อาหลิ่งมองดูเฉินอี้ น้ำตาของนางรื้นมาที่ขอบตาเหตุใดนางจะมิรู้ว่าเฉินอี้อยากพบพ่อกับแม่ของเขามากแค่ไหนเหตุผลที่เขาไม่ยอมไปอยู่ที่อื่น ไม่เคยออกไปนอนค้างนอกบ้านและถึงแม้ว่าท่านลุงและท่านป้าบ้านจางจะคะยั้นคะยอให้เขาไปอยู่ด้วยมากเพียงใดแต่เฉินอี้ก็ยืนยันว่าเขาจะอยู่ที่บ้านของเขาเท่านั้น
เพราะเขาคิดว่า คงจะมีสักวันหนึ่งที่พ่อกับแม่จะกลับมาหาเขา ให้เขาได้มองดูทั้งสองท่านเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งถึงแม้ว่าจะเป็เพียงดวงิญญาก็ตาม
อาหลิ่งมองไปที่แสงริบหรี่ของิญญาสองดวงนั้นและบอกกับเฉินอี้“เ้าต้องใช้เืของเ้าเขียนอาคมลงบนยันต์จากนั้นนำยันต์ไปเผาและนำผงขี้เถ้าป้ายไปบนหน้าผากของิญญาทั้งสองดวงและจุดธูปบอกฟ้าดินให้รับรู้ว่าท่านขอต่อแสงไฟดวงิญญาให้พวกเขาอีกหนึ่งวัน”
เฉินอี้ดีใจมากหนึ่งวันก็เพียงพอแล้วที่จะให้เขาได้จัดการให้ดวงิญญาทั้งสามได้พบหน้ากันเฉินอี้ล้วงยันต์แผ่นเท่าฝ่ามือออกมาจากอกเสื้อ และหยิบถ้วยชาเก่าๆบนโต๊ะมาเคาะพื้นให้แตกเตรียมกรีดนิ้วตนเอง อาหลิ่งรีบห้ามไว้และกล่าวประโยคต่อไป
“เฉินอี้ ดวงิญญาหนึ่งดวง ต่อยันต์หนึ่งแผ่นและการต่อแสงไฟิญญาหนึ่งครั้ง ต้องใช้อายุของท่านแลกไปหนึ่งปี เฉินอี้คิดให้ดีก่อนเถิดนะ นี่ก็เหมือนการแลกชีวิตของเ้าให้กับดวงิญญาข้า…ข้ามิอยากให้ท่านทำเช่นนี้เลย”
อาหลิ่งยกมือขึ้นห้ามมือที่กำลังถือเศษถ้วยชาของเฉินอี้ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ััโดนมือของเขาแต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังกดทับที่ข้อมือ อาหลิ่งเป็ิญญานางไม่สามารถััตัวของเฉินอี้ได้ เพราะจะเป็การทำร้ายเขา
แต่เฉินอี้ต้องเผายันต์และต้องนำไปป้ายหน้าผากให้ิญญาสองตนนั้นด้วยตนเองก็เท่ากับว่าเกราะคุ้มภัยที่อาหลิ่งสร้างจะหายไปเมื่อเฉินอี้ัักับดวงิญญาโดยตรง เขาจะถูกดูดพลังชีวิตทันที และิญญาตนอื่นๆที่รู้สึกถึงพลังชีวิตของเฉินอี้ก็จะพากันตามเข้ามา
เฉินอี้มองหน้าอาหลิ่งและยิ้มให้นาง “ข้ายินดีทำ”
เฉินอี้บอกกับอาหลิ่งด้วยเสียงเรียบปกติไม่มีสีหน้าของความตื่นใสักเพียงนิด อาหลิ่งมองหน้าเฉินอี้น้ำตาร่วงลงมาหยดหนึ่ง และค่อยๆ ดึงมือตนเองกลับคืนมา
เฉินอี้ใช้เศษถ้วยชากรีดที่นิ้วของตนเองนำไปเขียนบนยันต์ทั้งสองใบ เมื่อเผายันต์เสร็จเฉินอี้ป้ายนิ้วไปที่เถ้ายันต์และยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของผู้เฒ่าชราที่นอนคู้ตัวอยู่บนเตียง
