เปิดตัวนายเอก
[ไอแอม]
ผมเป็หนุ่มน้อยนักเรียนมัธยมตอนปลาย ผมเป็ลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจแนวหน้าของประเทศ พ่อกับแม่ของผมเป็ที่รู้จักกว้างขวางมากในหมู่นักธุรกิจด้วยกัน และพวกท่านยังเอาอกเอาใจผมมาก ไม่ว่าผมอยากได้อะไร อยากทำอะไร พวกท่านก็จะคอยตามใจผมซะเวอร์มากจนผมคิดว่าถ้าเป็คนอื่นที่รักสนุกหน่อยคงจะเสียคนไปแล้ว ถ้าพ่อแม่จะตามใจไปซะทุกเื่แบบนี้
ถึงแม้ชีวิตของผมจะดูเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง คนภายนอกอาจจะมองว่าผมเกิดมาบนกองเงินกองทอง และมีหน้าตาเป็ทรัพย์ มีครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกจนใคร ๆ ต่างอิจฉาไปตาม ๆ กัน แต่ใครเลยจะรู้ว่าความจริงแล้วนั้น ผมเป็แค่เด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาคนหนึ่งเท่านั้น ผมไม่สามารถไปไหนมาคนเดียวได้ เพราะพ่อกับแม่ของผมไม่อนุญาตให้ผมออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกตามลำพังเหมือนอย่างเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนอื่น ๆ เขา ดังนั้นวงจรชีวิตของผมก็เลยวนไปมาอยู่แค่ตอนเช้าไปเรียน หลังเลิกเรียนต้องกลับบ้านเท่านั้น และชีวิตของผมมันไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใคร ๆ คิดเลย เพราะว่าที่จริงแล้วพ่อกับแม่ของผมนั้นมีศัตรูมากมายอยู่รอบตัว
ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าผมจะไปไหนมาไหน พ่อกับแม่ของผมจึงต้องส่งบอดี้การ์ดคอยตามเฝ้าผมอยู่ตลอดเวลา จนผมรู้สึกอึดอัดไม่เป็ตัวของตัวเองเลย บางครั้งผมก็รู้สึกว่าผมอยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง ผมอยากไปเที่ยวเล่นดูหนังกับเพื่อน ๆ หลังเลิกเรียนบ้าง หรือแม้แต่บางครั้งผมก็คิดอยากมีแฟนเหมือนเพื่อน ๆ ของผมบ้าง แต่ผมก็ไม่เคยมีโอกาสนั้นเลย เพราะพ่อกับแม่ของผมหวาดระแวงไปเสียทุกอย่างโดยเอาเื่ความปลอดภัยของผมมาอ้าง จนบางครั้งมันดูมากเกินไปหน่อยสำหรับผม
[โรงเรียนมัธยม]
วันนี้ก็เป็อีกวันที่แสนเหนื่อยหน่ายของผม เพราะถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็วันศุกร์สุดสัปดาห์ที่เพื่อน ๆ ของผมทุกคนต่างปรารถนาและรอคอย แต่มันกลับเป็วันที่ผมไม่อยากให้มีเลย เพราะถ้าถึงวันศุกร์เมื่อไหร่คือ ผมจะต้องกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียนหนึ่งชั่วโมง แต่ทุกวันศุกร์จะดีกว่าวันปกตินิดหน่อย เพราะวันศุกร์ลุงคนขับรถกับบอดี้การ์ดของผมจะแอบพาผมแวะจอดซื้อขนมครกร้านข้างทาง ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์ผมก็จะต้องอยู่แต่ภายในบ้านเพื่อความปลอดภัยเหมือนเดิม [พ่อแม่เฝ้าถนอมเหมือนไข่ในหินหรือไข่ในดิน อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ///ไรท์พูดเอง]
แต่ว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เมื่อหลังเลิกเรียนวันนี้ ลุงสมถวิลคนขับรถของผมและบอดี้การ์ดอีกสองคนที่มารอรับผมอยู่ที่หน้าโรงเรียนประจำทุกวันบอกผมว่า วันนี้พ่อกับแม่ของผมติดธุระสำคัญมาก ๆ จนต้องบินด่วนไปดูโรงงานที่ประเทศจีนแบบเร่งด่วนเลย เนื่องจากที่โรงงานเกิดเื่ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพ่อกับแม่ของผมต้องถึงขนาดบินด่วนด้วยตัวเองแบบนี้ แต่ผมก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรลุงสมถวิลกับบอดี้การ์ด เพราะผมรู้ว่าพวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
ผมพยักหน้าหงึก ๆ แทนความหมายว่าผมเข้าใจแล้วให้กับลุงสมถวิล แล้วผมก็กอดกระเป๋านักเรียนของผมก้าวขึ้นรถตามปกติ และลุงสมถวิลก็ขับรถพาผมกลับบ้านตามเส้นทางเดิมจนกระทั่งลุงสมถวิลขับรถใกล้จะถึงร้านขนมครกร้านข้างทางเ้าประจำที่ผมชอบทานทุกวันศุกร์ ผมก็รีบเตือนลุงสมถวิลก่อนจะถึงร้านขนมครกว่า
"จอด ๆ ครับ ผมจะลงไปซื้อขนมครก"
"วันนี้จอดไม่ได้นะครับคุณหนู เพราะคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงสั่งไว้ว่าวันนี้ให้ผมรีบพาคุณหนูเข้าบ้านแต่หัววันครับ"
"แต่ผมอยากทานขนมครก จอดให้ผมเลยครับ "
"คุณหนูครับ ไม่ได้จริง ๆ ครับ"
"ตกลงจะไม่จอดใช่ไหมครับ ถ้าไม่จอดผมโดดนะ"
เอี๊ยด!!!
