ลมซ่อนรัก

    ตอนที่ 5 น้องชาย

            “หรือจริงๆแล้วพี่กราฟไว้ใจไม่ได้ ?” ฉันก็ไม่รู้มีแต่เ๽้าตัวที่รู้ก็เลยถามย้อนกลับไป

            “พี่ไม่เคยทำแบบนั้น กับคนที่ไม่ยอม” 

            คำตอบกวนๆยิ้มทำหน้าเ๽้าเล่ห์  ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ความหมายที่สื่อให้รู้ถ้ายอมก็ทำแบบนี้เหรอ ได้ฟังอย่างนี้แล้วก็อดกลัวไม่ได้บางครั้งผู้ชายก็มาในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้กำลังบังคับแต่ใช้น้ำคำวาจาหลอกล่อให้ตายใจ  

            “คงจะมีผู้หญิงอื่นยอมพี่บ่อยครั้ง ใช่ไหมคะ”

            “อยากได้คำตอบจริงๆ หรือว่าอยากให้ตอบแบบโลกสวย”

            “เอาที่พี่ทำจริงๆนี่แหละ”

            “ส่วนมากก็ยอมนะ ”

            คำตอบแบบมั่นใจมาก ถึงเขาจะไม่เอ่ยออกมาว่าพี่จะจีบพูล แต่รับรู้ว่าเขาจีบที่พูดมาคืออยากอวดตัวเอง การยอมรับแมนๆคืออะไร  ลองใจดูว่าฉันเป็๞คนอย่างไหน  คำตอบคำเดียวแต่ทำให้ฉันคิดได้หลายอย่าง

            “หึ หึ พี่ไม่ได้คิดเ๱ื่๵๹แบบนั้นกับพลูสักหน่อย  พลูถามมาพี่ก็ตอบ เลิกทำสายตาเหวี่ยงแบบนั้นได้แล้ว”

            ฉันคงจะแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไปจนพี่กราฟเห็นแต่ให้เห็นแบบนั้นก็ดีแล้ว โดนแฟนทิ้งก็จริงแต่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้ามาตอนนี้ฉันเรียนรู้ที่จะเจ็บ และทำให้ชีวิตตัวเองมีค่ากว่าเดิม

            “ถึงแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่เลือกของหน่อย แล้วค่อยไปกินข้าวกัน”

            พี่กราฟเปลี่ยนหัวข้อเพราะเ๹ื่๪๫ที่เขาพูดเมื่อกี้ทำฉันนิ่งไปสายตาที่เขามองฉันก็เหมือนจะง้อนิดๆ ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องนอยด์ยังไม่ได้คบกันด้วย และก็ไม่ได้เป็๞เหมือนที่เขาพูดสักหน่อย 

            “หิวไหม”

            ฉันเงียบระหว่างที่เราเดินเคียงคู่กันไปในห้างสรรพสินค้าห้างนี้ใกล้มหาลัย แน่นอนต้องเจอคนรู้จักบ้างโดยเฉพาะพี่กราฟที่เจอรุ่นน้องผู้หญิงเข้ามาทักหลายคนเห็นสายตาที่พวกเธอมองมาที่ฉัน สายตาที่มีแต่ความแปลกใจ 

            “ไม่หิวค่ะ เมื่อกี้ก็กินน้ำปั่นกับขนมมาแล้ว”

            พี่กราฟพามาเดินซื้อกระเป๋าเขาบอกว่าให้เป็๞ของขวัญวันเกิดญาติวันพรุ่งนี้ฉันไม่ได้มีรสนิยมกับของพวกนี้สักเท่าไหร่ เคยมีคนซื้อให้บ้างแต่ไม่ได้มีความชอบหรือว่ารู้รายละเอียดของมันมากนักแต่เมื่อเขาคะยั้นคะยอให้เลือกให้หน่อย ก็จำใจต้องเลือก กระเป๋าใบเล็กใบหนึ่ง เรียบๆแต่ราคาของมันไม่เรียบเหมือนหน้าตา ให้เขาห่อของขวัญให้เสร็จสรรพพี่กราฟเป็๞สายเปย์ เขาพยายามจะซื้อให้ฉันบ้าง แต่ฉันยืนยันไม่รับเขาเลยไม่เซ้าซี้อีก

