บทที่ 15 อันตราย
อันตราย “ไหน ๆ ลูกข้าอยู่ไหน”“โถลูกแม่ ทำไมถึงได้เจ็บขนาดนี้ล่ะ”“ใครแกล้งลูก บอกพ่อมา ต่อให้เป็นใครหน้าไหน พ่อก็จะไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาด!!”พอถึงบ้านปุ๊บก็เป็นไปตามคาด ลูกแค่ขาแพลงโวยวายแล้วโอ๋กันอย่างกับฉันขาขาด นึกไม่ออกเลยจริง ๆ เลยว่าถ้าเห็นสภาพฉันก่อนหน้านี้คงจะเป็นลมทันทีเลยมั้งน่ะ นี่แหละวิถีลูกรัก ไอรีนก็เลยเอาแต่ใจแบบสุด ๆ เหมือนที่เห็นในนิยายวันนั้นทั้งวันฉันมีหมอเดินเข้าออกห้องเป็น 10 คน ความฝันที่คิดจะพักผ่อนชิล ๆ หลุดลอยไปทันที แถมยังโดนกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้อง เพราะกลัวลูกจะหายช้า พอมาคิดดูดี ๆ ฉันวางแผนหนีมาทำไม สุดท้ายก็เฉาตายอยู่ในห้องเหมือนเดิมมม....ฉันไม่ได้บอกใครเรื่องเอวา ฉันไม่อยากติดต่อกับคนแบบนั้นอีก อยู่ห่าง ๆ ปลอดภัยที่สุด ตอนนี้ทำได้อย่างเดียวคือรีบ ๆ หาย จะได้ออกไปเที่ยวววว เที่ยวแค่หน้าบ้านก็ยังดี“พี่เบตตี้คะ เมื่อไหร่ท่านพ่อจะอนุญาตให้ข้าออกไปข้างนอกคะ”“ท่านหญิงพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ รอหายดีก่อนนะคะ”“ข้าเบื่อออ พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอ ต้องมาดูแลข้าทั้งวันเลย”“ข้าไม่มีวันเบื่อที่ได้ดูแลท่านหญิงหรอกค่ะ หากท่านหญิงอยู่ที่ไหนข้าก็พร้อมดูแลท่านเสมอ”“เห้อออออ ข้า อยาก ออก ไป ข้าง นอกกกกกกกกก”“ท่านหญิงอยากได้อะไรเพิ่มมั้ยคะ รับขนมมั้ยคะ วันนี้ข้าตื่นมาเข้าครัวเพื่อเตรียมขนมให้ท่านหญิงเลยนะคะ”“พี่เบตตี้ นี่พี่เห็นข้าเป็นหมูรึไงกันคะ พอข้าบ่นว่าเบื่อ พี่ก็ไปเอาขนมมาให้ข้าทันที อีกนิดข้าจะเบาหวานแล้วนะคะ”“....”“ก็ได้ค่ะ เค้กพี่เบตตี้อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ กินเพิ่มเป็นชิ้นที่ร้อย ข้าก็ไหว”นี่มันไม่ไหวบอกไหวจริง ๆ ทำไงได้ล่ะ พี่เบตตี้ทำหน้าเศร้าซะขนาดนั้น ใครมันจะกล้าขัดกัน เขาอุตส่าห์ตื่นมาตั้งแต่เช้า ไม่รู้ว่าทำเยอะขนาดไหน เสิร์ฟไม่พักกก ถึงมันจะอร่อย แต่กินมา 5 ชิ้นก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ อีกนิดเดียวต้องตัดขาจริง ๆ แล้วล่ะ“โครม!!! จิ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ” เสียงที่หน้าต่างดังขึ้นจนไอรีนต้องเดินไปดู“อ้าว ปุ๊กปิ๊ก ไปไงมาไง บินชนอะไรเนี่ยะ กระจกก็ไม่มี” ว่าพลางใช้มือค่อย ๆ ประคองนกพิราบสีขาวขึ้นมา พร้อมทั้งอ่านกระดาษที่อยู่ในเป้ใบจิ๋ว เนื้อความถามไถ่อาการเป็นอย่างไรบ้าง