ลิโอนัวร์ บุญตา ลาส์เซ่น นักศึกษา ปี 4. หรือที่ใครๆ เรียกเธอว่าบุญตา เธอเป็ลูกครึ่งไทยเดนมาร์ก ที่หน้าตามาทางไทยมากกว่าจนถ้าไม่บอกว่าเป็ลูกครึ่งก็คงไม่มีใครรู้ แต่ถึงบอกก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่ที่แตกต่างจากคนไทยทั่วไปก็คงจะเป็ดวงตากลมโตสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำถ้าไม่โดนแดดหรือจ้องใกล้ๆ คงไม่มีใครเห็นความแตกต่างนี้ และยิ่งเธอใส่แว่นตาหนาเตอะบังไว้ ยิ่งไม่ง่ายเลยที่ใครจะสังเกตเห็น
บุญตาคลอดและเติบโตที่ต่างประเทศจนถึง 10 ขวบจึงย้ายกลับมาอยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัดทางภาคอีสาน เพราะพ่อกับแม่ของเธอแยกทางกัน ยายก็เลยขอเธอมาอยู่ด้วยและเธอก็ชอบเมืองไทยมากกว่าเดนมาร์ก ไม่ว่าอาหารการกินหรืออากาศ เธอจึงไม่ลังเลเลยที่จะย้ายมาอยู่กับยาย ส่วนแม่ของเธอก็ยังอยู่ที่โน่นกับน้องชายที่อายุห่างจากเธอแค่ปีเดียวและจะกลับมาเยี่ยมเธอกับยายเกือบทุกปี แต่หลังจากยายเสียท่านก็ไม่ได้กลับมาไทยอีกเลย จะมีก็แต่เธอที่กลับไปเยี่ยมท่าน ส่วนพ่อของเธอท่านต้องย้ายที่ทำงานทุกๆ สองปี ั้แ่จำความได้เธอก็ต้องย้ายตามพ่อเธออยู่บ่อยครั้ง จนตอนเธอ 7 ขวบ พ่อของเธอต้องย้ายไปประจำการที่ประเทศที่ไม่ปลอดภัยเนื่องจากา พวกเธอจึงตามท่านไปไม่ได้ และนี่แหละมั้งที่ทำให้ปัญหาหลายๆ อย่างตามมาจนทำให้พ่อกับแม่ต้องเลิกกัน ทุกวันนี้เธอโทรคุยกับท่านบ้างเป็ครั้งคราว และหากมีเวลาท่านก็จะกลับมาเยี่ยมเธอที่ไทย
"ตา...นั่งเหม่ออะไร ไปๆ กินข้าวกัน" เคทเพื่อนสนิทของเธอที่คบกันมาั้แ่ตอนเธอย้ายมาอยู่กรุงเทพตอน ม.4 ที่จริงก็รู้จักกันก่อนหน้านั้นนิดหน่อยแค่ผิวเผิน ด้วยว่าเคทนั้นเป็เพื่อนในกลุ่มแฟนเก่าเธอ พอย้ายมาอยู่โรงเรียนเดียวกันจึงทำให้สนิทกันมากขึ้น จนตอนเข้ามหาลัยก็ยังเข้าที่เดียวกัน คณะเดียวกันอีก พูดได้เลยว่าตัวติดกัน จนได้ฉายานางฟ้ากับยัยเชย จะอะไรน่ะเหรอก็เคทสวยเซ็กซี่ ส่วนฉันน่ะเหรอ ไม่อยากบรรยายสภาพตัวเองเลย..