              “พลูเลือกร้านได้หรือยัง เราทานอะไรกันดี”พากันเดินจนทั่วห้างแล้วคะ ก็มีซื้ออะไรส่วนตัวนิดหน่อย พี่กราฟก็ถามเอาใจจะกินอะไรดีก็ตกลงกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นน่ารักๆ

              ตอนแรกก็ไม่คอยอยากกินเท่าไหร่ แต่พอเห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้าแค่นั้นแหละต่อมหิวทำงานทันทีเลย ไม่รู้ว่าเผลอแสดงความเป็๞ตัวเองออกมามากน้อยแค่ไหนพอเงยหน้ามองคนตรงหน้า ก็เจอกับรอยยิ้มที่ทำให้เขินได้

            “คนสวยๆนี่เขากินกันแบบนี้เหรอ” 

            ฉันทำหน้าเหวอ ลืมไปว่านั่งต่อหน้าพี่กราฟที่ดูดี๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้าหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย แต่ก็พยายามทำเหมือนไม่มีอะไร

            “พลู ทานได้น่าเกลียดใช่ไหมคะ”  

            ยังมีหน้าไปย้อนถามเขาอีกเก็บความอายไว้กับตัว ช่างเถอะ ท้ายที่สุดคนเรามันก็ต้องเป็๞ตัวเองดีสุดละใครไม่ชอบยังไงก็ไม่ต้องฝืน

            “ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นสักหน่อย ไม่ได้น่าเกลียด เพียงแค่แปลกใจปกติผู้หญิงสวยๆเขาจะฟอร์มกว่านี้ไม่ใช่เหรอ แล้วไม่ต้องทำหน้าเหวี่ยงใส่พี่เลย พี่ไม่ได้ว่าเรา  ออกจะน่ารักมากกว่า” 

            เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้สายตาคู่นั้น ทำไมต้องทำแบบนี้ใส่ หัวใจมันเต้นรัวไม่เป็๞จังหวะ

            “เหรอคะ นึกว่าพี่ไม่ชอบ”  ฉันตอบรับอ้อมแอ้ม คนมันเขินอะไรจะมองจริงจังเบอร์นี้ ไม่ยอมหลบสายตาด้วยนะ มีแต่ฉันที่ต้องหลบตาคู่นั้น

            “อิ่มแล้ว…?”

            เครื่องหมายคำถามส่งมาให้ก็จำเป็๲ต้องอิ่มไหมละ ใครจะกินลงอีก มีผู้ชายหล่อๆนั่งจ้องขนาดนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยคุยกับใครหล่อแบบนี้ คุยบ่อย เพราะอย่างน้อยฉันก็ฮอตพอตัว มีที่มาขายขนมจีบบ้าง๻ั้๹แ๻่คบกับพี่กู๊ดจนเลิกกับพี่กู๊ด คนที่เคยหยอดบางคนก็ยังทำอยู่ แต่เพราะแฟนเก่ามันดุ มันหวง สารพัด ฉันก็เลยไม่ได้มีสายตาไว้มองใครหัวใจมันมีแค่ดวงเดียว ก็ให้คนเดียว

            “อิ่มแล้วค่ะ พี่กราฟคงรีบกลับ ไปกันเลยไหมคะ” 

            เพราะเห็นเขาเหลือบมองนาฬิกาก็เลยคิดไปเองว่าเขาคงมีนัด แล้วอีกอย่างเห็นเมื่อกี้คือรับโทรศัพท์ ฟังดูเครียดๆ

            “พี่ต้องรีบไปธุระ เราไปกันเลยนะครับ”

            “งั้นเดี๋ยวพลูกลับเองดีกว่า”

            “พี่ไปส่ง แต่พลูช่วยไปกับพี่หน่อยได้ไหมครับ นะครับ”  อะไรคือทำเสียงหวานใส่ เหมือนอ้อนเลยแหละไม่รู้เขามีธุระอะไร แต่พอเห็นสายตาคู่นั้นก็ปฏิเสธไม่ลง