แล้วที่วังก็กำลังจะมีงานมงคล องค์หญิงอลิสเบธก็เลยไม่ว่างมาโกรธเรื่องของไอรีน“เห้ออออ ดีจัง ช่วงนี้ก็รอดไปสักพัก” จำได้ว่าในนิยาย งานหมั้นขององค์หญิงอลิสเบสกับลอร์ดอดัมจัดในช่วงที่มีหิมะตกหลังงานเดบูตองส์ของเอวาไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นไอรีนก็ลงไปนอนก้นเหวก่อนแล้ว พระเอกกับนางเอกก็อินเลิฟกันมากขึ้น แต่ทำไมตอนนี้จัดเร็วขึ้นขนาดนี้ล่ะช่างเถอะใครจะแต่งอะไรยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของฉันซะหน่อย ดี!! จะได้ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับฉัน ฉันจะได้มีเวลาไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ ชวนองค์หญิงเบลไปเที่ยวดีกว่า....ถ้าออกไปได้น่ะนะ“ท่านหญิงคะ ท่านดยุคเออร์กี้มาค่ะ”พึ่งดีใจจากโจทก์เก่าไม่เท่าไหร่ โจทก์ใหม่มาอีกแล้ววววว จะไม่ให้ฉันได้หายใจหายคอเลยรึไง เห้อออออออ“เดี๋ยวข้าลงไปค่ะ”“เอ่อ ท่านหญิงคะ ข้าไปหยิบชุดมาให้นะคะ”“ไม่ต้องค่ะ ชุดนี้แหละค่ะ” พูดจบไอรีนก็เดินออกไปจากห้องพร้อมชุดนอนสีขาวกรุยกราย “สวัสดีค่ะท่านดยุก”“ไอรีน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เออร์กี้รีบเดินตรงมาประคองคนตัวเล็กที่เดินขากะเผลกตรงหน้า“ข้าไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้ สบายมาก”“ข้าต้องขอโทษแทนน้องสาวของข้าด้วยนะ”“ไม่ ไม่เลยค่ะ ไม่ใช่ความผิดขององค์หญิงหรอกค่ะ ข้าซุ่มซ่ามเอง”“เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นเลย ถึงนางจะไม่ได้เป็นคนทำให้เจ้าเจ็บ แต่นางกลับปกปิดเรื่องที่เกิดขึ้น แถมยังขังเจ้าไว้ในวังอีก นี่ก็นับเป็นความผิดเช่นกัน”“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ข้าเป็นคนบอกให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเองค่ะ ไม่อยากให้ท่านพ่อเป็นห่วง”“ถึงจะเป็นเช่นนั้น ข้าในฐานะพี่ชายก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี...”“ขอบคุณท่านดยุคมากนะคะ แต่ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ”“หากเจ้าต้องการอะไรเป็นการไถ่โทษ ข้าจะจัดการหามาให้เจ้าทุกอย่างเลย”“ทุกอย่าง จริง ๆ เหรอคะ”“ใช่ ตามที่เจ้าปรารถนา”“ข้ามีอย่างหนึ่งที่อยากจะขอค่ะ ข้าอยากออกไปเที่ยวเล่นนอกปราสาท ท่านช่วยขอท่านพ่อให้ข้าได้มั้ยคะ”“ได้ซิ ข้าจะจัดการให้”“ขอบคุณนะคะ”หลังจากที่ท่านดยุคเอ่ยปากว่าจะช่วย ท่านพ่อก็ต้องอนุญาตอย่างจำใจ ด้วยการรับปากอย่างหนักแน่นว่าจะดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างดีที่สุดในคำขอนั้นฉันมีข้อแม้หนึ่งอย่าง คือ ขอให้องค์หญิงเบลไปด้วย ฉันไม่ยอมไปกับท่านดยุคแค่สองต่อสองแน่นอน แบบนั้นมันอันตรายเกินไป ชวนองค์หญิงเบลไปด้วยอุ่นใจกว่าหลังจากได้รับคำอนุญาตฉันก็ส่งนัดเวลากับสถานที่ให้องค์หญิงเบลทันที ฉันจะได้ไปเที่ยวแล้วโว้ยยยยยยย ครั้งนี้เป็นการไปเที่ยว ณ จัตุรัสริมทะเลสาบ ท่านดยุคบอกว่ายังไม่สะดวกมา ให้ฉันไปเที่ยวกับองค์หญิงตามลำพังก่อน โดยมีการส่งอัศวินสามคนมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้“เลดี้ไอรีนน เป็นอย่างไรบ้างคะ ข้าเป็นห่วงท่านมากเลยค่ะ”“ข้าหายดีแล้วค่ะ ดูนี่ซิคะ ข้าเดินได้ปกติแล้วววว”“ดีจังเลยค่ะ”“เราไปเที่ยวร้านขายของจากต่างแดนฝั่งโน้นมั้ยคะ ข้ายังไม่เคยไปเลย”“ร้านริมทะเลเหรอคะ”“ใช่ค่ะ”“แต่ตรงนั้นมันค่อนข้าง....”ใช่ซิ มันอันตรายสำหรับฉันเนี่ยะแหละ ผู้หญิงผมแดง ที่มีข่าวลือว่าร้ายกาจ แถมยังมีตำนานที่ดูจะเกี่ยวข้องกับไซเรน (Siren; นางเงือก) อี๊กกกก มีไซเรนที่ไหนบ้างว่ายน้ำไม่เป็น เขาจะแตกตื่นกันขนาดไหนถ้าเห็นฉัน“เราก็ไปแปลงโฉมกันก่อนไงคะ รับรองไม่มีใครจำได้แน่นอน”“แต่ยังไงก็ยังมีอัศวินอีกตั้ง 5 คน มาติดตามนะคะ ต่อให้ปลอมตัวยังไง ก็ต้องมีคนจับได้อยู่ดีนี่คะ”“ไม่ต้องห่วงค่ะ ข้ามีวิธี”“แต่ ๆ .........”“ไปกันเถอะค่ะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายคัดค้าน ไอรีนรีบดึงมีของเบลให้ตามไปในทันทีหลังจากนั้นพวกเราก็ไปที่ร้านตัดชุดของบารอนที่เก่งที่สุด พี่เบตตี้เคยเชิญช่างตัดเสื้อคนนี้มาที่ปราสาทบ่อย ๆ โดยเฉพาะตอนฉันต้องไปงานสำคัญ บารอนคือเก่งเว่อร์ ทำตามบรีฟได้เป๊ะ ชุดเหลืองที่โดนท่านบารอนตกให้ตัดเต็มตู้ช่วยคอนเฟิร์มได้“สวัสดีค่ะเลดี้ไอรีน วันนี้มีอะไรให้ข้ารับใช้คะ”“มีเรื่องให้ท่านบารอนช่วยอย่างแน่นอนค่ะ คือข้ามีงานเลี้ยงเล็ก ๆ น่ะค่ะ อยากให้ท่านบารอนช่วย”“ได้อย่างแน่นอนค่ะ”“ข้าอยากได้ชุดที่ดูแตกต่างค่ะ งานนี้ต้องเนียนสุด ๆ เลยคนะคะ”“ได้ค่ะ ชุดที่เลดี้ต้องการนี่ดู....แปลกใหม่ดีนะคะ”“ใช่ค่ะ งานเลี้ยงก็ต้องพิเศษเสมอนี่คะ ~ ~ ~”“สำหรับเลดี้แล้ว ย่อมได้เสมอค่ะ”“ท่านบารอนใจดีกับข้าทุกครั้งเลยยยย ขอบคุณนะคะ ~ ~ ~” ฉันเจอท่านบารอนบ่อยจนมองตาก็รู้ใจ ไม่ว่าจะพูดแบบไหนก็ทำได้หมด ไม่เลยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้งจริง ๆ ปลื้มมมมมมมหลังจากที่พูดคุยกับท่านบารอนอยู่นานสองนาน ก็ได้เป็นชุดแบบตะวันออกกลาง ปิดทุกส่วน เหลือแต่ตาแล้ว ใครยังจะจำได้อีกให้มันรู้ไป.....