บทที่ 21 “เ้าอย่าเล่นกับไฟ…”
หลี่เย่าฉีกัดฟันแน่น นางกล้ำกลืนความโกรธเคืองไว้ในอก ก่อนจะค่อยๆก้มศีรษะให้กับผู้าุโด้วยความจำใจ
"ศิษย์ผิดไปแล้ว ข้าขออภัยเ้าค่ะ"
ผู้าุโมองนางด้วยสายตาเคร่งขรึม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"เ้ารู้ตัวก็ดีแล้ว อย่าให้มีคราวหน้าอีกไม่เช่นนั้น เ้าจะไม่ได้อยู่ในสำนักนี้อีกต่อไป"
หลี่เย่าฉีเม้มริมฝีปากแน่น มือของนางสั่นเล็กน้อยนางรู้ดีว่าหากยังดึงดันต่อไป ย่อมไม่มีผลดีต่อตัวเอง ในที่สุดนางจึงสูดลมหายใจลึกพยายามระงับความเดือดดาลภายในใจ แล้วหันหลังเดินจากไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะจากไปแล้ว แต่แผ่นหลังของนางยังคงสั่นไหวเล็กน้อยนางทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และที่สำคัญ—นางรู้สึกพ่ายแพ้
เมื่อเงาของหลี่เย่าฉีลับสายตาไปแล้ว ผู้าุโจึงค่อยๆหันกลับมามองจ้าวหลิน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นกลับเผยประกายคมกริบ
"อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็คนยั่วโทสะนาง"
จ้าวหลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งยิ้มเจื่อนๆ"ผู้าุโหมายความว่าอย่างไร ศิษย์เพียงแต่—"
"ไม่ต้องมาเสแสร้ง" ผู้าุโกล่าวตัดบทน้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจ "เ้ามันเ้าเล่ห์นักข้าดูออกว่าเ้าจงใจทำให้หลี่เย่าฉีลงมือก่อนเพื่อให้ตัวเองอยู่ในสถานะผู้ถูกกระทำ"
จ้าวหลินยังคงแสร้งทำหน้าซื่อ ใบหน้าดูไร้เดียงสา"ศิษย์ไม่เข้าใจจริงๆ ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ"
ผู้าุโจ้องเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเย็นๆ"เ้าฉลาด... แต่ว่าในสำนักนี้ อย่าลืมว่าตระกูลหลี่ไม่ได้มีอำนาจธรรมดาพวกมันมีเครือข่ายกว้างขวาง หากเ้าคิดจะเล่นเกมนี้ ก็จงระวังตัวไว้ให้ดี"
จ้าวหลินรับฟังคำเตือนของผู้าุโ แม้ภายนอกจะยังคงรักษาสีหน้าสงบแต่ภายในกลับครุ่นคิดอย่างรอบคอบ
‘ตระกูลหลี่งั้นหรือ...’
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าตระกูลหลี่มีอำนาจไม่น้อยในสำนัก แต่เขาก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะหวาดกลัวเื่พวกนี้
‘ก็น่าสนุกดีนี่’
จ้าวหลินแอบยิ้มเยาะอยู่ในใจ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสีหน้าของเขากลับดูไร้เดียงสาเช่นเดิม
"ศิษย์จะจำคำสอนของผู้าุโไว้ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ"
ผู้าุโมองจ้าวหลินอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ และเดินจากไปทิ้งให้จ้าวหลินยืนอยู่ที่เดิม
ขณะที่มองเงาของผู้าุโที่ค่อยๆ ห่างออกไปรอยยิ้มบางเบาก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจ้าวหลิน
‘เอาล่ะ... ข้าไม่อยากจะสนใจกับตระกูลเล็กๆถ้าหากมายุ่งอีกครั้งละก็ข้าจะพาพวกเ้าไปถึงจุดจบ’
จ้าวหลินมองแผ่นหลังของผู้าุโที่กำลังจะจากไปก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ผู้าุโ ศิษย์ขออภัยที่เสียมารยาทแต่ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่?"
ฝีเท้าหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนสายตาคมกริบจะเหลือบมองมายังเขา
"ซูหยาน"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ยากจะคาดเดา
จ้าวหลินพยักหน้าช้าๆ ดวงตาฉายแววครุ่นคิด"ขอบคุณผู้าุโซูเหยียนสำหรับคำชี้แนะ ศิษย์จะจำไว้ขอรับ"
ไม่มีคำตอบกลับมา มีเพียงสายลมที่พัดผ่านเมื่อร่างของผู้าุโเดินจากไปจนลับสายตา
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจ้าวหลิน
เมื่อทุกอย่างสงบลงผู้าุโปรายตามองเหล่าศิษย์ใหม่อีกครั้งก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"ั้แ่นี้ไปพวกเ้าทั้งหมดคือศิษย์ของสำนักพรายฟ้า!"