            “พี่มาส่งไม่ดึกหรอกครับ ” พูดสุภาพกับเราอีก เอาวะเค้าจะพาเราไปด้วยก็ไป เพิ่งจะสองทุ่ม กลับไปห้องก็นอนโง่ๆ คิดอะไรไร้สาระอีก

            “ที่นี่เหรอคะ ”

            พี่กราฟพามาผับที่นี่เคยมาเที่ยวสองสามครั้ง มากับพวกเพื่อนและมากับพี่กู๊ด ผับนี่หรู แพงเวอร์แต่แปลกที่มาทีไรคนแน่นตลอด เป็๲ที่รวมของเหล่าคนดังเลยทีเดียว

            “ลงมาก่อนครับ”  

            เขาปลดเบลล์ให้และเดินจูงมือฉันเข้ามาทางหลังร้านคืองงได้อีก ผ่านใครต่อใครหลายคนคงเป็๲พนักงานในร้าน สายตาทุกคู่แบบว่ามองเราสองคน

            “คุณกราฟ สวัสดีคะ” 

            น่าจะเป็๲เด็กเสริฟผู้หญิงทักเขาและมองเลยมายังฉัน แววตาไม่ค่อยเป็๲มิตรเท่าไหร่แต่ตอนที่เรียกพี่กราฟมีความหน้าระรื่นในตัว

            “ไอ้กาฟิวอยู่ไหน”

            “อยู่ในห้องทำงานค่ะ”

            ผู้หญิงคนนั้นตอบสายตามีจริตจะก้านฉันแอบยิ้มเบือนหน้าหนี คงคิดไม่ซื่อกับพี่กราฟ แต่เขาไม่ได้สนใจ พยักหน้าให้เท่านั้นมือที่จับฉันไว้ก็จูงไปยังข้างบน ขึ้นบันได้มาก็เจอห้องเรียงกันหลายห้อง พี่กราฟเดินเลยและผลักประตูเข้าไปในห้องใหญ่ ในห้องมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่เขาพาฉันมานั่งตรงโซฟาเข้ามุมชุดใหญ่ ผู้ชายที่กำลังก้มมองเอกสาร เงยหน้าขึ้นมา

            “ไงพี่ชาย” เขายิ้มให้พี่กราฟเผื่อแผ่มาถึงฉัน เขาเดินจากโต๊ะทำงานเข้ามานั่งข้างฉันฉันต้องเขยิบเข้าหาพี่กราฟอัตโนมัติ

            “มากับสาว ไม่แนะนำให้รู้จักบ้างละ” 

            เขายักคิ้วให้ฉันด้วยท่าทางเขาดูแบดๆ มีรอยสักหลายแห่ง  เจาะหูโกรกผมสีแดง แต่ก็รับกับใบหน้าใสๆของเขาไม่น้อย ยามที่ยิ้มคล้ายๆกับพี่กราฟ

             “ก้านพลู นี่ไอ้กาฟิว”  พี่กราฟดูอารมณ์เสียนิดๆเหมือนพี่เขาจะพยายามเก็บไว้ไม่ให้เห็น แต่น้ำเสียงก็ยังเหวี่ยงไม่ใช่น้อย

            “น้องชายแท้ๆของไอ้กราฟนะครับ” 

            น้ำเสียงกาฟิวออกทะเล้นนิดๆมีความกวน ฉันดูออกว่าสองคนไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ กาฟิวยื่นมือมาให้ฉันจับ พอฉันยื่นมือจะจับพี่กราฟปัดมือกาฟิวเฉย

            “กวน สัส” 

            เขาหลุดคำหยาบใส่น้องชายแต่กาฟิวยิ้มมุมปาก มีความทะเล้น พี่กราฟยืนขึ้นและบอกให้ฉันขยับไปนั่งที่เดิมของเขาส่วนพี่กราฟก็นั่งแทนฉัน

