ความมืดมิดในค่ำคืนนั้นที่เมืองชิงหยางดูจะลึกล้ำและหนาวเหน็บกว่าที่เคยเป็มา กลิ่นอายของาล้างตระกูลอบอวลไปในอากาศจนแม้แต่ชาวบ้านธรรมดายังปิดประตูลงกลอนเงียบเชียบั้แ่หัวค่ำ ทว่าภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลจ้าว บรรยากาศกลับระอุไปด้วยเพลิงโทสะและความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกันจนแทบจะกลั่นตัวเป็หยาดเื
"ระดับแก่นแท้?! พวกเ้าบอกข้าว่ามันเป็แค่ระดับแก่นแท้งั้นรึ?!"
เสียงตวาดกร้าวทรงพลังิญญาดังก้องกังวานจนเครื่องลายครามรอบห้องแตกร้าวเป็เสี่ยง ๆ ผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานยามนี้ไม่ใช่จ้าวเทียนฮวาอีกต่อไป แต่เป็บุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำสลับม่วงเข้ม ใบหน้าซูบตอบดั่งซากศพ ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายสีเขียวหม่นน่าสะพรึงกลัว แผ่กลิ่นอายพลังกดดันที่เหนือล้ำกว่าผู้ใดในเมืองนี้... มันคือ **"ประมุขเก้าอสรพิษ"** เ้าสำนักอสรพิษทมิฬ ยอดฝีมือระดับมนุษย์ ขั้นที่ 6 ระดับนภาขั้นต้น! ตัวตนที่แท้จริงที่เร้นกายอยู่บนยอดเขาไร้รัก
ข้างกายของมันคือจ้าวเทียนฮวาที่ยามนี้ยืนตัวสั่นเทา หน้าผากจรดพื้นดินด้วยความนอบน้อมและหวาดกลัว "เรียนท่านประมุข... จ้าวเหว่ยผู้าุโรองของข้ารายงานมาเช่นนั้นจริงๆ ร่างกายของมันถูกทำลายเส้นชีพจริญญาจนหมดสิ้น พลังบ่มเพาะสลายไปในพริบตา ฝีมือเด็ดขาดและโเี้รวดเร็วปานผีสาง หากไม่ใช่ระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุด ย่อมไม่มีทางทำเช่นนี้ได้แน่ขอรับ!"
"โง่เขลา!" ประมุขเก้าอสรพิษแค่นเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากขุมนรก "ผู้าุโโมของสำนักข้า มีพลังระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด แฝงทักษะลอบสังหารและค่ายกลพิษร้อยลี้ ต่อให้เป็ระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดทั่วไปก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วยามในการทลายค่ายกล ทว่าสัญญาณชีพของผู้าุโโมและสมุนทั้งสิบคนกลับดับวูบลงพร้อมกันในเวลาไม่ถึงสิบอึดใจ! นี่มันไม่ใช่ฝีมือของระดับแก่นแท้ธรรมดา... เด็กหนุ่มที่ชื่อหลินเฟิงคนนี้ เื้ัของมันต้องมีสมบัติต้องห้ามระดับราชวงศ์ หรือไม่ก็... มันได้มรดกของตัวตนระดับเซียนะในอดีต!"
เมื่อคำว่า 'มรดกเซียนะ' หลุดออกมาจากปากของยอดฝีมือระดับนภา ดวงตาทุกคู่ในห้องโถงลับพลันเบิกกว้างด้วยความโลภอันไร้ขีดจำกัด ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความทะยานอยากทันที หากพวกมันสามารถแย่งชิงมรดกนั้นมาได้ ตระกูลจ้าวและสำนักอสรพิษทมิฬย่อมสามารถสถาปนาตนเองขึ้นเป็ขั้วอำนาจใหม่ของอาณาจักรต้าเซี่ยได้อย่างง่ายดาย!
