บทที่ 40 ดูเหมือนมันเทศป่า
“แม่นมเฉียน เจ้าลามปามเกินไปแล้ว”
มองดูที่ดินที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำ อารมณ์ของจี้หานลั่วกำลังจะดีขึ้นเชียว กลับต้องมาขมวดคิ้วเพราะคำพูดของแม่นมเฉียน
จี้หานซวนเป็นพี่ชายร่วมบิดาที่เกิดจากฮูหยินเอก การที่เขายอมเสี่ยงชีวิตเดินทางไกลหลายร้อยลี้เพื่อมาส่งนางเข้าพิธีแต่งงาน ก็นับว่าดีถมไปแล้ว
ในยุคสมัยนี้ พี่ชายร่วมอุทรหลายคนยังทำให้ไม่ได้ขนาดนี้ด้วยซ้ำ
เกิดเป็นลูกชายคนโตของจวนจี้กั๋วกง ภาษีสังคมย่อมต้องจ่ายไม่น้อย ต้องอาศัยเบี้ยหวัดรายเดือนเดือนละ 30 ตำลึง การจะเก็บออมเงิน เกรงว่าจะยากลำบากกว่าลูกอนุอย่างพวกนางเสียอีก
ในยุคนี้ ที่นาจะถูกแบ่งเกรดตามความอุดมสมบูรณ์ของดินและผลผลิต โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ 6 ขั้น
ที่นาระดับหนึ่ง คือที่ดินให้ผลผลิตสูง แบ่งเป็นระดับหนึ่งและระดับสอง โดยที่ดินระดับหนึ่งมีราคาประมาณ 20 ตำลึงเงินต่อหนึ่งหมู่ ส่วนที่ดินระดับสองมีราคาประมาณ 15 ตำลึงเงินต่อหนึ่งหมู่
ที่นาระดับสอง คือที่ดินให้ผลผลิตปานกลาง แบ่งเป็นระดับสามและระดับสี่ โดยที่ดินระดับสามมีราคาประมาณ 10 ตำลึงเงินต่อหนึ่งหมู่ ส่วนที่ดินระดับสี่มีราคาประมาณ 8 ตำลึงเงินต่อหนึ่งหมู่
ที่นาระดับสาม เป็นนาผลผลิตต่ำ แบ่งเป็นนาระดับห้าและนาระดับหก นาระดับห้ามีมูลค่าประมาณสี่ตำลึงเงินต่อหนึ่งหมู่ ส่วนนาระดับหกมีมูลค่าประมาณสองตำลึงเงินต่อหนึ่งหมู่
ต่อให้ที่นาผืนนี้จะเป็นที่นาขั้นที่หกที่แย่ที่สุด ก็ยังต้องใช้เงินถึงสี่ห้าร้อยตำลึง
แทบจะเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่จี้หานซวนสั่งสมมาหลายปี
“แม่นมเฉียน น้ำใจไมตรีระหว่างพี่น้อง พอออกจากปากเจ้าไฉนกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ ไปได้?” ตอนอยู่จวนจี้กั๋วกง จี้หานลั่วก็ไม่ชอบที่แม่นมเฉียนคอยยุแยง ให้ไปชิงดีชิงเด่นกับพี่น้องคนอื่นอยู่แล้ว
ยิ่งตอนนี้มาได้ยินแม่นมเฉียนเสี้ยมให้พี่น้องแตกคอกัน นางยิ่งโมโห
“เป็นบ่าวที่ปากพล่อยเอง สมควรตายเจ้าค่ะ”
พอเห็นสีหน้าเย็นเยียบของจี้หานลั่ว แม่นมเฉียนก็รีบคุกเข่าขอขมาทันที ร้องไห้ไปพลางตบหน้าตัวเองไปพลาง “ขอคุณหนูเห็นแก่ที่บ่าวรับใช้มาหลายปี ยกโทษให้บ่าวสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ”
“ที่บ่าวทำไปก็เพราะหวังดีต่อคุณหนู คุณชายคุณหนูคนอื่นในจวนล้วนมีมารดาคอยปกป้อง มีแต่คุณหนูที่น่าสงสารที่สุด”
“บ่าวทนเห็นคุณหนูเสียเปรียบไม่ได้จริง ๆ”
[นักชิมชาเขียว: เริ่มจากแผนเจ็บตัว แล้วต่อด้วยการมัดมือชกด้วยศีลธรรม ถ้าจิตใจไม่หนักแน่นพอ แม่นมเฉียนคนนี้จูงจมูกสตรีมเมอร์ได้สบายๆ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวใช้ได้]
[หลงรักใบหน้าของเจ้า: พูดกันตามตรง พี่ชายคนนี้ดีกับนางมากแล้ว ไม่ใช่พี่แท้ ๆ ไม่ได้ติดค้างอะไรนาง ทำได้ขนาดนี้ก็ควรรู้จักพอ]
