“น้องชาย อย่าพูดจาส่งเดชสิถ้าไม่ใช่สัตวแพทย์สัตว์อสูร อย่าพูดมั่วๆ นะ!”
“คุณฉินอย่าไปฟังเด็กเมื่อวานซืนพูดพล่อยๆ เลย”
จากนั้นลั่วซานเหนียงก็โน้มตัวกระซิบข้างหูเซี่ยวซิงอวี่“หนุ่มน้อย นี่คุณหนูแห่งสมาคมชางฉยง ถ้านายใช้ยาผิดๆทำให้โรคของจิ้งจอกสายฟ้าสามหางกำเริบขึ้นมา นายซวยแน่!”
เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มตไม่พูดอะไรเขามั่นใจในฝีมือการรักษาของตัวเองเป็อย่างดี
ฉินเยียนหรานจ้องเซี่ยวซิงอวี่แล้วถามว่า“นายแน่ใจนะว่าจะรักษาลู่ลู่ของฉันให้หายได้?”
เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้า
“ก็ได้ ฉันจะเชื่อใจนายสักครั้งสั่งยามาสิ”
ฉินเยียนหรานก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพอได้เจอเซี่ยวซิงอวี่ครั้งแรก ก็รู้สึกสนิทใจอย่างบอกไม่ถูกจนเลือกที่จะเชื่อเด็กหนุ่มคนนี้โดยไม่รู้ตัว
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็เพราะฉินเยียนหรานทุ่มเงินก้อนโตจ้างหมอสัตว์อสูรมาหลายคนแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถรักษาอาการป่วยของจิ้งจอกสายฟ้าสามหางให้หายขาดได้
พอมาเจอเซี่ยวซิงอวี่คราวนี้ เลยถือคติยามจนตรอกก็ต้องลองดู
“ซานเหนียงรบกวนคุณจัดยาตามใบสั่งของผมด้วย”
ลั่วซานเหนียงหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา
“ดอกไม้สงบิญญาหนึ่งดอก บดให้ละเอียดแช่น้ำร้อน”
“เติมตัวเร่งปฏิกิริยาธาตุสายฟ้าหนึ่งขวด”
“เติมแก่นอสูรธาตุน้ำระดับสมบูรณ์หนึ่งเม็ดรอให้ละลาย”
“ขั้นตอนสุดท้าย...”
เซี่ยวซิงอวี่ร่ายยาวลั่วซานเหนียงจดทุกอย่างลงบนกระดาษ แล้วจัดยาตามใบสั่งนั้น
ในร้านขายสัตว์อสูรมีทุกอย่างอยู่แล้วขั้นตอนการจัดยาจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
“ลู่ลู่ อ้าปาก”
ฉินเยียนหรานป้อนยาที่ปรุงเสร็จแล้วใส่ปากจิ้งจอกสายฟ้าสามหาง
หลังจากกินยาเข้าไป ไม่ถึงนาทีกระแสไฟฟ้าที่ควบคุมไม่ได้บนร่างของจิ้งจอกสายฟ้าสามหางก็ค่อยๆ หายไป
ดวงตาที่ดุดันกลับมาอ่อนโยนขนที่ฟูฟ่องของหางทั้งสามค่อยๆ ลู่ลง
เมื่อเห็นภาพนั้นฉินเยียนหรานก็ดีใจจนเกือบอาการไม่อยู่
“ลู่ลู่หายป่วยแล้ว!”
โดยธรรมชาติแล้วจิ้งจอกสายฟ้าสามหางเป็สัตว์ที่เชื่องมาก มันหมอบลงข้างๆฉินเยียนหรานอย่างว่าง่าย ยื่นลิ้นเลียหลังมือของฉินเยียนหราน
จากนั้นจิ้งจอกสายฟ้าสามหางก็เดินไปหาเซี่ยวซิงอวี่ ก้มหัวลงเล็กน้อย ยกขาหน้าขึ้นเป็การแสดงความขอบคุณต่อเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่ยื่นมือไปลูบหัวจิ้งจอกสายฟ้าสามหาง
จิ้งจอกสายฟ้าสามหางหลับตาพริ้มท่าทางดูมีความสุข
ลั่วซานเหนียงมองจนตะลึง
“เหลือเชื่อเกินไปเด็กคนนี้เป็หมอเทวดาจริงๆ ด้วย!”
ฉินเยียนหรานเดินไปหาเซี่ยวซิงอวี่แล้วยิ้มหวานให้
“น้องชายขอบใจนะที่รักษาลู่ลู่ของฉันให้หาย”
“พี่สาวก็พูดเกินไป”
“นายชื่ออะไร?”
“เซี่ยวซิงอวี่”
“ฉันชื่อฉินเยียนหรานต่อไปนี้เราเป็เพื่อนกันนะ ไม่สิ ต่อไปนี้ฉันเป็พี่สาวนาย!”
