(๑) นาคตาเปิด เบิกกว้าง กลางลานหิน แปลงกายิน กลับร่าง บุรุษพลัน
ตฤณจ้องมอง มัจฉา คราเจอกัน แต่ร่างนั้น เปลี่ยนไป คล้ายเผ่าชน
(๒) ทว่าฤทธิ์ ใบม่วง ทะลวงร่าง ปลุกเพลิงค้าง แผดเผา เงาสับสน
ไฟกำหนัด แผ่ซ่าน ผ่านกายตน ปะทุล้น เอ่อท่วม ร่วมอารมณ์
(๓) เส้นเืนูน ปูดโปน บนท่อนแขน ั์ตาแสน แดงก่ำ ฤทธิ์ผสม
ลมหายใจ หอบถี่ ปรี่ระทม ดั่งสัตว์ข่ม ล่าเหยื่อ เหนือพสุธา
(๔) ตฤณยื่นคว้า ข้อมือ ชลันธร กระชากย้อน ดึงร่าง แนบกายา
สองแขนแกร่ง รัดตรึง ดึงมัจฉา จูบลูกปลา จาบจ้วง ล่วงดุดัน
(๕) บดขยี้ ริมปาก กระชากขวัญ ลิ้นพัวพัน แทรกซอน สุดไหวหวั่น
กวาดชิมรส ความหวาน ซ่านใจพลัน สัตว์ดุดัน หิวโหย เข้า
(๖) มัจฉาน้อย เบิกตา ร่างกระดก สั่นสะทก สะท้าน ทุกเนื้อทอง
มือลูบไล้ ผิวกาย สั่นทั้งสอง ััต้อง แผงอก ที่เรืองรอง
(๗) ลมหายใจ รดริน ถวิลปอง ทั้งอกท้อง แนบเนื้อ สั่นสนอง
รอยจุมพิต เลื่อนลง พะวงมอง โลมซุกร่อง ไซ้จูบ พันพัวกาย
(๘) ผ่านครู่ใหญ่ สติ ตริตรองผล ตฤณดึงตน ผละออก นอกกายหมาย
ริมฝีปาก เ้าเงือก รอยช้ำกราย ั์ตาพราย สั่นไหว หวาดผวา
(๙) ร่างนาคหนุ่ม สั่นสะท้าน ต้านไฟเผา ก้มหน้าเศร้า ถอยร่น จนติดผา
สองมือทึ้ง ผมตน ปนน้ำตา พุ่งถลา ออกโพรง ไปกลางไพร
(๑๐) ทิ้งนายเงือก ทรุดนั่ง หลังพิงราก มือแตะปาก ตนเอง เคว้งสั่นไหว
น้ำตาใส ร่วงเผาะ เลาะแก้มไป ไร้เสียงใด สับสน จนใจหาย
(๑๑) ณ มุมลับ โขดหิน สุดปลายสาย นาคหอบกาย ใจรัว แทบสลาย
เล็บขูดไป ตามกาย ผ้ากระจาย แลพิษร้าย ต้องขับ ในบัดดล
(๑๒) ชายชาตรี ยืนพิง อิงต้นไม้ พลางลูบไล้ หว่างขา คว้ากายตน
มือลูบไล้ ลากเลื่อน คลื่นเอวปน กระแทกชน อุ้งมือ ปรนเปรอวน
(๑๓) กอบกุมแก่น บุรุษ พลางหมุนวน รูดรั้งจน โลหิต สุดสับสน
จังหวะมือ เร่งรัด ฝ่าฝืนมนต์ กล้ามเนื้อดล เกร็งสั่น สะท้านทรวง
(๑๔) ลมหายใจ กระชั้น สั่นสะทก มือซ้ายยก ทาบชิด แผ่นอกห้วง
เล็บจิกรีด ผิวกร้าน ผ่านทะลวง รอยร้าวร่วง ความหมาย อันดิบเถื่อน
