บทที่ 7 คืนก่อนงานวิวาห์ (่ต้น)
วันแล้ววันเล่าที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า หลังจากมีประกาศพระราชทานงานแต่งงานหลวงระหว่างองค์ชายลำดับที่สองของจักรวรรดิ และดยุกผู้ปกครองแห่งแดนเหนือ กำหนดการจัดงานจะมีหลังจากนั้นสองเดือน
ช่างเป็สองเดือนที่หลากหลายความรู้สึกสำหรับเรนเดล ชายหนุ่มเดินวกไปวนมาในภายในห้องของตน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล พรุ่งนี้จะเป็งานวิวาห์ของเขา ข้างนอกนั้นมีบ่าวรับใช้ที่เดินไปมาอยู่ตลอด บ้างก็ถือช่อดอกไม้ บ้างก็ข้าวของเครื่องใช้ ชุดแต่งงานสุดหรูหราที่สั่งตัดไปั้แ่มีจดหมายตอบกลับ ก็แขวนอยู่ข้าง ๆ กับกระจกเงาบานใหญ่ มารดาก็เดินทางจากบ้านเกิดมาถึงราชวังเมื่อต้นสัปดาห์ ทว่าจนปานนี้แล้วยังไร้วี่แววของคู่วิวาห์
ริมฝีปากอิ่มสีสด ขบกันเบา ๆ พอให้รับรู้ถึงความเจ็บ เรนเดลเป็คนที่มีผิวขาว เขาเรียนดาบ เรียนใช้อาวุธ ควบม้าบึ้งทะยานก็จริง แต่น้อยมากที่แสงแดดจะเผาผิวขาว ๆ ที่ได้มาจากพันธุกรรมนี้ให้หมองลงได้ เมื่อเขากัดริมฝีปากตัวเอง มันจึงขึ้นสีชมพูสดมากกว่าเดิมเสียอีก
“เฮ้อ..” มารดาผู้ให้กำเนิดถอนหายใจ เมื่อเห็นท่าทีของลูกชาย...เป็เอามากแฮะ
ยามาเรียเลือกที่จะมานั่งจิบชาตอนบ่ายแก่ ๆ ที่ห้องของลูกชาย ทว่าช่างน่าผิดหวัง ลูกชายของเธอดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะได้เข้าสู่งานวิวาห์ในวันพรุ่งนี้เลยสักนิด ทั้งกระวนกระวาย ความคิดดูเหมือนจะยุ่งเหยิงตีกันไปหมด เดี๋ยวผุดลุกผุดนั่ง ขนาดถ้วยชาของเด็กหนุ่มน้ำชายังเหลือเท่าเดิมอยู่เลย
“ท่านแม่ขอรับ หรือว่าเขาจะไม่มาอย่างนั้นหรือขอรับ”
“มาสิ มาอยู่แล้วละ งานแต่งที่ราชวงศ์จัดเชียวนะ ถึงจะเป็ดยุกจากแดนเหนือก็คงไม่กล้าฉีกหน้าพระอาทิตย์ของจักรวรรดิหรอก” งานแต่งที่ได้รับพระราชทานนั้น ไม่ใช่ว่าเป็ราชวงศ์แล้วจะได้รับ งานแต่งงานขององค์ชายลำดับที่หนึ่ง ที่เพิ่งจัดไปเมื่อครึ่งเดือนก่อนก็ไม่ได้รับสมรสพระราชทาน
สำหรับงานแต่งนั้นทางราชสำนักจะเป็คนจัดเตรียมสถานที่ พิธีต่าง ๆ รวมถึงอาหารจัดเลี้ยงให้กับคู่สมรสทั้งหมด พวกเขามีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือเตรียมตัวเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่โบถ์หลวงในราชวังเท่านั้น ไม่ว่าอยู่แห่งหนใดในอาณาจักร ก็จะต้องเดินทางมา เพราะราชวงศ์ไม่เดินตามผู้ใด นั่นเป็กฎที่ต้องทำตาม เป็สิ่งที่ต้องแลกหากอยากได้เกียรติยศไว้ประดับบารมี
“แต่พรุ่งนี้ก็วันงานแล้วนะขอรับ เขายัง...ไม่มาเลย”
“ลูกก็รู้ใช่ไหม คู่สมรสจะมาพบกันก่อนวันวิวาห์ไม่ได้เป็เวลาสองสัปดาห์เพราะแบบนั้น...ไม่ต้องห่วงไปหรอก เขาอาจจะกำลังมาอยู่ก็ได้ ตื่นเต้นได้นะ แม่เข้าใจ แต่อย่าลืมพักผ่อนละ”
เรนเดลถอนหายใจ เขาหยุดเดิน ก่อนจะทรุดลงนั่งบนเก้าอี้นุ่มตรงข้ามกับมารดา เขายกชาที่เกือบจะเย็นเข้าปากด้วยความกระหาย
ยามาเรียเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอกรีดนิ้ววางถ้ายชาลงบนจานรอง ก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงสดกล่องเล็ก ๆ ออกมากล่องหนึ่ง เธอเปิดมันออกเบา ๆ เผยให้เห็นเข็มกลัดลวดลายวิจิตรตามฉบับของโซนาริส มันเป็ทองคำขึ้นรูปเป็เถาองุ่น โอบล้อมรอบไพลินเนื้อใสที่ถูกเจียระไนเหลี่ยมให้คล้ายเพชรทรงสี่เหลี่ยม
