บทที่ 79
“ก็ข้าเป็นห่วงน้องสาวนี่ขอรับ” อามินกล่าวเสียงอ่อยเมื่อแม็กซ์กล่าวทัดทาน“เจ้าเป็นห่วงนั่นก็สมควร แต่ต้องไม่เกินพอดี ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้จักการแก้ปัญหา สิ่งนี้น้าอลันเป็นคนสอนข้าเอง ตอนที่ข้าไปทำงานก่อสร้างด้วยกันน่ะ” ชายหนุ่มยกพ่อของเด็กน้อยมาอ้าง“แล้วตอนนี้จะให้ข้าทำเช่นไรเล่าขอรับ” เด็กน้อยเริ่มสับสน“ตอนนี้ที่เจ้าต้องทำ คือการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงซึ่งได้จากการทำงานสวนที่นี่นั่นแหละ และอีกอย่างคือการฝึกใช้ดาบ ซึ่งเรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้จะช่วยเจ้ายังไงดีคงได้แต่ต้องไปถามน้าอลันก่อนล่ะนะ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วเจ้าไปนอนเถอะ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เริ่มต้นด้วยการตื่นแต่เช้ามาฝึกก่อนทานข้าวก็แล้วกัน” แม็กซ์บอกกับเด็กน้อยแล้วก็ลุกขึ้นเช่นกัน“ได้ขอรับ ข้าจะตื่นมาตั้งแต่เช้าเลย แล้วที่พี่แม็กซ์มาคุยกับข้าตั้งนาน พี่ไม่ง่วงหรือขอรับ” อามินถามเหมือนเพิ่งนึกได้“แหะๆ ข้าไม่ชินกับเตียงที่นี่น่ะ มันสบายเกินไป รู้สึกเหมือนไปนอนในห้องของพวกขุนนาง แล้วข้าเกร็งๆน่ะ แต่ช่างเถอะไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องทำงานให้เต็มที่ ให้สมกับความเป็นอยู่ที่สุขสบายแบบนี้” ชายหนุ่มกล่าวจบก็เดินนำกลับห้องไปก่อนอามินราตรีที่เงียบสงบ และงดงามผ่านไปอีกครั้ง ฟาร์มกลางหุบเขาแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่มอบความสุขให้แก่ผู้อยู่อาศัยเช่นเคย เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาตีห้าภามตื่นขึ้นมาแต่เช้าด้วยความสดชื่น เมื่อคืนหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็เข้านอนทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ตอนนี้เขาได้นอนอย่างเต็มอิ่มแล้วจึงตื่นขึ้นมาเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ชายหนุ่มยืนจิบกาแฟชมไร่ของเขาอยู่บนดาดฟ้า ท่ามกลางแสงอ่อนๆที่ค่อยๆสว่างมากขึ้นในยามเช้า ภามมองทอดสายตาออกไปกว้างไกล แล้วชายหนุ่มก็ไปสะดุดกับภาพบางอย่าง เหมือนจะมีเงาคนเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางแปลงมันฝรั่งของเขา‘หืม...นั่นอามินนั้นเหรอ ไปทำอะไรตรงนั้นแต่เช้า’ ภามบ่นกับตัวเองในใจ เขารีบดื่มกาแฟจนหมดแก้วแล้วก็เดินไปดูเด็กชายที่กลางทุ่งเมื่อภามเดินเข้าไปในระยะที่เห็นได้ชัดเจน เขาก็สังเกตเห็นอามินกำลังถือท่อนไม้แล้วฟันไปมาอยู่คนเดียว เสียงของเด็กน้อยที่เหนื่อยหอบทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่า อามินกวัดแกว่งท่อนไม้มาได้สักพักแล้ว ภามยังคงสงสัยกับสิ่งที่เห็นจึงเดินเข้าไปหา “อามิน นั่นเจ้าทำอะไรอยู่?” ชายหนุ่มกล่าวถาม“อ้ะ! ท่านภาม ข้า ข้ากำลังฝึกดาบอยู่ขอรับ” อามินประหลาดใจที่เจ้านายเดินเข้ามาหาโดยไม่รู้ตัว“ฝึกดาบหรือ? ฝึกไปทำไมล่ะนั่น” ภามยังคงไม่เข้าใจการกระทำของเด็กน้อย“คือข้า...ข้าอยากเป็นอัศวินขอรับ!” เด็กชายประกาศความตั้งใจจริงของตนออกมา“อัศวินงั้นเหรอ ทำไมจู่ๆถึงอยากเป็นอัศวินได้ล่ะ ข้าไม่เคยเห็นเจ้าพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย“ข้าอยากเข้าโรงเรียนเหมือนกับแอนเน่ ข้าจะเป็นอัศวินเพื่อปกป้องน้องสาว และครอบครัวขอรับ ในวันข้างหน้าหลังจากพวกเราไปจากที่นี่ จะได้ไม่กลับไปลำบากอีกขอรับ” อามินกล่าวออกมาอย่างมั่นใจจากคำพูด และสายตาที่แน่วแน่มั่นคงของอามินทำให้ภามนึกถึงตัวเขาในโลกก่อน สมัยที่ชายหนุ่มยังเด็กที่เขาต้องไปตระเวรขอเศษอาหารจากชาวบ้าน มาให้กับน้องสาวของเขาได้กินประทังชีวิตไปวันๆ แต่สุดท้ายเขาก็รักษาชีวิตของเธอไว้ไม่ได้ ภามยืนนิ่งไปนานคิดถึงภาพในอดีตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับชีวิตรันทดมาโดยตลอด จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนจากเด็กชายตรงหน้า“ท่านภาม ท่านภามขอรับ เป็นอะไรรึเปล่า” เด็กชายถามซ้ำๆกับเจ้านายของตน“ไม่ๆ ข้าไม่เป็นไร ว่าแต่เจ้าฟันดาบเป็นด้วยเหรอ น้าอลันไม่เห็นเคยพูดถึง” ภามถามกับอามิน“เอ่อ...