“หรือจริงๆแล้วพี่กราฟไว้ใจไม่ได้ ?” ฉันก็ไม่รู้มีแต่เ้าตัวที่รู้ก็เลยถามย้อนกลับไป
“พี่ไม่เคยทำแบบนั้น กับคนที่ไม่ยอม”
คำตอบกวนๆยิ้มทำหน้าเ้าเล่ห์ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ความหมายที่สื่อให้รู้ถ้ายอมก็ทำแบบนี้เหรอ ได้ฟังอย่างนี้แล้วก็อดกลัวไม่ได้บางครั้งผู้ชายก็มาในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้กำลังบังคับแต่ใช้น้ำคำวาจาหลอกล่อให้ตายใจ
“คงจะมีผู้หญิงอื่นยอมพี่บ่อยครั้ง ใช่ไหมคะ”
“อยากได้คำตอบจริงๆ หรือว่าอยากให้ตอบแบบโลกสวย”
“เอาที่พี่ทำจริงๆนี่แหละ”
“ส่วนมากก็ยอมนะ ”
คำตอบแบบมั่นใจมาก ถึงเขาจะไม่เอ่ยออกมาว่าพี่จะจีบพูล แต่รับรู้ว่าเขาจีบที่พูดมาคืออยากอวดตัวเอง การยอมรับแมนๆคืออะไร ลองใจดูว่าฉันเป็คนอย่างไหน คำตอบคำเดียวแต่ทำให้ฉันคิดได้หลายอย่าง
“หึ หึ พี่ไม่ได้คิดเื่แบบนั้นกับพลูสักหน่อย พลูถามมาพี่ก็ตอบ เลิกทำสายตาเหวี่ยงแบบนั้นได้แล้ว”
ฉันคงจะแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไปจนพี่กราฟเห็นแต่ให้เห็นแบบนั้นก็ดีแล้ว โดนแฟนทิ้งก็จริงแต่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้ามาตอนนี้ฉันเรียนรู้ที่จะเจ็บ และทำให้ชีวิตตัวเองมีค่ากว่าเดิม
“ถึงแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่เลือกของหน่อย แล้วค่อยไปกินข้าวกัน”
พี่กราฟเปลี่ยนหัวข้อเพราะเื่ที่เขาพูดเมื่อกี้ทำฉันนิ่งไปสายตาที่เขามองฉันก็เหมือนจะง้อนิดๆ ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องนอยด์ยังไม่ได้คบกันด้วย และก็ไม่ได้เป็เหมือนที่เขาพูดสักหน่อย
“หิวไหม”
ฉันเงียบระหว่างที่เราเดินเคียงคู่กันไปในห้างสรรพสินค้าห้างนี้ใกล้มหาลัย แน่นอนต้องเจอคนรู้จักบ้างโดยเฉพาะพี่กราฟที่เจอรุ่นน้องผู้หญิงเข้ามาทักหลายคนเห็นสายตาที่พวกเธอมองมาที่ฉัน สายตาที่มีแต่ความแปลกใจ
“ไม่หิวค่ะ เมื่อกี้ก็กินน้ำปั่นกับขนมมาแล้ว”
พี่กราฟพามาเดินซื้อกระเป๋าเขาบอกว่าให้เป็ของขวัญวันเกิดญาติวันพรุ่งนี้ฉันไม่ได้มีรสนิยมกับของพวกนี้สักเท่าไหร่ เคยมีคนซื้อให้บ้างแต่ไม่ได้มีความชอบหรือว่ารู้รายละเอียดของมันมากนักแต่เมื่อเขาคะยั้นคะยอให้เลือกให้หน่อย ก็จำใจต้องเลือก กระเป๋าใบเล็กใบหนึ่ง เรียบๆแต่ราคาของมันไม่เรียบเหมือนหน้าตา ให้เขาห่อของขวัญให้เสร็จสรรพพี่กราฟเป็สายเปย์ เขาพยายามจะซื้อให้ฉันบ้าง แต่ฉันยืนยันไม่รับเขาเลยไม่เซ้าซี้อีก
