เจ้าใหญ่เห็นทุกคนกลับบ้านมามือเปล่าก็รู้สึกโกรธแค้นในใจกลัวว่าหลิ่วเหวินไฉจะไม่พอใจตนเอง นางจึงแอบออกจากบ้านไปหาชายหนุ่ม
เมื่อหญิงม่ายหลิ่วเห็นเจ้าใหญ่มาหาบุตรชายจึงกลอกตามองอย่างดูแคลน“นังจิ้งจอกหน้าไม่อาย มาหาผู้ชายถึงที่แทบทุกวัน หากไม่ได้มาจะนอนไม่หลับหรืออย่างไรช่างเป็นสตรีที่หน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน!”
ยามเจ้าใหญ่มาขอให้บุตรชายของนางช่วยเหลือก็พูดเสียดิบดีบอกว่าหากได้ทรัพย์สินมาจะแบ่งให้ครึ่งหนึ่ง แต่กลับทำให้บุตรชายของนางต้องกลายเป็นที่หัวเราะเยาะของคนทั้งหมู่บ้าน!
นังสุนัขจิ้งจอกผู้นี้เจ้าเล่ห์มารยาสาไถยิ่งนัก!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงม่ายหลิ่วผู้ใจร้ายเจ้าใหญ่จึงถูกด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายจนแทบจะเป็นลม นางได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ไม้กวาดฟาดลงบนตัวครั้งแล้วครั้งเล่าน้ำตาคลอเบ้าอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่าไม่พยายามอธิบายหรือกล่าวคำใดแม้คำเดียว
เจ้าใหญ่รอจนหญิงม่ายหลิ่วฟาดจนพอใจแล้วถึงค่อยกล่าวว่า“ในเมื่อท่านป้าไม่ชอบข้า เช่นนั้นท่านไปขอถอนหมั้นที่สกุลของข้าเถิด ข้าเองก็ไม่อยากทำให้พี่เหวินไฉต้องเสียเวลา…”
นางพูดเช่นนี้เพราะมั่นใจว่าหลิ่วเหวินไฉไม่มีทางถอนหมั้นกับนางเป็นแน่เพราะความสามารถในการล่วงรู้อนาคตของนางยังมีประโยชน์ต่อชายหนุ่มอยู่
เป็นจริงอย่างที่คิด หลิ่วเหวินไฉซึ่งเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพลันรีบออกมาห้ามปราม“ท่านแม่ เหตุใดต้องต่อว่านางด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าฟังเช่นนี้นังสุนัขจิ้งจอกอันใดกัน หากผู้อื่นมาได้ยินเข้าชื่อเสียงของเจ้าใหญ่จะเสียหายได้นางคือคู่หมั้นของข้า หากชื่อเสียงของนางถูกทำลาย ข้าก็จะพลอยเสียไปด้วย”
หญิงม่ายหลิ่วไม่อาจพูดคำใดได้อีกโยนไม้กวาดในมือทิ้ง แล้วหมุนกายเดินไปทางห้องด้านหลังอย่างไม่สบอารมณ์
หลิ่วเหวินไฉเดินเข้าไปหาเจ้าใหญ่ย่อกายให้ตัวอยู่ในระดับเดียวกัน จากนั้นเอ่ยปลอบโยนหญิงสาว “ท่านแม่ของข้าแม้ปากจะแข็งไปสักหน่อยทว่าเป็นคนใจอ่อน เจ้าอย่าได้เก็บคำพูดของนางมาใส่ใจเลยนะนางเห็นข้าถูกรังแกก็เลยอารมณ์ไม่ดีก็เท่านั้น”
เจ้าใหญ่น้ำตาคลอเบ้ากล่าวว่า“พี่เหวินไฉ เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง ท่านปู่ต้องการให้ข้าขอให้ท่านช่วยออกหน้าแทนข้าไม่อาจขัดท่านปู่ได้…”
“เอาละเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของกู้อวี้ต่างหากหมอนั่นทั้งเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ พวกเราเข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า” กล่าวจบหลิ่วเหวินไฉจูงมือพาหญิงสาวเดินเข้าไปในห้องหนังสือ
หญิงม่ายหลิ่วชะโงกหน้าออกมาจากห้องด้านหลังแล้วถ่มน้ำลายไปทางห้องหนังสืออย่างรังเกียจ สมกับเป็นนังสุนัขจิ้งจอกเสียจริงยังไม่ทันจะแต่งเข้าสกุลก็เข้าไปอยู่ในห้องกับบุรุษสองต่อสองแล้ว!
