龙束缚
Chapter10
ทันทีที่รถจอดสนิท ผมก็อุ้มถังเซียนเดินเข้าไปในบ้าน
“ลู่เสี่ยน” เสียงจิวซือเรียกรั้งผมไว้ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนผมหันมามองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันขอโทษที่ดูแลถังเซียนไม่ดี” เสียงนุ่มเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดผมจึงหันมามองจิวซือพลางเดินเข้าไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“ไม่ใช่ความผิดของนาย” ผมเอ่ยบอกตามความจริงพลางยิ้มหวานให้จิวซือ เพื่อให้นายน้อยตระกูลเผิงสบายใจ
ผมอุ้มลูกสาวมาวางแ่เบาที่เตียงพลันดึงผ้าขึ้นมาห่มให้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ มือเรียวยกขึ้นลูบหัวลูกสาวเบาๆเพราะกลัวทำให้ลูกตื่นดวงตากลมโตมองหน้าเด้กน้อย
“เตี่ยจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายหนูอีก” เอ่ยพลางก้มลงไปจูบแ่เบาตรงหน้าฝากก่อนจะผละออกช้าๆ ภาพของเจียนหลินที่ดูดีใจมากหลังจากรู้ว่าถังเซียนคือลูก มันเหมือนมีบางอย่างที่กดทับใจของผมไม่ให้รู้สึกกับเจียนหลินไปมากกว่านี้
เราไม่ควรเจอกันอีก
Part : เสี่ยวเจียนหลิน
หลังจากได้รู้ความจริงว่าลูกยังมีชีวิตอยู่และเติบโตมาน่ารักมาก ก็เหมือนโลกทั้งใบของผมมันกลับมาน่าอยู่อีกครั้งและยิ่งเห็นหน้าของลูกชัดๆ ผมยิ่งอยากทำทุกอย่างเพื่อให้2คนนั้นมาอยู่ข้างๆผมมาอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว
“นายน้อย จะทำยังไงต่อครับ” เสียงของจงเจิ้งเอ่ยขึ้นผมเหม่อมองออกไปด้านนอกอย่างไร้จุดหมาย หลังจากให้จงเจิ้งตามสืบว่าใครรอบทำร้ายลู่เสี่ยนและใครเป็คนจับลูกสาวผมไป
คนที่ตามเล่นงานลู่เสี่ยนและจับตัวถังเซียนไปนั้นเป็คนละคนกันและถ้าให้ผมเดา สาเหตุคงมาจากผม ที่ทำให้ทั้ง2คนตกอยู่ในอันตราย
“ไปที่บอกพวกนั้น ว่ายกเลิกสัญญาที่มีต่อกันและส่งคนไปเดือนผู้หญิงคนนั้นด้วย”
“นายน้อยแน่ใจหรอครับ ว่าจะทำแบบนี้” ผมไม่ตอบกลับแต่ใช้ความเงียบตอบแทนซึ่งจงเจิ้งที่ทำงานกับผมมานานย่อมรู้ดี
“ผมจะรีบให้คนที่แฝงตัวอยู่ในสามตระกูลหลักสืบมาจับตามดูพวกเขาไว้”เมื่อพูดจบ จงเจิ้งก็ก้มหัวให้ผมเพียงนิดก่อนจะรีบเดินออกจากห้องเพื่อไปสั่งลูกน้องที่อยู่อีกตระกูล
“ถังเซียน ป๊าจะปกป้องหนูกับเตี่ยเอง” เสียงทุ้มเ็าเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่นจริงจัง
ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร
ผมยอมทุกอย่าง
Part : ลู่เสี่ยน
กาลเวลาพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเื่ที่เกิดขึ้นก็ผ่านมา2วันแล้วจิวซือยังคงหาว่าใครเป็คนอยู่เบื่อหลังคนที่มุ่งทำร้ายผมและถังเซียนส่วนถังเซียนนั้นดูไม่มีอาการหวาดกลัวกับเื่ที่เกิดขึ้นลูกสาวของผมดูเข้มแข็งมากจนใจหาย เด็ก4ขวบควรงอแงตามแบบของเขาหลังจากเจอเื่ร้ายแต่นอกจากไม่มีอาการนั้นแล้วถังเวียนกลับดูนิ่งสงบมากกว่าจะร้องไห้สั่นกลัวแบบวันแรกที่ถูกลักพาตัวไปเหมือนเื่ทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น
“ถังเซียนพรุ่งนี้อยากไปเรียนไหม” ผมลองเอ่ยถามลูกดูเพื่อดูท่าทางของเขาซึ่งถังเซียนก็เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
“ไปค่ะ” เสียงเล็กเอ่ยตอบกลับมาทันทีโดยไม่มีความลังเลอยู่ในดวงตากลมใส
“ถ้างั้น พรุ่งนี้เตี่ยไปส่งนะ” ผมไม่รู้จะตอบอะไรออกไปเลยได้แต่ยกยิ้มให้แห้งๆ ก่อนเด็กน้อยจะหันไปเล่นของเล่นต่อพอดีกับที่จิวซือเดินเข้ามาพอดี
“ถังเซียนมีนิสัยเหมือนเจียนหลินตอนเด็กมาก หมอนั้นวัย12ปี เคยถูกนายน้อยตระกูลไป๋จับไว้เป็ตัวประกัน ขนาดมีปืนจ่ออยู่ที่หัวยังไม่แสดงสีหน้ากลัวให้เห็น” เมื่อได้ฟังจิวซือพูดจบผมก็หันมามองหน้าลูกสาวอีกครั้ง
ทำไมถึงต้องเหมือนเจียนหลินขนาดนี้