“พลูเลือกร้านได้หรือยัง เราทานอะไรกันดี”พากันเดินจนทั่วห้างแล้วคะ ก็มีซื้ออะไรส่วนตัวนิดหน่อย พี่กราฟก็ถามเอาใจจะกินอะไรดีก็ตกลงกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นน่ารักๆ
ตอนแรกก็ไม่คอยอยากกินเท่าไหร่ แต่พอเห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้าแค่นั้นแหละต่อมหิวทำงานทันทีเลย ไม่รู้ว่าเผลอแสดงความเป็ตัวเองออกมามากน้อยแค่ไหนพอเงยหน้ามองคนตรงหน้า ก็เจอกับรอยยิ้มที่ทำให้เขินได้
“คนสวยๆนี่เขากินกันแบบนี้เหรอ”
ฉันทำหน้าเหวอ ลืมไปว่านั่งต่อหน้าพี่กราฟที่ดูดีั้แ่หัวจรดเท้าหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย แต่ก็พยายามทำเหมือนไม่มีอะไร
“พลู ทานได้น่าเกลียดใช่ไหมคะ”
ยังมีหน้าไปย้อนถามเขาอีกเก็บความอายไว้กับตัว ช่างเถอะ ท้ายที่สุดคนเรามันก็ต้องเป็ตัวเองดีสุดละใครไม่ชอบยังไงก็ไม่ต้องฝืน
“ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นสักหน่อย ไม่ได้น่าเกลียด เพียงแค่แปลกใจปกติผู้หญิงสวยๆเขาจะฟอร์มกว่านี้ไม่ใช่เหรอ แล้วไม่ต้องทำหน้าเหวี่ยงใส่พี่เลย พี่ไม่ได้ว่าเรา ออกจะน่ารักมากกว่า”
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้สายตาคู่นั้น ทำไมต้องทำแบบนี้ใส่ หัวใจมันเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
“เหรอคะ นึกว่าพี่ไม่ชอบ” ฉันตอบรับอ้อมแอ้ม คนมันเขินอะไรจะมองจริงจังเบอร์นี้ ไม่ยอมหลบสายตาด้วยนะ มีแต่ฉันที่ต้องหลบตาคู่นั้น
“อิ่มแล้ว…?”
เครื่องหมายคำถามส่งมาให้ก็จำเป็ต้องอิ่มไหมละ ใครจะกินลงอีก มีผู้ชายหล่อๆนั่งจ้องขนาดนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยคุยกับใครหล่อแบบนี้ คุยบ่อย เพราะอย่างน้อยฉันก็ฮอตพอตัว มีที่มาขายขนมจีบบ้างั้แ่คบกับพี่กู๊ดจนเลิกกับพี่กู๊ด คนที่เคยหยอดบางคนก็ยังทำอยู่ แต่เพราะแฟนเก่ามันดุ มันหวง สารพัด ฉันก็เลยไม่ได้มีสายตาไว้มองใครหัวใจมันมีแค่ดวงเดียว ก็ให้คนเดียว
“อิ่มแล้วค่ะ พี่กราฟคงรีบกลับ ไปกันเลยไหมคะ”
เพราะเห็นเขาเหลือบมองนาฬิกาก็เลยคิดไปเองว่าเขาคงมีนัด แล้วอีกอย่างเห็นเมื่อกี้คือรับโทรศัพท์ ฟังดูเครียดๆ