น้ำเสียงดังก้องไปทั่วลานกว้างทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกต่างรู้สึกตื่นเต้น บ้างก็โล่งอกที่สามารถรอดชีวิตมาได้
"พวกเ้าไปรับชุดของสำนักแล้วตามศิษย์ฝ่ายรับศิษย์ใหม่ไป จากนั้นให้เลือกบ้านพักที่ว่างตามใจชอบ"
เมื่อสิ้นคำประกาศ ศิษย์พี่จากฝ่ายรับศิษย์ใหม่ก็เข้ามานำทางกลุ่มศิษย์ใหม่ต่างพากันเดินตามไปอย่างเป็ระเบียบ บางคนยังมีาแจากการต่อสู้ในป่าแต่ไม่มีใครกล้าปริปากบ่น
จ้าวหลินเดินปะปนไปกับกลุ่มคนเ่าั้ ดวงตาของเขาทอดมองไปเบื้องหน้าแต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงก้าวต่อไปของตนในสำนักแห่งนี้
ด้านนอกลานรับศิษย์ หลี่เย่าฉีก้าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดนางเดินตรงไปยังจ้าวหยางที่ยืนรออยู่ เมื่อจ้าวหยางเห็นสภาพของนางก็ตวัดสายตามองก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"เ้าเป็อะไรมากหรือไม่?"
หลี่เย่าฉีสูดหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์แล้วตอบกลับไป"ข้าไม่เป็ไรมาก" แต่แววตาของนางเต็มไปด้วยโทสะ
นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ "ไอ้เด็กจ้าวหลินไม่ธรรมดามันฉลาดเป็กรด แค่ไม่กี่คำก็สามารถยั่วโทสะข้าจนทำให้ผู้าุโลงมือได้ถึงมันจะอยู่แค่ปราณก่อเกิดขั้นสูง แต่ก็อย่าได้ประมาทมันเด็ดขาด!"
จ้าวหยางพยักหน้ารับฟัง พลางขมวดคิ้ว สีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพึมพำกับตัวเองเสียงแ่เบา
"ข้าน่าจะสังหารมันั้แ่สี่ปีก่อน... จะได้ไม่ต้องกลายเป็เสี้ยนหนามให้รำคาญใจเช่นนี้!"
แววตาของเขาฉายประกายเ็า ราวกับมีเพลิงแห่งความแค้นลุกโชนอยู่ในใจ
หลี่เย่าฉีสูดหายใจลึกก่อนจะเงยหน้ามองจ้าวหยางด้วยแววตามุ่งมั่น นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"ข้าขอตัวพาศพของหลี่ซิงกลับตระกูลก่อนยังไงเขาก็เป็บุตรชายของรองจ้าวตระกูลเื่นี้ตระกูลต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไป"
จ้าวหยางพยักหน้าเล็กน้อย"เช่นนั้นเ้ากลับไปก่อน ให้ทางตระกูลจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย"
หลี่เย่าฉีไม่ตอบอะไรอีกเพียงแค่แบกร่างไร้ิญญาของหลี่ซิงขึ้นหลังแล้วพุ่งตัวออกจากบริเวณลานรับศิษย์อย่างรวดเร็วนางมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่จะกลับตระกูลหลี่ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยโทสะและความแค้น
จ้าวหยางมองตามแผ่นหลังของนางก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจของเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมาย หากตระกูลหลี่เอาเื่นี้ไปขยายความจะส่งผลกระทบต่อจ้าวหลินมากน้อยเพียงใด?
ไม่นานเขาก็แสยะยิ้มเ็าพึมพำกับตัวเอง
"ถ้าตระกูลหลี่้าหาคนรับผิดชอบข้าจะช่วยเร่งไฟแค้นให้ลุกโชนขึ้นอีกหน่อยก็แล้วกัน..."
จ้าวหลินเดินไปยังเขตที่พักของศิษย์ใหม่บ้านพักแต่ละหลังถูกจับจองไปเกือบหมดแล้วเหลือเพียงหลังสุดท้ายที่อยู่ริมสุดของลาน ฝาผนังเก่าแก่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นใยแมงมุมเกาะตามมุมประตู หน้าต่างแตกร้าวเล็กน้อยบ่งบอกถึงการถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน
เขายืนมองบ้านพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“เหมาะกับข้าดี” แล้วผลักประตูเข้าไปภายในเต็มไปด้วยฝุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นเมื่อเขาก้าวเดินแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเข้ามาใช้งานมานาน
ก่อนจะก้าวเข้าไปจ้าวหลินหยุดชะงัก เขาค่อย ๆ หันไปทางด้านหลัง ดวงตาฉายแววเ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เ้าจะตามข้าไปถึงเมื่อไร?”
เงาดำพลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหญิงสาวในชุดยาวสีเงินปรากฏตัวขึ้นใต้เงาไม้ หานเยว่ยืนกอดอกใบหน้างดงามของนางยังคงเ็าเช่นเคยดวงตาสีดำลึกล้ำจ้องมายังเขาราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง
“ข้าไม่ได้ตามเ้าข้าแค่ผ่านมา”นางกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาไหววูบเล็กน้อย
จ้าวหลินเหลือบมองหานเยว่ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เลิกอ้อมค้อมได้แล้วเ้า้าอะไรกันแน่?”
หานเยว่จ้องเขาด้วยแววตาจริงจังก่อนจะกล่าวเสียงหนักแน่น
“ข้า้าให้เ้าร่วมมือกับข้าเื่ตระกูลหลี่เ้าเองก็รู้ดีว่าในเมืองนี้ ตระกูลหานและตระกูลหลี่ต่าง่ชิงอำนาจกัน”
จ้าวหลินหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะกอดอก จ้องนางด้วยสายตาเย้ยหยัน
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?ใครจะเป็ใหญ่ในเมือง ข้าไม่สนใจ” เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มบาง “อีกอย่าง เ้าก็เห็นข้าอยู่แค่ขั้นปราณก่อเกิด จะให้ทำอะไรได้?”
หานเยว่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวหลินสายตาของนางเต็มไปด้วยความเฉียบคมและแน่วแน่ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"เ้าอย่าถ่อมตัวให้มากนักคนที่สามารถยั่วโทสะหลี่เย่าฉีจนถูกผู้าุโลงมือได้ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่"
นางหยุดชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มบาง "อีกอย่าง เ้าอยู่ระดับปราณรวมจิตไม่ใช่แค่ปราณก่อเกิดอย่างที่เ้าพยายามแสร้งทำ"
จ้าวหลินหัวเราะเบาๆ ขณะลูบคางตัวเอง พลางจ้องนางด้วยสายตาครุ่นคิด
"เอาเถอะ หากข้าร่วมมือกับเ้า ข้าจะได้อะไร?" เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย "แล้วเ้ามีแผนอะไรอยู่แล้วหรือไม่?"
หานเยว่เผยรอยยิ้มบางก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"ข้ามีแผนอยู่แล้ว เราจะเริ่มจากการกำจัดศิษย์ของตระกูลหลี่ทีละคน" นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ "ทายาทหลักของตระกูลหลี่ในตอนนี้มีสองคนหลี่เย่าฉี ผู้มีพลังระดับปราณหลอมรวม และพี่ชายของนาง หลี่จิ้งเทียนซึ่งอยู่ระดับปราณหลอมรวมขั้นสูง และตอนนี้ยังเป็ศิษย์หลักของสำนัก"
นางจ้องจ้าวหลินด้วยแววตาแน่วแน่"หากเรากำจัดสองคนนี้ได้ อนาคตของตระกูลหลี่ก็จะอ่อนแอลงอย่างแน่นอน"
"ส่วนเื่ที่เ้าจะได้อะไร?" หานเยว่ยกมุมปากขึ้น "เราเป็ศัตรูกับตระกูลหลี่เหมือนกัน นี่ก็นับเป็ผลประโยชน์ของเ้าด้วยและถ้าเ้าคิดว่ายังไม่พอ..."
นางขยับเข้าใกล้จ้าวหลินเล็กน้อยพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้าก็จะร่วมมือกับเ้าทุกอย่าง นับตัวข้าไปด้วยก็ได้"
จ้าวหลินมองหานเยว่ด้วยสายตาที่ลึกซึ้งสายตาของเขาเหมือนกับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน บรรยากาศรอบตัวแปรปรวนเล็กน้อยเสียงหายใจของทั้งคู่ค่อยๆ ดังขึ้นในห้องที่แทบจะไม่มีเสียงอะไรอีกแล้ว
จ้าวหลินยิ้มบางๆที่มุมปาก ก่อนที่จะเอามือโอบที่เอวของหานเยว่อย่างแ่เบาแล้วดึงตัวนางมาแนบชิดกับตัวเขาอย่างแรงจังหวะนั้นหานเยว่รู้สึกได้ถึงความร้อนแรงจากร่างของเขาใบหน้าของนางแดงระเรื่อและหายใจไม่ออก
จ้าวหลินกระซิบเบาๆที่ต้นหูของนาง น้ำเสียงเขาหวานแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย
“เ้าอย่าเล่นกับไฟ…”
พร้อมกับกัดที่หูนางเบาๆท่ามกลางความเงียบของห้อง หานเยว่ใจนตัวแข็งไปทันทีรู้สึกเหมือนกับมีไฟลุกท่วมร่าง แต่ไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่น้อยจ้าวหลินยิ้มกรุ้มกริ่มพลางมองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"เ้าจะทำอย่างไรดีล่ะ?" เขาพูดเสียงต่ำมือที่โอบเอวของนางแน่นขึ้นจนหานเยว่รู้สึกถึงความแข็งแกร่งและมั่นคงของเขา