"ท่านประมุข... แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ? เหลือเวลาอีกเพียงหกวันก็จะสิ้นสุดการแข่งขันล่าสัตว์ิญญา ยามนี้เ้าเมืองและตระกูลอื่นๆ ต่างจับตามองอย่างเข้มงวด" จ้าวเทียนฮวาเอ่ยถาม แววตาฉายรังสีอำมหิต
ประมุขเก้าอสรพิษยกยิ้มเหี้ยมเกรียม เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่เคลือบไปด้วยพิษสีเขียว "ในเมื่อมันกล้าประกาศว่าจะมาล้างบางตระกูลจ้าว ข้าก็จะใช้คฤหาสน์ตระกูลจ้าวแห่งนี้เป็ 'สุสาน' ของมัน! จ้าวเทียนฮวา... จงสั่งให้คนของเ้าขนศิลาิญญาระดับกลางทั้งหมดที่เหลืออยู่รวมถึงเืสดของสัตว์อสูรระดับสูงร้อยตัวมาให้ข้า ข้าจะลงมือตั้ง **"ค่ายกลมหาโลหิตกลืนิญญา"** ค่ายกลต้องห้ามระดับปฐีรอบคฤหาสน์! ต่อให้มันมีพลังระดับนภาขั้นสูงสุด หากก้าวเท้าเข้ามา... ร่างกายและจิติญญาของมันก็จะถูกสูบเค้นจนกลายเป็น้ำเืเพื่อหล่อเลี้ยงพลังของข้า!"
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องหับส่วนลึกของคฤหาสน์ตระกูลหลิน หลินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อศิลา ทั่วร่างของเขาอบอวลไปด้วยละอองหมอกสีทองและสีแดงเพลิงที่หมุนวนฉีกกระชากอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงหวีดหวิวอย่างบ้าคลั่ง เพลิงโทสะจากการที่มารดาถูกลอบทำร้ายไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาฟุ้งซ่าน ตรงกันข้าม มันกลับแปรเปลี่ยนเป็แรงผลักดันอันมหาศาลที่กระตุ้นให้สัญชาตญาณและพลังในร่างตื่นตัวถึงขีดสุด
*‘เ้าหนู... เส้นชีพจรของเ้าทนทานต่อพลังย่างก้าวมรรคาไร้ลักษณ์ได้ดีกว่าที่ข้าคิด’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องขึ้น แววตาของิญญาโบราณเต็มไปด้วยความจริงจัง *‘ยามนี้ศัตรูของเ้าไม่ใช่แค่พวกสุนัขรับใช้ระดับล่างอีกต่อไปแล้ว เ้าสำนักอสรพิษทมิฬนั่นมันมีพลังระดับนภาขั้นต้น แม้รากฐานร้อยส่วนของเ้าในระดับแก่นแท้จะสามารถข้ามขั้นต่อสู้ได้ แต่นั่นก็ยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้าจะสอนทักษะลับขั้นที่สองของมรรคาจักรพรรดิสามภพให้เ้า... "กายาัจักรพรรดิมรรคา"!’*
หลินเฟิงลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทบัดนี้มีวงแหวนสีทองซ้อนอยู่ภายใน แฝงไปด้วยบารมีอันน่าเกรงขามดั่งราชัน "กายาัจักรพรรดิมรรคา... ต้องทำอย่างไรบ้างขอรับท่านผู้เฒ่า?"
*‘เ้าต้องใช้เพลิงกัลป์จากกระบี่เพลิงมรรคา แผดเผาและหลอมรวมแก่นแร่ปฐีที่เหลืออยู่เข้าสู่กระดูกและิัโดยตรง! มันจะเ็ปเจียนตายดั่งถูกสับร่างเป็หมื่นชิ้น แต่หากเ้าผ่านมันไปได้ ร่างกายของเ้าจะแกร่งกร้าวราวกับเกล็ดัทอง ต่อให้เป็อาวุธิญญาระดับปฐีก็ไม่อาจสร้างระคายผิวเ้าได้!’*
"เริ่มเลย!" หลินเฟิงเอ่ยเสียงกรีดต่ำ ไร้ซึ่งความลังเล
เขาชักกระบี่เพลิงมรรคาออกมาปักลงตรงหน้า เปลวไฟสีแดงฉานะเิพุ่งขึ้นท่วมตัวเขาในพริบตา ในเวลาเดียวกัน ผลึกแก่นศิลาปฐีิญญาชิ้นสุดท้ายก็ถูกพลังิญญาบดขยี้จนกลายเป็ของเหลวหนืดสีเหลืองทอง ลอยเข้ามาชโลมิัของหลินเฟิงอย่างช้า ๆ
"อึ่ก... อ๊ากกกกกกก!"