คำพูดของผมมันได้ผลดีมาก ๆ อย่างกับวาจาสิทธิ์เลยก็ว่าได้ เพราะพอผมขู่ลุงสมถวิล ลุงแกก็แตะเบรกั้แ่ห้าร้อยเมตรก่อนจะถึงร้านขนมครกจนไปถึงร้านขนมครกเลย และพอถึงหน้าร้านขนมครก ลุงสมถวิลกับบอดี้การ์ดที่ขับรถตามหลังมาก็จอดรถให้กับผม แต่ลุงสมถวิลบอกว่าเขาจะเป็คนลงไปซื้อขนมครกให้ผมเอง และให้ผมนั่งรออยู่ในรถ
แต่มีเหรอที่คนอย่างไอแอมจะฟังง่าย ๆ ในเมื่อวันนี้พ่อกับแม่ของผมไม่อยู่ หนูไอแอมก็ย่อมรู้สึกดี๊ด๊าร่าเริงเป็ธรรมดา ผมรีบกอดกระเป๋านักเรียนะโลงจากรถก่อนลุงสมถวิล
พรึบ / ะโลงจากรถ
ปั้ง / ตามด้วยปิดประตูรถเสียงดัง
บ่งบอกว่าวันนี้ใครก็ห้ามขัดใจไอแอม พอผมลงจากรถได้แล้ว ผมก็หันกลับไปยักคิ้วให้กับลุงสมถวิลกับบอดี้การ์ดที่กำลังทำหน้าเลิกลักเล็กน้อยก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปยืนต่อแถวรอซื้อขนมครก แต่ในระหว่างที่ยืนรอซื้อขนมอยู่ ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากซอยเปลี่ยวที่อยู่อีกฝั่งของถนน
กรี๊ดดดด ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยค่ะ
ผมใหันซ้ายแลขวาหาต้นตอของเสียงจนผมเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณสี่ห้าคนวิ่งไล่ตามตบตีผู้หญิงคนหนึ่งอย่างโหดร้าย ผมไม่รอ ไม่คิดนาน ผมรีบโยนกระเป๋านักเรียนของผมลงก่อนที่ผมจะใส่เกียร์หมาเตรียมวิ่งข้ามถนนไปช่วยเธอ แต่ลุงสมถวิลกลับคว้าแขนของผมเพื่อรั้งผมไว้
พรึบ!!!
"คุณหนูครับ? อย่าไปครับ รีบขึ้นรถกลับบ้านเถอะครับ ส่วนขนมครกของคุณหนู เดี๋ยวพอผมส่งคุณหนูถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ผมจะกลับมาซื้อให้คุณหนูเองครับ"
ผมไม่สนใจเสียงห้ามของลุงสมถวิล เพราะตอนนี้ผมไม่สนความปลอดภัยอะไรทั้งนั้น นอกจากอยากช่วยผู้หญิงคนนั้นให้ปลอดภัยก็พอ ผมสะบัดแขนของผมออกจากมือของลุงสมถวิล
พรึบ!!!
ปิ้วววว
จากนั้นผมก็วิ่ง 4x100 ข้ามถนนไปอีกฝั่งโดยไม่สนใจว่ารถยนต์กำลังวิ่งสวนไปมาอยู่บนถนนเลย ในขณะที่ผมวิ่งข้ามถนนแปดเลนไปอีกฝั่ง หูของผมยังได้ยินเสียงแตรรถดัง ปี๊บ ๆ ระงมไปทั่วท้องถนน แต่ผมไม่สนใจ เพราะตอนนี้เป้าหมายของผมคือ ช่วยผู้หญิงคนนั้นที่กำลังโดดชายชั่วทั้งห้าลากเข้าไปในตึกร้าง
[ภายในตึกร้าง]
พอผมวิ่งเข้ามาถึงภายในตึกร้าง ผมก็เห็นผู้ชายห้าคนกำลังรุมลวนลามผู้หญิงคนนั้นอย่างป่าเถื่อน ผมไม่รอช้า ไม่มองนาน ผมวิ่งตรงเข้าไปถีบก้นพวกมันออกทีละคนจนพวกมันล้มหงายโดยไม่ทันตั้งตัว
ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ
ผมอาศัย่ที่พวกมันยังงัวเงียอยู่วิ่งเข้าไปฉุดมือของหญิงสาวคนนั้นให้ลุกขึ้น แล้วผมก็พาเธอวิ่ง 4x100 ออกไปทางด้านหลังของตึกร้างอย่างไม่คิดชีวิต ผมพาเธอวิ่งไปตามตรอกตามซอยเล็ก ๆ โดยที่ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือผมกำลังหลงทางนั่นเอง ไม่หนำซ้ำทางด้านหลังของผมตอนนี้ พวกชายชั่วทั้งห้าก็กำลังวิ่งไล่ตามผมมาติด ๆ อย่างไม่ลดละเลย และพวกมันยังะโและยิงปืนข่มขู่เสียงดังอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายอีกด้วย
ปั้ง ปั้ง ปิ้ว ปั้ง ปิ้ว
เฮ้ย! มันอยู่นั่นไง ตามมันไป อย่าให้มันหนีไปได้ ตามไปจับพวกมัน
เฮ้ย! อย่าหนีนะมึง ถ้ากูจับได้ มึงตายแน่
////
คุณหนูไอแอมของเราไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง นางก็เลยหลงทาง
////
Sundog