" อ้อ...โทษทีพอดีตาง่วงอ่ะก็เลยเหม่อๆ ลอยๆ ...ไปสิไปกินข้าวกันกำลังหิวอยู่เลย"
"ตาหักโหมตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า...มีอะไรให้ช่วยบอกเราได้นะ เราพร้อมช่วยตาเสมอ" ไม่อยากจะบอกเลยว่าบ้านเคทน่ะโคตรของโคตรรวย แต่ถึงอย่างงั้นปัญหาในบ้านก็ไม่อยากจะเอามาทำให้เพื่อนลำบากใจไปด้วย แต่เคทก็รู้เื่ของเธอแทบทุกเื่
"ขอบใจมากนะเคท ตอนนี้เรายังพอไหว รอให้เราไม่ไหวจริงๆ เราจะนึกถึงเคทเป็คนแรกเลย"
" จ้า แม่หญิงคนเก่ง ไปได้แล้วทุกคนรอที่โรงอาหารนานแล้ว"
ที่โรงอาหารเพื่อนๆ ของเธอพากันนั่งทานอาหารรออยู่แล้ว เห็นอย่างนี้เธอก็มีเพื่อนกับเขาเหมือนกันน่ะ ความสนิทอาจจะไม่เต็มร้อยเหมือนเคทแต่ก็ถือว่าโอเคเลยล่ะ
"โอ้โฮ แม่นางทั้งสองทำไมไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ นี่เขากินข้าวรอจนจะอิ่มกันหมดแล้ว" แซมหนุ่มหล่อปากไวแต่ใจป้ำพูดขึ้นเสียงดัง จนใครๆ ก็หันมามองที่โต๊ะเธอ แต่มีหรือที่เธอกับเคทจะสะทกสะท้าน ยักไหล่ให้ครั้งหนึ่งแล้วนั่งลงทานข้าวหน้าตาเฉย
"แหมๆ หยิ่งนะแก ทำเป็ไม่สนใจฉัน" แซมยังคงพูดไม่หยุดจนเคทต้องเอาน่องไก่ยัดปาก และนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนบนโต๊ะ แต่แล้วเสียงหัวเราะของพวกเราก็ถูกกลบด้วยเสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นลั่นโรงอาหาร
" ไงทุกคน..วันนี้ขอกินข้าวด้วยสิ" พูดเสร็จพี่อาร์ท ดาราหนุ่มหล่อขวัญใจหญิงเก้งกวางและชะนี ก็นั่งแทรกกลางระหว่างฉันกับเคท
"คนบ้าอะไร ที่นั่งตั้งเยอะตั้งแยะทำไมไม่ไปนั่ง มาเบียดอะไรตรงนี้ ดูสิมาทีไรโรงอาหารแทบจะพัง ไม่รู้จะมาทำไม" เคทนั่งบ่นอุบอิบ แต่มีหรือที่เขาจะสนใจเพราะคนที่เขามาหาคือบุญตาหรือแฟนเก่าของเขา ที่ตอนคบกันมันไม่รุ่งเลยหันมาเป็พี่น้องกันไปนานแล้ว เขารู้จักบุญตาผ่านน้องชายเขา ตอนกลับไปเยี่ยมยายที่ต่างจังหวัด่ปิดซัมเมอร์ เพราะน้องชายเขากลับไปเยี่ยมยายบ่อย พอกลับมาทีไรก็มาเล่าเื่บุญตาให้เขาฟังบ่อยๆ จนเขารู้จักเธอก่อนจะเจอกันเสียอีก และบ้านเราอยู่ในละแวกเดียวกันจึงทำให้เราเจอกันแทบทุกวัน ตอนนั้นบุญตาอายุ 14 ส่วนเขาอายุ 16 พวกเราสามคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ด้วยบุญตาเป็คนเงียบ ไม่จู้จี้จุกจิกแต่ถึงไหนถึงกัน ความคิดความอ่านจะไม่ค่อยเหมือนคนแถวนั้น อยู่ด้วยแล้วสบายใจ จนผ่านไปไม่นานเด็กๆ แถวบ้านก็พากันแซวว่าเราเป็แฟนกัน ซึ่งตัวการก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไอ้ทัชน้องชายเขานั้นเอง ส่วนเราสองคนก็พยายามแก้ต่างให้กันและกัน แต่ไม่รู้ยังไงไปๆ มาๆ เราก็เฉยชากับคำพูดเ่าั้ และกลับทำตัวไหลตามน้ำ 'เขาบอกว่าเราเป็แฟนกันงั้นเราก็มาเป็แฟนกันเถอะ' นั่นคือคำพูดของเขา.