เสียงร้องคำรามด้วยความเ็ปปางตายดังเล็ดลอดออกมาจากห้องหับ ความร้อนของเพลิงมรรคาแผดเผาิัจนไหม้เกรียม ทว่าในวินาทีต่อมา พลังปฐีิญญาก็เข้ามาชุบเลี้ยงและซ่อมแซมพร้อมทั้งแทรกซึมเข้าสู่เนื้อกระดูก กระบวนการทำลายและสร้างใหม่ดำเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่าร้อยครั้งพันหนในทุก ๆ วินาที ทะเลิญญาสีทองร้อยส่วนเดือดพล่านดั่งมหาสมุทรต้องพายุคลั่ง รอยสักรูปัสีทองเลือนลางเริ่มปรากฏขึ้นที่กลางแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม แผ่บารมีอันยิ่งใหญ่กดดันจนมิติรอบกายแทบจะพังทลายลงมา
หลินซู่ซู่ที่นั่งเฝ้าอยู่วงนอกมองดูห้องของลูกชายด้วยความเป็ห่วงจนมือกำแน่น โลหิตศักดิ์สิทธิ์ในร่างของนางสั่นสะท้านตอบรับกับพลังของหลินเฟิง *‘เฟิงเอ๋อร์... แม่เชื่อว่าเ้าต้องทำสำเร็จ ัแห่งตระกูลหลินจะไม่มีวันสยบต่อสิ่งใด!’*
หกวันผ่านไปราวกับพลิกฝ่ามือ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองชิงหยาง บรรยากาศวันนี้คึกคักและตึงเครียดจนถึงขีดสุด ขบวนเยาวชนที่รอดชีวิตจากการแข่งขันล่าสัตว์ิญญาทยอยเดินออกจากป่าหมอกทมิฬ สภาพของแต่ละคนสะบักสะบอม เสื้อผ้าฉีกขาดและเต็มไปด้วยคราบเื ทว่าผู้ที่เดินนำหน้ากลุ่มมาด้วยท่าทางผยองและสง่างามที่สุดกลับเป็ **"จ้าวคัง"**
ยามนี้กลิ่นอายพลังของจ้าวคังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มันสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับมนุษย์ ขั้นที่ 1 ระดับหลอมรวมขั้นต้นได้สำเร็จในป่า! ในมือของมันถือถุงมิติที่อัดแน่นไปด้วยแก่นอสูรระดับสูง คะแนนของมันพุ่งทะยานเป็อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
"ฮ่าฮ่าฮ่า! นายน้อยจ้าวปราดเปรื่องยิ่งนัก! อันดับหนึ่งของการแข่งขันครั้งนี้ย่อมเป็ของตระกูลจ้าวเราแน่นอน!" เสียงของผู้าุโตระกูลจ้าวคนหนึ่งะโลั่นเพื่อประกาศศักดา
จ้าวเทียนฮวาที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์เ้าเมืองยิ้มรับด้วยใบหน้าหน้าชื่นตาบาน ทว่าแววตาของมันกลับคอยกวาดมองหาเงาร่างของหลินเฟิงอยู่ตลอดเวลา มันรู้ดีจากปากของประมุขเก้าอสรพิษว่า สมุนลอบสังหารในป่าตายหมดสิ้นแล้ว และเ้าเด็กหลินเฟิงนั่น... กำลังจะมาที่นี่
"เ้าเมืองหม่า... ในเมื่อเวลาการแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว และไอ้ขยะหลินเฟิงยังไม่กลับออกมา ข้าขอเสนอให้ตัดสิทธิ์มันทันที และประกาศให้จ้าวคังลูกชายของข้าเป็ผู้ชนะเลิศ!" จ้าวเทียนฮวาลุกขึ้นยืนกล่าวเสียงดัง
เ้าเมืองหม่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ยามนี้มู่หรงชิงที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของปะรำพิธียกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น แววตาคู่สวยของนางมองตรงไปยังแนวชายป่าด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ *‘จ้าวเทียนฮวา... เ้ายิ้มได้แค่วันนี้เท่านั้นแหละ ตัวตนระดับสัตว์ประหลาดคนนั้น... กำลังจะมาส่งพวกเ้าลงนรกแล้ว’*
"ช้าก่อน..." เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังลั่น ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังิญญาอันหนาแน่นดั่งเสียงระฆังั์ที่ทุบลงกลางใจของทุกคน
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เงาร่างในชุดลำลองสีดำสนิทก้าวเท้าเดินออกจากมลหมอกชายป่าช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความเหนื่อยล้าหรือร่องรอยการต่อสู้ เสื้อผ้าสะอาดสะอ้านราวกับไปเดินเล่นในอุทยานหลวง... **หลินเฟิง** กลับมาแล้ว!