[นินี่ผู้น่ารัก: ข้าสนแค่อย่างเดียว ทำไมคุณชายเซี่ยงของข้าถึงขมวดคิ้วแน่นแบบนั้น? มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
“ฮูหยิน บ่าวที่ได้คืบจะเอาศอกเยี่ยงนี้ อย่าเก็บไว้เลยจะดีกว่า” เซี่ยงเฉิงหลีมองทะลุเจตนาของแม่นมเฉียนได้ในปราดเดียว และรู้สึกไม่ชอบใจอย่างแรง
“คุณหนู ท่านทำกับบ่าวเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ บ่าวซื่อสัตย์ต่อฮูหยินอวิ๋นมาโดยตลอด” พอได้ยินคำพูดของเซี่ยงเฉิงหลี คราวนี้แม่นมเฉียนตกใจจริง จากที่แกล้งร้องไห้ก็กลายเป็นร้องจริง ๆ
“หากคุณหนูไม่ชอบปากของบ่าว...ต่อไปบ่าวไม่พูดแล้วก็ได้เจ้าค่ะ”
จี้หานลั่วขมวดคิ้วแน่น
แม่นมเฉียนเป็นคนเก่าแก่ของฮูหยินอวิ๋น เป็นแม่นมที่ติดตามมาจากตระกูลอวิ๋น แม่ของนางเล่าว่าตอนที่ตระกูลอวิ๋นตกอับ บ่าวไพร่ต่างหนีหายกระจัดกระจาย
มีเพียงแม่นมเฉียนที่ไม่ทอดทิ้ง
ก่อนตาย แม่ของนางยังฝากฝังแม่นมเฉียนให้ช่วยดูแลสองพี่น้อง
นางรู้นิสัยปากสว่างและชอบยุแยงตะแคงรั่วของแม่นมเฉียนดี เพราะกลัวว่าจะไปอยู่กับจี้หานชิงแล้วจะสอนให้น้องชายเสียคน นางจึงดึงตัวมาไว้ข้างกาย
เพราะอย่างน้อยนางก็มีความทรงจำจากชาติก่อน แยกแยะถูกผิดได้ แม่นมเฉียนชักจูงความคิดนางไม่ได้
“แม่นมเฉียน เจ้าเป็นคนเก่าแก่ที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้”
“ข้าอดทนกับเจ้ามาหลายครั้ง แต่เจ้าก็ไม่เคยปรับปรุงตัว”
“ครั้งนี้เจ้าพยายามยุแยงให้พี่น้องแตกคอกัน มันล้ำเส้นข้ามากเกินไป” จี้หานลั่วเว้นจังหวะ “ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง”
“หนึ่ง...อยู่ข้างกายข้าต่อไปในฐานะแม่นมผู้ดูแลโรงเลี้ยงสัตว์ ทำงานให้มากพูดให้น้อย วันข้างหน้าข้าจะเลี้ยงดูเจ้าจนแก่เฒ่าและจัดการงานศพให้”
“สอง...ปล่อยเจ้าเป็นอิสระ เห็นแก่ความผูกพันบ่าวไพร่หลายปี ข้าจะคืนสัญญาขายตัวให้เจ้าพร้อมเงินอีก 30 ตำลึง จากนี้ไปเจ้าก็เป็นไทแก่ตัว”
“คุณหนู...บ่าวเลือกเป็นแม่นมดูแลสวนเจ้าค่ะ บ่าวสัญญาว่าต่อไปจะสงบปากสงบคำ” แม่นมเฉียนเลือกข้อแรกโดยไม่ลังเล
คนอายุขนาดนางไร้ที่พึ่งพิง
ต่อให้มีเงินติดตัวออกจากตระกูลเซี่ยงไป คงมีชีวิตรอดได้ไม่เกินสามเดือน
การตัดสินใจของแม่นมเฉียนอยู่ในความคาดหมายของจี้หานลั่ว
คนวัยนี้สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดมีเพียงสองเรื่อง
หนึ่งคือการมีคนเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า อีกหนึ่งคือการมีคนจัดการเรื่องหลังความตาย
[ปรมาจารย์ด้านการจัดการ: กลยุทธ์ ‘ตบหัวแล้วลูบหลัง’ ของสตรีมเมอร์นี่ใช้ได้คล่องแคล่วจริง ๆ ได้ทั้งตัวได้ทั้งใจ มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
การเดินทางหลังจากนั้น แม่นมเฉียนก็ว่านอนสอนง่ายขึ้นมาก
“ฮูหยิน ให้ข้าแบกเจ้าเดินเถอะ!” เซี่ยงเฉิงหลีหลุบตามองรองเท้าปักลายอันงดงามบนเท้าของฮูหยินตัวน้อย “เดี๋ยวรองเท้าปักจะเปื้อน ตกกลางคืนเจ้าจะปวดเท้าเอาได้”
จี้หานลั่ว: “...”
ตกลงว่าเขาเสียดายรองเท้า?
หรือว่าสงสารนางกันแน่?
“ท่านพี่ ขี่ม้าพาข้าไปเถอะเจ้าค่ะ!”
