิใจบนใบหน้านั้นไม่ยอมจางหายไปอยู่นาน

            หญิงรับใช้หลิงหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นไม่ค่อยเข้าใจนัก นางจึงอาศัยความใกล้ชิดที่ได้รับใช้ฮูหยินเยี่ยนมานานหลายปี เข้าไปถามอย่างกล้าหาญ “ฮูหยิน เหตุใดท่านจึงให้พวกเขาสามคนเดินทางไปด้วยกันหรือเจ้าคะ… มีคำกล่าวว่า สตรีสามคนอยู่รวมกันย่อมเกิดความวุ่นวายนะเจ้าคะ”

            ความหมายในคำพูดของหลิงหลงนั้นเห็นได้ชัดเจน นางกลัวว่าสตรีสามคนนั้นจะทะเลาะกันขึ้นมาระหว่างทางไปวัดจินติ่ง แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคุณชายตัวปลอมของตนผู้นั้นดูแล้วไม่น่าใช่คนที่จะเข้าร่วมในสงครามของผู้หญิงได้ แต่ถึงอย่างไรการเอาพรรคเอาพวกของตนไว้ก่อนก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ หากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเห็นแก่หน้า ‘เยวี่ยเยียนหราน’ ที่อยู่ด้วยกันมาสักพักแล้วทำร้ายเปี่ยวเสียวเจี่ย [1] มันจะได้ไม่คุ้มเสียหรือไม่?

            แต่ฮูหยินเยี่ยนกลับราวกับมองการณ์ไกล นางใจกว้างอย่างยิ่ง และไม่ได้กังวลใจในเรื่องพวกนั้นแม้แต่น้อย เมื่อหลิงหลงเห็นสีหน้าเฉยเมยของเจ้านายตน ก็รู้ตัวว่าพูดมากเกินไป จึงปิดปากเงียบ

            “เจ้าไม่เข้าใจ หากคนที่ไปในวันนี้คือคุณชายใหญ่ตัวจริง ข้าก็คงไม่ทำเรื่องวุ่นวายพวกนี้ขึ้นมาหรอก”

            ท่อนแขนของหลิงหลงยกขึ้นอย่างมั่นคง ฮูหยินเยี่ยนวางซ้อนลงไปอย่างนุ่มนวล ทั้งสองค่อยๆ เดินเข้าไปในเรือนอย่างเชื่องช้า และในระหว่างทาง ฮูหยินเยี่ยนที่อยู่ในความเงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นมากะทันหัน แต่กลับยังคงใช้วิธีพูดที่ลึกล้ำคาดเดาไม่ถูกเช่นนั้น นั่นถึงทำให้หลิงหลงเผยสีหน้าสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์เมื่อครู่แล้ว นางจึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำ

            มีคำพูดมักกล่าวกันว่า หากอีกฝ่ายอยากพูด เจ้าไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ นางก็จะบอกเจ้าเอง แต่หากอีกฝ่ายไม่อยากพูด ต่อให้เจ้าถามมากมายเท่าไร อีกฝ่ายก็จะไม่เอื้อนเอ่ยแม้สักคำ

            หลิงหลงที่รู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้งย่อมรู้จักวางตัว และปิดปากเงียบไปเช่นนั้น

            ไม่ต่างจากที่คาด ฮูหยินเยี่ยนเองก็ไม่ได้เป็นคนที่จะสามารถเก็บซ่อนเรื่องราวเอาไว้ได้ เมื่อมาถึงเรือน นางก็เอ่ยขึ้นมาเองอีกครั้ง “เจ้าว่า ดูท่าทางเช่นนั้นของเยวี่ยเยียนหรานแล้ว มีความเป็นไปได้ที่คุณชายใหญ่จะชอบนาง หรือคุณหนูใหญ่จะชอบนางมากกว่ากัน?”

            คำพูดนั้นทำให้หลิงหลงค่อนข้างจะเกินคาด พลันรู้สึกขบขัน นางประคองฮูหยินเยี่ยนนั่งลง ค่อยๆ เก็บรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วเอ่ยตอบ “คุณหนูเยวี่ยเป็นสตรี ย่อมมีความเป็นไปได้มากกว่าที่คุณชายใหญ่จะพึงใจนาง...” หลิงหลงยกมือขึ้นรินชาเหล่าจวินเหมยถ้วยหนึ่ง แต่กลับนึกถึงขนมดอกท้อวันนั้นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

            จะว่าไปแล้ว เปี่ยวเสียวเจี่ยเองก็มีบางเรื่องที่ทำเกินไปหน่อยจริงๆ แต่ฮูหยินเยี่ยนก็ไม่เคยว่าอะไร หลิงหลงเป็นบ่าวคนหนึ่ง ย่อมทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้เท่านั้น

            “ดังนั้น ในเมื่อคุณหนูใหญ่ไม่มีทางชอบเยวี่ยเยียนหรานผู้นั้นได้ เช่นนั้นข้าจะกังวลว่าชิวเยวี่ยจะเสียเปรียบไปทำไมกัน? ยิ่งกว่านั้นหากคุณหนูใหญ่หน้ามืดตามัวต้องตาสตรีผู้หนึ่งขึ้นมาจริงๆ ก็มีชิวเยวี่ยคอยแทรกอยู่ตรงกลาง ก็คงทำให้นางตาสว่างขึ้นได้บ้าง”

            ฮูหยินเยี่ยนยกถ้วยชาในมือขึ้นจิบคำหนึ่ง แล้วเอ่ยเช่นนั้น หลิงหลงเก็บงำความคิด นางเพียงขานรับเสียงทุ้มหนัก แล้วไม่ได้เอ่ยอะไรอีก