ข้าไม่เคยฟันดาบมาก่อนขอรับ แค่ทำไปมั่วๆ” อามินตอบแล้วก้มหน้าหลบสายตาแบบอายๆ“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะสอนเจ้าเอง” ภามกล่าวกับเด็กชายด้วยใบหน้าที่จริงจัง“เอ๋!!!!!!!!!!!!! ท่านภามฟันดาบเป็นด้วยหรือขอรับ!” อามินตกใจอย่างมากกับเรื่องนี้“ฟันดาบ พุ่งหอก ยิงธนู ข้าล้วนทำได้ทั้งสิ้น แม้แต่การต่อสู้ด้วยมือเปล่า มีด หรือแม้แต่เชือกเส้นเดียวข้าก็ใช้เป็นอาวุธได้” เจ้าของฟาร์มกลางหุบเขาบรรยายความสามารถ ที่เกษตรกรทั่วไปทำไม่ได้แน่ๆออกมา“ท่าน ท่าน ท่านภามเคยเป็นนักผจญภัยหรือขอรับ?” อามินยังประหลาดใจไม่หายกับความสามารถของเจ้านายผู้ใจดีของเขา“ข้าเคยเป็นทหารมาก่อน” ภามตอบตามความจริง“ทหารแบบที่อยู่หน้าประตูเมืองนั่นเหรอขอรับ?” เด็กน้อยยังคงสงสัย“อืม...ก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ต้องเรียกว่าเป็นทหารหน่วยจู่โจมพิเศษ ที่ใช้คนในหน่วยแค่ 4-5 คน ก็ทำลายฐานทัพศัตรูให้พังพินาศได้ประมาณนั้นแหละ” ภามพยายามอธิบายการทำงานของเขาให้อามินเข้าใจ“โอ้!!! ท่านภามเก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือขอรับ!” อามินตื่นเต้นกับสิ่งที่เจ้านายเล่าให้ฟัง“คนคนเดียวทำไม่ได้หรอก ทุกคนในหน่วยต้องประสานงาน และเชื่อใจกันมากที่สุดถึงจะประสบความสำเร็จน่ะ” ภามกล่าวยิ้มๆ เมื่อพูดถึงเพื่อนในหน่วยที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเขา“ท่านภาม! ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด จะให้ข้าทำงานลำบากแค่ไหนก็ได้ ขอให้ท่านฝึกฝนข้าเพื่อเข้าโรงเรียนอัศวินให้ได้ด้วยเถอะขอรับ” เด็กชายอามินคุกเข่าลงอ้อนวอนเจ้านาย“ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วนี่ว่าข้าจะสอนให้ แต่ตอนนี้ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วกินข้าวกันก่อนเถอะ วันนี้เรามีงานต้องทำ ไว้ข้าจะไปวางแผนการฝึกฝนมาก่อนแล้วเราค่อยมาเริ่มกันพรุ่งนี้” ภามกล่าว“ได้ขอรับ! ข้าจะรีบไปทำตามคำสั่งเดี๋ยวนี้” อามินตอบรับด้วยรอยยิ้มที่ปากแทบจะฉีกถึงใบหู เด็กน้อยดีใจเป็นอย่างมากที่เขาจะได้เป็นอัศวิน ถึงแม้จะเป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวแรกก็ตาม ภายในห้องครัวเช้านี้ภามสอนเมมี่ทำเมนูง่ายๆจากข้าวอย่างข้าวผัดอเมริกันสไตล์ต่างโลก โดยใช้วัตถุดิบที่ได้จากการไปซื้อของในเมืองเมื่อวานบางส่วนมาประยุกต์ใช้แทน ในส่วนของไส้กรอกก็ใช้แทนด้วยเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดทอด ไข่ดาวที่โปะอยู่บนข้าวก็ใช้ไข่นกคัลเลอร์เบิร์ดเช่นกัน ส่วนถั่ว และลูกเกดก็ใช้ผลไม้ที่ภามคิดว่ารสชาติใกล้เคียงกันมาใส่ ซึ่งเมื่อทุกคนได้ทานเข้าไปก็อร่อยติดใจกันอย่างมาก กับเมนูง่ายๆที่มีความหลากหลายในจานเดียว อาหารในวันนี้ก็เป็นอีกมื้อที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับภาม ชายหนุ่มมีความตั้งใจว่าจะต้องปลูกองุ่นให้ได้เพื่อจะนำมาแปรรูปเป็นลูกเกด รวมถึงถั่วที่สามารถนำมาสร้างสรรค์อาหารได้หลากหลายเมนู ยิ่งแม็กซ์สมาชิกใหม่ของที่นี่ถึงกับน้ำตาไหลร้องไห้ออกมาอย่างซาบซึ้งกับความอร่อยของอาหารมื้อนี้ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็เตรียมตัวไปทำงาน ภามก็ได้โอกาสเข้าไปคุยกับอลันเรื่องเด็กทั้งสองคน“ท่านภามมีอะไรจะสั่งก่อนไปทำงานหรือขอรับ” อลันถาม“ข้าคิดว่าจะส่งอามิน และแอนเน่เข้าโรงเรียนน่ะ” ภามตอบในสิ่งที่เขาคิดไว้“ว่ายังไงนะขอรับ!” อลันประหลาดใจกับคำตอบของเจ้านาย