ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทนำ

            ดาบเอกซ์คาลิเบอร์ คือดาบในตำนานที่เล่าขานว่าสามารถตัดได้แม้กระทั่งความสิ้นหวังเปลี่ยนให้กลายเป็นความหวังที่ลุกโชนดั่งเช่นเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ เอกซ์คาลิเบอร์ คือดาบที่กำเนิดมาจากปาฏิหาริย์ของความหวังที่อัดแน่นไปด้วยความแน่วแน่หรือจะเรียกว่าเจตจำนงอันแรงกล้าของทุกสรรพชีวิต 
             บัดนี้มันได้หายไปจากโลกและมันก็ได้ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลาที่ผันผ่านไปไม่มีวันจบ โดยที่ความจริงแล้วดาบไม่ได้หายไปไหนเพียงแค่มันได้ถูกมวลน้ำมหาศาลจากอดีตกาลนานมาท่วมขังมันไว้ในทะเลสาบขนาดใหญ่ลึกลงไปสามร้อยเมตรกลายเป็นเพียงดาบที่ขึ้นสนิม 
             ในเวลาต่อมาของยุคสมัยเหล่าปีศาจสร้างอำนาจของตนเองขึ้นมารุกรานเผ่าพันธุ์ต่างๆมากมายไม่เว้นแม้แต่เหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่พวกเขาทั้งหลายต่างไม่อาจรับมือจอมมารแห่งยุคมืดคนนี้ได้ พลังแห่งความมืดที่แข็งแกร่งได้ทำลายความหวังของทุกมวลชีวิต 
              สร้างความสิ้นหวังที่มาราวกับคลื่นลูกยักษ์ของมหาสมุทรที่เกิดมรสุม แสงสว่างทั้งหมดล้วนถูกดาบเล่มสีดำของจอมมารสะบั้นขาดออกเหลือทิ้งเอาไว้เพียงความมืดอันเป็นนิรันดร์ เป็นครั้งแรกที่ความสิ้นหวังลอยตัวอยู่แม้กระทั่งในอากาศที่หายใจอยู่ 
              ผู้กล้ามากมายที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสู้กับจอมมาร เขาคือความหวังของมวลมนุษย์ที่มาเพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายอย่างจอมมารผู้โหดร้ายที่สังหารสรรพชีวิตอย่างบ้าคลั่ง แต่ดาบที่คิดว่าเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ของมวลมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นได้ถูกทำลายไปด้วยเศษก้อนหินที่จอมมารขว้างเข้าใส่ผู้กล้าแบบสุ่มๆ 
               ทันทีที่ดาบศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายแน่นอนว่าตัวผู้กล้าเองก็ถูกสังหารไปภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียวของจอมมารที่เพียงแค่สะบัดข้อมือของตนเองเบาๆเท่านั้น 
               นับแต่นั้นมาก็ผ่านมามากกว่าสิบปีที่มีผู้กล้าทยอยกันเข้ามาท้าทายจอมมารไม่เว้นช่วงฤดูกาลแต่คนที่มาท้าทายก็จบลงด้วยการถูกสังหารอย่างน่าอนาถ จนกระทั่งสงครามที่จอมมารก่อขึ้นกำลังดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แสงสีทองอันงดงามได้พุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้าไกลถึงสรวงสวรรค์ของเหล่าทวยเทพ 
