นางจางและมารดากำลังปรึกษากันเื่ลู่ทางทำเงินจากนิมิตของนางนางจำได้ว่าหลังแต่งงานได้ไม่นาน จะเกิดภัยแล้งขึ้น ทำให้ผลผลิตไม่ดีไม่คุ้มทุนที่ลงไปชาวบ้านที่ทำนาขาดทุนกันทุกแห่ง นางจึงตัดสินใจไม่ทำนาในปีนี้หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบนี้จะปล่อยที่นาให้คนเช่าแทน
‘ตังกุย’ นางจางนึกถึงสมุนไพรนี้ขึ้นมาได้มันเป็สมุนไพรรากที่ราคาสูง่หนึ่งเนื่องจากมีหมอยาขึ้นชื่อจากเมืองหลวงต้องใช้จำนวนมากในการปรุงยาสูตรพิเศษเพื่อรักษาโรคสตรีของฮูหยินบ้านเศรษฐีตงซึ่งเป็เศรษฐีที่รวยที่สุดในเมืองนางจำได้ว่าชาวบ้านแย่งกันไปขุดหารากตังกุยกันทั้งหมู่บ้าน
“ท่านแม่นอกจากล่าสัตว์แล้ว เราต้องไปหาสมุนไพรบนเขา มันจะมีราคาสูงมากในไม่ช้านี้และคนจะแย่งกันไปหามัน เราต้องรีบลงมือก่อน”
“ตกลงทำตามเ้าว่า” นางหลี่มั่นใจในนิมิตของบุตรสาว ทั้งครอบครัวจึงเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตในที่นาแต่ไม่ได้ขายออกไป เพียงเก็บไว้ใช้ในบ้านและรอขายเมื่อราคาขึ้นสูง
เนื่องจากไม่มีใครมาแย่งหาสมุนไพรใน่นี้บนเขาจึงเป็ขุมทรัพย์ของตระกูลจางก็ว่าได้ หม่าต้านล่าสัตว์บนเขา ส่วนนางจางมารดา และน้องชายช่วยกันขุดรากตังกุยได้มาจำนวนมากแล้วเอามาตากแห้งไว้เตรียมขาย
สัปดาห์ต่อมาก็เป็จริงดังนิมิตของนางจางมีคนประกาศหาซื้อรากตังกุยสดหรือแห้งจำนวนไม่จำกัดแต่พอชาวบ้านขึ้นไปหากลับไม่พบสมุนไพรกันเลยจนต้องลงเขามามือเปล่าและตัดใจจากลาภก้อนนี้
เมื่อเศรษฐีตงรู้ว่าตังกุยบนเขาหายากมากก็ตั้งราคาเพิ่มขึ้นอีก3 เท่าจากเดิม ครอบครัวนางจางจึงเอาไปขายได้ราคารวมแล้วมากกว่า500 ตำลึง เมื่อรวมกับสมบัติเก่าสินสอดจากการขายหมี และเงินที่เหลือจากค่าเล่าเรียนของเสี่ยวซูแล้วตอนนี้บ้านสกุลจางมีเงินเก็บ 2พันกว่าตำลึงแล้วถือว่าเป็บ้านที่มีฐานะสูงเมื่อเทียบกับคนในหมู่บ้าน แม้จะห่างไกลจากเศรษฐีในตัวเมืองก็ตาม
นางหลี่รีบนำเงินส่วนหนึ่งไปแลกเป็ตั๋วแลกเงินเพื่อความสะดวกในการเก็บและพกพานางภูมิใจในบุตรสาวมาก เดิมครอบครัวนางเคยมีเงินเก็บถึงหนึ่งพันตำลึงแต่ส่วนใหญ่หมดไปกับการส่งเสียเสี่ยวซูเข้าเรียน พอนางรู้ความความร้ายกาจของพวกอาจารย์ใหญ่และบัณฑิตในโรงเรียนแห่งนั้นจากคำบอกเล่าของบุตรสาวแล้วนางเสียดายเงินก้อนนั้นมากนัก
นางหลี่เริ่มมองการไกลและยุยงให้บุตรสาวนำเงินไปลงทุนโดยอาศัยนิมิตนางจางไม่ใช่สตรีที่เคยทำการค้าใหญ่โตจึงนึกไม่ออกถึงลู่ทางทำเงินในตอนนี้ในนิมิตนั้นมันยาวนานถึง 15 ปีไม่ใช่ว่าจะให้นึกก็นึกออกทันที นางจึงขอเก็บเงินไว้ก่อนและค่อยทยอยหาลู่ทางเพราะยังไงตอนนี้บ้านนางก็ไม่ขัดสนเงินทอง แถมยังมีข้าวที่รอขายอีกส่วนหนึ่ง
‘ข้าวที่รอขาย’ นางนึกออกแล้วนางรีบปรึกษามารดาเื่การขอซื้อข้าวที่เริ่มมีการเก็บเกี่ยวจากชาวบ้านแถวนี้มาเก็บไว้เพิ่มเติมแล้วค่อยปล่อยขายทีเดียวหลังจากราคาขึ้น นางหลี่ยิ้มแก้มปริเห็นดีกับบุตรสาว
หลังจากการขายข้าวที่เก็งกำไรไว้แล้วพวกนางได้เงินมาอีก 500 ตำลึงรวมสมบัติเก่าและรายได้จากการล่าสัตว์แล้วเป็เงินเกือบ 4,000 ตำลึงตอนนี้ครอบครัวนางจะอยู่กันได้อย่างสบายใน่ที่ภัยแล้งมาถึงและมีเงินเหลือเฟือไปอีกหลายปีทีเดียว นางจางรู้สึกขอบคุณ์ที่ให้นิมิตนางมาแต่นางไม่รู้เลยว่าความสุขไม่เคยอยู่ถาวร