เซี่ยงเฉิงหลีใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวคอดกิ่วของฮูหยินตัวน้อย อีกมือหนึ่งกุมบังเหียน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข “ฮูหยิน ข้าคิดอยากจะพาเจ้าขี่ม้าชมวิวแบบนี้มานานแล้ว”
สายลมปะทะใบหน้า
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวโชยมาแตะจมูก
หัวใจของเขาคันยุบยิบ
ม้าควบทะยานเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางก็เริ่มออกห่างจากเส้นทางหลักไปเรื่อย ๆ
ไม่นานนัก พวกเขาก็สลัดผู้คุ้มกันที่ติดตามมาทิ้งไว้ข้างหลัง ทั้งสองควบม้าเข้าสู่เส้นทางเล็ก ๆ ในหุบเขา ดอกไม้ป่านานาพรรณกำลังบานสะพรั่ง ทิวทัศน์งดงามยิ่งนัก
“ท่านพี่ ให้ข้าลงตรงนี้เถอะ ข้าอยากเดินดูแถวนี้สักหน่อย”
[เด็กเกษตรเรียนดี: สตรีมเมอร์ไปทางซ้ายสามก้าว ลองขุดรากดูสิ ข้าดูแล้วเหมือน ‘มันเทศป่า เลย]
[นินี่ผู้น่ารัก: สตรีมเมอร์มัวแต่จู๋จี๋กับคุณชายเซี่ยง ต้องมีเสียงโดเนทดังรัว ๆ เท่านั้นแหละถึงจะเรียกความสนใจนางได้ เอ้า ข้าเปิดก่อน มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: สตรีมเมอร์ ใต้เท้าเจ้ามีมันเทศป่า มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: สตรีมเมอร์ ใต้เท้ามีมันเทศป่า มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
เสียงแจ้งเตือนการมอบรางวัลที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงความสนใจของจี้หานลั่วได้ในที่สุด
พอกวาดตามองคอมเมนต์เต็มหน้าจอ ที่ต่างพากันเตือนว่าใต้เท้านางมีมันเทศป่าอยู่ จี้หานลั่วผู้มักจะสุขุมเยือกเย็นมาตลอด หัวใจพลันเต้นแรงแทบจะกระดอนออกมานอกอก
ต้องรู้ก่อนว่าผลผลิตของมันเทศป่านั้น อย่างต่ำ ๆ ก็ได้ถึงไร่ละ 2,000 ชั่ง
หากเจอมันเทศป่าเข้าจริง ๆ จะช่วยชีวิตผู้คนในยามภัยแล้งได้มหาศาล
“ท่านพี่ ช่วยขุดรากต้นนี้ให้ข้าหน่อยเจ้าค่ะ” จี้หานลั่วทำตามคำชี้แนะของ ‘เด็กเกษตรเรียนดี’ จนเจอพืชที่สงสัยว่าเป็นมันเทศป่า แล้วสั่งการเซี่ยงเฉิงหลีทันที
สำหรับคำสั่งของฮูหยินตัวน้อย เซี่ยงเฉิงหลีไม่เคยถามให้มากความ
เขาชักมีดสั้นออกจากฝักข้างอานม้า แล้วลงมือขุดทันที
“ท่านพี่ ระวังหน่อยนะเจ้าคะ อย่าให้รากมันเสียหาย” จี้หานลั่วจำลักษณะใบไม่ได้ แต่จำลักษณะหัวของมันเทศป่าได้
เห็นเซี่ยงเฉิงหลีขุดฉับ ๆ ไม่กี่ที ก็งัดเอารากพืชยาวครึ่งเมตรออกมาได้
นางตื่นเต้นจนเสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ท่านพี่ ท่านเก่งมากเจ้าค่ะ! ใช่เจ้านี่แหละ ข้าต้องการเจ้า มันเทศป่า นี่แหละ!”
เซี่ยงเฉิงหลี: “...”
“ฮูหยิน นี่มันก็แค่รากไม้ป่ามิใช่หรือ? บนเขาหมอบเสือมีเยอะแยะ เจ้าอยากได้เท่าไหร่ พรุ่งนี้ข้าจะเกณฑ์คนไปขุดมาให้”
จี้หานลั่วเบิกตากว้าง “ที่เขาหมอบเสือมีเยอะหรือเจ้าคะ?”
เซี่ยงเฉิงหลีพยักหน้า “เจ้าจะเอาเจ้านี่ไปทำอะไร? ยางมันเหนียวเหนอะหนะกินก็ไม่ได้”
“ใครว่ากินไม่ได้เจ้าคะ?” จี้หานลั่วหลุดขำ ขุมทรัพย์กองอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครรู้วิธีใช้ “ท่านพี่ เจ้านี่นอกจากจะกินได้แล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาสูงมากด้วยนะเจ้าคะ”
“โดยเฉพาะกับท่านแม่ที่นอนป่วยมานาน ยิ่งดีต่อร่างกายท่านมาก”
“จริงหรือ?” เซี่ยงเฉิงหลีแทบไม่อยากเชื่อ
จี้หานลั่วมองไปรอบ ๆ เห็นใบของมันเทศป่าขึ้นปกคลุมไปทั่วครึ่งค่อนภูเขา นางยิ้มจนตาหยี
“ท่านพี่ ภูเขาลูกนี้...มีเจ้าของหรือยังเจ้าคะ?”