"หลินเฟิง! แกยังไม่ตาย?!" จ้าวคังเบิกตากว้างชี้หน้าหลินเฟิงด้วยความประหลาดใจและเคียดแค้น "แกหนีพวกรุ่นพี่จากสำนักอสรพิษทมิฬมาได้อย่างไรกัน?!" คำพูดที่หลุดปากออกมาด้วยความลืมตัวทำให้บรรยากาศรอบลานประลองพลันเงียบกริบ เ้าเมืองหม่าหันมามองตระกูลจ้าวด้วยสายตาเข้มงวดทันที
หลินเฟิงไม่ได้สนใจจ้าวคังแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปที่แท่นนับคะแนน สะบัดมือขวาเบา ๆ ทันใดนั้น... แก่นอสูรระดับสูงนับร้อยชิ้น รวมถึงแก่นอสูรระดับหลอมรวมอีกสามชิ้นก็พุ่งทะลักออกจากถุงมิติกองเป็ูเาขนาดเล็ก ส่องประกายแสงิญญาเจิดจ้าจนตาของทุกคนแทบพร่ามัว!
"แก่นอสูรระดับหลอมรวมสามชิ้น?! แก่นอสูรระดับก่อตั้งอีกนับร้อย?! นี่มัน... นี่มันคะแนนมากกว่าจ้าวคังถึงสิบเท่า!" อาจารย์ผู้ตรวจคะแนนอุทานลั่นด้วยความใจนเสียงหลง
ทั้งลานกว้างเงียบสงัดดั่งป่าช้า ชัยชนะตกเป็ของหลินเฟิงอย่างเด็ดขาดและไร้ข้อกังขา!
หลินเฟิงหันกลับมาสบตากับจ้าวคังและจ้าวเทียนฮวา แววตาของเด็กหนุ่มเย็นเยียบดุจมัจจุราช มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกซู่ "นายน้อยจ้าว... ของขวัญที่ท่านเตรียมไว้ให้ข้าในหุบเขาไร้เสียง ข้าคัดสรรและส่งพวกมัน 'ลงนรก' ไปหมดสิ้นแล้ว... ยามนี้ ถึงเวลาที่ข้าจะไปส่งพวกท่านที่เหลือตามไปสมทบแล้ว!"
"สามหาวนัก! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! แกกล้าสังหารคนของสำนักอสรพิษทมิฬและตระกูลจ้าว ข้าจะฆ่าแกตรงนี้!" จ้าวเทียนฮวาตบโต๊ะจนพังพินาศ มันะเิพลังิญญาระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดพุ่งทะยานลงมาจากอัฒจันทร์ หวังจะบดขยี้หลินเฟิงให้ตายคาที่ต่อหน้าผู้คน
"เทียนฮวา หยุดมือ!" เ้าเมืองหม่าร้องห้าม ทว่าไม่ทันการ
จ้าวเทียนฮวาควบแน่นพลังธาตุปฐีกลายเป็หมัดศิลาขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่หน้าอกของหลินเฟิงด้วยความเร็วแสง ทว่าหลินเฟิงกลับยืนนิ่งไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ แววตาเื้ัใบหน้าอันสงบนิ่งมีเพียงความสมเพช
*เปรี้ยง!*
หมัดศิลาอันทรงพลังกระแทกเข้าที่หน้าอกของหลินเฟิงอย่างจัง เสียงะเิดังลั่นพร้อมฝุ่นตลบ ยามที่จ้าวเทียนฮวายิ้มสะใจคิดว่าหลินเฟิงต้องกระดูกแหลกเหลว... ฝุ่นควันพลันจางลง เผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ิับริเวณหน้าอกมีรอยสักรูปเกล็ดัสีทองแวบวาบขึ้นมาปกป้อง... หมัดของจ้าวเทียนฮวาไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้แก่ **"กายาัจักรพรรดิมรรคา"** ของเขาได้เลยแม้แต่น้อย!
"อะไรกัน?! ร่างกายของแกทำด้วยอะไร?!" จ้าวเทียนฮวาหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"หมดเวลาของเ้าแล้ว..."
หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ เขาขยับมือขวาคว้าเข้าที่ข้อมือของจ้าวเทียนฮวาแล้วออกแรงบิดเบา ๆ *กร๊อบ!* เสียงกระดูกแหลกเหลวพร้อมเสียงร้องโหยหวน หลินเฟิงไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาซัดฝ่ามือซ้ายกระแทกเข้าที่จุดตันเถียนของผู้นำตระกูลจ้าวโดยตรง!