ภายในห้องหนังสือหลิ่วเหวินไฉโอบเจ้าใหญ่ไว้ในอ้อมกอด พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างแผ่วเบา“เจ้าไม่ต้องร้อง เห็นเจ้าร้องแล้วข้าปวดใจ”
เจ้าใหญ่จับมือชายหนุ่มเอาไว้เอ่ยถามขณะที่น้ำตายังไหลริน “พี่เหวินไฉ ท่านว่าเจ้าหกไม่อยู่แล้วจริงหรือหากนางไม่อยู่แล้ว กู้อวี้กับครอบครัวจะมีจุดจบเหมือนในฝันของข้าหรือไม่ที่ผ่านมาความฝันของข้าเป็นจริงมาตลอดมีเพียงความฝันเกี่ยวกับกู้อวี้และสกุลกู้เท่านั้นที่ไม่เป็นจริงข้าเป็นพี่สาวของนางย่อมหวังอยากให้นางปลอดภัยแต่นั่นคือในป่าที่แม้แต่นายพรานก็ยังไม่กล้าเข้าไป…”
“เกรงว่าคงจะไม่อยู่แล้ว…”หลิ่วเหวินไฉกล่าวคำ
หากเจ้าหกไม่มีชีวิตอยู่แล้วสิถึงจะดี หลิ่วเหวินไฉพบว่าความฝันของเจ้าใหญ่มีเพียงที่เกี่ยวข้องกับบ้านรองและสกุลกู้เท่านั้นที่ไม่เป็นความจริงความฝันของนางจะทำให้เขาปีนขึ้นไปได้สูงขึ้น ทว่าจุดเปลี่ยนของความฝันกลับเป็นก้อนหินที่ถ่วงขาของเขาเอาไว้ไม่ให้ปีนขึ้นไปสูงแต่หากบ้านรองสกุลหยวนตายไป ก้อนหินก้อนนี้ก็จะถูกกำจัดพอถึงตอนนั้นชะตาของสกุลกู้ก็จะเป็นเหมือนในความฝันของเจ้าใหญ่ใช่หรือไม่ที่ตายสามและหายสาบสูญสาม
คิดได้ดังนั้นเขาก็อดเผยยิ้มอย่างสาแก่ใจไม่ได้
“พี่เหวินไฉ ข้าต้องขออภัยท่านเป็นข้าที่ทำให้ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อไปนี้เรื่องที่เกี่ยวกับสกุลหยวนท่านอย่าเข้ามายุ่งอีกเลย”เจ้าใหญ่ที่ซบอยู่ในอ้อมกอดของหลิ่วเหวินไฉเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
“เด็กโง่เรื่องนี้จะโทษเจ้าได้อย่างไรกัน เฮ้อ ข้าอยากรีบแต่งเจ้าเข้าสกุลเสียวันนี้พรุ่งนี้” หลิ่วเหวินไฉกอดหญิงสาวไว้แน่นพลางกล่าวคำหวาน
เจ้าใหญ่ยิ้มอย่างเขินอาย ซุกหน้าเข้ากับอ้อมกอดของชายหนุ่มมากขึ้น ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยปากถาม “พี่เหวินไฉ เรื่องนิยายมีความคืบหน้าบ้างหรือไม่”
หลิ่วเหวินไฉยิ้มตอบ“ร้านหนังสือเฝ่ยหรานในอำเภอให้เงินมัดจำมาแล้วห้าสิบตำลึงหนังสือออกวางขายเมื่อใดข้าจึงจะได้เงินอีกก้อน เจ้ารอตรงนี้สักประเดี๋ยวข้าจะไปหยิบเงินมาให้” กล่าวจบก็คลายอ้อมแขนเดินไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบเงินออกมายื่นให้แก่เจ้าใหญ่
“เดิมทีข้าคิดจะยกให้เจ้าทั้งหมดแต่เจ้าก็น่าจะทราบดีว่าบัณฑิตอย่างข้ามีค่าใช้จ่ายมากมายไหนจะค่าตำราค่าหมึกค่ากระดาษ…”
เจ้าใหญ่รับเงินมาด้วยในใจกลัดกลุ้มเงินที่ได้มานี้อีกเดี๋ยวนางก็จะต้องนำไปให้เฉินหม่าจื่อทั้งหมด ไม่ได้การแล้วนางต้องรีบจัดการคนผู้นี้ ถึงแม้จะไม่ได้เงินทั้งหมดดังที่ชายหนุ่มตรงหน้าเคยบอกเอาไว้ทว่ายังมีอีกหนึ่งหนทางที่จะหาเงินมา ซึ่งนางไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายรับรู้
“พี่เหวินไฉข้าขอเสื้อผ้าของท่านชุดหนึ่งได้หรือไม่ ข้าจะนำไปวัดและตัดชุดให้ท่าน”แท้จริงแล้วนางจะนำไปสวมเพื่อปกปิดตัวตนและฐานะของตัวเองต่างหากหนทางในการหาเงินนี้ค่อนข้างเสี่ยง นางกลัวจะมีผู้ใดมาล่วงรู้เข้า
หลิ่วเหวินไฉมีหรือจะปฏิเสธ เขาเปิดหีบเสื้อผ้าให้เจ้าใหญ่เลือกได้ตามสบาย
