รักข้ามภพ 2
...ตอน ระลึกฝัน 1...
นเรนทได้นั่งทบทวนเื่ราวในความฝันว่า
ตนเองนั้นได้ไปเที่ยวในป่า และมีการเดินไปในถ้ำ ที่ไหนซักแห่งในฝัน
โดยได้เดินเข้าไปเพียงลำพัง จำได้ว่าชุดในฝันที่ได้สวมใส่นั้นว่าใส่กางเกงยีนสีน้ำเงินซีดๆ กับเสื้อเชิ้ตสีเทา รองเท้าผ้าใบ
เดินไปในถ้ำ ทางเข้าถ้ำแรกๆ ก็ดูค่อนข้างแคบ พอเดินเข้าไปอีกหน่อยมันก็เหมือนถ้ำกว้าง มีซอกหินสลับซับซ้อน ตรงกลางห้องโถงถ้ำ นั้นมีแท่นกั้นกลางเหมือนแท่นที่เค้าใช้ทำพิธีบวงสรวงอะไรสักอย่างนึง
และบนผนังเหนือแท่นนั้นจะมีโพรงทะลุ ให้แสงส่องลงมาให้ความสว่าง นเรนทรยืนมองรอบๆ แบบสนใจ และมองทางฝั่งด้านหลังแท่นนั้น มันเหมือนแอ่งน้ำที่กั้นข้างหลังแท่นเอาไว้ ทำให้เดินอ้อมไปไม่ได้
พอนเรนทรเดินเข้าไปดูใกล้ๆ น้ำในแอ่งนั้นใสสะอาด พื้นน้ำเป็สีเขียวบนฟ้าออกครามใสสะอาดชวนมอง นเรนทรได้หันกลับออกมาจากจุดนั้น เดินมาอีกนิดนึง จะมีซอกหลืบเหมือนเป็ประตูอะไรซักอย่าง
ข้างบนซอกนั้นจะเป็หินย้อยลงมาดูสวยงามมาก เรามัวแต่
ดูหินงอกหินย้อยเพลินๆ ไม่ได้สนใจรอบข้าง
"ไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้ นั้นเดินมาจากไหน "
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ การที่นางเดินมายืนข้างๆ เรา พอนเรนทร
หันมามอผู้หญิงคนนั้น พื้นถ้ำตรงหน้านเรนทรกับผู้หญิงคนนั้น
กลับกลายเป็เหมือนลำธารน้ำสีเขียวบนฟ้าใส ส่องแสงสว่างมากเลย
จนนเรนทรสามารถมองเห็นร่างอรชรของนางได้ชัดเจน
ร่างนางที่ดูสวยสดสง่า มีผิวที่ขาวเนียนยังกับพระจันทร์ส่องสกาว
ชุดที่นางใส่กลับแปลกตาออกไปอีก คือ มันเหมือนชุดไทยโบราณที่พวกละครจักรๆ วงศ์แต่งกัน
ผ้าประดับคาดอกสีเขียวขลิบทองลายดิ้นทอง ผ้าถุงที่ใส่ก็เหมือนกัน ที่ข้อเท้าทั้งสองจะมีกำไลข้อเท้าสีทอง
กำไลทองที่ข้อมือทั้งสองข้าง มีเหมือนสร้อยสังวาลคาดไหลสีทองสร้อยคอทองประดับด้วยจี้ที่สวยงาม
ผมเกล้ามวยรัดด้วยมงกุฎทอง พอนางหันหน้ามาเผชิญกับนเรนทรเท่านั้นแหล่ะ นเรนทรก็ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนโดนสะกด
สิ่งที่รับรู้ได้ในขณะนั้นคือ นางจับมือเราขึ้นมาพร้อมกับมือนางที่ประกบเอาไว้ เสียงนางพูด โดยที่ปากไม่ขยับแว่วมาในหูเราว่า
"ข้านำมันมาคืนท่าน หมดหน้าที่ ที่ข้าจะเก็บรักษาแล้ว"....
" ">นั่นคือเสียงที่ดังสะท้อนก้องในหัวของนเรนทร “
กับเสียงที่อ่อนหวาน กังวานนุ่มลึกของนาง เมื่อนางได้เอ่ยจบ นางก็ยกมือที่ประกบกันไว้ออก เผยให้เห็นสิ่งที่วางอยู่บนฝ่ามือของนเรนทร
"มันคือดวงแก้วสีเขียวมรกต"
ลักษณะดวงแก้วนั้นกลมเรียบมันวาว ขนาดของดวงแก้วในมือนเรนทร ประมาณ 5-6 เิเ วางอยู่บนฝ่ามือ
แล้วร่างนางก็เดินออกห่างจากนเรนทร นางไปยืนหันหลังให้นเรนทรตรงริมแอ่งน้ำ ที่มีโขดหินกั้นเอาไว้เหมือนกั้นเขตแดน
เมื่อดวงแก้วมาอยู่ในมือของนเรนทรแล้ว แสงสว่างในถ้ำก็ค่อยๆ มืดสลัวลง เหมือนถ้ำปกติ ซึ่งนเรนทรเองก็ได้แต่ยืนมองนาง
พร้อมกำดวงแก้วสีเขียวเอาไว้ในมือ
จากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงของนางพูดอะไรอีกเลย มีเพียงคำสุดท้ายก่อนที่นางจะเดินหายไปกลับซอกหลืบถ้ำว่า..
"ท่านกลับไปได้แล้ว
ส่วนเราก็ยังรอให้ท่านกลับมาที่นี่ตลอดไปและตลอดเวลา “
หลังจากพูดจบนางก็เดินหายไปจากสายตาของนเรนทร
เหมือนนเรนทรจะได้สติกลับคืนมากับสิ่งที่เกิดขึ้น นเรนทรได้ยกมือที่กำดวงแก้วเอาไว้ขึ้นมามองดูอีกครั้ง
ดวงแก้วในมือซ้ายที่นเรนทรถืออยู่ ก็ค่อยๆ หายเข้าไปในมือ
จนมองไม่เห็นอีกเลย หลังจากนั้นเราก็กับหลังหันแล้วเดินออกมาจากจุดนั้น ผ่านซอกหลืบถ้ำออกมา
หูของนเรนทรแว่วได้ยินเสียงทุ้มกังวานเป็เสียงผู้ชายที่มีอายุ
ดังในหัวเราว่า
"มันได้เวลาของเ้าแล้วนะหลานปู่"
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินในหัว พอเดินออกมาพ้นซอกหลืบถ้ำนั้นเท่านั้นเอง เหมือนกับว่าตัวเรานั้นมันหล่นวูบ ยังกับเราตกลงไปในเหวรึบ่ออะไรแบบนี้ จนมาสะดุ้งตื่นเอาบนที่นอน ในหัวเราตอนนั้นมันหนักๆ เเละคว้าสำรวจดูสภาพรอบๆ ตัวเอง
"อ้าวนี่มันห้องนอนเรานี่"
คว้าไปจับนาฬิกามาดูเป็เวลาตี 3:59 นาที พอลืมตาได้แบบนั้นนเรนทรก็ยังนอนทบทวนต่อไปว่า
" เอ่อ!! นี้เราฝันไปนี่ “
แต่ทำไมเื่ราวในฝันมันถึงได้เหมือนจริงขนาดนี้ ภาพเื่ราวในความฝันที่ยังจำติดตา พร้อมกับเสียงที่พูดนั้นก็ยังก้องในหัวอยู่"