ฉินเยียนหรานเป็คนตรงไปตรงมา จู่ๆก็โผเข้ากอดเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่รู้สึกเหมือนหัวของตัวเองถูกห่อหุ้มด้วยอะไรนุ่มๆเกือบจะเืกำเดาไหล
“ผู้หญิงคนนี้ ช่างมีน้ำใจเหลือเกิน...”
“น้องเซี่ยว ต่อไปนี้ฉันเป็พี่สาวนายนายก็เป็น้องชายฉัน ในเมืองหลงอิ่นแห่งนี้ ไม่มีใครกล้ามาหาเื่นายแล้ว!”
เซี่ยวซิงอวี่พูดเสียงแ่ๆ ว่า“ผมมีพี่สาวแท้ๆ คนหนึ่งแล้ว”
“มีพี่สาวแท้ๆ แล้วทำไมฉันเป็พี่สาวบุญธรรมนาย มันก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
เซี่ยวซิงอวี่หน้าตาหล่อเหลาแถมยังมีความรู้ทางการแพทย์ ทำให้ฉินเยียนหรานรู้สึกชื่นชอบจึงตัดสินใจรับเซี่ยวซิงอวี่เป็น้องชายบุญธรรม
ลั่วซานเหนียงยุยงอยู่ข้างๆ
“น้องชายได้เป็น้องชายบุญธรรมของคุณฉินเนี่ย โชคดีสุดๆ ไปเลยนะ!”
ต่อจากนั้นฉินเยียนหรานก็เริ่มพูดคุยกับเซี่ยวซิงอวี่เมื่อรู้ว่าเซี่ยวซิงอวี่สอบเข้าเรียนที่สถาบันชิงหลงจากเมืองเล็กๆก็ยิ่งชื่นชมในตัวน้องชายคนนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก
“นายมีพร์แถมยังเก่งเื่การแพทย์อีก ฉันมีน้องชายบุญธรรมอย่างนาย ฉันภูมิใจมากจริงๆ!”
“ว่าแต่ นายมาที่ร้านขายสัตว์อสูรจะมาซื้ออะไรเหรอ?”
ฉินเยียนหรานเข้าเื่
เซี่ยวซิงอวี่ยังไม่ทันได้พูดอะไรลั่วซานเหนียงก็ชิงตอบ
“คุณฉินเขามาซื้อน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟ”
“แต่เขามาจากเมืองเล็กๆเงินในกระเป๋าไม่พอ ก็เลย...”
ลั่วซานเหนียง นี่ไม่ใช่ชิงตอบแล้วนี่มันเป็การขายของอย่างเต็มที่เลยต่างหาก!
ฉินเยียนหรานหยิบบัตรธนาคารออกมาวางบนเคาน์เตอร์
“ซานเหนียง ในบัตรมีอยู่ 5 แสน เอาน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟ คุณภาพดีที่สุดในร้านของเธอออกมาเลย!”
“ได้เลยค่ะคุณฉิน!”
ลั่วซานเหนียงวิ่งไปที่โกดังด้านหลังไม่กี่นาที ก็วิ่งกระดี๊กระด๊ากลับมา ถือน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟมาห้าขวด
น้ำยาบำรุงมีคุณภาพต่างกัน ราคาก็ต่างกัน
นี่คือน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟคุณภาพดีที่สุดในร้านราคาขวดละ 1 แสน
ฉินเยียนหรานส่งน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟทั้งห้าขวดให้เซี่ยวซิงอวี่
“พี่สาว คือว่า...”
“เซี่ยวซิงอวี่ตอนนี้นายเป็น้องชายของฉัน พี่สาวให้เงินน้องชายมันเป็เื่ที่สมควรแล้วนี่น่า!”
“ถ้าอย่างนั้น~ ถ้าอย่างนั้นผมก็คงต้องรับไว้ด้วยความเกรงใจขอบคุณพี่สาวครับ”
เซี่ยวซิงอวี่พูดจาอย่างเกรงใจแต่มือกลับเร็วยิ่งกว่าใคร
ลั่วซานเหนียงพึมพำบ่นอยู่ข้างๆ“ช่างเป็การ ‘เกรงใจ’ เสียจริงๆ!”
