หลังจากระบบชลประทานเสร็จสมบูรณ์และเครื่องมือถูกนำมาใช้ ชาวบ้านต่างพากันดีใจกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พวกเขาเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้นจากการทำนาที่ง่ายขึ้น แต่ในสายตาของอาคม ชุมชนยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ
อาคมยืนมองกระท่อมเรือนไม้ของชาวบ้านที่ปลูกกันอย่างสะเปะสะปะ ไม่มีระเบียบ และส่วนใหญ่ผุพังตามกาลเวลา
“บ้านเรือนที่นี่ถูกสร้างโดยไม่คำนึงถึงโครงสร้างที่ดี การระบายอากาศ การจัดการสิ่งปฏิกูล หรือแม้แต่การรับมือกับภัยธรรมชาติ” อาคมคิด “หากเกิดอุทกภัยใหญ่ หรือเกิดโรคระบาด บ้านที่อ่อนแอเช่นนี้จะกลายเป็จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทันที”
สิ่งที่ขาดไปคือ ผังเมืองที่ถูกสุขลักษณะและสถาปัตยกรรมที่แข็งแรง
อาคมเรียกประชุมชาวบ้านอีกครั้ง พร้อมกับนำเสนอแผนผังบ้านหลังใหม่ที่เขาวาดด้วยความละเอียดสูงสุดเท่าที่จะทำได้ด้วยถ่านไม้และหนังสัตว์
“ท่านอาคม! ท่านจะให้พวกเราทำอะไรอีกขอรับ?” ชาวบ้านคนหนึ่งถามด้วยความแปลกใจ
“ข้า้าให้พวกท่าน รื้อบ้านเก่า และ สร้างบ้านใหม่ ขอรับ” อาคมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ชาวบ้านหลายคนเริ่มลังเล
“บ้านเก่าของเราก็อยู่มาั้แ่รุ่นปู่รุ่นทวด จะให้รื้อทิ้งได้อย่างไรเล่า!”
“จริงขอรับท่านอาคม เราไม่มีเงินพอจะซื้อไม้ใหม่มาสร้างเรือนหรอก!”
อาคมยิ้มอย่างใจเย็น และใช้ วาทศิลป์ และ หลักการ เข้าสู้
“ข้ารู้ว่าพวกท่านรักเรือนเก่า แต่เรือนเ่าั้คือ ความเสี่ยง ที่ข้าไม่สามารถปล่อยผ่านได้”
อาคมชี้ไปที่ภาพวาดของเขา “เรือนใหม่ที่ข้าออกแบบนี้ถูกสร้างตามหลัก สถาปัตยกรรมป้องกันภัย”
โครงสร้างเสาและฐานราก: “เราจะยกเสาเรือนให้สูงขึ้นจากพื้นดินอีกหนึ่งศอก เพื่อป้องกันน้ำท่วมถึงพื้นเรือนในหน้าฝน และป้องกันสัตว์ร้ายขึ้นมาทำอันตราย”
การระบายอากาศและแสงสว่าง: “เราจะกำหนดให้มีช่องลมและหน้าต่างในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ลมพัดผ่านถ่ายเทความร้อนและความชื้น ซึ่งเป็สาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บ”
วัสดุท้องถิ่นที่แข็งแรง: “เราจะไม่ใช้เงินซื้อไม้ใหม่ แต่เราจะใช้ไม้ไผ่หนาจากป่า และใช้วัสดุจากดินเหนียวที่อัดแน่นอย่างถูกวิธี เพื่อให้ผนังบ้านแข็งแรงกว่าเดิมสิบเท่า”
“และนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” อาคมกล่าวเสียงดัง “ข้าจะไม่ให้พวกท่านสร้างบ้านกันตามใจชอบอีกแล้ว! บ้านทุกหลังจะถูกจัดวางตาม ผังเมืองที่กำหนด มีทางเดินที่กว้างขวาง มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพบปะ และมีระบบ จัดการของเสีย ที่ถูกสุขลักษณะ”
บุหงาเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ท่านอาคมไม่ได้ให้พวกท่านทำเปล่า ๆ เ้าค่ะ! ท่านจะให้พวกท่านทุกคน ลงแรงแลกเปลี่ยน (Labour Exchange) ใครมีฝีมือช่างไม้ก็มาช่วยลงเสา ใครมีแรงยกไม้ก็มาช่วยกันทำโครงสร้าง บ้านหลังหนึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ได้ด้วยการช่วยเหลือของคนทั้งหมู่บ้าน!”
แม้จะยังมีความกังขา แต่เมื่อชาวบ้านได้เห็นผลงานที่ สมบูรณ์แบบ ของอาคมจากระบบชลประทานและเครื่องมือใหม่ ๆ พวกเขาก็เริ่มคล้อยตาม
“ถ้าท่านอาคมรับประกันว่ามันจะดีจริง... ข้าจะลองทำตามที่ท่านว่า!” นายช่างไม้ที่เคยช่วยอาคมสร้างเครื่องมือกล่าว
อาคมไม่ได้ให้ชาวบ้านรื้อบ้านทั้งหมดในคราวเดียว แต่เขาเริ่มต้นด้วยการสร้าง บ้านตัวอย่าง หกหลังในตำแหน่งที่สำคัญตามผังเมืองใหม่
เขาเริ่มจากการสอนชาวบ้านให้รู้จักการสร้าง เสาเข็ม และการทำ โครงสร้างสามเหลี่ยม (Truss) เพื่อให้หลังคามั่นคงและรับน้ำหนักได้ดี นี่คือความรู้ด้านวิศวกรรมที่ง่ายที่สุดแต่มีประสิทธิภาพสูงสุด
“การสร้างโครงสร้างแบบสามเหลี่ยมนี้จะทำให้หลังคาของท่านแข็งแรงจนพายุใด ๆ ก็ทำลายได้ยาก และจะทำให้ท่านใช้ไม้เพียงครึ่งเดียวจากที่เคยใช้!” อาคมอธิบายด้วยความกระตือรือร้น
ขณะที่อาคมกำกับดูแลการสร้างบ้านตัวอย่าง ความคิดของเขาก็เริ่มแล่นไปถึง การสร้างฐานะ
“หากเราสร้างบ้านที่แข็งแรงขึ้นได้ด้วยต้นทุนต่ำ และใช้แรงงานที่รวดเร็ว เราก็สามารถขายเทคโนโลยีการก่อสร้างนี้ให้กับหมู่บ้านอื่น ๆ ได้เช่นกัน!”
อาคมเดินไปหาบุหงาที่กำลังช่วยยกไม้ไผ่
“บุหงา” อาคมกล่าวด้วยแววตาของผู้สร้างอาณาจักร “จากนี้ไป เราจะไม่ได้เป็เพียงชาวนาอีกแล้ว เราคือ ทีมก่อสร้าง เราจะทำให้ทุกหมู่บ้านรอบ ๆ นี้อยากได้บ้านที่ แข็งแรงและสมบูรณ์แบบ เช่นของเรา เราจะใช้ความรู้นี้ สร้างเงิน เพื่อให้หมู่บ้านของเรามั่งคั่งขึ้นอย่างแท้จริง!”
บุหงายิ้มรับ เธอเห็นแววตาของผู้นำในตัวอาคมที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอยู่รอด แต่กำลังมองไปถึงการเป็ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรือง
การปฏิวัติสถาปัตยกรรมและผังเมืองในกรุงศรีอยุธยา ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว