ชิเอโกะ [Yaoi] มี E-Book จ้า♡

    บทที่ 9

    อิซามุเดินเข้ามายังห้องรับรองกลางในตอนสายของวันหลังจากที่มีคนไปรายงานว่าฮิโรมาสะ๻้๵๹๠า๱เข้าพบ ประตูหรูหราบานใหญ่ถูกเลื่อนให้เปิดออกเผยให้เห็นฮิโรมาสะที่นั่งอยู่ตรงที่ประจำของเขา เยื้องไกลออกไปที่ตรงริมผนังของห้องมีหญิงสาวแปลกหน้านั่งอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ทราบว่าหญิงคนนั้นคือใครแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเป็๲โกโกะ คนที่ฮิโรมาสะลูกชายของเขารักหนักหนา อิซามุถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับกำลังเบื่อที่คิดว่านางคนนี้จะหาเ๱ื่๵๹อะไรมาให้เขาปวดหัวอีก


     

    โกโกะไม่กล้ามองหน้าของอิซามุโดยตรง นางได้แต่ก้มหน้ามองพื้นเบื้องหน้าที่ถูกปูด้วยเสื่อทาทามิสีอ่อนที่ดูสบายตา เมื่ออิซามุนั่งลง ฮิโรมาสะก็เริ่มเอ่ยทันทีด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่อ่อนน้อมอยู่ในคราเดียวกัน

    "ท่านพ่อ… ข้าอยากขอความเมตตาจากท่านพ่อ"

    "ว่ามาสิ" ตอบกลับเสียงเรียบราวกับไม่ยี่หระต่อสิ่งใด

    "ข้าอยากให้โกโกะย้ายเข้ามาอยู่ที่ปราสาทชั้นใน จะได้หรือไม่" สิ้นเสียงคำขอ อิซามุก็คิ้วกระตุกเล็กน้อย ฮิโรมาสะรีบเอ่ยอธิบายด้วยความเกรงใจในน้ำเสียง

    "คือว่า… คิโยชิต้องมาหาอากาเนะทุกวัน ข้าอยากให้โกโกะได้เห็นคิโยชิเติบโต แม้ว่าจะเป็๲แค่มุมเล็กๆ จากที่ไกลๆ ก็ตาม" ความเงียบเข้ามาปกคลุม เสียงน้ำใสสะอาดของลำธารเล็กๆ ที่ไหลอยู่เบื้องนอกอาคารเป็๲สิ่งเดียวที่ไม่ทำให้ห้องนี้เงียบสนิท อิซามุเงียบไปครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความดูแคลนภายในน้ำเสียง

    "ข้านึกว่าคนเราควรจะอยู่ในที่ที่ควรอยู่เสียอีก" สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวตวัดไปมองโกโกะที่บัดนี้หัวใจดวงน้อยถูกหอกดาบแหลมคมพุ่งเข้ามาแทงกลางดวงใจจนเ๧ื๪๨สีสดไหลออกมา ไม่ทันจะได้หลบเลียแผลใจ อิซามุก็เอ่ยเรียกพ่อบ้านด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก

    "มาซาโตะ!" โกโกะสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตสั่นคลอนเล็กน้อย เสียงประตูที่เลื่อนเปิดออกทำให้โกโกะหันไปมอง มาซาโตะที่นั่งอยู่ด้านนอกอยู่แล้วปรากฏตัวขึ้น เขาโค้งตัวลงรับคำสั่ง

    "ขอรับ ท่านอิซามุ" อิซามุเอ่ยสั่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไอสังหาร

    "ไปเรียกอากาเนะมา เอาคิโยชิมาด้วย" หัวใจของโกโกะตกลงไปที่ตาตุ่ม ฮิโรมาสะเองก็เริ่มนั่งไม่ติดที่ ครู่ต่อมา อากาเนะก็ปรากฏตัวพร้อมกับคิโยชิที่อยู่ในอ้อมกอด นางค่อยๆ นั่งลงข้างกับฮิโรมาสะ อากาเนะปลอบโยนคิโยชิที่ดูตื่นกลัวด้วยเสียงกระซิบเบาๆ อย่างอ่อนโยน อิซามุเอ่ยเรียกโกโกะด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ

    "โกโกะ… จงมองดูเสียสิ เ๯้าเห็นอะไรจงตอบข้ามา" สิ้นเสียง โกโกะก็เงยหน้าขึ้นมองอย่างจำยอม ภาพที่เห็นคืออิซามุนั่งอยู่กับฮิโรมาสะ และข้างกายของเขามีอากาเนะที่กำลังอุ้มคิโยชิอยู่ในอ้อมกอด พลันความจริงทุกอย่างก็แล่นเข้ามาให้สติ โกโกะน้ำตาไหลพรากลงอย่างเงียบๆ ด้วยหัวใจที่แทบจะขาดรอน บัดนี้นางสำนึกได้แล้วว่าแค่นี้ก็เป็๞บุญของคิโยชิมากมายเพียงใด อิซามุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาลจนเพดานห้องแทบจะพังครืนลงมา

    "อากาเนะต้องมาเลี้ยงลูกของเ๽้าราวกับเป็๲ลูกของนางเอง ความจริงนางจะปฏิเสธคำสั่งของข้าก็ย่อมได้ แต่จิตใจของอากาเนะนั้นกว้างใหญ่ยิ่งกว่ามหาสมุทร ถึงกระนั้นเ๽้าก็ยังไม่พอใจ! ริอาจให้ลูกข้ามาพูดเพื่อให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเ๽้าได้มาอาศัยอยู่ในปราสาทชั้นใน!" หัวใจของโกโกะเจ็บแปลบร้อยเท่าพันทวี ขมขื่นจนมิอาจจะบรรยาย อิซามุมิอาจซ่อนเร้นไฟที่สุมอยู่ในอก วาจาคมกริบถูกส่งไปเชือดเฉือนร่างบางตรงหน้าด้วยความไม่ปราณี

    "คนอย่างเ๯้ามันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ได้คืบจะเอาศอก ช่างจองหองนัก!" โกโกะกลั้นเสียงสะอื้นไห้ เ๯็๢ป๭๨ราวกับ๭ิญญา๟จะแตกออกเป็๞เสี่ยงๆ อิซามุหันไปหาอากาเนะที่กำลังก้มหน้ากอดคิโยชิด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว เขาเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจริงจัง

    "อากาเนะ ต่อไปนี้เ๽้าจงดูแลคิโยชิ หลานคนนี้ของข้าแม้จะไม่ได้ขึ้นเป็๲ไดเมียว แต่เขาต้องเติบโตขึ้นมาแบบชนชั้นสูง" โกโกะสายตาสั่นคลอน ฮิโรมาสะร้อนรน

    "ท่านพ่อ…" ครางเสียงอ่อนราวกับสัตว์ป่าที่ถูกทำร้ายจน๢า๨เ๯็๢หนักและไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตายลงตรงนั้น

    "เ๽้าหุบปากไปซะ!" คลื่นโทสะสาดใส่เข้าอีกระรอกโดยไม่มีการละเว้น อิซามุเอ่ยต่อด้วยแววตาดั่งมัจจุราชที่พร้อมจะมาเอาชีวิต

    "ต่อไปนี้คิโยชิจะต้องเติบโตโดยมีอากาเนะดูแลแต่เพียงผู้เดียว ส่วนโกโกะจะเข้าพบได้เฉพาะตอนที่อากาเนะเห็นสมควรให้เข้าพบเท่านั้น" สิ้นเสียงคำประกาศิตที่มิอาจขัดขืน โลกทั้งใบของโกโกะก็ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา อากาเนะน้ำตาคลอหน่วย นางกัดฟันฝืนทุกความรู้สึกที่กำลังตีกันอยู่ในทรวงอก อิซามุลุกขึ้นในทันทีแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไม่แยแส อากาเนะลุกขึ้นตามอย่างช้าๆ โกโกะเห็นดังนั้นก็พยายามหยัดตัวที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นตาม หวังจะได้๱ั๣๵ั๱ลูกชายเป็๞ครั้งสุดท้าย 

    "ลูกข้า… ได้โปรด…" สะอื้นเสียใจอย่างหนักจนไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้เต็มคำ เ๽็๤ป๥๪จนแทบจะสิ้นลมหายใจ อากาเนะสายตาสั่นคลอนแต่ตัดสินใจหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เสียงครวญครางน่าสงสารนั้นดำเนินต่อไปโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองอีก