ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า

    ตอนที่ 9 : ประกาศเเด่สหายใต้หล้า

    พอหลับไป ตื่นมาตอนรุ่งสาง ฉางกวงรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก  จึงเดินออกไปจากเรือนของตนเอง 

    เดินยืดเส้นยืดสาย พลางสอบถามข่าวคราวไปด้วย พอจะจับใจความได้ว่า 


    จวนเ๯้านครได้เเปะใบประกาศไว้ 

    ‘ประกาศเเด่สหายใต้หล้า’

    ‘พวกข้าเชื่อมั่นลิขิตฟ้า  จึงให้โอกาสพวกเ๯้า เหล่าสหายใต้หล้า’

    ‘ถ้าพวกเ๽้าคู่ควร จงพิสูจน์ตนเอง หาสัญลักษณ์ ทวนธารา’

    สัญลักษณ์ของสำนักทวนธารานั้นจะเป็๞เหรียญทองเเดง

    เป็๲รูปคนบำเพ็ญเพียรที่นั่งทำสมาธิขวางธารา ไม่ให้ธาราผ่านไปได้

    ‘สัญลักษณ์นี้อยู่ได้ทุกที่ เมื่อเจอสัญลักษณ์เเล้ว จงทำสมาธิ ทำให้รูปคนบำเพ็ญเพียรเเละธาราเปล่งเเสงได้ถือว่าชะตากำหนด’

    ‘เเล้วมารอที่หน้าจวนเ๽้านคร อีก 3วันข้างหน้า’

    ‘จบประกาศ’


    ฉางกวงคิดในใจ “นี่มันจะโหดหินไปเเล้ว หาให้เจอยังไม่พอ ยังต้องทำให้มันเรืองเเสงอีก”                           เเต่ถึงยังไงก็ต้องทำ มันเป็๞หนทางเดียวที่จะเข้าสำนัก ไม่มีทางอื่นอีกเเล้ว…  คิดได้ดังนั้นเขาจึงเริ่มค้นหาเเถวที่เขาอาศัยอยู่เป็๞ที่เเรก  ปานจะขุดดิน 3ฉื่อเพื่อหาเหรียญสำนัก


    เดินไปมาจนทั่วส่วนหาง ไม่พบเบาะเเสอะไร เลยตัดสินใจเดินข้ามสะพานที่คั่นระหว่างส่วนหางกับลำตัวของมัจฉา จึงได้เห็นกลุ่มคนที่มีลักษณะคล้ายๆกัน พอหันมาเจอกัน มองหน้ากันไปซักพัก  จึงเเยกย้ายหาเหรียญใครเหรียญมันต่อไป 


    ฉางกวงคิดในใจ “ไม่ดีเเน่เยี่ยงนี้ ถึงข้าจะหาเจอเเต่สายตามากเกินไป… มันต้องมีวิธีอื่นสิ”  เดินไปเดินมาบังเอิญสะดุดตากับใบประกาศเเผ่นหนึ่ง 

    ‘พ่อเเม่พี่น้องทุกท่าน  เชิญชวนมาครึ้นเครงกันได้ตั้งเเต่วันนี้’

    ‘ลานประลองที่ใหญ่ที่สุดในนครมัจฉาวารี’

    ‘ติดต่อได้ที่ โรงเตี๊ยมมหาวารี’

    ‘3วันเท่านั้นไม่ขาดไม่เกิน’


    ฉางกวงจ้องมอง ในเเววตาครุ่นคิด พลันเดินไปยังโรงเตี๊ยมมหาวารี

    โรงเตี๊ยมมหาวารี ถือว่าเป็๲หนึ่งในโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในนครมัจฉาวารี                                                 โรงเตี๊ยมเเห่งนี้มีจุดเด่นที่เเตกต่างจากโรงเตี๊ยมอื่นๆ คือ มีสนามประลองที่กว้างถึง 2 ลี้  บรรจุคนได้มากกว่า 500 คน เวลางานประลองมาจัด ก็มักจะมาจัดที่โรงเตี๊ยมเเห่งนี้  เเละโรงเตี๊ยมเเห่งนี้ก็อยู่ใกล้จวนเ๽้านคร  ถ้ายืนหันหน้าเข้าหาจวนเ๽้านคร เพียงหันซ้าย เดินไปยังเรือนอันดับที่ 3 เท่านั้น

    ฉางกวงพอเดินมาถึงโรงเตี๊ยมมหาวารี พอมาถึงจึงรีบเดินเข้าไปสอบถามรายละเอียดการเเข่งขัน


    “ค่าเข้าสมัคร 10 เหรียญเงิน กฎการประลองง่ายมาก ห้ามเข่นฆ่ากัน จะชนะได้เมื่อคู่ต่อสู้ยอมเเพ้หรือสภาพไม่พร้อมสู้

    รางวัลมีเพียง 10อันดับเท่านั้น” ผู้ดูเเลน้ำเสียงเรียบเฉย เหมือนกับพูดเช่นนี้ไปหลายรอบเเล้ว


    “ข้าตกลง เเล้วเริ่มเเข่งเมื่อใด” ฉางกวงพลันหยิบเหรียญเงิน 10 เหรียญออกมาจากสาบเสื้อส่งไปให้ผู้ดูเเล     พอได้ยินดังนั้นผู้ดูเเลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเคย


     “อีก 2 ชั่วยามนับจากนี้ ท่านเตรียมตัวให้เรียบร้อยด้วย”  ผู้ดูเเลพูดจบพลางยื่นหยกสีเขียวอ่อน  รูปร่างสี่เหลี่ยมให้ฉางกวง และหยิบเหรียญเงินมาจากมือฉางกวง 


    “สะดวกจริงๆ ที่เอาเงินเเบ่งมาไว้ในสาบเสื้อ หยิบคล่องขึ้นเยอะ”

    “ข้าว่า ข้ากลับไปพักผ่อนที่เรือนดีกว่า เดินไปกลับก็เเค่ครึ่งชั่วยาม”

    ฉางกวงพยักหน้าตอบรับ  คิดในใจขณะที่เดินไปด้วย พลางเอาหยกสีเขียวอ่อนเก็บเข้าสาบเสื้อ


    “ท่านฉางอย่าลืมสลักชื่อ ลงบนหยกด้วยนะ เอาไว้ใช้ยืนยันตัวตน”  ผู้ดูเเลกล่าวจบ พลางเดินจากไปทันที หายเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยม