ท้องฟ้ายามเย็นเปลี่ยนเป็สีน้ำเงินเข้ม เสียงจิ้งหรีดเริ่มดังระงมทั่วป่า หลงเทียนหอบหายใจแรงหลังจากวิ่งตามเม่ยหลิงมาไกลหลายลี้
“เฮ้อ…เฮ้อ…เ้า…เ้าแน่ใจหรือว่าเรากำลังหนีไปถูกทาง?”
เขาเอ่ยถามทั้งที่เหงื่อไหลเต็มหน้า
เม่ยหลิงหันกลับมามองเพียงแวบเดียว แววตาแม้เหนื่อยล้าแต่ยังคมกริบ
“เ้าอยากถูกดักฆ่ากลางป่าหรืออย่างไร? ทางที่ข้าเลือก อย่างน้อยก็ทำให้พวกมันตามรอยช้าลง”
หลงเทียนหัวเราะแหะ ๆ
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าการเก็บฟืนวันนี้ จะกลายเป็การหนีตายเสียได้”
เม่ยหลิงปรายตา
“เ้าคิดว่าเื่นี้เป็เื่เล่นสนุกหรือไง ซื่อบื้อเอ๋อ…”
แต่คำพูดนั้นกลับแฝงรอยยิ้มเล็ก ๆ อย่างไม่รู้ตัว
ไม่กี่อึดใจต่อมา แสงไฟคบเพลิงสว่างวาบขึ้นจากทิศทางเื้ั พร้อมเสียงะโของเหล่าศิษย์สำนักมาร
“พวกมันอยู่แถวนี้! ไล่ล่าต่อไป!”
หลงเทียนสะดุ้งเฮือก
“บะ…บ้าชะมัด! พวกมันยังตามมาไม่เลิกอีก!”
เม่ยหลิงกัดฟันแน่น หยิบลูกกลมสีเขียวออกมาจากถุงผ้า
“นี่คือเม็ดโอสถควันพิษ ใช้ได้ไม่กี่ครั้ง เ้าคอยปกป้องข้าให้ถึงจุดพัก ข้าที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
หลงเทียนเกาหัวอย่างงง ๆ
“จุดพัก? ตรงไหนกัน?”
“ตรงไปข้างหน้า จะมีถ้ำร้างอยู่ หากเราเข้าไปได้ พวกมันจะตามไม่ทัน”
ไม่นาน กลุ่มศัตรูก็ปรากฏตัวโผล่พรวดออกมาจากพงหญ้า กระบี่เย็นวาวสะท้อนแสงจันทร์ หลงเทียนใจเต้นระรัว
“เม่ยหลิง! ข้าทำไม่เป็นะ! ข้าไม่เคยสู้กับใครมาก่อน!”
“งั้นก็แค่กันพวกมันให้ออกห่าง!”
เสียงเธอดุดันแต่มั่นคง
หลงเทียนสูดหายใจลึก พอนักฆ่าคนแรกพุ่งเข้ามา เขาเผลอยกมือขึ้นอีกครั้ง แสงทองก็ส่องวาบออกมาอย่างรุนแรง นักฆ่าถูกซัดกระเด็นไปอีกรอบ
“โอ๊ะ! ข้า…ทำได้อีกแล้ว!”
เม่ยหลิงหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังาเ็
“เห็นไหม? ซื่อบื้ออย่างเ้าก็มีประโยชน์อยู่บ้าง”
หลังจากต่อสู้อย่างทุลักทุเล ทั้งสองก็วิ่งมาถึงถ้ำหินใหญ่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์ พอเข้ามาในถ้ำ ความมืดและความเย็นก็ห่อหุ้มทันที
หลงเทียนจุดกิ่งไม้เป็คบเพลิงส่องทาง เห็นผนังถ้ำเต็มไปด้วยคราบตะไคร่ แต่ลึกเข้าไปกลับมีบรรยากาศแปลกประหลาด ราวกับซ่อนอะไรบางอย่าง
เม่ยหลิงนั่งลงหอบแ่ ๆ เืซึมออกจากาแที่ไหล่ เธอรีบหยิบโอสถออกมาทานเอง
หลงเทียนใ
“เ้าเืออกมากเลย! ให้ข้าช่วยทำแผลเถอะ!”