              “นั่นมัน แสงสีทองตามคำนายของพ่อมดลวงโลกนั่นได้พูดเอาไว้คนที่มีความสามารถมากพอที่จะต่อกรกับข้าคนนี้ได้ กำลังจะมาหาข้าในไม่ช้าจริงๆด้วย……น่าสนใจ” 
               เหล่ากองกำลังการต่อสู้กองทัพเผ่าพันธุ์ทั้งหลายสรรพสิ่งมากมายล้วนจับจ้องการมาของแสงสีทองปริศนาไม่เว้นแม้แต่เหล่าทวยเทพเองก็เฝ้ามองอย่างตั้งใจ 
              ภายในทะเลสาบขนาดใหญ่ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดอัศวินหญิงมือขวาของนางในตอนนี้กำลังถือดาบเล่มสีทองเล่มหนึ่งอยู่ในมือพลังของมันแผ่ขยายไปยังพื้นดินพุ่งสู่ท้องฟ้าที่มืดมนก่อนที่จะขับสลายไอพลังแห่งความมืดให้หายไปอย่างสมบูรณ์ 
              ความสิ้นหวังที่กำลังจะกลบฝังทุกเผ่าพันธุ์ไว้ในความมืดมิดตลอดกาลบัดนี้แสงสีทองที่ทอแสงขับสลายพลังแห่งความมืดที่เป็นพลังของดาบในตำนานก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วพร้อมกับ “ผู้กล้าหญิง” คนแรกในประวัติศาสตร์ 
          …………… 
                    ประตูสีดำที่สูงราวห้าเมตรมีลวดลายโบราณที่มีเอกลักษณ์จำนวนมากและตามด้วยอักขระมากมายพร้อมกับแผ่รัศมีพลังงานสีดำอ่อนๆออกมาไม่หยุด  
           พลังความกดดันของมันก็ไม่ได้มีน้อยนิด แต่มันกลับไม่มีผลกับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดอัศวินหญิงที่กำลังจับดาบเล่มสีทองตอนนี้นางยืนอยู่ตรงหน้าประตูที่จะตัดสินเรื่องทั้งหมดแล้วตัวของนางจะได้กลับไปหาคนที่นางรักสักที 
             อเล็กซานดร้า แอนเดรีย นั่นคือชื่อของนางและตอนนี้นางก็กำลังจะผลักประตูนี้ไป มันคือประตูที่เป็นห้องของจอมมารผู้ชั่วร้ายที่คิดจะครองโลก เขาได้ก่อสงครามกับทุกเผ่าพันธุ์ขึ้นเมื่อสิบปีก่อน   
            สงครามได้ดำเนินไปโดยที่หลายเผ่าพันธุ์ล่มสลายไปเพราะการกระทำอันอุอาจของจอมมาร แต่เนื่องด้วยปาฏิหาริย์เกิดขึ้นมาแบบชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดเพราะในตอนที่สิ้นหวังนั้น 
             ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่อายุเพียงแค่สิบหกดึงดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มสีทองใต้ก้นบึ้งทะเลสาบลึกลงไปถึงสามร้อยเมตรออกมาได้ทำให้สถานการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนไป แม้แต่เหล่าทวยเทพเองก็ยังตกตะลึงไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา 
             แน่นอนว่าหลังจากที่ทุกเผ่าพันธุ์ล่มสลายไปต่อจากนั้นก็จะเป็นเหล่าทวยเทพ เป้าหมายของจอมมารก็คือการครอบครองโลกและการกลายเป็นนายเหนือของทุกสิ่ง  
             แต่ทันที่หญิงสาวคนนั้นกวัดแกว่งดาบสีทองเหล่ามวลปีศาจและมารอสูรต่างล้มตายลงโดยที่ไม่อาจต้านทานได้ 
             เมื่อความหวังมาถึงทุกเผ่าพันธุ์จึงลุกขึ้นสู้อย่างสุดกำลังนำโดยหญิงสาวที่เปรียบเสมือนเทพธิดาสำหรับพวกเขาไปแล้วนางได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผู้กล้าหญิง” คนแรกในประวัติศาสตร์  
              ดาบที่กวัดแกว่งไปได้ทำลายความสิ้นหวังทั้งหมดให้หายไปแทนที่ด้วยแสงสีทองอันเจิดจ้าให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ 
             แสงนั่นที่นางแสดงมันออกมาเหล่าปีศาจและมารอสูรไม่อาจต้านทานแสงที่สาดส่องออกมาได้ทำให้ทางด้านกองกำลังของจอมมารที่เคยเรืองอำนาจและกำลังจะชนะศึกอันยาวนานได้พลิกผันกลายเป็นฝ่ายต้องพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย 
             ก้าวครั้งสำคัญและศึกตัดสินสุดท้ายก็มาถึงแล้ว นางผลักประตูแล้วเดินเข้าไปภายในความมืดมิดที่ว่าด้วยการนำทางของแสงสีทองภายในห้องโถงอันใหญ่โตก็มีตะเกียงที่ใส่ดวงไฟที่อยู่สูงขึ้นไปสองเมตรได้เรืองแสงเป็นทางยาวซ้ายขวาเข้าไปด้านในอีกหนึ่งร้อยเมตร 
              เผยให้เห็นภายในห้องโถงขนาดใหญ่บนเพดานของที่นี่จะประดับตกแต่งไปด้วยลวดลายที่ให้ความรู้สึกน่าขนลุกส่วนพรมที่เอามาทำก็เป็นหนังของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ต่างๆที่จอมมารได้ฆ่าไปนั่นรวมถึงเทพบางองค์ด้วย ส่วนผนังกำแพงก็เต็มไปด้วยภาพวาดที่บรรยายความยิ่งใหญ่ของจอมมารออกมา 
               สุดปลายทางที่ดวงไฟไปหยุดนั้นก็จะมีร่างของสิ่งมีชีวิตยืนอยู่ มันสวมชุดคลุมสีดำที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้และร่างกายของตนเองไปทั้งหมดเปิดเผยออกมาแค่มือกับเท้าที่เป็นแค่กระดูกสีดำ 
                ตรงหน้าของมันก็มีดาบเล่มสีดำที่มีสัญลักษณ์ของจอมมารอยู่ตรงด้ามจับตอนนี้มันก็กำลังแผ่พลังงานความมืดออกมาไม่หยุด 
               “มาแล้วหรือ ผู้กล้าหญิง ข้าเฝ้ารอการมาของผู้กล้าแบบเจ้ามานานมากแล้วที่จะมีคนที่มีความสามารถพอที่จะรับมือกับข้าได้ หวังว่าครั้งนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังแบบผู้กล้าคนอื่นๆละ” 
               “ไม่ต้องพูดมากหรอกมาจบเรื่องบ้าๆนี้กันเถอะ ข้าเบื่อต้องมาเป็นผู้กล้าหญิงให้กับคนโลภมากพวกนั้นแล้ว” 
               “นั่นสินะ” 
               จอมมารจับดาบเล่มสีดำขึ้นมาก่อนที่จะรวบรวมพลังแห่งความมืดจากนั้นก็ฟาดฟันการโจมตีระยะไกลออกไปกลายเป็นคลื่นพลังพุ่งไปที่ตัวของอเล็กซานดร้าการโจมตีนี้ของจอมมารไม่มีการยั้งมือเพื่อทดสอบว่านางมีคุณสมบัติพอที่จะต่อสู้กับเขาหรือไม่ 
               ดาบเล่มสีทองเรืองแสงสีทองออกมามวลพลังงานสีทองมหาศาลรายล้อมรอบตัวของอเล็กซานดร้า จากนั้นนางก็ใช้การโจมตีเข้าใส่คลื่นพลังที่เป็นการโจมตีของจอมมารที่โจมตีเข้ามา 
               ตูม! 