ที่ลอมบาร์เดียนั้นเชื่อกันว่าเถาองุ่นมีความหมายลึกซึ้งเหมาะแก่การอวยพรให้กับการแต่งงาน เป็ความหมายเชิงสัญลักษณ์ สื่อถึง ความสัมพันธ์ที่เติบโต ผูกพัน และการให้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ เปรียบดั่งการดูแลและตัดแต่งเถาองุ่นให้เลื้อยขึ้นค้างอย่างเป็ระบบเป็เหมือนกับการสร้างชีวิตคู่ เพื่อให้แตกกิ่งก้านสาขาเจริญงอกงามและออกผลแห่งความสุข มอบความสุขสำเร็จให้กับครอบครัวใหม่ที่กำลังจะเกิด
“เข็มกลัดชิ้นนี้ แม่สั่งทำขึ้นมาใหม่ ไพลินนี้เป็ยอดเทียร่าของคุณยายที่ตกทอดต่อ ๆ กันมาในตระกูลของท่าน ยายให้แม่ในวันแต่งงาน แม่คิดอยู่นานว่าจะให้อะไรกับลูก มันมีคุณค่ากับแม่มาก และแม่อยากให้ลูกเก็บรักษามันต่อ ส่งให้กับลูกของลูกต่อ ๆ ไป”
เรนเดลรับกล่องกำมะหยี่นั้นมามือมารดา ความประณีตในการขึ้นรูปทองคำชิ้นนี้นั้นละเอียดมาก การเล่นแสงของไพลินก็วิบวับราวกับเป็เพชร
“มันงดงามมากขอรับ ขอบคุณท่านแม่”
“มานี่มา” เธอว่า สองแขนเล็ก ๆ อ้าออกเพื่อรับร่างของบุตรชายที่โผเข้าอ้อมกอดของเธอ
“แม่คงเหงาแน่เลย แต่งงานแล้วก็ต้องไปอยู่ปราสาทดยุก” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงติดเล่นปนสะอื้น บุตรชายเพียงคนเดียวของเธอ โตขนาดนี้แล้ว อ้อมกอดของเธอแทบจะโอบตัวลูกชายเอาไว้ไม่มิด
“ข้าจะเขียนจดหมายหาท่านบ่อย ๆ ” เรนเดลเอ่ยเสียงอู้อี้ ยามาเรียยิ้มอ่อน ดูเถิดตัวโตขนาดนี้แล้วยังร้องไห้จนเธอรู้สึกถึงไออุ่นจากน้ำตาลูกที่ซึมผ่านเสื้อเชียว มือบางตบหลังบุตรชายพลางโยกเบา ๆ
“ลูกสัญญาแล้วนะ”
ร่างสองร่างกอดกันกลมอยู่อย่างนั้น จนพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงสีส้มพาดผ่านท้องฟ้า ราวกับการจากลาวนกลับมาอีกครั้งแล้วในวันนี้
ตกดึก รอบข้างเริ่มเงียบสงัด แต่ถึงอย่างนั้นองค์ชายลำดับที่สองของจักรวรรดิกลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น เรนเดลสะบัดผ้าห่มที่คลุมกายออก เขาเปิดประตูระเบียงออกไป ด้านหลังห้องของเขาเป็อุทยานที่เขาชอบพาเ้าเออร์วิล เ้าม้าสีน้ำตาลตัวโปรดแสนขี้บ่น และเอาแต่ใจเป็ที่หนึ่งไปเดินเล่น
สงบเหลือเกิน
เรนเดลกระชับผ้าคลุมไหล่ผืนบางก่อนจะปีนขึ้นไปบนระเบียงอย่างระมัดระวัง จับกิ่งไม้ที่พาดอยู่ก่อนจะพาตัวเองไต่ลงไปอย่างช่ำชอง
ใช่แล้ว...นี่คือทางลับหนีเที่ยวของเขาเอง เขาค้นพบมันั้แ่ยังเป็เด็กน้อย เมื่อไหร่ที่นอนไม่หลับ หรือเมื่อไหร่ที่ถูกมารดาลงโทษกักบริเวณ ยามเบื่อ ๆ เขาจะปีนต้นไม้ต้นนี้ลงไปวิ่งเล่นในอุทยาน และถ้าหากลัดเลาะไปตามรั้วจนไปถึงตึกที่พักของบ่าวรับใช้ที่ทำงานในราชวัง ก็จะสามารถเล็ดลอดออกไปเที่ยวเล่นในเมืองได้ด้วย
ต้นไม้ต้นนี้มีอายุหลายสิบปี มันใหญ่โตและเต็มไปด้วยกิ่งก้านที่ปีนป่ายได้ง่าย ไม่รู้ว่ามันหยุดการเจริญเติบโตไปแล้วหรือเปล่า เพราะมันแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยตลอดยี่สิบปี
ตุบ!
