หลังจากที่พันวาจาสิทธิ์เดินทางมาถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพนั้น เขาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคุณหมอยศ ผู้เป็นพระสหายอีกคนของท่านชายปิ๋ว ซึ่งมาประจำการเป็นหมอ อยู่ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคในตัวเมืองได้ประมาณสามสี่ปีมาแล้ว
คุณหมอได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมดจากท่านชายปิ๋ว ว่าจะมีคนมาพักอาศัยอยู่ด้วย เขาได้จัดเตรียมที่หลับที่นอน อาหารการกินรวมไปถึงยารักษาโรคไว้ให้โดยเสร็จสรรพ ที่สำคัญเขาไม่ได้คิดรังเกียจอะไรเมื่อทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายราชการผู้นี้กับพระเชษฐาของเพื่อน กลับกัน เขายังเห็นใจด้วยซ้ำที่ต้องระเห็จระเหินหนีมาตายเอาดาบหน้าเช่นนี้
บ้านหลังนี้สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มูงหลังคาทรงปั้นหยาเหมือนกับที่พำนักของท่านชายเดียว ฉาบทับด้วยสีเหลืองนวล และรายล้อมด้วยไม้ดอกนานาพรรณ ถัดไปอีกหลังใกล้กันนั้นเป็นของคุณหมอเอง ที่อาศัยอยู่กับภรรยาของเขา บรรยากาศที่นี่ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งอยู่กับท่านชายเดียวที่พระนครนัก
โชคดีที่ท่านชายปิ๋วมีบ้านปลูกไว้ใกล้เคียงกับบ้านของคุณหมอ เมื่อครั้งเสด็จมาประพาสที่เชียงใหม่ ทรงสนหทัยสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่นี่ จึงทรงออกทรัพย์ส่วนองค์ซื้อที่ดินและสร้างที่พำนักอยู่ เผื่อเสด็จมาอีกครั้งในอนาคต มาบัดนี้ จึงได้ใช้ประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง
“บ้านยังดูใหม่นะขอรับ” ชายหนุ่มพูดอย่างเก้กังในขณะที่เดินตามหลังคุณหมอเข้ามาในตัวบ้านช้า ๆ ด้วยความมาต่างถิ่นต่างแดนคนเดียว เขาจึงมีความเกรงใจอยู่มาก
“บ้านหลังนี้เป็นที่พลับพลาของท่านชายปิ๋ว รับสั่งให้กระผมดูแลไว้ตั้งแต่สร้างเสร็จใหม่ ๆ น่ะขอรับ นาน ๆ ทีท่านถึงเสด็จมา” คุณหมออธิบาย พร้อมเก็บผ้าม่านขึ้นให้แสงสว่างเข้ามาด้านใน ก่อนจะผายมือเชิญแขกคนสำคัญนั่งตรงโซฟา “เชิญตามสบายนะขอรับ ไม่ต้องเกรงใจอะไรทั้งสิ้น ท่านชายรับสั่งให้กระผมดูแลอย่างดี”
“ขอบคุณคุณ…เอ่อ”
“เรียกผมหมอยศขอรับ ไม่ต้องอะไรมาก ผมก็คนธรรมดา”
“ขอบคุณคุณหมอยศมาก ๆ นะขอรับ ว่าแต่… กระผมยังไม่ทราบว่าท่านชายเดียวจะเสด็จมาถึงเมื่อไหร่ กระผมอยากไปรอที่สถานีรถไฟ”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับ ท่านชายเดียวยังไม่เสด็จมาถึงเร็ว ๆ นี้แน่ ท่านชายปิ๋วบอกกระผมว่าทรงติดธุระที่ปากน้ำโพ หากไปรอแต่ตอนนี้ จะเสียเวลาเอานะขอรับ คุณด้าวพักเอาแรงที่นี่ให้หายเหนื่อยก่อนเถิด เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลัง”
“อย่างนั้นก็ได้ขอรับ” แม้ว่าเขาจะรับคำ ยอมใจเย็นคอยท่านชายเดียวอยู่ที่นี่ตามที่คุณหมอยศแนะนำ หากแต่ภายในใจของเขานั้นกลับร้อนรนอยู่ทุกเมื่อ อะไรหลาย ๆ อย่างมันประเดประดังเข้ามาสุมใจในยามนี้
เขาไม่ได้กังวลมากจนเกินไปหรอก ในเมื่อความน่าจะเป็นของความรักของเขากับท่านชายเดียวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยเหลือเกิน
เขาก็แค่พรั่นใจว่าจะไม่ได้พบหน้าท่านชายอีกครั้ง หรืออีกตลอดกาลเลยก็เป็นได้
ปากน้ำโพ
งานราชการสำคัญของกระทรวงต่าง ๆ ผ่านพ้นไปเป็นวันที่หนึ่ง หากต้องรอให้ธุระเสร็จสิ้น ท่านชายเดียวจำเป็นต้องค้างที่นี่ต่ออีกสามคืน นั่นต้องไม่เป็นผลดีแน่หากต้องทิ้งให้คนรักคอยทางอยู่ที่เชียงใหม่นานจนเกินไป ทรงตระหนักรู้ดีว่าคนทางโน้นจะเป็นกระวนกระวายแค่ไหน หากไม่ทราบข่าววี่แววทางนี้ ยิ่งเขาเป็นคนคิดมากอยู่แล้วด้วย
ทรงวินิจฉัยว่าจะเอาคืนนี้ช่วงดึกเสด็จหนีออกจากที่พัก หากโอกาสเหมาะเจาะก็จะทรงหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่วัดสักแห่ง รอถึงรุ่งเช้ามืด ทันทีที่ขบวนรถไฟเที่ยวแรกมาถึง จะทรงเสด็จขึ้นเชียงใหม่ทันที
อาจจะเป็นคนเลวที่ไร้ค่าคนหนึ่ง ซ้ำยังไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และละทิ้งสันตติวงศ์เพื่อประโยนชน์สุขส่วนองค์ ท่านชายเดียวได้แต่โทษองค์เองพลางกล้ำกลืนหยาดชลเนตรไปในระหว่างที่ย่างบาททิ้งเชษฐาออกมาอย่างช้า ๆ และระแวดระวัง
“ชายขอโทษนะพี่ชายกลาง ชายรู้ ว่าญาติพี่น้องคงไม่มีใครให้อภัยชายเป็นแน่ ต่อจากนี้ชีวิตชายคงตกต่ำ นั่นคงเป็นผลกรรมที่ชายก่อไว้เอง ชายขอเลือกทางเดินของชายนะกระหม่อม ชายทูลลา”
ตรัสพลางทางน้ำเนตรก็หยาดย้อยลงอาบปราง เรื่องมันก็บานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว ต้องเดินหน้าต่อ
เท่านั้น กลับไปก็อับอายวงศาคณาญาติเสียเปล่า