“พี่ต้องรีบไปธุระ เราไปกันเลยนะครับ”
“งั้นเดี๋ยวพลูกลับเองดีกว่า”
“พี่ไปส่ง แต่พลูช่วยไปกับพี่หน่อยได้ไหมครับ นะครับ” อะไรคือทำเสียงหวานใส่ เหมือนอ้อนเลยแหละไม่รู้เขามีธุระอะไร แต่พอเห็นสายตาคู่นั้นก็ปฏิเสธไม่ลง
“พี่มาส่งไม่ดึกหรอกครับ ” พูดสุภาพกับเราอีก เอาวะเค้าจะพาเราไปด้วยก็ไป เพิ่งจะสองทุ่ม กลับไปห้องก็นอนโง่ๆ คิดอะไรไร้สาระอีก
“ที่นี่เหรอคะ ”
พี่กราฟพามาผับที่นี่เคยมาเที่ยวสองสามครั้ง มากับพวกเพื่อนและมากับพี่กู๊ด ผับนี่หรู แพงเวอร์แต่แปลกที่มาทีไรคนแน่นตลอด เป็ที่รวมของเหล่าคนดังเลยทีเดียว
“ลงมาก่อนครับ”
เขาปลดเบลล์ให้และเดินจูงมือฉันเข้ามาทางหลังร้านคืองงได้อีก ผ่านใครต่อใครหลายคนคงเป็พนักงานในร้าน สายตาทุกคู่แบบว่ามองเราสองคน
“คุณกราฟ สวัสดีคะ”
น่าจะเป็เด็กเสริฟผู้หญิงทักเขาและมองเลยมายังฉัน แววตาไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่แต่ตอนที่เรียกพี่กราฟมีความหน้าระรื่นในตัว
“ไอ้กาฟิวอยู่ไหน”
“อยู่ในห้องทำงานค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นตอบสายตามีจริตจะก้านฉันแอบยิ้มเบือนหน้าหนี คงคิดไม่ซื่อกับพี่กราฟ แต่เขาไม่ได้สนใจ พยักหน้าให้เท่านั้นมือที่จับฉันไว้ก็จูงไปยังข้างบน ขึ้นบันได้มาก็เจอห้องเรียงกันหลายห้อง พี่กราฟเดินเลยและผลักประตูเข้าไปในห้องใหญ่ ในห้องมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่เขาพาฉันมานั่งตรงโซฟาเข้ามุมชุดใหญ่ ผู้ชายที่กำลังก้มมองเอกสาร เงยหน้าขึ้นมา
“ไงพี่ชาย” เขายิ้มให้พี่กราฟเผื่อแผ่มาถึงฉัน เขาเดินจากโต๊ะทำงานเข้ามานั่งข้างฉันฉันต้องเขยิบเข้าหาพี่กราฟอัตโนมัติ
“มากับสาว ไม่แนะนำให้รู้จักบ้างละ”
เขายักคิ้วให้ฉันด้วยท่าทางเขาดูแบดๆ มีรอยสักหลายแห่ง เจาะหูโกรกผมสีแดง แต่ก็รับกับใบหน้าใสๆของเขาไม่น้อย ยามที่ยิ้มคล้ายๆกับพี่กราฟ
“ก้านพลู นี่ไอ้กาฟิว” พี่กราฟดูอารมณ์เสียนิดๆเหมือนพี่เขาจะพยายามเก็บไว้ไม่ให้เห็น แต่น้ำเสียงก็ยังเหวี่ยงไม่ใช่น้อย
“น้องชายแท้ๆของไอ้กราฟนะครับ”
น้ำเสียงกาฟิวออกทะเล้นนิดๆมีความกวน ฉันดูออกว่าสองคนไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ กาฟิวยื่นมือมาให้ฉันจับ พอฉันยื่นมือจะจับพี่กราฟปัดมือกาฟิวเฉย