*ตูมมมม!*
ร่างของจ้าวเทียนฮวาปลิวละลิ่วกระแทกเข้ากับประตูกำแพงเมืองจนพังทลาย พลังบ่มเพาะทั้งหมดสลายกลายเป็ศูนย์ กลายเป็คนพิการไร้ค่าในพริบตา ดั่งเช่นจ้าวเหว่ยไม่มีผิด!
"เทียนฮวา!" จ้าวคังและคนของตระกูลจ้าวร้องลั่นด้วยความเสียขวัญ พวกมันรีบลากร่างของผู้นำตระกูลหนีเตลิดกลับเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลจ้าวทันที โดยมีหลินเฟิงก้าวเท้าตามไปอย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อน ดั่งพญาเสือที่กำลังต้อนฝูงแกะเข้าสู่ลานปะา
เ้าเมืองหม่าและผู้นำตระกูลอื่น ๆ ต่างรีบตามไปดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก าล้างตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองชิงหยางกำลังจะะเิขึ้นแล้ว!
ณ หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลจ้าว ยามนี้บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานดั่งสระโลหิต มลหมอกสีเืหนาทึบลอยอวลขึ้นมาจากใต้ดิน โอบล้อมคฤหาสน์ทั้งหมดไว้ภายใต้ลิ่มพลังงานรูปอสรพิษั์เก้าตัว... **"ค่ายกลมหาโลหิตกลืนิญญา"** ถูกเปิดใช้งานเต็มกำลังแล้ว!
ประมุขเก้าอสรพิษลอยตัวอยู่กลางอากาศเหนือคฤหาสน์ แววตาสีเขียวหม่นจับจ้องมาที่หลินเฟิงที่เดินมาหยุดอยู่หน้าค่ายกล "ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้เด็กน้อยหลินเฟิง! แกช่างรนหาที่ตายนัก! กายาของแกแกร่งกร้าวยิ่งนัก หากข้าได้สูบเืสดของแกมาหล่อเลี้ยงค่ายกล พลังบ่มเพาะของข้าย่อมต้องทะลวงเข้าสู่ระดับ์อย่างแน่นอน! จงเข้ามาเป็ปุ๋ยให้แก่สำนักข้าซะ!"
หลินเฟิงมองดูค่ายกลตรงหน้าพลางแค่นเสียงเย็นในใจ *‘ค่ายกลระดับปฐีงั้นรึ? ต่อหน้าิญญามรรคาภพผู้เป็ต้นกำเนิดอักขระ์... ค่ายกลนี้มันก็แค่ของเล่นเด็กสร้างบ้าน!’*
*‘เ้าหนู... ชักกระบี่ออกมา! ปลดปล่อยพลังของเพลิงมรรคาขั้นสูงสุด วาดอักขระ "ทลาย์" เข้าที่จุดศูนย์กลางของค่ายกลตรงทิศตะวันตกเฉียงใต้!’* ิญญามรรคาภพสั่งการเสียงเฉียบขาด
"รับทราบ!"
หลินเฟิงชักกระบี่เพลิงมรรคาออกจากฝักทันที แสงสีแดงเพลิงสลับทองะเิพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงนับสิบเมตร บดขยี้มลหมอกสีเืรอบตัวให้สลายกลายเป็จลน์ ทั่วร่างของเด็กหนุ่มแผ่บารมีัทองคำรามกึกก้อง รอยสักัที่แผ่นหลังทอแสงเจิดจ้า
*วูมมมมม!*
พลังิญญาระดับแก่นแท้ขั้นต้นร้อยส่วนผสานกับกายาัจักรพรรดิ ทำให้พลังโจมตีของหลินเฟิงยามนี้เหนือล้ำกว่าระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดไปไกลโข ลมหายใจของเขากลายเป็เปลวไฟ เขาเคลื่อนร่างดั่งสายฟ้าฟาด พุ่งเข้าสู่ใจกลางค่ายกลพิษโดยไม่เกรงกลัว!
"รนหาที่ตาย! กลืนกินมัน!" ประมุขเก้าอสรพิษสั่งการ อสรพิษโลหิตั์เก้าตัวพุ่งเข้าอ้าปากหมายจะกัดกินหลินเฟิงพร้อมกัน
"เพลงกระบี่มรรคาภพ: ัคลั่งทลาย์!"