               คลื่นพลังทั้งสองต่างหักล้างสลายหายไปในทันที อเล็กซานดร้าไม่รอช้าพุ่งตัวไปพร้อมดาบเล่มสีทองฟาดฟันการโจมตีโดยไม่รอให้จอมมารตั้งตัวได้ทันก่อนที่ดาบทั้งสองจะต้านกันและกันพลังงานสีทองกับพลังงงานสีดำไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนล้วนไม่ยอมกัน 
               “ผู้กล้าหญิงเจ้ามีความสามารถมากจริงๆ ข้าขอยอมรับจากใจจริง และเจ้าก็จะเป็นคนแรกที่ได้เห็นพลังที่แท้จริงของข้า” 
                ชุดคลุมของจอมมารหลุดออกมาก่อนที่ร่างกายโครงกระดูกของเขาจะกลายมาเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งบนหัวของเขามีเขางอกออกมาซ้ายขวาเป็นสีดำชุดที่เขาสวมใส่ก็จะเป็นชุดของราชาแห่งความมืดที่เป็นเนื้อผ้าชั้นดีที่ถักทอมาจากความมืดโดยตรง 
              “รับมือ” 
             อเล็กซานดร้าไม่ได้พูดอะไรกลับไป นางจับดาบเล่มสีทองในมือร่ายรำการโจมตีที่ราวกับเทพธิดาแห่งการต่อสู้พุ่งทะลุผ่านการโจมตีทั้งหมดของจอมมารก่อนที่ดาบจะฟาดฟันเข้าไปที่ตัวของจอมมาร 
             จอมมารตกตะลึงเล็กน้อยก่อนที่จะใช้ดาบเล่มสีดำรับการโจมตีของอเล็กซานดร้าเอาไว้ได้ทั้งหมดแล้วสวนการโจมตีกลับไปโดนฟาดฟันสามครั้งติดกันพลังงานสีดำก็พุ่งเข้าโจมตีอเล็กซานดร้าเพิ่มเติมจากการฟาดฟันทั้งสามครั้ง อเล็กซานดร้านางไม่ได้หลบหลีกการโจมตีใดๆเพียงแต่ใช้ดาบรวบรวมพลังงานสีทอง 
             อเล็กซานดร้าหมุนตัวลอยขึ้นกลางอากาศแสงสีทองมากมายตามติดไปกับอเล็กซานดร้าราวกับสายใยที่ถักทอติดไปกับตัวของนาง นางใช้การโจมตีของแสงสีทองตัดผ่านการโจมตีทั้งหมดของจอมมารไปได้และเข้าประชิดตัวอีกรอบคราวนี้ไม่ใช่การโจมตีที่ปกติธรรมดาอีกต่อไปแต่เป็นกระบวนท่าดาบประจำตัวของผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ 
             ดาบเอกซ์คาลิเบอร์ – แสงสีทองแห่งปาฏิหาริย์ 
             แสงสีทองมากมายทะลักมาราวกับสายน้ำฟาดฟันร่างของจอมมารจนถูกผ่าออกเป็นสองซีก อเล็กซานดร้าล้มลงกับพื้นก่อนที่ดวงตาของนางจะมองเห็นร่างกายของจอมมารที่กำลังปริแตกอย่างช้าๆ 
             “เป็นไปไม่ได้...ไม่...ไม่มีทาง” 
             ร่างกายของอเล็กซานดร้าท่อนบนกับท่อนล่างแยกออกจากกันอย่างชัดเจนแน่นอนว่านางที่ไม่หลบการโจมตีก็เพราะมันคือโอกาสเดียวที่จะปลิดชีวิตของจอมมารได้ 
             “ข้าคือผู้ที่สามารถเหยียบย่ำเหล่าทวยเทพให้ร่วงหล่นได้ทำไมเจ้าที่เป็นแค่มนุษย์กลับสามารถต่อกรกับข้าได้และตอนนี้ร่างกายของข้าก็กำลังจะถึงคราวดับสูญ เป็นไปไม่ได้” 
              อเล็กซานดร้าเผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดราวกับกำลังพูดไปเรื่อยเปลือยในขณะที่ดวงตาของนางเริ่มพร่ามัวไปแล้ว 
             “ฮ่า ฮ่า ความมั่นใจที่มากเกินไปของเจ้าย่อมนำพาเจ้ามาถึงจุดจบแบบนี้ เจ้าประมาทข้าเองและทำพลาดครั้งใหญ่แล้ว.....” 
              “อ๊ากกกก....” 
