เมื่อครบกำหนด 3 วัน
7.00 น. ณ งานประกวดสาวงาม บริเวณลานด้านหน้าหอประชุมศิลาขาว สำนักเทพอัสนีย์
“ขอเรียนเชิญท่านเทพอัสนีย์กล่าวกับสาวงามทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้ เพื่อเป็เกียรติในการจัดอันดับสาวงามต่อไป” ผู้เฒ่าเพลิงประจิมกล่าว
เทพอัสนีย์ลุกขึ้นยืนหน้าบัลลังก์พยับเมฆ แล้วกล่าวขึ้นว่า “ข้าขอแสดงความขอบคุณกับสุภาพสตรีทุกท่านที่เข้ามาร่วมสนุกในครั้งนี้ ก่อนอื่นเพื่อเป็การประกาศเกียรติคุณของสาวงามรุ่นก่อนหน้านี้ข้าจะมอบ เข็มกลัดไพลินอัสนี เพื่อเป็เกียรติกับท่าน เชิญท่านเพลิงประจิมประกาศรายชื่อ”
เทพอัสนีย์กล่าวจบผู้เฒ่าเพลิงประจิมก็กล่าวเรียกชื่อ 8 สาวงามรุ่นแรกขึ้นมารับเข็มกลัดไพลินอัสนีในทันที
1. เทพวรัญธร อดีตเ้าสำนักอัสนี หายตัวไปอย่างลึกลับ
2. ราชินีน้ำแข็ง หรือ เ้าวังอุดร ซึ่งปัจจุบันคือเทพัน้ำแข็ง
3. นางมารบูรพา ประมุขหญิงแห่งพรรคจันทรา
4. เทพวารี แห่งสำนักเทพอัสนีย์
5. เทพวายุ แห่งสำนักเทพอัสนีย์
6. เทพสุญตา หรือเทพเหมันต์พระชายาแห่งเทพอัสนีย์
7. ปราชญ์ดรุณี แห่งสำนักมนตรา
8. เทวีอัคนี แห่งสำนักสุริยัน”
เมื่อแจกเข็มกลัดเสร็จเทพอัสนีย์ก็กล่าวกับทุกคนในงานว่า “ข้าได้หารือกับท่านเพลิงประจิม และขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ต่อไปนี้ในทุกๆสิบปี จะมีการจัดประกวดสาวงาม 1 คร้ั้ง ผู้ที่ได้อันดับ 1 ถือว่ามีความงดงามที่สุดนอกนั้นความงามก็จะลดหลั่นกันลงมาตามลำดับตัวเลขที่เพิ่มขึ้น กติกาในการประกวดครั้งนี้จะแบ่งออกเป็ 3 ด่าน ผ่านครบ 3 ด่านออกมาเหลือคะแนนมากที่สุดได้อันดับ 1 รองลงมาจะเป็อันดับที่ 2 ลดหลั่นกันไปจนถึงอันดับ 5 บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้วข้าขอเปิดงาน ณ บัดนี้”
“ขอพระองค์ทรงอายุยืน หมื่นปี หมื่นๆปี” เพลิงประจิมกล่าวพร้อมนั่งชันเข่า
จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นแล้วกล่าวกับคนทั้งหลายว่า “ด่านแรกจะต้องเข้าห้อง “นารีพินิจ” เพื่อเปลือยกายให้ท่านเทพพิรุณซึ่งเป็สตรีเช่นเดียวกันตรวจสอบทุกส่วนของเรือนร่าง ก่อนเข้าห้องนี้ ทุกคนจะมีคะแนน 100 คะแนน เข้าไปพบข้อบกพร่องจะโดนหักที่ละ 1 คะแนน ใครที่คะแนนต่ำกว่า 80 ต้องถูกตัดชื่อออก หัวข้อที่จะตรวจสอบได้แก่รูปร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก ไฝ ความสมส่วนของร่างกายและใบหน้า ความสะอาดของเรือนร่าง ความงามของเรือนร่าง หัวข้อสุดท้ายคือจริตของสตรี”
“อาจารย์ ข้าอายจังดูกันขนาดนี้เลย พ่อแม่ข้ายังไม่เห็นของข้าขนาดนี้เลย” เทพเหมันต์กล่าว
“งั้นเ้าก็ถอนตัวสิ” เทพพิรุณกล่าว
“ไม่ละข้าอยากรู้ว่าในพิภพนี้ ข้างามระดับไหน” เทพเหมันต์กล่าว
“งั้นเ้าก็ต้องอดทน และฝ่าด่านไปให้ได้” เทพพิรุณกล่าว
