บทที่ 25 ภารกิจของระบบสำเร็จ
เป่ยิอินก้มลงมองสุ่ยเซียนที่หน้าซีดขาว ดวงตาแดงก่ำ นิ้วมือในแขนเสื้อสั่นเทาเล็กน้อย
เขาทนไม่ได้ที่ต้องมาเห็นสุ่ยเซียนมองเขาด้วยแววตาที่น่าสงสารและไร้ที่พึ่งเช่นนี้
แววตานี้ทำให้นึกถึงก่อนที่อาจารย์จะเสียชีวิต ท่านได้ฝากฝังนางไว้กับเขา ในตอนนั้นสุ่ยเซียนสูญเสียคนที่นางรักและนับถือ ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา เขาให้สัญญากับอาจารย์ว่าจะดูแลนางตลอดไป
ใช่ นั่นคือคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับอาจารย์ อาจเพราะั้แ่ตอนนั้นกระมัง ที่สุ่ยเซียนคิดว่าเขาคือที่พึ่งเดียวที่เหลือของนาง จึงทำให้นางรู้สึกต่อต้าน ไม่อยากให้ปีศาจน้อยเข้าใกล้เขา
"ศิษย์พี่ ท่านเคยสัญญากับอาจารย์ไว้ว่าจะดูแลข้าตลอดไป... "
คำพูดของสุ่ยเซียนทำให้เป่ยิอินรู้สึกตัว เขาพยักหน้ายอมรับอย่างแน่วแน่ "คำสัญญาที่ให้ไว้กับอาจารย์ข้าจดจำได้อย่างแม่นยำ ข้าจะช่วยเ้าให้เ้ากลับมาเป็เหมือนเดิม เพียงแต่... "
เป่ยิอินหยุดพูด หันไปมองดอกปี่อั้นสีม่วงที่ถูกแสงสีทองปกคลุม แล้วก็พูดต่อว่า "เพียงแต่ ... นี่เป็ครั้งสุดท้ายที่ข้าจะช่วยเ้า นั่นเพราะว่า ... ข้าไม่สามารถปกป้องเ้าได้อีกต่อไปแล้ว... "
"ศิษย์พี่..." สุ่ยเซียนคล้ายคาดเดาบางอย่างออก ดวงตาของนางมีน้ำตาคลอเบ้า มือที่กำลังจับชายเสื้อของเขาไว้ก็กำแน่นขึ้น
เป่ยิอินยื่นมือไปช้อนหนานลี่มาไว้ในอ้อมกอด เขามองหนานลี่ที่อยู่ในมือ เอ่ยปากว่า "ศิษย์น้อง ข้าชอบปีศาจน้อย นางจะเป็ภรรยาของข้า" พูดจบก็เดินจากไป ชายเสื้อของเขาค่อยๆ หลุดออกจากมือของสุ่ยเซียน
สุ่ยเซียนพยายามจับเอาไว้ เหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย แต่ไม่ว่านางจะพยายามแค่ไหน ชายเสื้อในมือของนางก็ขาดลง
สุ่ยเซียนอ้าปากจะพูด ลมพัดผ่านทำให้น้ำตาที่อยู่ที่หางตาของนางแห้งเหือดไป
จนกระทั่งร่างของเป่ยิอินหายไปจากสายตา สุ่ยเซียนจึงค่อยๆแบมือออก เศษผ้าในมือของนางกลายเป็เถ้าธุลีปลิวไปกับสายลม ส่วนไอมารสีดำที่รวมตัวกันอยู่ที่ฝ่ามือของนางก็หายไปเช่นกัน รัศมีรอบตัวกลับมาแผ่กลิ่นอายบริสุทธิ์ของเทพเซียนดังเดิม
สุ่ยเซียนประหลาดใจมาก นางหลับตาลง พยายามััถึงไอมารที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่กลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ไอมารในร่างกายของนางหายไปหมดแล้ว?
นี่มันเป็ไปได้อย่างไรกัน?
สุ่ยเซียนพยายามลุกขึ้นยืน เรียกกระบี่บินออกมา ยืนบนกระบี่แล้วก็บินไปที่วิหารเทพเซียนที่มีเมฆปกคลุม ลมพัดผมยาวของนางปลิวไสว หัวใจของนางว้าวุ่น ศิษย์พี่ใช้วิธีอะไรขจัดไอมารในร่างกายของนางกันนะ?
หน้าวิหารเทพเซียนยังคงมีม่านค่ายกลป้องกันอยู่ นางยื่นมือที่สั่นเทาไปััม่านค่ายกล แววตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ศิษย์พี่ ... ศิษย์พี่..."