(๑๕) ยกมือซ้าย ขึ้นแตะ ลำคอเตือน นึกถึงเรือน ร่างเงือก รัวลากเลื่อน
ภาพจุมพิต แลกลิ้น ยังย้ำเยือน ชื้นแฉะเปื้อน รสเปรอะ แทบขาดใจ
(๑๖) จังหวะขวา เร่งรัด อัดเร็วรี่ ร่างชาตรี ยืนเกร็ง สั่นไม่ไหว
ไฟราคะ ลามเลีย ทุกเส้นชัย สะโพกไล่ ขยับ อัดอุ้งมือ
(๑๗) แหงนหน้าขึ้น อ้าปาก ครางเบาเสียง เกล็ดวาวเรียง ใสเรือง สุดยึดถือ
ลมหายใจ ขาดห้วง ดั่งดึงดื้อ สุดต้านคือ พิษพฤกษ์ ใบแฉกแดง
(๑๘) รุ่มร้อนพุ่ง ทะยาน ไม่สะดุด แก่นบุรุษ เกร็งค้าง ปล่อยเพลิงแฝง
คลื่นขาวพุ่ง กระเซ็น สาดกำแหง สะท้อนแสง อาบใบ ไม้ร่วงหล่น
(๑๙) ร่างสูงใหญ่ ทรุดกาย ลงหน้าไทร หอบหายใจ ผวา จนร้อนรน
คาวโลกีย์ เปื้อนเปรอะ ประทับตน ทิ้งคราบข้น สาดเปื้อน พนาลัย
(๒๐) ทว่าพิษ ซึมลึก เกินคาดคิด แม้หลั่งฤทธิ์ หนึ่งครา หวั่นไหว
แก่นบุรุษ ตระหง่าน ดั่งกองไฟ สายเืไหล พล่านร้อน ไม่ผ่อนคลาย
(๒๑) ดวงตาแดง เหลือบเห็น ไม้เรืองแสง มีรอยแหว่ง เป็รู ดูมุ่งหมาย
นาคยื่นมือ สอดแทรก แนบแก่นกาย เข้าโพรงไม้ พอดี ที่ลึกซอน
(๒๒) ดันสะโพก อัดกระแทก แหวกเนื้อพฤกษ์ ตาจ้องลึก เห็นเงา เศร้าสะท้อน
คล้ายแผ่นหลัง มัจฉา คราเว้าวอน คุกเข่าอ้อน ทอดกาย รับแรงกาม
(๒๓) ร่างสูงใหญ่ ขยับขับ บังคับเร่ง ส่งแรงเบ่ง ทะลวง จ้วงคำราม
ต้นไม้สั่น ไหวโยก ตามโมงยาม ใบไม้ลาม ร่วงหล่น ปนเหงื่อกาฬ
(๒๔) มือซ้ายเลื่อน บีบเค้น เฟ้นยอดอก ลิ้นกระกด โลมเลีย เปลือกสากกร้าน
ั์ตาพร่า คล้ายเห็น ร่างบาดาล ลวงภาพผ่าน พฤกษา พาซ่านทรวง
(๒๕) ราคะร่าน สวาทวาบ อาบแก่นจิต นาคเกร็งมิด ปลดปล่อย รอยทะลวง
น้ำสีขาว ทะลัก ดั่งติดบ่วง เอ่อล้นร่วง สู่ดิน สิ้นเรี่ยวแรง
(๒๖) ถอนกายออก ซวดเซ โซเซซัด ไฟกำหนัด ยังสุม รุมแอบแฝง
เหลือบเห็นผล พฤกษา หน้าดินแดง เป็ผลแตง ใหญ่ยาว แข็งคากอ
(๒๗) มือเอื้อมคว้า ผลแตง แทงเจาะช่อง ให้เป็ร่อง เป็โพรง ดั่งใจขอ
ทรุดเข่าลง นั่งคุก บุกถักทอ จับแตงรอ สอดกาย เข้าปลายโพรง