“จริตของสตรีตรวจสอบยังไงล่ะอาจารย์” เทพเหมันต์อ้อนถามผู้เป็อาจารย์
“นี่เ้าขี้โกงนี่หลอกถามกรรมการ ก็ต้องจำลองสถานการณ์น่ะสิ แต่ละคนจะได้รับกระบอกไม้ไผ่คนละ 1 ชิ้น ภายในนั้นจะมีคำถามเขียนใส่กระดาษสอดไว้ เ้าแค่เขียนคำตอบแล้วใส่กระบอกไม้ไผ่คู่กับคำถามนั้นก็พอ เ้าไปได้แล้วไปรวมกลุ่มกับสาวๆได้แล้ว จะประกวดไหมเนี่ย” เทพพิรุณกล่าวตัดบท
“ขอบคุณอาจารย์ ข้าไปละ” กล่าวจบเทพเหมันต์ก็รีบวิ่งแจ้นออกจากห้องนารีพินิจไปยืนรวมกับสาวๆทันที
“ในลำดับแรกขอเชิญ ท่านเทพเหมันต์เข้าสู่ห้องนารีพินิจ” เพลิงประจิมกล่าว
เสียงซุบซิปของสตรีทั้งหลายดังพอจับใจความได้ว่า เทพเหมันต์ขี้โกง สนิทกับกรรมการมากเกินไป แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากกล่าวออกมาต่อหน้านางแม้เพียงสักคนเดียว เทพเหมันต์ได้ยินแว่วเข้าหูแต่ก็มิได้สนใจนางเดินเข้าห้องไปอย่างสง่างาม
“เชิญ ท่านเทพวารีเข้าสู่ห้องนารีพินิจ” เพลิงประจิมกล่าว
“เรียกเข้าไปแล้วยังไม่มีใครออกมาเลย” เสียงบ่นพึมพำ
ผ่านไป 2 ชั่วยาม
“เชิญหญิงงามทุกท่านออกจากห้องนารีพินิจ” เพลิงประจิมกล่าว
สตรีทั้งหมดค่อยๆเดินเรียงกันออกมา
“บัดนี้ขอประกาศให้ทราบว่ามีสตรีจำนวน 1,200 ท่าน เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ แต่มีคะแนนเกิน 80 อยู่เพียงแค่ 100 ท่านเท่านั้น กรรมการได้แจ้งให้ทราบเป็การส่วนตัวไปแล้ว ดังนั้นจะขอประกาศรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 5 ท่านเท่านั้นดังนี้
อันดับ 5 ได้แก่ ปราชญ์ดรุณี มีคะแนนเหลืออยู่ 90 คะแนน
อันดับ 4 ได้แก่ เทพวายุ มีคะแนนเหลืออยู่ 91 คะแนน
อันดับ 3 ได้แก่ เทพวารี มีคะแนนเหลืออยู่ 92 คะแนน
อันดับ 2 ได้แก่ เทวีอัคนี มีคะแนนเหลืออยู่ 93 คะแนน
อันดับ 1 ได้แก่ เทพเหมันต์ มีคะแนนเหลืออยู่ 95 คะแนน
ดังนั้น 5 อันดับนี้ถ้าดูแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะคะแนนไม่ห่างกันมากนัก” เพลิงประจิมกล่าว
“นั่นไง ข้าว่าแล้วมีโกงอยู่แล้วเทพเหมันต์ มีสามีแล้ว ไฝพรหมจารีย์น่าจะหายไปแล้ว อย่างน้อยข้อมือสองข้างไม่มีไฝนี้ต้องโดนหักแล้ว 2 แต้ม” เสียงหญิงผู้หนึ่งกล่าว
“เ้าไม่คิดบ้างหรือว่าขนาดลูกข้าโดนหักไปแล้ว 2 แต้มยังดีพอที่จะชนะผู้อื่น” เสียงเทพัน้ำแข็งกล่าวถึงลูกสาวอย่างภาคภูมิใจ ทำให้เหล่าสตรีหยุดกล่าวคำใดขึ้นอีก ได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตานาง
“รอบที่ 2 เป็การประเมินสติปัญญาและการวางค่ายกล เรียนเชิญสตรีผู้เข้าประกวดทั้ง 100 ท่าน ณ ลานอัสนีด้านหน้าเรือนลั่นทม การประลองครั้งนี้ ท่านผู้เฒ่าหยั่งรู้เป็ผู้คุมการประลอง ผู้อื่นไม่ต้องตามไป เมื่อแข่งเสร็จข้าจะประกาศผลให้ทุกท่านทราบเอง”
