ใต้เท้าหว่านชิงไฉได้ยินเื่ที่ฮูหยินขอคำปรึกษาก็ใ เื่ใหญ่ขนาดนี้ตัวเขาเองก็ไม่กล้าตัดสินใจ หากใครรู้เข้าคงไม่แคล้วต้องถูกลงโทษ จึงรีบให้บ่าวไปเชิญหว่านชิงเยว่มาพบ เขาเองก็อยากจะรู้ว่นางคิดอะไรอยู่ถึงได้หาญกล้าขัดราชโองการจากฮองเฮา
“เ้าคิดจะทำอะไรเยว่เอ๋อร์ เื่นี้ไม่ใช่เื่จะเอามาพูดเล่นๆ เ้ารู้ผลของการโกหกหลอกลวงเบื้องสูงหรือไม่?”
ใต้เท้าหว่านกดเสียงต่ำสีหน้าเคร่งเครียดถามขึ้นทันทีที่สั่งให้บ่าวออกไปห้ามมาอยู่ใกล้ตัวเรือนที่พัก กลัวว่าหากเื่ที่คุยอยู่จะหลุดไปเข้าหูคนภายนอกแล้วจะเป็ผลร้ายกับครอบครัว
“ลูกรู้ดีเ้าคะท่านพ่อ แต่ลูกกลัวที่จะเข้าวังหากได้รับเลือก ถึงไม่ได้ตำแหน่งชายาก็อาจจะเป็พระสนมเล็กๆ หากเข้าไปแล้วข้าอยากมาพบท่านพ่อกับท่านแม่ก็ไม่สามารถทำได้และหากว่าข้ามีลูกพวกท่านจะได้อุ้มชูเลี้ยงดูหรือเ้าคะ? ข้าจะต้องห่างเหินกันกับพวกท่าน สู้ข้าแต่งงานกับคนธรรมดาไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ อีกอย่างคนที่อยากได้ตำแหน่งพระชายามีมากมายองค์รัชทายาททรงรูปโฉมงดงามถึงปานนั้นคงมีคนมาแย่งชิงแข่งขันมากมายสิไม่ว่า ขาดข้าเพียงคนเดียวคนคงไม่รู้สึกแปลกอันใดหรอกนะเ้าคะท่านพ่อ”
หว่านชิงเยว่รีบพูดออกมาเป็ชุด พอเห็นสีหน้าคลายความเครียดลงของท่านพ่อก็สบายใจ จึงรีบพูดถึงแผนการที่แอบวางเอาไว้ในใจ ให้ทุกคนได้รู้ จะได้หาทางอุดช่องว่างให้เื่นี้แเีที่สุด
“ปกติทุกคนข้างนอกก็พูดถึงข้าว่าร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เพียงแค่บอกออกไปว่าอยู่ๆ ร่างกายลูกก็ทรุดลง จึงต้องไปหาหมอที่เมืองลั่วหยางเพราะที่นั่นได้ข่าวว่ามีหมอเทวดาให้ท่านแม่ไปกับข้าด้วย ถึงจะน่าเชื่อถือระหว่างนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ก็แกล้งทำสีหน้าเศร้าโศกก็พอแล้วเ้าค่ะ โอ๊ย! เจ็บเ้าคะท่านพ่อ”
“เ้าแผนการณ์นัก ตัวเองหลอกไม่พอยังจะให้พ่อแม่เ้าร่วมหลอกลวงไปกับเ้าด้วยหรืออย่างไร?”
ใต้เท้าหว่านเอานิ้วดีดที่หน้าผากบุตรสาวเ้าเล่ห์ของตัวเองไม่รู้ว่าเอาความคิดแผลงๆ มาจากไหน แต่เมื่อได้คิดตามก็รู้สึกเห็นด้วยกับนางเขามีลูกสาวเพียงแค่คนเดียวหากนางไปอยู่ในวังชีวิตนี้คงไม่อาจจะกอดนางได้อีกไหนจะหลานตัวน้อยที่จะมีในวันข้างหน้าไม่อาจจะเรียกเขาว่าท่านตาได้อย่างสนิทใจ
รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ขัดแข้งขัดขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยเกรงว่าบุตรสาวของตัวเองจะไม่ได้รับเลือกหากมีลูกสาวของเขาลงแข่ง ถึงแม้ไม่เห็นรูปโฉมที่แท้จริงของหว่านชิงเยว่ แต่คิดว่านางคือบุตรสาวของยอดบุบผางามสามปีซ้อนนางก็คงจะไม่ต่างจากมารดามากกระมังจึงไม่อาจมองข้ามได้ หากทำตามที่บุตรสาวบอกเื่ราวก็คงไม่ได้แย่เกินไปนัก
“น้องหญิงเ้าไปเอากล่องที่อยู่ใต้ช่องลับเอามาให้พี่ก่อน”
หลี่ฟางหรูเดินไปเอากล่องเล็กๆ ที่สามีบอกเอาไว้ก็พอจะคาดเดาได้ว่าสามีตอนนี้เห็นด้วยกับบุตรสาวแล้ว
“นี่เ้าค่ะท่านพี่”