แต่ไม่ว่านางจะเรียกเขาอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบรับ
หนึ่งวันผ่านไป สองวันผ่านไป...
สุ่ยเซียนยืนอยู่หน้าวิหารนานจนเนื้อตัวแข็ง นางนั่งยองๆลงบนพื้นด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เงยหน้าขึ้นมองม่านค่ายกลเป็ระยะๆ หวังว่าจะเห็นเขาปรากฏกายแต่ความหวังของนางไม่เคยเป็จริง
เจ็ดวันผ่านไป สุ่ยเซียนวางฝ่ามือลงบนม่านค่ายกลเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงว่า "ศิษย์พี่ เหตุใดท่านถึงไม่ยอมเจอข้า ข้ารู้ผิดแล้ว ข้าไม่น่าถูกไอมารควบคุมจนเสียสติเกือบจะทำร้ายคนที่ท่านรัก คราวนี้ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ ข้าแค่เป็ห่วงท่าน อยากจะรู้ว่าท่านเป็อย่างไร เมื่อเห็นว่าท่านปลอดภัยข้าจะยอมจากไปเอง"
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศยังคงเงียบสงัด สุ่ยเซียนไม่ได้รับคำตอบจากเป่ยิอิน ความหวังในใจของนางค่อยๆดับลง คาดว่านางคงจะไม่ได้รับคำตอบจากศิษย์พี่แล้ว นางเคยค้นตำราทั้งหมดมาก่อน และได้ข้อสรุปว่าเทพเซียนที่เข้าสู่ด้านมืดไม่มีทางขจัดไอมารในร่างกายได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี เพียงแต่ต้องจ่ายด้วยราคาที่แสนสาหัส
เช่นนั้นสิ่งที่ศิษย์พี่ของนางต้องจ่ายคืออะไร? พลังบ่มเพาะร้อยปี? พันปี? หรือมากกว่านั้น?
น่าเสียดายที่ศิษย์พี่ไม่ยอมเจอนาง นางจึงไม่รู้คำตอบ
พอแสงสุดท้ายของวันหายไป สุ่ยเซียนที่รอมาเจ็ดวันก็ขยับร่างกายที่แข็งทื่อจากไปอย่างช้าๆ
...
ข้างในวิหาร หนานลี่ที่หมดสติไปเจ็ดวันในที่สุดก็รู้สึกตัว สิ่งแรกที่นางได้ยินคือเสียงที่ตื่นเต้นของระบบ "โฮสต์ ในที่สุดท่านก็ฟื้น ยินดีกับโฮสต์ที่เปลี่ยนแปลงจุดจบของนางร้ายได้สำเร็จ พระเอกมาทันเวลา ท่านไม่เพียงไม่เข้าสู่ด้านมืดแต่พระเอกยังช่วยนางเอกได้อีกด้วย"
หนานลี่เพิ่งจะตื่นยังมึนงงอยู่จึงใช้เวลานานกว่าจะพูดออกมาว่า "ข้าไม่ได้เข้าสู่ด้านมืดหรือ แต่ก่อนสิ้นสติ ข้ารับรู้ได้ว่าไอมารเข้ามาในร่างกายของข้าแล้ว เหตุใดมันถึงได้หายไปเล่า"
ระบบ : โฮสต์ ท่านจะมาเสียเวลาคิดทำไม ท่านทำภารกิจหลักสำเร็จแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางร้าย แก้ไขจุดจบที่น่าเศร้าของนางร้าย ได้รับความชื่นชอบจากพระเอกร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้รับค่าความดีความชอบเพิ่มอีกสิบคะแนน ตอนนี้โฮสต์สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ที่โลกนี้ต่อหรือจะจากไปทันที
หนานลี่ตอบอย่างไม่ลังเล "ข้าจะอยู่ต่อ"
ชะตากรรมของนางถูกพระเอกเปลี่ยนแปลง แล้วจะให้ทิ้งพระเอกไปดื้อๆได้อย่างไร นางไม่ชอบติดหนี้บุญคุณ การจากไปโดยไม่รู้อะไรมันไม่ใช่นิสัยของนาง
ระบบ: เข้าใจแล้วโฮสต์ เช่นนั้นท่านก็ใช้ชีวิตในโลกนี้ให้มีความสุขเถิด โลกหน้าท่านอาจไม่เจอพระเอกที่ปากแข็งแต่ใจดีแบบนี้อีกแล้ว
หนานลี่ "..."