(๒๘) อัดกระแทก ผลแตง แรงสั่นโยก เห็นสะโพก เงือกคว่ำ ทำตัวโก่ง
สองมือจิก ดินเกร็ง เบ่งส่วนโค้ง จิตเชื่อมโยง โถมกาย หมายเรือนร่าง
(๒๙) ภาพสะท้อน ซ้อนจิต พิศสลับ เห็นเงือกกลับ หงายรับ อ้าขากว้าง
แววตายั่ว เย้าหยอก หลอกอำพราง นาคครวญคราง อัดต่อ ล่อล่วงเกิน
(๓๐) เสียงเฉอะแฉะ ฉ่ำน้ำ ชุ่มฉ่ำรส ดังหยาดหยด วารี ที่ขัดเขิน
นาคเร่งรัว จังหวะ พาเพลิดเพลิน แตงยับเยิน สับจ้วง ทะลวงหนัก
(๓๑) เกร็งกระตุก ถ่มพิษ มิดผลแตง ทิ้งเรี่ยวแรง ทับลง จนแตกหัก
น้ำขาวขุ่น ปนเนื้อ เหลือประจักษ์ ทับคาตัก แตงแตก แหลกลงดิน
(๓๒) ทว่าไฟ รุ่มร้อน ไม่ถอนถอย แก่นกายคอย ตั้งชัน ดั่งขุนหิน
แต่ขาสอง อ่อนเปลี้ย เพลียชีวิน เอนนั่งหิน พิงโขด สิ้นกำลัง
(๓๓) เงาสะท้อน ผาแก้ว แนวโขดผา เห็นกายา เปลือยเปล่า ร้าวคลุ้มคลั่ง
หน้าแดงก่ำ อ่อนแรง ทรุดลงนั่ง แก่นกายยัง แข็งชัน ดันทุรัง
(๓๔) มือหนาคว้า ท่อนลำ ทำสะท้าน หลับตาผ่าน ดิ่งลึก นึกถึงหลัง
เห็นร่างเงือก โลมเลีย เคลียภวังค์ ปากดูดรั้ง ปรนเปรอ เผลอขาดใจ
(๓๕) ท่อนแขนแกร่ง ขยับ ขับสั่นทั่ว มือเร่งรัว รูดรั้ง อย่างฉับไว
เืร้อนพุ่ง ระรัว ทั่วกายใน รีดพิษไหล สาดซัด ตัดเรี่ยวแรง
(๓๖) ปลดปล่อยน้ำ หยาดขาว พราวกระสินธุ์ สาดรดดิน คาวกลิ่น ไอแอบแฝง
แม้นทุเลา ลงบ้าง สร่างรุนแรง แต่ฤทธิ์แดง ยังคง ทรงพลัง
(๓๗) นาคกัดฟัน ชักนำ ซ้ำอีกรอบ หวังประกอบ สติ คืนที่ตั้ง
น้ำคาวพุ่ง รอบห้า ที่ไหลหลั่ง รอบหกพัง เกร็งร่าง แทบวางลง
(๓๘) รอบที่เจ็ด ร่างกาย คล้ายสั่นไหว ลมหายใจ แหบพร่า คราล่มหลง
เกล็ดวาววับ ลู่เลือน ไม่ยืนยง หยาดหยดลง รินไหล พ้นท่อนกาย
(๓๙) รอบที่แปด คราท้าย คล้ายเจียนตาย พิษมลาย สยบ จบความหมาย
แก่นบุรุษ อ่อนยวบ สิ้นลวดลาย พิษพฤกษ์ร้าย สลาย คลายอินทรีย์
(๔๐) ร่างสูงใหญ่ หมดแรง สิ้นแสงสี ซบกายที่ โขดหิน ถิ่นคีรี
เหลือเพียงคราบ โลกีย์ ที่ย่ำยี สูบชีวี หอบหนัก พลางพักฟื้น