หลังจากที่เซี่ยวซิงอวี่รับของขวัญที่ฉินเยียนหรานให้มาแล้วก็คิดในใจ
“ดูเหมือนว่านี่คือค่าตอบแทนของวิชาแพทย์สัตว์อสูรงั้นสินะสามารถขยายความสัมพันธ์ สร้างมิตรไมตรีกับคนได้มากขึ้น”
เนตรปีศาจของเซี่ยวซิงอวี่สามารถมองทะลุค่าสถานะและอาการป่วยของสัตว์อสูรได้ทั้งยังวิเคราะห์ใบสั่งยาได้อีกด้วย
นี่เท่ากับว่านอกเหนือจากอาชีพผู้ควบคุมสัตว์อสูรแล้วเขายังมีอาชีพหมอรักษาสัตว์อสูรอีกด้วยหรือนี่
สมาคมฝึกสัตว์อสูรทุกแห่งล้วน้าคนที่มีความสามารถรอบด้านแบบเซี่ยวซิงอวี่
อพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัว
เซี่ยวรั่วเสวี่ยนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารสีหน้ากระวนกระวาย
บนโต๊ะมีอาหารสี่อย่างกับซุปหนึ่งถ้วยที่ค่อยๆ คลายความร้อนลง
“กับข้าวเย็นหมดแล้วเสี่ยวอวี่ยังไม่กลับมาอีก...”
ในขณะที่เซี่ยวรั่วเสวี่ยกำลังจะออกไปตามหาน้องชายประตูก็เปิดออก
“พี่ ผมกลับมาแล้ว!”
“เ้าเด็กเหลือขอ ทำไมนายเพิ่งกลับมากับข้าวจะเย็นหมดแล้วนะ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นให้!”
“ไม่เป็ไร เย็นๆ ผมก็กินได้!”
เซี่ยวซิงอวี่นั่งลงหยิบชามตะเกียบขึ้นมากินอย่างตะกละตะกลาม
เซี่ยวรั่วเสวี่ยเท้าคาง มองอยู่ข้างๆด้วยสายตาเอ็นดู
“เ้าทึ่ม กินช้าๆ หน่อยเดี๋ยวก็ติดคอหรอก”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยขมวดคิ้ว จมูกขยับเล็กน้อยได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากตัวเซี่ยวซิงอวี่
“เสี่ยวอวี่ ออกไปข้างนอกคราวนี้ไปออกเดตมาเหรอ?”
“พี่ อย่าพูดไร้สาระสิผมไปที่ร้านขายสัตว์อสูรมาซื้อน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟคุณภาพสูงห้าขวดมาให้เฮยเฟิงเลื่อนขั้น”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยมองไปที่กระเป๋าของเซี่ยวซิงอวี่
“น้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟคุณภาพแบบนั้นดูยังไงก็ไม่ใช่ถูกๆ รวมๆ แล้วคงหลายแสน นายเอาเงินมาจากไหน?”
พอพูดถึงตรงนี้เซี่ยวซิงอวี่ก็จำต้องตอบตามความจริง
“มันก็บังเอิญน่ะผมช่วยผู้ควบคุมสัตว์อสูรหญิงคนหนึ่งรักษาสัตว์อสูรของเธอให้หายเธอชื่อฉินเยียนหราน”
“เธอดีใจ ก็เลยรับผมเป็น้องชายบุญธรรม”
“ค่าน้ำยาบำรุงสัตว์อสูรธาตุไฟเธอเป็คนจ่ายให้”
“พี่ ผมกินไม่อิ่มตักข้าวให้ผมอีกชามหน่อยสิ”
“พี่...”
ท่าทีที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวของเซี่ยวซิงอวี่ก็หยุดชะงักลงทันทีจนตัวสั่นเทิ้ม
“พี่ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมกลัว~”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยปกติอ่อนโยน อ่อนหวานปฏิบัติต่อน้องชายด้วยรอยยิ้มเสมอมา
แต่ในขณะนี้สายตาของเซี่ยวรั่วเสวี่ยเย็นเยียบราวกับอยู่ในห้องแช่แข็ง
“เก่งนี่ เซี่ยวซิงอวี่มีพี่สาวเพิ่มมาคนหนึ่ง แล้วพี่ล่ะ นายเอาพี่ไปไว้ตรงไหน?”
“พี่เป็พี่แท้ๆ เธอเป็แค่พี่สาวบุญธรรม”
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเซี่ยวซิงอวี่พยายามเปลี่ยนเื่
“พี่ ผมหิว ตักข้าวให้ผมอีกชามหน่อยสิครับ~”
“โอ้ หิวเหรองั้นให้พี่สาวบุญธรรมของนายตักข้าวให้กินสิ!”
“พี่~”
“ฉันไม่ใช่พี่ของนายพี่สาวนายชื่อฉินเยียนหราน~”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยโยนผ้ากันเปื้อนทิ้งกลับเข้าไปในห้องนอน แล้วล็อกประตู กลิ่นอายความหึงหวงอบอวลไปทั่วห้อง
เซี่ยวซิงอวี่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ผมแค่รับพี่สาวบุญธรรมมาคนเดียวทำไมถึงรู้สึกผิดเหมือนถูกจับได้ว่านอกใจเมียเลยล่ะ?”