เม่ยหลิงมองเขาอย่างแปลกใจ ก่อนยื่นผ้าผืนเล็กให้
“ถ้าอยากช่วยก็พันแผลให้ข้าก็แล้วกัน แต่อย่าทำซุ่มซ่ามจนข้าตายเสียก่อนล่ะ”
หลงเทียนหน้าแดง รีบก้มหน้าก้มตาทำตามอย่างเก้ ๆ กัง ๆ จนผ้าเลอะมือไปหมด แต่เม่ยหลิงกลับหัวเราะ
“เ้าช่างซื่อเสียจริง…”
เมื่อความเงียบโรยตัวลง เม่ยหลิงถอนหายใจยาว
“เ้าคงสงสัยว่าข้าเป็ใครกันแน่”
หลงเทียนพยักหน้าแรง ๆ
“ใช่สิ! จู่ ๆ เ้าก็โผล่มา บอกว่าถูกสำนักมารไล่ล่า ข้าแทบไม่เข้าใจอะไรเลย”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ
“ข้าเป็ศิษย์จากสำนักหงส์ขาว สำนักโอสถที่โด่งดังทางใต้ ภารกิจของข้าคือการนำ คัมภีร์โอสถฟ้า กลับคืนสำนัก แต่ถูกพวกมันดักเล่นงานระหว่างทาง”
หลงเทียนตาโต
“คัมภีร์โอสถฟ้า? ฟังดูเหมือนของสำคัญมากเลย”
“ใช่…สำคัญเกินกว่าที่เ้าจะนึกถึง” แววตาเม่ยหลิงหม่นลงเล็กน้อย
“หากมันตกไปอยู่ในมือพวกมาร นั่นหมายถึงภัยใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน”
ทันใดนั้น เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นจากส่วนลึกของถ้ำ คล้ายเสียงลมหายใจหนัก ๆ
หลงเทียนตัวแข็งทื่อ
“เอ๊ะ…เม่ยหลิง เ้าได้ยินหรือไม่?”
เธอชะงักหันไปมองทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“อย่าเพิ่งส่งเสียง…ที่นี่อาจไม่ใช่ถ้ำร้างธรรมดา…”
เสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นในความมืด ดวงตาสีแดงสว่างวาบ
หลงเทียนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“บะ…บ้าชะมัด! อย่าบอกนะว่ามีอสูรอยู่ที่นี่ด้วย!”
เงามหึมาค่อย ๆ ก้าวออกมาเผยให้เห็นร่างอสูรหิน สูงกว่าสามเมตร ตัวเต็มไปด้วยเกล็ดดำแข็งดุจเหล็ก
มันคำรามเสียงกึกก้องสะท้อนทั้งถ้ำ ก่อนพุ่งเข้าใส่ทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง
“วิ่งไม่ทันแล้ว! หลงเทียน กันมันไว้ก่อน!” เม่ยหลิงะโ
หลงเทียนสั่นไปทั้งตัว แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเธอ ก็สูดหายใจลึกแล้วพุ่งเข้าไปขวาง แสงทองจากฝ่ามือสาดส่องอีกครั้ง ปะทะเข้ากับร่างอสูรจนเกิดเสียงดังสนั่น
ตูมมม!!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ถ้ำสั่นะเื หินร่วงลงมาเป็ฝน
หลงเทียนถูกซัดถอยไปหลายก้าว แต่ยังยืนได้ แววตาเขาเริ่มเปลี่ยนจากหวาดกลัวเป็มุ่งมั่น
“ข้า…จะไม่หนีอีกแล้ว!”
เม่ยหลิงมองภาพนั้นด้วยสายตาประทับใจ ก่อนรีบคิดแผนการ
“เกล็ดของมันแข็งเกินไป เ้าโจมตีตรง ๆ ไม่มีทางชนะ ฟังข้า! ล่อมันไปชนผนังด้านซ้าย มีรอยแตกอยู่ ข้าจะใช้โอสถะเิหินช่วยเสริม!”
หลงเทียนพยักหน้า รีบวิ่งหลบซ้ายขวา ล่อให้อสูรหินพุ่งตาม มันคำรามก้องวิ่งชนผนังถ้ำอย่างแรง
เม่ยหลิงขว้างเม็ดโอสถสีแดงเข้าไปทันที
ตูม!!
ผนังหินแตกถล่มลงมาทับร่างอสูรหินส่งเสียงคำรามสุดท้าย ก่อนเงียบไป
หลงเทียนหอบแฮก มองซากหินถล่มที่ฝังร่างอสูร
“ฟู่…ข้า…นึกว่าต้องตายแล้วเสียอีก”
เม่ยหลิงนั่งลงพิงผนัง ยิ้มบาง ๆ
“เ้าซื่อก็จริง แต่เ้ามีหัวใจกล้ากว่าที่คิดนะ”
หลงเทียนยิ้มเขิน
“ถ้าไม่มีเ้าบอก ข้าคงทำอะไรไม่เป็หรอก”
เม่ยหลิงมองเขาอย่างพิจารณาอีกครั้ง สายตานั้นทั้งอ่อนโยนและซ่อนอะไรบางอย่าง
เด็กหนุ่มผู้นี้…ชะตาไม่ธรรมดาจริง ๆ
ทั้งสองนั่งอยู่ในความมืดเงียบ ๆ ได้ยินเพียงเสียงลมพัดลอดเข้ามาในถ้ำ หลงเทียนจุดไฟเล็ก ๆ ขึ้นเพิ่ม ความอบอุ่นส่องใบหน้าทั้งคู่
“ต่อจากนี้ ข้าคงต้องฝากชีวิตไว้กับเ้าสักพักแล้วนะ…หลงเทียน”
เม่ยหลิงเอ่ยขึ้นเสียงเบา
เด็กหนุ่มยกมือเกาหัว ยิ้มกว้าง
“อื้อ! ถ้าข้าช่วยได้ ข้าจะช่วยเต็มที่เลย”
และในยามนั้นเอง เส้นทางแห่งโชคชะตาที่เชื่อมสองชีวิตก็ค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้น