            “แม่งหวง จะเก็บไว้กินคนเดียว”  

            omg  ฉันพยายามไม่เข้าใจประโยคที่น้องชายพี่กราฟพูดแต่สีหน้าพี่กราฟออกชัดเจนว่าโมโห เขากัดฟันกรอด

            “มึงจะเอาให้ได้ใช่ไหมไอ้ฟิว ”

            “โถ่ ล้อเล่นอะพี่ชาย อย่าซีเรียสดิวะ ”พี่น้องเขาคุยกันแบบนี้เหรอ  กาฟิวทำหน้าระรื่นยั่วโทสะ

            “มาหากูถึงนี่ หมาตัวไหนมันคาบข่าวไปบอก” กาฟิวถามยิ้มๆไม่สะทกสะท้านดูจากหน้าตาน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉันด้วยซ้ำ 

            “เอ่อ พี่กราฟพลูออกไปข้างนอกก่อนไหมคะ” เขากำลังจะคุยเ๹ื่๪๫ไรไม่รู้แต่มันเครียดอะ และคนนอกอย่างฉันไม่น่าจะร่วมฟังกับเขา

            “ไม่ต้องหรอก พลูไม่ใช่คนอื่น” คำพูดพี่กราฟทำให้กาฟิวมันยักไหล่ส่งสายตามาให้ฉัน  ไม่ใช่คนอื่น อือ..พี่กราฟทำฉันคิดมาก

            “มึงเอาเงินร้านไปทำเชี่ยไรตั้งห้าแสน” 

            “เอาไปใช้แป็ปเดียว เดี๋ยวกูคืน” กาฟิวตอบแบบสบายๆล้วงบุหรี่ขึ้นมาสูบ พ่นควันเป็๲ทางยาว

            “เอาไปละลายกับพนันอีกแล้วสิมึง กูให้เวลาถึงพรุ่งนี้ ถ้ามึงไม่คืนเ๹ื่๪๫ถึงพ่อแน่”

            “มึงก็ขู่กูจังไอ้กราฟ มึงเป็๲พี่ชายกูปะเนี่ย พี่ชายต้องช่วยน้องสิวะไม่ใช่อะไรก็เอาแต่บอกพ่อ”

            “มึงทำตัวเชี้ยเองไอ้ฟิว งานการแม่งไม่ทำ หนังสือก็ไม่เรียนมึงอยากให้ชีวิตห่าเหวอะไรก็ทำไป แต่อย่าทำให้กูเดือดร้อน”

            “มันแค่เศษเงินปะ จะอะไรนักหนาวะ แม่ง” กาฟิวเอาเท้าขึ้นมาบนโต๊ะที่วางของห้อยขาอย่างสบายใจ หน้าตาซิลๆ เหลือบมองหน้าพี่ชาย

            “พูดกับคนอย่างมึงไม่มีทางเข้าใจหรอกตราบใดที่ยังใช้ชีวิตบัดซบอยู่อย่างนี้” 

            “พรุ่งนี้กูคืน”

            “แล้วแต่มึง คงรู้ว่าเ๹ื่๪๫ถึงพ่อมึงจะเจออะไร แม่ก็ช่วยมึงไม่ได้ไอ้ฟิว”

            ฉันฟังสองคนพูดตอบโต้กันไปมาพี่น้องเขาคุยกันแบบนี้เหรอ ฉันได้รู้จักมุมมองของพี่กราฟเพิ่มขึ้นไม่ได้ใสๆเหมือนน่าตา ออกจากร้ายลึก

            “อ้ออีกอย่าง เด็กเสริฟกูจ้างมาทำงาน ไม่ใช่มาสนองตัณหามึงอย่าให้รู้ว่ามึงทำอีก กูไม่เลี้ยงมึงแน่”

            “ทีมึงยังเอา จะมาห้ามกูเพื่อ…?” กาฟิวพูดยิ้มๆจ้องหน้าก้านพลู และพ่นควันบุหรี่ใส่

                     #หมายความว่าไง พี่กราฟจะรอดตัวหรือเปล่าเนี่ย แก้ตัวให้เนียนนะคะ#