เสียงของหนักหล่นกระทบพื้นหญ้าดังขึ้นเบา ๆ เรนเดลที่ลงมาถึงพื้นอย่างปลอดภัยด้วยเท้าเปล่า เขาเดินช้า ๆ ไปยังอุทยานที่เขาคุ้นเคย คืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง มันสว่างเสียจนไม่ต้องใช้แสงเทียนนำทาง เขาเดินเรื่อย ๆ ไปจนถึงใต้ต้นหลิวต้นโปรดที่คุ้นเคย
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เวลาเท่าไหร่แล้ว สายลมเย็นพัดเบา ๆ จนใบหลิวส่งเสียงเสียดสีเบา ๆ
พรุ่งนี้จะเป็อย่างไรหนอ เขานึกภาพไม่ออกเลย
“ท่านนอนไม่หลับหรือ” เสียงทุ้มที่ดังกระทบโสตประสาท ช่างเป็เสียงที่ไม่คุ้นเคยนัก เรนเดลหันไปทางต้นเสียง
“อ๊ะ!” เขาส่งเสียงร้องอย่างใเบา ๆ เมื่อหันมาปะทะเข้ากับอกแกร่ง ลำแขนแข็งแรงโอบรอบเอวเขาไว้อย่างถือวิสาสะ
“ดยุก? ทำไมท่านมาอยู่นี่?” เรนเดลทำสีหน้าแปลกใจอย่างไม่ปิดบัง และเขาไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดแข็งแรงนั้นเลยสักนิด ราวกับว่าคุ้นเคยกับมันเป็อย่างดี
“เพราะทันเห็นหลังท่านไว ๆ กระมัง”
“เลยตามมาหรือ”
“ท่านช่างงดงามนักยามอยู่ใต้แสงจันทร์ท่ามกลางแมกไม้แบบนี้” ร่างสูงโน้มลงกระซิบข้างหู ก่อนจะงับใบหูอ่อน เขาสอดลิ้นชอนไช จนผู้ถูกคุกคามเผลอส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ
มือหนาบีบคางของเ้าชาย ก่อนจะฉกลิ้นเข้าไปกวาดความหวานหอมอย่างถือดี เขาดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ มือหยาบดึงผ้าคลุมไหล่ของคนเตี้ยกว่าทิ้งลงไปพื้น เขาค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อนอนของว่าที่คู่สมรสอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อท่อนบนของร่างสูงโปร่งเปลือยเปล่า เขาก็ประคองอีกฝ่ายนอนลงไปกับพื้นหญ้า ไม่ลืมที่จะปูผ้าคลุมไหล่รองไว้บนพื้นอีกที
“จะทำอะไรน่ะ” เรนเดลส่งเสียงประท้วงเมื่อร่างสูงใหญ่แทรกกายเข้ามากลางหว่างขาตรงจุดสงวน แม้ว่าอีกฝ่ายจะสวมเสื้อผ้าครบ แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับรู้สึกมวนท้องน้อยขึ้นมา และรับรู้ได้ถึงแกนกายของตัวเองที่ตั้งชัน
ไม่มีคำตอบอีกฝ่ายก็ขบลงบนหัวนมสีชมพู ขบกันมันจนน้ำลายเปียกชุ่ม อีกข้างก็ถูกมือหนาบีบเฟ้น จนเรนเดลต้องแอ่นอกไปตามการกระทำของผู้ชักนำ
“อ๊า! เจ็บ! เซริก ข้าเจ็บ”
“ทนหน่อย” พยัคฆ์ทมิฬกระซิบ ก่อนที่มืออีกข้างจะปลดกางเกงออกจากท่อนล่างของเ้าชายอย่างช่ำชอง
ร่างกายขาวที่ขึ้นสีตามการสูบฉีดของเืลมยามต้องกับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้านั้นช่างน่าดูชมเสียยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก กล้ามเนื้อสวยพอดีกับคนตรงหน้ายิ่งผลักดันให้เขาอยาก
ร่างสูงยันกายขึ้น พลางปลดกางเกงลงครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเสาค้ำ์ที่ผงาดพร้อมรบ มันใหญ่เสียจนเรนเดลอ้าปากค้าง ไม่รู้น้ำลายไหลด้วยหรือเปล่า
“ใหญ่จัง” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเสียงพร่า
ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาโอบรอบลำลึงค์ก่อนจะรวบแท่งที่ขยายของอีกคนขึ้นมาคู่ก่อน เขาชักรูดขึ้นลงซ้ำ ๆ
“ซี้ด อ๊า เซริก”
“มือนุ่มเสียจริง อืม...”