เพียงััิญญาที่ปลายนิ้วเท่านั้นเฉินอี้ก็รู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งแล่นผ่านจากลำตัวและแขนไปที่ปลายนิ้วเป็คลื่นความร้อนที่เขาััได้ เฉินอี้รู้สึกอ่อนเปลี้ยลงอย่างประหลาดเมื่อเขาเผายันต์อีกใบและนำไปป้ายให้แม่เฒ่าชรา เฉินอี้ก็รู้สึกถึงความร้อนแบบเดียวกันเพียงแต่ครั้งนี้เมื่อความร้อนแล่นผ่านปลายนิ้วไป เขาก็รู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจมือเย็นเฉียบ
เฉินอี้พยายามดำเนินการต่อให้เสร็จเขาเดินไปหยิบธูปที่อาหลิ่งชี้บอก จุดธูปและนำไปไหว้ฟ้าดินที่ลานบ้านกลางแจ้งิญญาตนอื่นๆ ที่ััถึงพลังชีวิตของเฉินอี้ก็เริ่มคืบคลานออกมาจากในมุมมืด
จากตอนแรกที่เฉินอี้เดินเข้ามาในบ้านเขาพบดวงิญญาเพียงสองสามตน ตอนนี้กลับมีมากเกือบสิบตน บางตนก็เห็นชัดบางตนก็เห็นไม่ชัด ิญญาบางตนแขนขาหักผิดรูปยังมีที่ใบหน้ายุบไปข้างหนึ่งเหมือนถูกของแข็งทุบมาอย่างแรง ิญญาเด็กตัวเล็กๆก็มี เสื้อผ้าไม่ใส่ ผิวกายสีเทา คลานๆ หยุดๆ ตามดวงิญญาตนอื่นเข้ามา
เฉินอี้ที่กำลังไหว้ฟ้าดิน เห็นดังนั้นก็หลับตาลงพลางนึกในใจว่า ‘อะไรกันนักหนา อย่าเพิ่งเข้ามาตอนนี้กันได้ไหม ขอร้องล่ะนะ’
แม้จะหลับตาอยู่แต่เฉินอี้ก็รู้สึกได้ว่าิญญาเ่าั้เข้ามาใกล้มากแล้วอาหลิ่งที่คอยระวังอยู่ใกล้เฉินอี้ก็คอยกันดวงิญญาเ่าั้ไม่ให้เข้ามาแตะต้องตัวของเฉินอี้ได้นางยังไม่สามารถสร้างเกราะคุ้มภัยให้เขาได้จนกว่าเขาจะทำพิธีเสร็จเพราะเฉินอี้ต้องติดต่อกับผู้ดูแลฟ้าดินจนกว่าธูปจะหมดดอก
ถึงแม้อาหลิ่งจะคอยคุ้มกันิญญาตนอื่นให้เขาอยู่ แต่เฉินอี้ที่กำลังนั่งหลับตาอยู่กลางลานบ้านก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตของตนที่ถูกดูดออกไปทีละน้อยจนเขาเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามใบหน้าและแผ่นหลัง
อาหลิ่งที่ยืนหยัดปกป้องเฉินอี้นางเองก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงแล้วเช่นกัน ขณะที่นางกำลังต่อสู้กับิญญาเ่าั้ิญญา เด็กน้อยที่ไร้เสื้อผ้าก็อาศัยจังหวะที่อาหลิ่งหันไปสนใจิญญาตนอื่นกระโจนเข้ามาหาเฉินอี้ทันทีเฉินอี้ลืมตาขึ้นมองเห็นิญญาเด็กน้อยที่อีกเพียงเอื้อมมือก็จะถึงตัวเขา
ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีขาวเหมือนแสงฟ้าแลบสว่างขึ้นและิญญาเด็กคนนั้นก็กระเด็นออกไปจากตัวของเฉินอี้อย่างหวุดหวิดเฉินอี้มองไปยังทิศทางที่แสงสาดออกมาเมื่อครู่เขาเห็นดวงิญญาดวงหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก เป็ร่างของชายชราผมขาว เคราขาวแต่งกายคล้ายชุดนักพรต มีแสงเรืองรองออกมารอบตัว
เมื่อิญญาตนอื่นๆ เห็นิญญาดวงนี้ก็พากันหดกลับเข้าไปในมุมมืดของตนเองตามเดิม
ชายชราคนนั้นเดินมาหาเฉินอี้เฉินอี้มองกลับไปที่ชายชรา ยังมิได้เอ่ยถามอันใด ชายชราก็กล่าวขึ้น
“ข้าคือเ้าที่ของบ้านนี้ ที่นี่รกร้างมาหลายปีไม่มีผู้ใดมาเซ่นไหว้ข้าอีกแล้ว ข้าจึงไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านนี้กับภพภูมิของข้าส่วนิญญาพวกนี้เห็นว่าข้ามิค่อยได้อยู่บ้าน จึงพากันเข้ามาอาศัยข้าก็มิได้ขับไล่อันใดเพราะสงสารและเห็นว่าิญญาพวกนี้มิได้ทำความเดือดร้อนอันใดให้”
“แต่วันนี้ข้าได้ยินเสียงของเ้าบอกกล่าวฟ้าดินขอต่อแสงไฟิญญาให้ผู้เฒ่าบ้านหลี่เพื่อนำพาไปพบกับลูกชายข้าจึงรีบลงมาดูด้วยความดีใจ มิคิดว่าจะเห็นเ้าพวกนี้...”ท่านเ้าที่ชี้นิ้วไปยังมุมมืดที่อยู่ในบริเวณบ้าน “กำลังจะรุมทำร้ายเ้า”
จากนั้นท่านเ้าที่ก็มองไปรอบๆและกล่าวด้วยวาจาเสียงดัง “พวกิญญาร่อนเร่เนรคุณ! ต่อไปนี้ข้ามิอนุญาตให้พวกเ้าอยู่ที่นี่อีกแล้วหนุ่มน้อยผู้นี้คือผู้ที่จะมาช่วยเหลือดวงิญญาของเ้าของบ้านพวกเ้ากลับกล้าเข้ามาขัดขวาง จากนี้ไปก็เชิญกลายเป็สัมภเวสีอดอยากไร้ที่อยู่ต่อไปเถิด!”
สิ้นคำกล่าวเหล่าิญญาที่หลบอยู่ในมุมมืดก็พากันคลานออกมาเอาหัวโขกพื้นคำนับและกล่าวคำขอโทษต่อเฉินอี้และท่านเ้าที่ พลางร้องไห้โหยหวนเฉินอี้รู้สึกสงสารเวทนา แต่เขาไม่สามารถทัดทานอะไรได้วังวนของิญญาเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากกว่านี้แล้ว
เมื่อธูปหมดดอกแสงไฟิญญาของผู้เฒ่าบ้านหลี่ก็สว่างเรืองรองขึ้นอีกครั้ง
เฉินอี้นำพาดวงิญญาของผู้เฒ่าทั้งสองไปพบกับลูกชายที่อยู่บนเขาเมื่อทั้งสามได้พบหน้ากันก็โอบกอดกันและกันพลางร้องไห้
สาเหตุที่ดวงิญญาของหลี่ตงเฉิงไม่สามารถลงจากเขาได้เพราะผู้มีวิชาคนหนึ่งในกองโจรได้ทำการสะกดิญญาของหลี่ตงเฉิงเอาไว้เพื่อมิให้เขากลายเป็ิญญาอาฆาตและติดตามพวกกองโจรไปได้
เมื่อเฉินอี้ทำพิธีคลายสะกดิญญาให้หลี่ตงเฉิงแล้วิญญาตระกูลหลี่ทั้งสามตน ก็พากันคำนับเฉินอี้และไปอยู่ในที่ที่ิญญาควรไป