“ขอบใจน้องหญิงมาก เยว่เอ๋อร์อันนี้คือยาเปลี่ยนธาตุหากกินเกิน3เม็ดมันจะเกิดอาการร้อนผ่าวขึ้นมาจากภายในทำให้ร่างกายร้อนมากกว่าปกติใน3วันตัวจะแดงก่ำขึ้นจนเหมือนปานแดงทั่วร่าง แต่เ้าไม่ต้องกลัวมันไม่เป็อันตรายเพียงผ่านไปหลังจากหยุดกินยามันก็จะหายไปเอง แค่มีอาการภายนอกเท่านั้น หากไม่ใช่หมอเทวดาก็ไม่มีทางหาสาเหตุเจอ เ้ากินมันทุกวัน พอวันที่4ก่อนวันงาน มันจะได้ออกฤทธิ์พอดีคนจะได้ไม่ผิดสังเกต ยานี่พ่อได้มาจากอาจารย์ที่นับถือปกติต้องกินปีล่ะ1เม็ดเพื่อปรับสมดุลของร่างกายเท่านั้นแต่อาจารย์เคยบอกผลข้างเคียงเอาไว้ไม่นึกว่าจะได้ใช้ในเวลานี้”
“ลูกขอบคุณท่านพ่อเ้าคะ”
หว่านชิงเยว่กอดขอบคุณท่านพ่อของนางด้วยใจจริง หากมียานี้ตัวนางก็จะไม่ตายแล้วนางจะได้หนีไปจากเมืองหลวงแคว้นหยางเพราะเื่ราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่เมืองหลวงเท่านั้น เท่าที่จำได้นะ
นางจะไปอยู่เมืองลั่วหยางรอจนพระเอกนางเอกแต่งงานกันแล้วนางก็จะกลับมาเพียงแค่2ปีเท่านั้นเื่ทุกอย่างก็จะจบลง
หากนับตาม่เวลานี้หว่านชิงเยว่จะเสียชีวิตในอีก5วันแต่นางไปก่อนหนึ่งวัน แล้วก็อีก3วันหลังจากนี้พระเอกจะได้พบนางเอกที่โรงเตี๊ยมเพราะนางเอกแอบปลอมตัวเป็สาวใช้ออกไปเที่ยวเล่น จนกระทั่งได้มีโอกาสช่วยคนพระเอกจึงประทับใจจึงให้องครักษ์เงาตามสืบเื่ของนาง
เป็่เดียวกันกับนางร้ายหวังลี่เลี่ยนได้มีโอกาสพบหน้าพระเอกจนหลงรูปว่างั้นเถอะจนต้องหาทางกำจัดทุกคนที่เข้าข่ายจะมาแย่งรัชทายาทกับนาง
ซึ่งข่าวเื่ของหว่านชิงเยว่มันกลบเื่ของนางเอกไป หว่านชิงเยว่ถึงต้องซวยแทนนางเอกนี่อย่างไรล่ะ ถ้าหากปล่อยข่าวว่านางป่วยหนักและอัปลักษณ์มากหวังลี่เลี่ยงคงจะไม่เห็นนางเป็คู่แข่งแล้ว ไปโฟกัสที่นางเอกแทนแต่นางไม่ห่วงหรอกถึงอย่างไรนางเอกก็ไม่มีทางตายเหมือนกับตัวประกอบอย่างนางแถมคนปกป้องนางเอกมีมากมายคงไม่เป็ไรหรอกมั้งเนอะ พอคิดได้ก็สบายใจขึ้นรีบเอายามากินทันที
ผ่านไป3วันจวนใต้เท้าหว่านก็มีหมอเข้าออกจนคึกคักไปหมดสีหน้าใต้เท้าหว่านมืดครึ้มไปหมดฮูหยินเองก็ร้องห่มร้องไห้บ่าวไพร่ในจวนก็ทุกข์ใจไม่แพ้นายเมื่ออยู่ๆ คุณหนูหว่านชิงเยว่ก็ล้มป่วยหนักข่าวว่าถึงขึ้นเสียโฉมเลยทีเดียว
คนนั้นเล่าคนนี้พูดจนดังไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าา ฝ่าาจึงทรงเมตตามีรับสั่งให้รองเสนาบดีหว่านชิงไฉลาพัก1เดือนเพื่อพาบุตรสาวไปหาหมอเทวดาโดยที่ไม่ต้องอยู่ร่วมงานชมดอกเหมยได้ ทุกคนต่างมาให้กำลังใจใต้เท้าหว่านอย่างล้นหลามแต่ลึกๆ ทุกคนที่มีบตรสาวกลับรู้สึกโล่งอกขึ้นที่บุตรสาวของตัวเองขาดคู่แข่งคนสำคัญไป
เช้าวันรุ่งขึ้นหว่านชิงเยว่ก็ได้ออกจากเมืองหลวงสมใจแต่ดีกว่าที่คิดเอาไว้คือทั้งบิดาและมารดาของนางได้ติดตามไปถึงเมืองลั่วหยางด้วยนี่สิแผนการณ์ขั้นแรกถือว่าสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีหวังว่าคงไม่มีเหตุผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นนะ ยังสบายใจมากไม่ได้จนกว่าจะผ่านวันงานชมบุบผาไปก่อน
นางมาอยู่ลั่วหยางจนกระทั่งเลยวันงานชมบุบผาโดยที่ยังไม่ตายก็ถือว่าผ่าน่หัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตแล้วจากนี้ก็ใช้ชีวิตเงียบๆ ของนางต่อไปเป็พอ