              ร่างกายของจอมมารก็แตกสลายไปในที่สุดพร้อมกับความเสียใจที่เขาไม่รีบสังหารอเล็กซานดร้าลงไป 
              หยาดน้ำตาของอเล็กซานดร้าก็ไหลออกมาพร้อมกับความเศร้าเสียใจที่สุดในชีวิต นางยังไม่แม้แต่จะได้ใช้ชีวิตอะไรเลยอีกอย่างอายุของนางก็เพียงแค่สิบหกปีเท่านั้นเอง 
              นางยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของคนที่เลี้ยงดูนางมา และที่เสียใจที่สุดนั่นก็คือนางยังไม่ได้บอกคนในครอบครัวที่นางรักและเพื่อนรักของนางว่าผู้กล้าหญิงก็คือนางเอง นางเก็บความลับนี้โดยไม่บอกกับใครมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดมันออกไป 
               ตัวตนของผู้กล้าหญิงก็คงเป็นตำนานต่อไปโดยที่ไม่มีใครรับรู้รวมถึงตัวตนของนางที่กำลังจะหมดลมหายใจจากไป ความฝันที่เคยวาดไว้คือการที่นางได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาทั่วไป 
               แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิต ตัวตนก่อนที่นางจะมาเป็นผู้กล้าหญิงนางก็คือเจ้าหญิงของอาณาจักรแห่งหนึ่งทางตอนเหนือที่ล่มสลายไปแล้วที่นั่นมีเพียงฤดูหนาวที่ราวกับเป็นนิจนิรันดร์เพราะมันไม่เคยที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นฤดูอื่นเลย พ่อกับแม่ของนางในตอนนี้ก็ไม่ได้มีบรรดาศักดิ์เช่นเดิมเหมือนตอนที่ยังเป็นราชาอยู่ 
              ครอบครัวของนางปรับตัวลงมาใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาตั้งแต่ที่นางอายุได้สิบสองขวบ ชีวิตที่ยากลำบากของนางในพระราชวังขนาดใหญ่ก็สิ้นสุดลง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้นเมื่อสงครามที่จอมมารได้ก่อขึ้นมันเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นทำให้นางถูกเรียกตัวเพื่อไปรายงานตัวเข้ารับการรับใช้ชาติให้กับอาณาจักรที่นางย้ายมาอยู่ใหม่ 
              ต้นเหตุทั้งหมดเนื่องมาจากฝีมือดาบของนางเข้าขั้นไร้เทียมทานไปแล้วทำให้ทางอาณาจักรไม่อาจเพิกเฉยต่อนางได้ต้องดึงตัวนางที่เป็นหญิงสาวมาร่วมสงครามที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปด้วยทำให้ตัวนางไม่อาจปฏิเสธได้ 
              ชีวิตที่เคยวาดฝันเอาไว้อย่างเรียบง่ายก็กลายมาเป็นต้องจับดาบเพื่อคนอื่นต่อสู้เพื่อคนอื่น จนกระทั่งวันนั้นที่นางพลาดท่าโดนพลังงานสีดำของปีศาจส่องแสงจากนั้นดาบเล่มสีดำก็แทงทะลุร่างของนางโดยที่นางไม่ทันตั้งตัวสุดท้ายก็ถูกผลักลงไปในทะเลสาบ 
              ความตายที่กำลังมาเยือนนางอย่างช้าๆร่างของนางดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของทะเลสาบ จากนั้นมือที่แสนบอบบางของนางก็ยื่นไปสัมผัสดาบเล่มหนึ่งที่ขึ้นสนิมไปแล้วและมีตะใคร่น้ำมากมายเกาะอยู่ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้าที่ด้ามจับของดาบ 