เจ้าใหญ่เลือกชุดที่สภาพค่อนข้างเก่ามาหนึ่งชุดจากนั้นห่อด้วยผ้าอย่างเรียบร้อยก่อนจะขอตัวลากลับ
เมื่อประตูห้องหนังสือถูกเปิดออกก็ต้องพบกับหญิงม่ายหลิ่วซึ่งยืนอยู่หน้าประตูใบหน้าเจ้าใหญ่ขึ้นสีแดงจัดรีบเดินออกจากบ้านสกุลหลิ่วไปอย่างรวดเร็ว
คล้อยหลังหญิงสาวไปแล้วหลิ่วเหวินไฉเอ่ยอย่างระอากับผู้เป็นมารดา “ท่านแม่ ข้าบอกกี่รอบแล้วว่าอย่าแอบฟังไยท่านจึงยังมาแอบฟังอีก”
หญิงม่ายหลิ่วยิ้มแหย่“ข้ามิได้มาแอบฟัง บังเอิญผ่านมาต่างหาก…”
พอเจ้าใหญ่กลับถึงบ้านก็รีบนำเสื้อผ้าของหลิ่วเหวินไฉมาปรับแก้ขนาดให้เล็กลงวันนี้ในชาติก่อนจะมีพ่อค้าผู้หนึ่งถูกปล้นฆ่า โดยหนึ่งในโจรที่ปล้นเป็นคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงกลุ่มโจรกลุ่มนี้จะถูกจับได้ในหลายปีหลังจากนี้หลังถูกจับได้ที่ว่าการก็นำตัวไปเดินประจานและประกาศความผิดให้แก่ชาวบ้านทุกคนรับทราบโดยทั่วกัน
โจรคนอื่นหลังปล้นเงินมาก็นำไปซื้อสุราเที่ยวหญิงคณิกามีเพียงโจรซึ่งเป็นบุรุษจากหมู่บ้านใกล้เคียงเท่านั้นที่นำเงินไปรักษาน้องชายเนื่องจากเป็นการทำความผิดครั้งแรกอีกทั้งไม่ได้ร่วมกับโจรคนอื่นสังหารพ่อค้าผู้นั้น จึงได้รับโทษเพียงแค่ถูกเนรเทศมิได้ถูกประหารเช่นโจรคนอื่น
ชาติก่อนนางเองก็ไปดูโจรเหล่านั้นตอนถูกพาเดินประจานด้วยเช่นกันได้ยินว่าบุรุษที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงหลังจากได้เงินมาก็ไม่กล้านำเงินกลับไปที่บ้านเพราะกลัวว่ามารดาเลี้ยงจะมาชุบมือเปิบเอาไป จึงนำไปฝังซ่อนไว้ในป่าเล็กๆแห่งหนึ่ง
วันถัดมาเจ้าใหญ่สวมเสื้อผ้าของหลิ่วเหวินไฉซึ่งปรับแก้ขนาดจนพอดีกับร่างตนสวมทับด้วยเสื้อผ้าของตัวเองอีกชั้นหนึ่งกินข้าวเช้าเสร็จก็นำตะกร้าสะพายขึ้นหลังแล้วหยิบอุปกรณ์ออกจากบ้านไป
เจียงซื่อถามบุตรสาวว่าจะไปที่ใดนางตอบเพียงว่าจะไปขุดสมุนไพรให้แก่หลิ่วเหวินไฉ
ผู้เป็นมารดาต่อว่าอย่างไม่พอใจหนึ่งคำรบเจ้าใหญ่จึงบอกว่าแค่ไปเก็บให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้นแล้วก็จะไปสืบหาข่าวของบ้านรองด้วย
นางอ้างออกไปเช่นนี้ถึงสามารถออกจากบ้านมาได้เจ้าใหญ่เดินไปยังภูเขาลูกเล็ก ถอดเสื้อผ้าของตนเองออก จากนั้นเกล้าผมให้เหมือนบุรุษแล้วถึงค่อยเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง
เจ้าใหญ่เดินเข้ามาในป่า พลางนึกถึงรายละเอียดของสถานที่ฝังเงินที่โจรผู้นั้นบรรยายไว้เมื่อชาติที่แล้วกระทั่งเจอสถานที่ที่ว่า นางจึงลงมือขุดและเจอห่อผ้าหนึ่งห่อ เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าข้างในคือก้อนเงินตำลึงทอง เครื่องประดับ และเศษเงินอีกเล็กน้อย ทว่าลำพังแค่เศษเงินนี้ก็มีถึงห้าสิบหกสิบตำลึงแล้วหญิงสาวจึงรีบห่อผ้ากลับเหมือนเดิมแล้วใส่ไว้ในตะกร้า
หลังเจ้าใหญ่จากไปได้ไม่นานเด็กหนุ่มซึ่งมีน้องชายขี่อยู่บนหลังได้มายังป่าแห่งนี้แต่พอขุดดินเพื่อจะเอาเงินที่ฝังเอาไว้ เลือดในกายพลันเย็นเฉียบ รู้สึกสมองขาวโพลนคิดอันใดไม่ออกไปชั่วขณะ‘เงินเล่า เงินที่จะช่วยชีวิตน้องชายหายไปที่ใดแล้ว’