“เป็นอย่างไรบ้างคะ พอใจกับชุดนี้หรือไม่คะ”“แน่นอนค่ะ ข้าปลื้มมากกกกกกก ท่านบารอนไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ ค่ะ”“องค์หญิงล่ะคะ ชอบหรือไม่”“ข้าชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”องค์หญิงเบลเลือกที่จะแต่งตัวเป็นหญิงสาวธรรมดาแทน แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความออร่านี้ได้เลยยย ฉันอดกังวลไม่ได้จริง ๆ ว่าจะมีพวกแปลก ๆ มายุ่งกับองค์หญิงรึเปล่า แต่ฉันนี่แหละ จะปกป้ององค์หญิงสุดชีวิตตตตต“ท่านบารอนคะ ข้าขอใช้ทางออกอื่นได้มั้ยคะ พอดีข้าไม่ค่อยอยากเป็นที่สนใจเท่าไหร่”“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” หลังจากนั้นท่านบารอนก็พาพวกเราออกทางหลังร้านโดยที่พวกอัศวินไม่ทันสังเกตเห็น ภารกิจหนีเที่ยวได้เริ่มต้นขึ้น...“เครื่องประดับและข้าวของที่นี่สวยมากเลยนะคะ”“ใช่ค่ะ ข้ายังไม่เคยเห็นข้าวของที่สวยขนาดนี้ที่จัตุรัสในเมืองเลยค่ะ โดยเฉพาะสร้อยที่ส่องแสงสีทองวิบวับพวกนี้ งานละเอียดมากเลยนะคะ”“ใช่ค่ะ สร้อยก็สวย ผ้าไหมก็มีลายแปลกตาเต็มเลย”องค์หญิงเบลดูจะชอบเครื่องประดับมาก พาเดินดูไม่หยุดเลยยยย ผู้คนแถวท่าเรือพลุกพล่านมาก เนื่องจากจุดนี้เป็นจุดแรกที่มีการเอาของข้ามน้ำข้ามทะเลมาขาย ราคาก็จะถูกกว่าในเมือง เนื่องจากยังสามารถต่อรองกับผู้ค้าได้โดยตรง แถมตรงนี้ยังเป็นที่รวมตัวของคนหลากหลายเชื้อชาติ พวกเราจึงไม่ได้ดูแปลกแยกหรือถูกจับตามองเผลอแป๊บเดียวองค์หญิงหายไปไหนแล้ว คงไม่ได้เกิดเรื่องไม่ดีใช่มั้ยเนี่ยะ“เบล เบล เบล” ฉันทำได้แค่เดินหาแล้วเรียกองค์หญิงไปเรื่อย ๆ ไอรีนเดินตามหาเบลอย่างร้อนใจไปเรื่อย ๆ ในใจภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายกับเบลเลย“ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”ไอรีนจำเสียงนั้นได้ในทันที พร้อมรีบเร่งฝีเท้าไปยังต้นเสียงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้คนร้ายหนึ่งคน กำลังฉุดกระชากเบลไปที่ไหนสักแห่ง ไอรีนหลบอยู่ตรงเสาและกำท่อนไม้ในมือไว้แน่น ก่อนจะรอจังหวะให้โจรเข้ามาใกล้ไอรีนง้างไม้และฟาดอย่างเต็มแรงไปที่คนร้าย ก่อนจะคว้ามือเบลวิ่งหนีไปด้วยกัน ทั้งคู่วิ่งไปด้วยกันอย่างเร็วที่สุดก่อนเบลจะสะดุดล้ม“โอ๊ย....” ทั้งคู่วิ่งไปด้วยกันอย่างเร็วที่สุดก่อนเบลจะสะดุดล้ม ราวกับฉากหนึ่งของนางเอกในละคร!?“องค์หญิงเบลเป็นอย่างไรบ้างคะ”“ข้าปวดขานิดหน่อยค่ะ โอ๊ยย”“ฝืนวิ่งต่ออีกนิดนะคะ ข้าเชื่อว่ามันคงไม่ได้มาคนเดียวแน่ อีกนิดก็จะถึงท่าเรือแล้ว พวกมันไม่กล้าทำอะไรพวกเราแน่นอน”“โอ๊ย ข้าคงเดินต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ”ไอรีนผู้เสพละครมาเยอะก็พอจะเดาสถานการณ์ได้ จึงรีบพยายามพาองค์หญิงเบลไปหลบหลังลังไม้อย่างทุลักทุเล“ไหนล่ะ ผู้หญิงที่เจ้าว่า”“พวกนางวิ่งมาแถวนี้แหละครับ”“แยกกันหาให้ทั่ว”มีพวกของโจรมาเพิ่มอย่างที่ไอรีนคิดไว้จริง ๆ แต่โชคยังดีที่มีกองลังไม้อยู่แถวนั้นค่อนข้างเยอะ ทั้งสองคนจึงหลบได้อย่างแนบเนียน แต่โจรทั้งหมดก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปง่าย ๆ ยังคงค้นหากันอยู่ใกล้ ๆถ้านี่เป็นละครหรือนิยายสักเรื่องที่มีพล็อตคล้าย ๆ กัน คงเดาได้ไม่ยากเลยว่าระหว่างที่พระเอกกำลังพานางเอกหลบผู้ร้าย ก็คงจะมีฉากที่มี ขวดไร้ที่มาที่ไป ไม่น่าจะมาวางอยู่ตรงนี้ได้ มาวางให้นางเอกชน จนคนร้ายรู้ที่ซ่อนตัว และใช่นี่ก็คือนิยาย“กริ๊ง ๆ ๆ ๆ” ท่ามกลางความเงียบก็มีขวดกลิ้งออกมาจากกองลังไม้กองหนึ่ง“จับพวกนาง!!!”“ชิ_หายแล้ว วิ่งค่ะ” ไอรีนจับมืออีกฝ่ายวิ่งทันที แต่แรงวิ่งของผู้หญิงสองคนคงจะไม่เร็วเท่าผู้ชายห้าคน ในที่สุดคนร้ายก็จับตัวทั้งสองคนได้อย่างง่ายดาย“ให้ข้าหาตั้งนานเลยนะ” หัวหน้าโจรเดินมาดึงผ้าปิดหน้าของไอรีนออก“หึ คงจะขายได้ราคาไม่น้อย สาวใช้คนนี้พาคนนี้พาขึ้นเรือไปได้เลย ส่วนผู้หญิงผมแดงคงพาขึ้นเรือไปด้วยไม่ได้ พาไปส่งให้คนของเราที่ชายแดนแทน”ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้หญิงผมแดงคนหายนะของเรือ เนื่องจากชาวเรือส่วนใหญ่เชื่อในเรื่องของไซเรน ดังนั้นจึงไม่พาไอรีนขึ้นเรือไปด้วย เจ้าโจรชั่วจับทั้งสองคนแยกจากกัน โดยไม่สนใจเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนทั้งคู่ไอรีนถูกปิดปาก มัดมือมัดเท้า ก่อนที่จะจับใส่รถม้าเพื่อมุ่งหน้าไปชายแดน ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดต่อองค์หญิงเบล....... TALK: น้อนควรเลิกออกจากบ้านนะ........ไรท์ขอโทษนะคะ หายไปนานเลย พอดีงานประจำยุ่งมากกกก แต่ไรท์จะพยายามมาอัพบ่อย ๆ นะคะ กราบขอบพระคุณนักอ่านที่ยังไม่เทไรท์กับน้อนนะคะเรื่องคำผิดกับคำซ้ำ ไรท์จะพยายามปรับปรุงให้ผิดน้อยที่สุดนะคะ ไรท์เขียนจบแล้วลงเลย อาจจะตรวจทานไม่ดี หากพบเห็นคำผิดแจ้งไรท์ได้เลยนะคะขอบคุณรี๊ดทุกคนนะคะ ที่คอยคอมเม้นให้น้อนเสมอ