             ในตอนที่สติของนางได้หายไปหมดแล้วและนั่นก็เป็นลมหายใจสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ ที่ก้นบึ้งทะเลสาบก็เรืองสงสีทองทอประกายความศักดิ์สิทธิ์ออกมารายล้อมรอบตัวของอเล็กซานดร้าเอาไว้ก่อนที่จะรักษาบาดแผลทุกอย่างของนางให้หายเป็นปกติทุกอย่าง นั่นคือที่มาของดาบเล่มสีทองของนาง 
               จากนั้นนางก็กระอักเลือดออกมาไม่หยุดและแล้วเรี่ยวแรงบนร่างกายก็เริ่มหายไปพร้อมกับดวงตาที่ปิดสนิทลงไปเลือดสีแดงฉานเริ่มนองเต็มพื้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดนางก็ได้หมดลมหายใจลงไป ดาบเล่มสีทองในมือของนางก็หลอมรวมเข้าไปในตัวของนางที่สิ้นลมหายใจไป 
              ดาบเล่มสีทองยังไม่หยุดเพียงแค่นั้นมันยังพุ่งเข้าไปเกาะติดกับดวงวิญญาณของนางแน่นก่อนที่จะเริ่มหลอมรวมเข้าไปภายในดวงวิญญาณดวงนั้นของอเล็กซานดร้าอย่างช้าๆจนสมบูรณ์ก่อนที่ดวงวิญญาณของนางจะล่องลอยหายไปในอากาศธาตุ 
                ทีมต่อสู้ที่มากับอเล็กซานดร้านั้นถูกนางทิ้งเอาไว้ไกลมากและกว่าพวกเขาจะมาถึงห้องของจอมมาร นำโดย โจเซฟ คาร์เตอร์ หัวหน้าทีมของกลุ่มที่มาต่อสู้ร่วมกับอเล็กซานดร้าก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับทีมของพวกเขา ภาพเหตุการณ์ภายในที่พบก็คือสภาพของห้องโถงที่ว่างเปล่าจนกระทั้งสายตาของโจเซฟมองไปเห็นร่างของอเล็กซานดร้าที่นอนหมดลมหายใจพร้อมกับกอดดาบสีทองเอาไว้ 
                ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์เพราะร่างของนางถูกตัดขาดเป็นสองท่อนหมวกของผู้กล้าหญิงที่อยู่ในชุดที่อเล็กซานดร้าสวมใส่นั้นได้หลุดออกมา ทำให้โจเซฟเบิกตากว้างก่อนที่จะค่อยๆเดินไปพยุงศรีษะของอเล็กซานดร้าขึ้นมา หยาดน้ำตาของเขาไหลออกมาจิตใจของเขาปั่นป่วนไปหมดโลกทั้งใบกลายเป็นมืดมนลงไปในพริบตานั้น 
               “ทำไม ทำไม ทำไมต้องเป็นเจ้าด้วยอเล็กซานดร้า ทำไม…” 
               ตัวตนที่เป็นความลับมาโดยตลอดของผู้กล้าหญิงเมื่อเปิดเผยต่อโจเซฟและคนในกลุ่มพวกเขาทั้งหมดมีความรู้สึกไม่ต่างกันเพราะการที่มาพบเห็นเพื่อนรักของตนเองนอนหมดลมหายใจเป็นใครก็ไม่สามารถทนความเสียใจเอาไว้ได้โดยเฉพาะโจเซฟที่มีความรู้สึกดีๆกับอเล็กซานดร้า 
               ผ่านไปกว่าสิบนาทีโจเซฟก็ค่อยๆลุกขึ้นด้วยร่างกายที่หนักอึ้งหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาพึ่งจะอายุสิบหกปีเท่านั้นเองแต่นางต้องจบชีวิตลงด้วยภาระหน้าที่ของผู้กล้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั่วทั้งเผ่าพันธุ์ที่ใกล้จะดับสูญอย่างมนุษย์ 
             “ไปกันเถอะ พวกเราจะปล่อยให้นางนอนบนพื้นเย็นๆของที่ที่เป็นสถานที่ชั่วร้ายแบบนี้ไม่ได้พานางกลับสู่บ้านเกิดให้นางได้หลับใหลที่นั่น”
               กลุ่มของโจเซฟที่พิชิตจอมมารลงมาได้พวกเขาเดินกลับไปที่เมืองเพื่อจะรายงานให้กับราชาได้รับรู้ถึงความกล้าหาญของผู้กล้าหญิงที่สร้างปาฏิหาริย์สุดท้ายที่กลบความสิ้นหวังทั้งหลายลงไป แต่บรรยากาศที่โศกเศร้าของคนทั้งกลุ่มที่กลับมาไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้ 