“ข้าจะถึง อะ! อ๊ะ!” ร่างขาวกระตุกเกร็ง ก่อนจะปล่อยสายธารสีขุ่นออกมารดหน้าท้องของตัวเอง พร้อม ๆ กับที่ลำัแห่งแดนเหนือที่สาดธารนมอุ่นออกมาเช่นกัน มือหนากวาดหยาดวิสุทธิ์จากร่างกายมนุษย์ ก่อนจะอ้าขาเรียวออกกว้าง เขาออกแรงกดมันลงไปเล็กน้อยด้วยขาแข็งแรง จนสะโพกแกร่งขององค์ชายแห่งจักรวรรดิลอยขึ้น
“สีสวยนี่” เซริกเอ่ยชม เขาอมยิ้มน้อย ๆ เมื่อคนขี้อายถลึงตามองค้อนเสียวงใหญ่
มือหนาแหวกแก้มก้นนุ่มนิ่ม แบะมันออกจากกัน จนเผยให้เห็นรูจีบสีชมพูอมแดงที่เผยอขมิบอากาศอยู่ ช่องทางช่างดูคับแคบเสียนี่กระไร
นิ้วที่ถูกชโลมด้วยเมือกกามค่อย ๆ กดเข้าไปในช่องทางอุ่นช้า ๆ
“เจ็บ ท่านี้มันเจ็บ” เรนเดลส่งเสียงประท้วง เพราะร่างสูงใช้เข่าดันต้นขาเขาให้อ้าออกกว้าง เป็ท่าที่ทรมานร่างกายเขามากจริง ๆ สองมือขาวกำหญ้าข้าง ๆ แน่นจนหลังมือขึ้นเส้นเอ็น
“อย่าเกร็ง มันเข้าไม่ได้ ต้องเบิกทางก่อน ไม่งั้นจะฉีกเอา” เซริกอธิบาย ถึงเขาจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าฉีกแน่ ยังไงก็ฉีกแน่ ๆ แต่เขาจะพูดความจริงให้อีกฝ่ายกลัวทำไมกันล่ะ
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงต่ำ ริมฝีปากอุ่นบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ขมับชื้น ไล่ลงมาที่เปลือกตาอ่อน ก่อนจะแวะตักตวงความหอมหวานในโพรงปากอุ่นอีกรอบ ระหว่างนั้นนิ้วเรียวยาวก็ค่อย ๆ สอดเข้าไปในช่องทางอุ่น เขาขยับเข้า ๆ ออก ๆ ช้า ๆ จนมันเข้าไปได้ถึงโคนนิ้ว ก่อนจะถอนออกมาแล้วดันนิ้วเข้าไปเพิ่ม เขาค่อย ๆ หมุ่นควงนิ้วเรียว และถ่างมันออกเบา ๆ
เสียงครางหวิวเคล้าเสียงเฉอะแฉะดังขึ้นเคียงเสียงเรไรของแมลงในยามค่ำคืน หากไม่เงี่ยหูฟังก็คงไม่ได้ยินเสียงที่น่าอายนี้แน่แล้ว
ช่องทาง์แสนคับแคบ มันดูดดึงนิ้วแกร่งทุกครั้งที่เข้าออกราวกับหิวโหย ไม่ช้าช่องทางลึกก็อ่อนนุ่มพร้อมทำหน้าที่ของมัน
ร่างสูงจับท่อนลำแกร่งของตนจ่อเข้ากับช่องทาง เรนเดลผงกศีรษะขึ้นดูมือหนึ่งพลันยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงร้อง อีกมือก็กำหญ้าเอาไว้แน่น
ยามปลายหัวบานสีชมพูเข้มถูไถเข้ากับช่องทาง ท้องของเขาราวกับถูกทิ่มแทงไปด้วย...เสียวไปหมด
มันผุดเข้าผุดออกอยู่อย่างนั้น น้ำเหนียวเริ่มไหลออกมาจากช่องทางมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ของอีนิกม่ากระตุ้นอัลฟ่าผ่านฟีโรโมนจาง ๆ ที่ร่างสูงตั้งใจปล่อยมาตลอด
อีนิกม่ายิ้มได้ใจเมื่อเห็นช่องทางสีสดเปิดรับตัวตนของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
คืนนี้คงไม่จบง่าย ๆ เสียแล้วสิ