ถึงตอนนี้ มีอะไรบางอย่างที่เย็นเฉียบััที่หน้าผากของนาง หนานลี่ใจหายวูบ ไม่สนใจจะคุยกับระบบอีกต่อไป
"หนานลี่ เ้าตื่นแล้วหรือ" เสียงใสปานน้ำแข็งของเป่ยิอินดังขึ้นข้างๆหูของหนานลี่ แต่ไม่รู้ทำไม หนานลี่ถึงได้รู้สึกว่าน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความห่วงใย
เจ็ดวันผ่านไป เขาถ่ายทอดพลังวิเศษให้นางตลอดเวลา ในที่สุดนางก็กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ได้ เขากลัวว่านางจะเสียพลังไปมาก จึงให้เืของเขากับนางเป็ระยะๆ
ขนตาของหนานลี่สั่นเทา ค่อยๆลืมตาขึ้น เห็นดวงตาสีดำของเป่ยิอิน มองขึ้นไปก็เห็นผมสีขาวของเขาตกอยู่ข้างๆมือของนาง สีขาวนี้ทำให้นางรู้สึกแสบตา นางกระพริบตาคิดว่าตัวเองตาฝาด
"ท่านเซียน ... ท่านเป็อะไรไปหรือเ้าคะ" นางยื่นมือออกไปััผมสีขาวของเขาเพื่อยืนยันว่าเป็เื่จริง ว่าแต่เหตุใดจู่ๆพระเอกถึงได้ผมขาว?
ระบบเล่าให้ฟังว่าพระเอกมาทันเวลา ไม่เพียงแต่ขัดขวางไม่ให้นางเอกถ่ายทอดไอมารมาที่นาง แต่ยังช่วยนางเอกขจัดไอมารจนหมดสิ้นอีกด้วย ดังนั้นพระเอกจึงตกอยู่ในสภาพนี้
ได้ยินสิ่งที่ระบบเล่า กระทั่งหนานลี่ที่มักทำหน้าตายไร้อารมณ์พอฟังแล้วยังรู้สึกะเืใจ
เป่ยิอินไม่รู้เลยว่าหนานลี่กำลังคิดอะไรอยู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ "หนานลี่..." เขาตื่นเต้นจนไม่ทราบว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี
เขาอยากจะบอกหนานลี่ว่าเขาเป็ห่วงนางมาก กลัวว่าจะเสียนางไป
ถ้าเขามาช้ากว่านี้ก็คงจะช่วยนางไม่ได้ แล้วถ้าหนานลี่เข้าสู่ด้านมืด เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร พอคิดว่าจะเสียนางไป หัวใจของเขาก็เ็ปอย่างบอกไม่ถูก
หนานลี่เห็นเป่ยิอินทำท่าทางเหมือนกับมีอะไรจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก จึงได้แต่เอ่ยปากก่อน "ท่านเซียน เหตุใดผมของท่านถึงได้กลายเป็สีขาวเ้าคะ ข้าหลับไปนานหรือเ้าคะ ขอบคุณท่านที่ช่วยข้าอีกครั้ง ข้าเป็หนี้บุญคุณท่านมากมายเหลือเกิน"
เป่ยิอินกระตุกมุมปากแล้วเผยยิ้ม "ตราบใดที่เ้าตื่นขึ้นมาก็พอแล้ว เื่อื่นไม่สำคัญ"
กระบวนการต่างๆไม่ใช่ประเด็น ตราบใดที่จุดจบดีก็พอแล้ว
ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไร ตราบใดที่หนานลี่ยังมีชีวิตอยู่ ต่อให้ ... ต่อให้เขาต้องเสียพลังบ่มเพาะทั้งหมด ต่อให้เขาไม่สามารถปกป้องนางได้อีกต่อไปเขาก็ยอมทำ
หนานลี่รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ท่าทางของเป่ยิอินดูเฉยชาเกินไป เหมือนคนที่ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับว่าไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไป
หรือเป็เพราะเขามีชีวิตอยู่มานานมาก หลายหมื่นปีมันนานจริงๆนั่นแหละ สงสัยเขาคงรู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตแล้วกระมัง จึงมองความเป็ความตายเป็เื่ธรรมดา
หนานลี่ "ท่านเซียน ท่านใช้พลังชีวิตของท่านช่วยข้าขับไอมารออกจากร่างกายใช่หรือไม่เ้าคะ ท่านถึงได้ผมขาวชั่วข้ามคืนเช่นนี้"