             “โจเซฟ โจเซฟ” 
             ชายวัยกลางคนคน หนึ่งเดินแทรกฝูงชนออกมาพร้อมกับเรียกโจเซฟ เขาก็คือพ่อของอเล็กซานดร้าที่มีนามว่า อเล็กซานเดอร์ แอนเดรีย ยิ่งทำให้โจเซฟไม่สามารถมองหน้าของอเล็กซานเดอร์ได้ แต่ถ้าทำแบบนั้นมันจะยิ่งไม่ดีต่อตัวของอเล็กซานเดอร์ 
             โจเซฟไม่มีทางเลือกเขาเดินเข้าไปหาอเล็กซานเดอร์ที่กำลังเดินเข้ามาจนถึงตัวของโจเซฟ 
            “นี่โจเซฟพวกเรารอดแล้วและจากนี้ไปเจ้าก็จะได้แต่งงานกับอเล็กซานดร้าแล้วเรื่องนี้ข้าอนุญาตเต็มที่ พวกเจ้าสองคนที่รักกันมานานก็จะได้มีความสุขกันสักที ไปกันเถอะ ไปฉลองวันแห่งความสุขกัน” 
            “ทะ...ท่านลุง” 
            “มีอะไรรึ?ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็ช่างมันไปก่อนเถอะ ตอนนี้พวกเราไปสังสรรค์กับความสำเร็จที่ผู้กล้าหญิงมอบอนาคตให้พวกเราดีกว่า” 
             คำเรียกของอเล็กซานเดอร์ที่พูดว่า “ผู้กล้าหญิง” ออกมาทำให้โจเซฟไม่สามารถทรงตัวยืนได้อีกต่อไปขาทั้งสองข้างของเขาทรุดลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง หยาดน้ำตาของลูกผู้ชายก็ไหลออกมาจนทำให้ผู้คนทั้งหมดที่มารอดูความสำเร็จของขบวนกลุ่มที่กลับมาจากการโค่นล้มจอมมารลงไปได้แม้แต่อเล็กซานเดอร์ยังแปลกใจไปกับท่าทางของโจเซฟที่อยู่ดีๆก็ร้องไห้หรือว่าโจเซฟจะดีใจมากเพราะจอมมารได้ตายลงแล้ว 
             “โจเซฟ เจ้าจะไปร้องไห้แบบนั้นทำไมจริงอยู่ที่จอมมารก็ได้ถูกกำจัดไปแล้วทำไมไม่ไปสังสรรค์กันดีๆเล่า” 
             โจเซฟวางผ้าขาวที่เหมือนกับใส่ร่างของใครบางคนที่เขาอุ้มมาตลอดทางลงไปตรงหน้าของอเล็กซานเดอร์แล้วพูดออกมา 
             “ท่านลุงข้านำสิ่งสำคัญของที่สุดของท่านกลับมาด้วย” 
             “ของสำคัญที่ว่าอะไรกัน?” 
             ราวกับว่าสายลมรับรู้ถึงความโศกเศร้าเสียใจของโจเซฟผ้าขาวผืนนั้นก็ได้หลุดออกจาการมัดโดยถูกลมขนาดใหญ่พัดผ่านไป ร่างของคนที่อยู่ในผ้าขาวที่ว่านั่นทำให้บรรยากาศโดยรอบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดีไปทั่วเมืองเงียบลงไปโดยเฉพาะอเล็กซานเดอร์ที่ค้างไปแล้ว 
            อเล็กซานเดอร์ผู้เป็นพ่อค่อยๆลูบหน้าของลูกสาวของตนเองก่อนที่หยาดน้ำตาของเขาจะไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้เขาเฝ้าถามคำถามนี้ว่า ทำไมต้องเป็นนางอีกแล้ว? ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เป็นนางโดยเฉพาะเรื่องยุ่งยากก็มักมาหาลูกสาวของเขาเป็นประจำ นางต้องจบชีวิตลงในขณะที่ความฝันของตนเองยังไม่สามารถทำให้สำเร็จได้เลย เขาพยายามตั้งคำถามในขณะที่ภายในใจโศกเศร้าอย่างถึงที่สุดชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาหยุดเขาที่กำลังกอดร่างไร้วิญญาณของ อเล็กซานดร้า  
            โจเซฟเขาเข้าใจดีในตอนที่เขาเองได้สูญเสียแม่ของตนเองไปกับการสละชีวิตเพื่อคนอื่น เขาเองก็ยังไม่ต้องการที่จะให้คนที่รักจากไปโดยมีคำว่าวีรบุรุษหรือเทพเทวาจากไหนแต่พวกเขาแค่ต้องการเห็นชีวิตที่อยู่อย่างมีความสุขของคนที่เรารักต่างหาก 