1 ชั่วยามผ่านไปสาวๆก็เดินกลับมายังลานด้านหน้าหอประชุมศิลาขาว เสียงเพลิงประจิมกล่าวประกาศ “บัดนี้ขอประกาศให้ทราบว่ามีสตรีจำนวน 100 ท่าน เข้าร่วมประกวดในรอบที่ 2 แต่มีคะแนนเกิน 80 อยู่เพียงแค่ 10 ท่านเท่านั้น กรรมการได้แจ้งให้ทราบเป็การส่วนตัวไปแล้ว ดังนั้นจะขอประกาศรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 5 ท่านเท่านั้นดังนี้
อันดับ 5 ได้แก่ เทพวายุ มีคะแนนเหลืออยู่ 87 คะแนน
อันดับ 4 ได้แก่ ปราชญ์ดรุณี มีคะแนนเหลืออยู่ 89 คะแนน
อันดับ 3 ได้แก่ เทพวารี มีคะแนนเหลืออยู่ 90 คะแนน
อันดับ 2 ได้แก่ เทวีอัคนี มีคะแนนเหลืออยู่ 91 คะแนน
อันดับ 1 ได้แก่ เทพเหมันต์ มีคะแนนเหลืออยู่ 93 คะแนน
รอบที่ 3 ข้าเป็ผู้ควบคุมการคัดเลือก ขอเชิญสตรีทั้ง 10 ท่านและอาสาสมัครชายหนุ่ม 100 คนเข้ายังหอประชุมศิลาขาว โดยชายหนุ่มจะได้ป้ายคนละ 1 ป้าย ให้สตรีทั้ง 10 คนใช้เสน่ห์ดึงชายหนุ่มมามอบป้ายกับตนเอง 5 ป้ายเท่ากับ 1 คะแนน ดังนั้นคะแนนที่จะเพิ่มมีเพียง 20 คะแนนเท่านั้น เวลาที่ใช้คือ 1 ชั่วยาม หรือจนกว่าป้ายจะหมด เริ่มได้”
ภายในหอประชุมศิลาขาวคนภายนอกไม่สามารถทราบได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ภายในสาวๆทั้งสิบคนต่างสู้ทุกทางอย่างดุเดือด บ้างก็ใช้ยารัญจวน บ้างก็ใช้ไอมาร บ้างก็ใช้ปราณ เวลาผ่านไปไม่ถึง 1 นาที ชายทั้ง 100 ก็ไม่เหลือผู้ที่ถือป้ายในมืออีกเลยแม้แต่คนเดียว
“จบการแข่งขันกรรมการรวมคะแนน ทุกท่านเชิญรอฟังประกาศอย่างเป็ทางการด้านหน้าหอประชุมศิลาขาว” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าตื่นเต้นจังเลยพี่รอง”เทพวายุกล่าวกับเทพวารี
“ใจเย็นๆน้องเอ๋ย เ้าผ่านแน่ๆ” เทพวารีกล่าวปลอบใจน้องสาว แต่ในใจตนเองก็ไม่ค่อยมั่นใจ
“บัดนี้ขอประกาศให้ทราบว่ามีสตรีจำนวน 10 ท่าน เข้าร่วมประกวดในรอบที่ 3 ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 5 ท่านมีดังนี้
อันดับ 5 ได้แก่ เทพวายุ มีคะแนนเหลืออยู่ 89 คะแนน
อันดับ 4 ได้แก่ เทพวารี มีคะแนนเหลืออยู่ 92 คะแนน
อันดับ 3 ได้แก่ ปราชญ์ดรุณี มีคะแนนเหลืออยู่ 93 คะแนน
อันดับ 2 ได้แก่ เทวีอัคนี มีคะแนนเหลืออยู่ 98 คะแนน
อันดับ 1 ได้แก่ เทพเหมันต์ มีคะแนนเหลืออยู่ 98 คะแนน
เนื่องจากมีคะแนนเท่ากัน 2 ท่าน ทั้ง 5 คนนี้จะต้องตัดสินโดยคะแนนโหวตจากทุกคนในที่นี้ใหม่” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าไม่เห็นด้วยถ้าทำแบบนี้ก็ควรโหวตั้แ่แรกไปแล้ว ไม่ต้องไปแก้ผ้าให้ใครดูหรอกนะ” เทพัน้ำแข็งกล่าว
“ข้าแต่ท่านเทพอัสนีย์ ในเมื่องานนี้จัดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองตำแหน่งของท่าน ถ้าเช่นนั้นข้าคิดว่าสาวงามที่ประกวดในวันนี้ควรที่จะได้รับตำแหน่งรับใช้ท่านอย่างใกล้ชิด ในเมื่อที่ 1 เป็พระชายา อันดับที่เหลือก็ให้เป็พระสนมไปเลยดีที่สุด ผู้ที่ได้ที่ 2 ที่คะแนนเท่าพระชายาก็ให้เป็พระสนมเอกไป” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าไม่ขัดข้องหรอกนะแต่สาวงามเหล่านี้จะเห็นด้วยไหม ข้าว่าควรถามความสมัครใจก่อน” เทพอัสนีย์กล่าว