“กวน สัส”
เขาหลุดคำหยาบใส่น้องชายแต่กาฟิวยิ้มมุมปาก มีความทะเล้น พี่กราฟยืนขึ้นและบอกให้ฉันขยับไปนั่งที่เดิมของเขาส่วนพี่กราฟก็นั่งแทนฉัน
“แม่งหวง จะเก็บไว้กินคนเดียว”
omg ฉันพยายามไม่เข้าใจประโยคที่น้องชายพี่กราฟพูดแต่สีหน้าพี่กราฟออกชัดเจนว่าโมโห เขากัดฟันกรอด
“มึงจะเอาให้ได้ใช่ไหมไอ้ฟิว ”
“โถ่ ล้อเล่นอะพี่ชาย อย่าซีเรียสดิวะ ”พี่น้องเขาคุยกันแบบนี้เหรอ กาฟิวทำหน้าระรื่นยั่วโทสะ
“มาหากูถึงนี่ หมาตัวไหนมันคาบข่าวไปบอก” กาฟิวถามยิ้มๆไม่สะทกสะท้านดูจากหน้าตาน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉันด้วยซ้ำ
“เอ่อ พี่กราฟพลูออกไปข้างนอกก่อนไหมคะ” เขากำลังจะคุยเื่ไรไม่รู้แต่มันเครียดอะ และคนนอกอย่างฉันไม่น่าจะร่วมฟังกับเขา
“ไม่ต้องหรอก พลูไม่ใช่คนอื่น” คำพูดพี่กราฟทำให้กาฟิวมันยักไหล่ส่งสายตามาให้ฉัน ไม่ใช่คนอื่น อือ..พี่กราฟทำฉันคิดมาก
“มึงเอาเงินร้านไปทำเชี่ยไรตั้งห้าแสน”
“เอาไปใช้แป็ปเดียว เดี๋ยวกูคืน” กาฟิวตอบแบบสบายๆล้วงบุหรี่ขึ้นมาสูบ พ่นควันเป็ทางยาว
“เอาไปละลายกับพนันอีกแล้วสิมึง กูให้เวลาถึงพรุ่งนี้ ถ้ามึงไม่คืนเื่ถึงพ่อแน่”
“มึงก็ขู่กูจังไอ้กราฟ มึงเป็พี่ชายกูปะเนี่ย พี่ชายต้องช่วยน้องสิวะไม่ใช่อะไรก็เอาแต่บอกพ่อ”
“มึงทำตัวเชี้ยเองไอ้ฟิว งานการแม่งไม่ทำ หนังสือก็ไม่เรียนมึงอยากให้ชีวิตห่าเหวอะไรก็ทำไป แต่อย่าทำให้กูเดือดร้อน”
“มันแค่เศษเงินปะ จะอะไรนักหนาวะ แม่ง” กาฟิวเอาเท้าขึ้นมาบนโต๊ะที่วางของห้อยขาอย่างสบายใจ หน้าตาซิลๆ เหลือบมองหน้าพี่ชาย
“พูดกับคนอย่างมึงไม่มีทางเข้าใจหรอกตราบใดที่ยังใช้ชีวิตบัดซบอยู่อย่างนี้”
“พรุ่งนี้กูคืน”
“แล้วแต่มึง คงรู้ว่าเื่ถึงพ่อมึงจะเจออะไร แม่ก็ช่วยมึงไม่ได้ไอ้ฟิว”
ฉันฟังสองคนพูดตอบโต้กันไปมาพี่น้องเขาคุยกันแบบนี้เหรอ ฉันได้รู้จักมุมมองของพี่กราฟเพิ่มขึ้นไม่ได้ใสๆเหมือนน่าตา ออกจากร้ายลึก
“อ้ออีกอย่าง เด็กเสริฟกูจ้างมาทำงาน ไม่ใช่มาสนองตัณหามึงอย่าให้รู้ว่ามึงทำอีก กูไม่เลี้ยงมึงแน่”
“ทีมึงยังเอา จะมาห้ามกูเพื่อ…?” กาฟิวพูดยิ้มๆจ้องหน้าก้านพลู และพ่นควันบุหรี่ใส่
#หมายความว่าไง พี่กราฟจะรอดตัวหรือเปล่าเนี่ย แก้ตัวให้เนียนนะคะ#