            ตลอดทางที่รถม้าแล่นไป ได้เลือกเส้นทางที่มีผู้คนอยู่น้อยตามคำสั่งของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ว่ากันตามปกติแล้ว หากจะออกมาเดินตลาดผ่อนคลายอารมณ์ ก็ควรจะไปในที่ที่ครึกครื้นรื่นเริง แต่ถึงอย่างไรก็กระเตงสวี่ชิวเยวี่ยมาด้วย อารมณ์จะไปผ่อนคลายเดินตลาดทั้งหมดจึงถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว ย่อมไม่มีความสนใจอยากจะมองคนชมทิวทัศน์อะไรพวกนั้นอีก ตรงกันข้ามกลับอยากจะรีบๆ จบละครตลกร้ายไร้สาระครั้งนี้เสียที ทั้งนี้จะได้ไม่เสียทั้งฮูหยินและรี้พล [2] ไม่ได้รับความรู้สึกดีๆ กลับกันยังทำลายความคึกคักที่มีมาแต่เดิมไปหมด

            แม้ว่าการปรากฏตัวของสวี่ชิวเยวี่ยก็ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานไม่มากก็น้อย แต่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ยังภาวนาขอให้ผลกระทบนั้นอย่าได้มากเกินไป...

            บางทีคำอธิษฐานของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอาจส่งไปถึงสวรรค์ ทำให้เทพธิดาตัวน้อยที่ดูแลเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้ได้ยินเข้า ดังนั้นตลอดทางสวี่ชิวเยวี่ยจึงไม่ได้ไปวุ่นวายเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วให้รำคาญใจเลยจริงๆ แต่กลับเล็งปืนใหญ่ไปหาเยวี่ยเจาหรานผู้น่าสงสารที่เดินทางไปในรถม้าคันเดียวกัน เยวี่ยเจาหรานในยามนี้กำลังเผชิญหน้ากับสีหน้ายิ้มแย้มของสวี่ชิวเยวี่ยอย่างพูดอะไรไม่ได้ ในตำราไม่เห็นเคยบอกว่าคำอธิษฐานจะย้อนกลับมาทำร้ายคนหนุ่มสาวผู้ไร้ความผิดนี่นา!

            เยวี่ยเจาหรานยังคงรักษาท่านั่งกุลสตรี สองมือทับซ้อนกันบนหน้าตักอย่างเรียบร้อย สวี่ชิวเยวี่ยเพิ่งจะเคลื่อนตัวกลับมาจากเก้าอี้รถม้าด้านหน้า และกลับมานั่งในตำแหน่งเดิมพร้อมกับเลิกม่านขึ้น

            “ข้ามองดูก็ใกล้จะถึงแล้ว คิดว่าคงอีกไม่กี่ชั่วยาม”

            พูดตามตรง ‘ความกลัว’ ที่เยวี่ยเจาหรานมีต่อสวี่ชิวเยวี่ยนั้นได้แผ่วงกว้างถึงขนาดได้ยินคนผู้นี้อ้าปากก็คิดอยากจะหนีไปแล้ว ไม่ใช่ว่าหวาดกลัวนางจริงๆ แต่น้ำเสียงนางช่างทำให้รู้สึกน่าอึดอัดนัก ยิ่งกว่านั้น ‘ผู้ชายเถรตรงเหมือนแท่งเหล็ก’ [3] ที่ดูไม่สมชายเท่าไรนักอย่างเยวี่ยเจาหราน สำหรับน้ำเสียงนรกอันน่าอึดอัดของสวี่ชิวเยวี่ยนั้น เยวี่ยเจาหรานจึงได้แต่ส่งน้ำเสียงนรกกลับไปเท่านั้น

            “อืม ใช่สิ เมืองเป่ยจิงเองก็ใหญ่แค่นี้ ยังออกมาไม่พ้นได้หรือ...”

            แม้ว่าเสียงจะไม่ได้ดัง แต่ดูจากสายตาที่แฝงความเป็นศัตรูของสวี่ชิวเยวี่ย เยวี่ยเจาหรานก็มองออกแล้วว่านางได้ยินคำพูดจิกกัดของตน แน่นอนว่าบทสรุปของสถานการณ์เช่นนี้ก็คือ ศัตรูมีเวลาห้าวินาทีในการเข้าสู่สมรภูมิ... [4]

     

            เชิงอรรถ

            [1] เปี่ยวเสียวเจี่ย (表小姐) คำเรียกที่คนรับใช้เรียกลูกพี่ลูกน้อง (หญิง) ของเจ้านาย

            [2] เสียทั้งฮูหยินและรี้พล (赔了夫人又折兵) การสูญเสียซ้ำสองอย่างในครั้งเดียว เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง

            [3] ผู้ชายเถรตรงเหมือนแท่งเหล็ก (钢铁直男) หมายถึงผู้ชายที่ซื่อๆ ทึ่มๆ ไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิง

            [4] ศัตรูมีเวลาห้าวินาทีในการเข้าสู่สนามรบ (敌军还有五秒到达战场) เป็นคำศัพท์ที่มาจากเกมส์ออนไลน์แนว MOBA (รูปแบบเกมที่เราจะได้บังคับตัวละครตัวเดียว เล่นร่วมกับผู้เล่นอื่น แบ่งเป็น 2 ทีมเข้าชิงชัยกัน) หมายถึงช่วงเวลา 5 วินาทีก่อนปล่อยตัวผู้เล่นออกจากเกท เข้าสู่สนามแข่ง

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320