หลินเฟิงคำรามลั่น วาดกระบี่เพลิงมรรคาออกไปเป็วงกลมสุดแรงเกิด คลื่นพลังเพลิงสีทองขนาดมหึมาควบแน่นกลายเป็รูปร่างของ **"ัเพลิงทองคำ"** ขนาดั์ร้อยเมตร พุ่งทะยานเข้าฉีกกระชากและแผดเผาอสรพิษโลหิตทั้งเก้าตัวจนแหลกสลายกลายเป็ไอหมอกในพริบตา! ความร้อนของเพลิงมรรคาแผดเผาแกนกลางค่ายกลตรงทิศตะวันตกเฉียงใต้จนะเิแตกกระจาย
*ตู้มมมมมมมมม!*
เสียงค่ายกลมหาโลหิตพังพินาศดังลั่นสนั่นหวั่นไหว แรงะเิสะท้อนกลับทำเอาประมุขเก้าอสรพิษกระอักเืคำโต ร่างปลิวละลิ่วร่วงหล่นลงมาบนหลังคาคฤหาสน์ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวดั่งเห็นผี!
"ค่ายกลระดับปฐี... ถูกทำลายในกระบวนท่าเดียว?! เป็ไปไม่ได้! แก... แกไม่ใช่ระดับแก่นแท้! แกคือตัวตนระดับไหนกันแน่?!" ประมุขเก้าอสรพิษร้องลั่นด้วยความสติแตก
หลินเฟิงไม่ตอบคำถาม ร่างของเขาพุ่งวูบมาปรากฏตัวตรงหน้าประมุขเก้าอสรพิษในระยะประชิด คมกระบี่เพลิงมรรคาตกลงมาดั่งทัณฑ์์!
"แกอย่าดูถูกระดับนภานักนะ!" ประมุขเก้าอสรพิษกัดฟันชักไม้เท้าหัวกะโหลกอาบพิษขึ้นมาต้านทานพลังทั้งหมด
*เคร้งงงงงงง!*
เสียงปะทะอาวุธดังก้องกังวาน คลื่นพลังทำลายล้างะเิออกจนคฤหาสน์ตระกูลจ้าวครึ่งหลังพังทลายกลายเป็เศษอิฐเศษหิน แม้ประมุขเก้าอสรพิษจะมีพลังระดับนภาที่เหนือกว่า ทว่าเมื่อต้องปะทะกับพลังิญญาร้อยส่วนและความแข็งแกร่งของกายาัจักรพรรดิของหลินเฟิง... ไม้เท้าหัวกะโหลกิญญาของมันก็เริ่มเกิดรอยร้าวและหักสะบั้นลงในพริบตา!
*เพล้ง! ฉัวะ!*
คมกระบี่เพลิงมรรคาตัดผ่านแขนขวาของประมุขเก้าอสรพิษจนขาดสะบั้น เืสดพุ่งกระฉูด เปลวไฟเพลิงมรรคาเข้าลุกลามแผดเผาาแจนมันร้องโหยหวนด้วยความเ็ปปางตาย ร่างร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นลานบ้านจมกองเื
ยามนี้... ทั่วทั้งเมืองชิงหยางเงียบสงัดดั่งป่าช้า เ้าเมืองหม่าและผู้นำตระกูลอื่น ๆ ที่ตามมาดูเหตุการณ์ต่างยืนนิ่งอึ้ง ตาค้างด้วยความช็อกสุดขีด ยอดฝีมือระดับนภาอันยิ่งใหญ่... ถูกเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีตัดแขนและบดขยี้ลงไปนอนดิ้นรนดั่งสุนัขข้างถนนในเวลาไม่ถึงสามกระบวนท่า! นี่มันคือปาฏิหาริย์หรือฝันร้ายกันแน่?!
หลินเฟิงเดินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประมุขเก้าอสรพิษและกลุ่มคนตระกูลจ้าวที่เหลือที่ยามนี้กอดกันกลมด้วยความกลัวตายจนฉี่ราด ปลายกระบี่เพลิงมรรคาชี้ตรงไปที่หัวใจของประมุขเก้าอสรพิษ แววตาของเด็กหนุ่มเื้ัหน้ากากเหล็กไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงทัณฑ์์ที่พร้อมจะพิพากษาคนชั่ว!
"ตระกูลจ้าว... สำนักอสรพิษทมิฬ... วันนี้ถึงเวลาปิดบัญชีโลหิตของพวกเ้าแล้ว!" หลิ
นเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบดุจมัจจุราชเปิดสมุดรายชื่อคนตาย!