“ท่านเทวีอัคนี ท่านยอมเป็พระสนมเอกหรือไม่” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าเต็มใจอย่างยิ่ง” เทวีอัคนีกล่าว
“หรือนี่จะเป็แผนของตาเฒ่าเพลิงประจิม ที่จะเอาลูกสาวมาเป็พระสนมเอก เ้านี่จอมละโมบโลภมากอยู่แล้วน่าจะไม่ผิด” เทพัน้ำแข็งนึกในใจ
“ท่านปราชญ์ดรุณี ท่านยอมเป็พระสนมหรือไม่” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าไม่ยินดี” ปราชญ์ดรุณีกล่าว
“เพราะเหตุใด” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าไม่เคยรู้จักท่านเทพอัสนีย์มาก่อน และไม่เคยมีความรักต่อท่านด้วย” ปราชญ์ดรุณีกล่าว
“ท่านช่างกล้าตอบนะ” เพลิงประจิมกล่าว
“ช่างเถอะ คนต่อๆไปก็ไม่ต้องถามเหตุผลหรอกนะ แค่ปฏิเสธก็น่าจะอึดอัดมากแล้วข้าเข้าใจ” เทพอัสนีย์กล่าว
“รับทราบ” เพลิงประจิมกล่าว
“สาวงามทุกท่านข้าไม่ได้บังคับนะไม่เต็มใจก็เชิญปฏิเสธได้เลยนะ” เทพอัสนีย์กล่าว
“ท่านเทพวารี ท่านยอมเป็พระสนมหรือไม่” เพลิงประจิมกล่าว
เทพวารีรู้สึกอึดอัดใจคิดไตร่ตรองอยู่หลายรอบ “นั่นก็น้องเขย แต่ข้าก็ชอบพอเขาเหมือนกันนี่นา แต่น้องห้าจะว่าอย่างไรนะ นางคงเข้าใจน่ะ คงไม่ว่าอะไร ข้าจะทำเพื่อตัวข้าเองบ้างก็แล้วกัน” ตัดสินใจเสร็จนางก็กล่าวว่า “ข้าเต็มใจอย่างยิ่ง”
ทุกคนตะลึงเงียบกริบ ไม่คิดว่านางจะตอบแบบนั้น
“นางก็รักของนางมาั้แ่อยู่ในดาววิสุทธิ์แล้ว พี่รองข้าเข้าใจท่านอย่ากังวลไปเลย” เทพเหมันต์คิดในใจ
“ท่านเทพวายุ ท่านยอมเป็พระสนมหรือไม่” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าไม่เต็มใจ” เทพวายุกล่าว
“สรุปสาวงามทั้ง 5 อันดับมีดังนี้
อันดับ 1 ได้แก่เทพเหมันต์ ตำแหน่งพระชายาของเทพอัสนีย์
อันดับ 2 ได้แก่เทวีอัคนี ตำแหน่งพระสนมเอกของเทพอัสนีย์
อันดับ 3 ได้แก่ปราชญ์ดรุณี
อันดับ 4 ได้แก่เทพวารี ตำแหน่งพระสนมของเทพอัสนีย์
อันดับ 5 ได้แก่เทพวายุ” เพลิงประจิมกล่าว
“ข้าขอแต่งตั้งให้สาวงามทั้ง 5 เป็ที่ปรึกษาของข้า ให้พักอยู่ในพระราชวังอัสนีดารา นับแต่นี้เป็ต้นไป” เทพอัสนีย์กล่าว
“ขอบพระทัย ขอพระองค์อายุยืนหมื่นปี หมื่นๆปี” ทั้งห้านั่งชันเข่ากล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
“ทุกท่านเชิญลุกขึ้น งานประกวดสาวงามก็คงเสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ ข้าขอเชิญทุกท่านที่มาในงานนี้ ร่วมกินดื่มกันให้สำราญใจก่อนแยกย้ายกลับ เต็มที่เลยนะทุกคน” เทพอัสนีย์กล่าว
“ขอพระองค์ทรงอายุยืน หมื่นปี หมื่นๆปี” ทุกคนนั่งชันเข่ากล่าวโดยพร้อมเพรียง