“เฮ้อ..นี่คุณจะตลกกับผมไปถึงไหนห้ะ”
พฤกษ์ถอนหายใจอย่างเสียอารมณ์เขาพาเธอมาดูให้เห็นภาพขนาดนี้แล้วเธอก็ยังจะปฏิเสธเขาไม่รู้จะหาวิธีไหนมาให้เธอยอมรับดี
“ฉันไม่ได้ตลกแต่ฉันพูดจริงๆ...คุณปล่อยฉันไปเถอะเดี๋ยวฉันไปหาบัตรประชาชนมายืนยันก็ได้นะๆ..ปล่อยฉันไปเหอะนะ”
แพรวาคิ้วขมวดเล็กน้อยเธอเองก็อ่อนใจที่จะพูดกับเขาเช่นกันหญิงสาวพยายามหาข้อพิสูจน์ให้เขาแต่ตอนนี้เธอไม่มีบัตรประชาชนอยู่กับตัวหากเธอได้กลับไปเธอจะเอามายืนยันกับเขาก็ได้ว่าเธอชื่อแพรวาจริงๆ
“ท่าจะพูดไม่รู้เื่”
พฤกษ์เห็นว่าวันนี้คงจะพูดกันไม่รู้เื่เสียแล้วคงต้องหยุดพูดไปก่อนพร้อมลากหญิงสาวให้ออกจากมุมที่มีรูปติดอยู่
“เอ้อะ...เดี๋ยว.คุ๊ณณณ...ปล่อยยยย..ปล่อยยยจะพาฉันไปไหน”
พลั้กกก
ชายหนุ่มผลักหญิงสาวปากแข็งให้ล้มคว่ำลงไปที่เตียง
“โอ้ยยยย...ปล่อยนะจะทำอะไร”
“ถ้าไม่ยอมรับก็จะขังอยู่แบบนี้แหละ”
พฤกษ์หยิบกุญแจมือที่อยู่ในลิ้นชักใส่ข้อมือหญิงสาวแล้วยึดไว้กับเตียงเพราะคิดว่าเธอคงจะไม่ยอมอยู่ที่นี่ง่ายๆต้องใช้วิธีนี้ขังเธอเอาไว้จะดีที่สุดพร้อมออกไปจากห้องทันทีเพราะกลัวว่าจะควบคุมอารมณ์ไม่ไหวเกิดลงไม่ลงมือกับเธอขึ้นมามันจะไม่ดีเท่าไร
“นี่คุณปล่อยฉัน..ปล่อยยย..หึ้ยย..โถ่เอ้ยนึกว่าจะใจดีเหมือนลูกน้องนี่เราหนีเสือมาปะไอ้โจรบ้าชัดๆ..ปล่อยฉ๊านนนนน”
แพรวากร่นด่าตามหลังชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่งไม่รู้ว่าชีวิตเธอทำไมถึงได้ซวยซับซวยซ้อนแบบนี้กันชื่อแพรวาอยู่ดีๆก็ถูกหาว่าชื่อพิมดาวเสียอย่างนั้นแถมยังมีคดีกับอีโจรบ้าใจั์คนนี้อีก
ทางด้านพฤกษ์
ชายหนุ่มออกมานั่งไขว่ห้างด้านนอกด้วยสีหน้าหมดอารมณ์อย่างหัวเสียกับลูกน้องอยู่ด้านนอกในหัวของเขาไม่รู้ว่าพิมดาวจะเล่นตลกกับเขาว่าเธอเป็คนอื่นไปนานแค่ไหน
“เธอยอมรับหรือป่าวครับว่าเธอเป็คุณพิม”
แจ็คถามเ้านายของเขาอย่างอยากรู้ว่าพิมดาวยอมรับแล้วหรือยัง
“ยอมรับกับผีอะไรกันแถมยังดูก้าวร้าวกว่าเดิมอีกด้วย”
พฤกษ์พ่นคำพูดออกมาด้วยความโมโหพร้อมส่ายหัวเล็กน้อย
“แล้วนายจะอยู่ที่นี่อีกนานมั้ยครับ”
แจ็คเองก็แอบกลุ้มใจกับนายของเขาเหมือนกันที่ได้พิมดาวกลับมาแต่ก็ดูจะไม่สดใสกว่าเดิมเลยสักนิดคงจะเพราะทั้งรักทั้งแค้นในคราวเดียวกัน
“ก็คงจะใกล้ๆวันแต่งถึงกลับแกก็จัดการเื่ทางโน้นให้ฉันด้วยก็แล้วกัน”
พฤกษ์คิดว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันแต่งส่วนเื่งานอะไรเขาไม่สนแล้วว่ามันจะออกมาสวยหรขนาดไหนให้ลูกน้องของเขาจัดการเอาเองเลยแล้วกัน
“ครับ...งั้นผมกลับเลยนะครับ”
“อืมม”
เย็นของวัน
ก๊อกๆๆ
“คุณพิม..คุณพฤกษ์ให้ป้าเอาอาหารมาให้ค่ะ”
บัวผันหญิงวัยกลางคนที่เป็คนทำงานอยู่ที่เกาะและควบตำแหน่งแม่ครัวที่บ้านนี้เมื่อมีคนมาอยู่เธอได้รับคำสั่งจากพฤกษ์ให้นำอาหารมาให้หญิงสาวที่อยู่ในห้องนอนของเ้านายเธอ
“เอ่อ..ป้าคือ..”
แพรวาทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนเพราะเธอจำได้ว่าตอนที่เธอมามีแค่ชายใจโหดที่ขังเธอเอาไว้อยู่ที่นี่คนเดียว
“ป้าชื่อบัวผันค่ะเรียกป้าบัวก็ได้..ป้าอยู่ที่ท้ายเกาะอีกฝั่งปกติจะอยู่ที่ฟาร์มหอยมุกแต่ถ้าคุณพฤกษ์มาพักที่นี่ป้าก็จะต้องมาดูแลเื่อาหารการกินที่นี่น่ะค่ะ”
บัวผันแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการกับว่าที่นายหญิงของที่นี่เธอเห็นสภาพของหญิงสาวที่โดนขังอยู่กับเตียงก้รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวคงทะเลาะกับเ้านายหนุ่มของเธอเป็แน่แต่เธอก็ไม่ได้ใอะไรเพราะรู้ว่าเ้านายของเธอเป็คนโมโหร้ายอยู่แล้วคนรักกันทะเลาะกันเดี๋ยวก็ดีกันเอง
“อ๋อ..ค่ะ..เอ่อป้าคะแล้วคุณพฤกษ์นี่เค้ามีอิทธิพลมากเลยมั้ยคะป้า”
แพรวาเห็นว่าหากบัวผันเป็คนทำงานอยู่ที่นี่ก็ต้องรู้จักดีว่าเ้านายของเธอเป็ใคร
“เอ่อ..คุณพิมเป็คู่หมั้นคุณพฤกษ์ก็น่าจะรู้นี่คะว่าคุณพฤกษ์มีอิทธิพลขนาดไหน”
บัวผันแปลกใจเล็กน้อยที่คู่รักหมั้นกันจนจะแต่งงานอยู่แล้วยังไม่รู้ประวัติว่าที่สามีของเธอในอนาคตเลยหรืออย่างไร
“คือ..หนูไม่รู้หรอกค่ะป้าบัว”
แพรวาส่ายหัวหงึกหงักพร้อมตอบหญิงกลางคนด้วยเสียงอ่อน
“เอาเป็ว่าคุณพฤกษ์เป็เ้าของเกาะอยู่หลายเกาะค่ะแล้วก็เป็เ้าของโรงงานผลิตอาหารทะเลส่งออกด้วยแถมยังเป็เ้าของฟาร์มหอยมุกและแบรนด์อัญมณีเครื่องประดับแล้วก็เป็เ้าของคาสิโนที่ถูกกฏหมายแล้วด้วยค่ะยังไม่รวมทรัพย์สินที่ดินเล็กๆน้อยที่คุณพฤกษ์ชอบซื้อเก็บไว้อีกไม่รู้เท่าไรแถมยังมีพวกท่านๆทั้งหลายมาเป็ลูกหนี้เงินกู้ของคุณพฤกษ์อีกนับไม่ถ้วนเลยค่ะ...ว่าที่สามีคุณพิมสามารถเลี้ยงคุณพิมได้สบายเลยล่ะค่ะ”
บัวผันคิดว่าหญิงสาวอาจจะรู้มาบ้างแต่ก็แค่อยากรู้ลึกขึ้นเท่านั้นเองเธอเลยเล่าว่าเ้านายของเธอประกอบอาชีพอะไรบ้างเื่มีอิทธิพลหรือไม่เท่าไรให้หญิงสาวไปคิดเอาเองก็แล้วกัน
“ขนาดนั้นเลยหรอคะ”
แพรวาได้ยินเช่นนั้นก็มีอาการหน้าเสียเมื่อได้รู้สรรพคุณอีตาชายใจโหดที่เธอไม่พอใจเขาอยู่ตอนนี้หากเธอรอดจากที่นี่ไปแล้วไปขอความช่วยเหลือจากพวกตำรวจก็คงจะทำอะไรเขาได้ยากเป็แน่เมื่อคิดแล้วก็แอบน้อยใจว่าเธอทำไมจะต้องมามีเื่น่าปวดหัวกับคนพันธุ์นี้ด้วย
“ค่ะ...ทานข้าวเถอะค่ะ...ว่าแต่ไปทำอะไรให้คุณพฤกษ์โกรธคะถึงได้อยู่ในนี้”
บัวผันวางถาดข้าวบนโต๊ะใกล้ๆกับหญิงสาวพอให้เธอเอื้อมมืออีกข้างถึงทั้งยังหาเื่คุยเพื่อให้หญิงสาวได้ผ่อนคลายด้วย
“เอ่อ...คือ...หนูก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะป้า”
แพรวาส่ายหัวหงึกหงักอีกเช่นเคยจะเล่าเหตุการณ์ให้อีกฝ่ายฟังทั้งหมดเธอก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้อยู่ดี
“หื้มม...คุณพฤกษ์น่ะแกเป็คนโมโหร้ายเ้าคิดเ้าแค้นแต่ก็เป็คนที่ใจอ่อนง่ายเหมือนกันหากคุณพิมพูดหวานๆทำดีด้วยหน่อยเดี๋ยวคุณพฤกษ์ก็หายโกรธเองล่ะค่ะ”
บัวผันยิ้มพร้อมแนะหญิงสาวเล็กน้อยให้รู้ซึ่งนิสัยของนายเธอว่าเขาเป็อย่างไรเผื่อจะทำให้ทั้งสองเข้าใจกันมากขึ้น
“คือ...ไว้เดี๋ยวหนูจะลองดูนะคะ...ว่าแต่เกาะที่นี่ไกลจากฝั่งมากมั้ยคะ”
ตอนนี้แพรวาไม่ปฏิเสธแล้วว่าใครจะเรียกเธอว่าพิมเพราเธอปฏิเสธไปก็เท่านั้นและคำแนะนำของบัวผันเธอก็จะจำเอาไว้และลองเอาไปปรับใช้ดูเผื่อว่าชายหนุ่มจะเห็นใจและใจดีกับเธอบ้าง
ไหนๆก็ไหนๆเธอก็อยากรู้ว่าเกาะนี้มันห่างไกลจากชายฝั่งมากหรือไม่เผื่อเธอจะมีหวังว่าจะหนีออกไปได้บ้างเพราะตอนที่เธอมาก็ไม่ทันมองอยู่บนเครื่องกะระยะไม่ถูก
“ก็ไกลอยู่นะคะ..คุณพิมมีอะไรหรือป่าวคะ”
“อ๋อ..ป่าวค่ะ”
เมื่อแพรวาได้ยินเช่นนั้นเธอถึงกับห่อเหี่ยวหัวใจเลยทันที
30 นาทีต่อมา
“เธอทานหมดเลยหรอครับป้าบัว”
พฤกษ์เห็นบัวผันยกถาดอาหารออกมาในนั้นไม่มีอะไรเหลือแม้แต่นิดเดียวเขาแอบใเล็กน้อยคราแรกคิดว่าเธอจะเครียดไม่ยอมกินอะไรเสียอีก
“ค่ะ..ท่าคุณพิมจะหิวมาก”
บัวผันยิ้มตอบคนเป็นายเพราะเธอก็ไม่คิดเหมือนกันว่าหญิงสาวตัวเล็กๆจะทานอาหารจนหมดเกลี้ยงทั้งที่โดนจับล็อกแขนไว้แบบนั้น
................................................................................