             เมื่อข่าวการจากไปของผู้กล้าหญิงและตัวตนที่แท้จริงของนางถูกเปิดเผยออกมานั้นเหล่าประชาชนชาวเมืองทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใดแม้แต่ราชาเองก็ยังลุกขึ้นมายืนสงบนิ่งให้กับการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของผู้กล้าหญิงที่เปิดทางของวันพรุ่งนี้ให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อีกมากมายให้สามารถดำรงอยู่ได้ต่อไปภายใต้ปาฏิหาริย์ที่ได้สร้างขึ้นมาของนาง 
              แสงที่ริบหรี่ภายใต้ความมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งได้มีนางเข้ามาทำให้มันเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง นางได้มอบต้นกล้าแห่งความหวังที่เป็นเมล็ดพันธุ์ของแสงสว่างที่เจิดจ้าท่ามกลางความมืดมาให้สรรพชีวิตทั้งหลายได้มีโอกาสได้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งและมนุษย์ก็ยังเป็นหนึ่งในนั้น 
            โจเซฟลุกยืนขึ้นก่อนที่จะพูดออกมาเสียงดัง 
            “นี่คือโฉมหน้าของผู้กล้าหญิงที่ทุกคนเคารพและศรัทธาอย่างแรงกล้า ใช่แล้วภาพที่เห็นไม่ผิดไปเลยนาง นางคืออเล็กซานดร้า หญิงสาวที่ทุกคนรู้จักกันดีและเป็นที่รักของทุกคนที่นี่ด้วย นางทำความปรารถนาที่แทบจะกลายเป็นความสิ้นหวังไปแล้วให้กลายเป็นความหวังอีกครั้ง และวันนี้ก็เป็นวันที่นางได้สละชีวิตของนางเพื่อโค่นล้มจอมมารผู้ชั่วร้ายลงไปได้ในฐานะที่ข้าคือคนที่มีความสัมพันธ์กับนางมากที่สุด ข้าขอให้ทุกท่านได้ร่วมสร้างสถานที่ให้นางได้หลับใหลอย่างสงบและทำให้สถานที่แห่งนั้นควรค่าแก่การจดจำ” 
             ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามล้วนตอบรับเป็นเสียงเดียวกันกลับไปหาโจเซฟเพราะพวกเขาทั้งหมดต้องการสรรญเสริญอเล็กซานดร้าที่ได้สละชีวิตของตนเองไปในฐานะของผู้กล้าหญิงเพื่อเปิดทางให้กับวันพรุ่งนี้ 
             ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเสียใจกับวีรสตรีหญิงหรือผู้กล้าหญิงผู้ที่ได้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้จบลงไปด้วยเวลาทั้งหมดถึงสามเดือนสถานที่แห่งการหลับใหลของนางได้ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ของความทรงจำโลกให้โลกใบนี้บันทึกเอาไว้ไม่ให้สูญสลายไปตลอดกาล 
             ไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับไปได้อีกต่อไปการจากไปของผู้กล้าหญิงผู้ที่กล้าหาญต่อกรกับจอมมารอย่างองอาจได้ถูกจารึกไว้เป็นชื่อที่ถูกจดจำไปหลายชั่วอายุคนจนกลายเป็นดั่งตำนานที่เล่าต่อกันไปตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด 
              เมื่อใดที่ชีวิตเกิดการดับสูญสถานที่แห่งนั้นก็จะกลายเป็นสถานที่รำลึกนึกถึงเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะดีหรือร้ายมันก็จะถูกเก็บบันทึกเอาไว้โดยมันจะไม่มีวันลืมเลือนหายไป 
               ………