ตอนที่ 14 ง้อ (18+)
“พี่เช มาเงียบๆใหมดเลย”ดวงตากลมโตของเธอส่งภาษาได้เป็อย่างดีชายหนุ่มมองเธอด้วยความเคลิ้ม แต่พอรู้ตัวเขาก็ปรับสีหน้าให้ปกติ
“ใครว่าเงียบเราเอาแต่เหม่อ ถึงไม่รู้ว่าพี่มายืนอยู่นานแล้ว”เธอคงมองไม่เห็นคนอื่นสินะ ในเมื่อเขาไม่ใช่คนที่สำคัญเหมือนใครคนนั้นต่างหากถึงอยู่ใกล้สักแค่ไหนก็ไม่มีทางมองเห็น
“หน้าตาของวามันบอกแบบนั้นหรือคะ”หญิงสาวถามด้วยความแปลกใจ พี่เชสังเกตเธอได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียว
“พี่ไม่รู้ว่าเรากำลังเจอเื่อะไรแต่พี่พร้อมจะรับฟัง และแบ่งเบาความทุกข์ของเรา” ชายหนุ่มพยายามทำให้หญิงสาวคลายความกังวลสายตาที่เขามองเธอจึงอ่อนโยนนัก
“ขอบคุณคะพี่เชวายังไหวอยู่คะ” เธอบอกเขาสั้นๆแต่เข้าใจได้ง่าย วานิกาคงไม่พร้อมที่จะแชร์เื่ที่อยู่ในใจและเขาก็เข้าใจดี เพราะเขากับวานิกายังไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกันดีเท่าไหร่สายตาที่เธอมองเขาจึงเต็มไปด้วยความขอบคุณ
ทั้งสองคนคุยกันอย่างถูกคอเชมีเื่ราวสนุกๆเล่าให้เธอฟังทำให้วานิการู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมากชายหนุ่มมาส่งหญิงสาวที่รถ
“ขับรถดีๆนะวามีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอด”คำพูดทิ้งท้ายของชายหนุ่มก่อนที่ร่างบางจะลับหายไป
หญิงสาวกลับถึงคอนโดตัวเองในเวลาเกือบสองทุ่มเมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาเห็นร่างสูงนั่งอยู่โซฟาห้องเขาลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นเธอ
“พี่ทินมานานหรือยังคะ” น้ำเสียงเธอดีใจ ทั้งสงสัยที่เขามาหาโดยไม่ได้โทรมาบอกก่อน
“พี่แวะไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้าที่ห้องก่อนถึงแวะมาหา แล้ววาทำไมถึงช้าจัง ไปไหนมาเหรอ”
“วานั่งเล่นที่มหาลัยไม่รู้ว่าพี่ทินจะมา ไม่งั้นคงรีบกลับ”
“โอเคครับความผิดพี่เองที่ไม่ได้บอกก่อน ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว พี่จะพาไปหาไรกิน”
“คะ ” เธอตอบรับเสียงเบาหวิว ความรู้สึกเศร้าเมื่อตอนเย็นหายไปปลิดทิ้งมีแต่ความตื่นเต้นดีใจเข้ามาแทน มันก็เป็แบบนี้ หัวใจเธอไม่เคยจะจำซักที
“เสร็จแล้วคะ” เธอรีบอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอย่างรวดเร็ว ไม่อยากให้ทินภัทรรอนานกลัวเขาหงุดหงิดเธอจึงออกห้องน้ำมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวิ่เหม่ที่มีหยดน้ำเกาะแพรวพราวเรียกสายตาจากชายหนุ่มได้ทันที
ทินภัทรเดินเข้ามาหาและถึงตัวเธอ เขากระตุกผ้าขนหนูแค่นิดเดียววานิกาก็เปลือยเปล่า หญิงสาวใที่เขาทำแบบนี้
“พี่ทิน” เธออุทานออกมา เธอใช้แขนเรียวปกปิดตัวเองด้วยความอาย แต่ยังช้ากว่าชายหนุ่มที่ดันมือเรียวบางออกจากตัวเขาจ้องมองสำรวจรูปร่างของเธอด้วยความพอใจ
“ยังไม่ชินอีกหรือวามากกว่ามองพี่ก็ทำมาแล้ว ” คำพูดของเขาทำเธอหน้าร้อนผ่าวมันใช่เวลามาบอกตอนนี้ไหม เธอเป็ผู้หญิงนะถึงแม้ว่าจะถึงไหนต่อไหนแล้วแต่เชื่อเถอะว่าไม่เจนจัดขนาดแก้ผ้าให้ดูแบบไม่อายได้
“วาทำไมตัวหอมจัง ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดเฉยฝ่ามือร้อนเขาเริ่มซุกซนไปทั่วร่างกาย ร่างนุ่มนิ่มทุกสัดส่วนแถมยังเต็มไม้เต็มมือไม่มีแม้แต่ไขมันส่วนเกิน ทำให้ชายหนุ่มหายใจหอบพร่าซุกไซ้ซอกคอของเธออย่างห้ามใจไม่ไหว
วานิกาเมื่อโดนััร้อนที่ฝังเข้าที่ซอกคอก็จวนเจียนจะขาดใจให้ได้ มันทั้งสยิวและเสียวซ่านไม่ทันรู้ตัวเองว่าเขาพาที่เตียงเมื่อชายหนุ่มพาเธอัักับเตียงนุ่มๆ หญิงสาวจึงได้เด้งตัวเองขึ้นมา
“พี่ทิน อย่านะคะ” เธอดันตัวเขาออก ภายใต้แววตาคมเข้มหญิงสาวััได้ถึงประกายไฟ ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงแต่กลับปิดปากบางด้วยริมฝีปากเขาแทน
เขาลากปลายลิ้นัักับริมฝีปากบางอย่างเบาๆค่อยดูดซับความหวานผ่านเข้าไปในโพรงปาก ลิ้นร้อนแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม
“จ๊วบ จ๊วบ” ชายหนุ่มดูดริมฝีปากเธออย่างพอใจในความหวาน หญิงสาวสยิวไปทั่วร่างกายเด้งสะโพกงามงอน เท้าเล็กจิกไปยังผ้าปูที่นอนอย่างเสียวซ่าน
ฝ่ามือหนาลูบผ่านเนินสามเหลี่ยมและหยุดตรงนั้นลูบวนจุดอ่อนไหวจนััได้ถึงน้ำใสๆที่ไหลออกมาจากร่องรักของเธอริมฝีปากหนายังคงดูดต้อนลิ้นเล็กอย่างชำนาญ วานิกาครางในคอร่างบางบิดตัวไปมาอย่างไม่สามารถห้ามอารมณ์ตัวเองได้
“เยิ้มเลยที่รัก ”เขาพูดเสียงพร่าแนบชิดกับใบหูเล็ก ผละออกมาจากร่างบางมองใบหน้าหวานที่เยิ้มด้วยไฟปรารถนา มันให้เขามีอารมณ์ร้อนแรงยิ่งขึ้น
เขาจัดการเสื้อผ้าตัวเองไม่นานก็เปลือยเปล่าท่อนเอ็นร้อนๆที่โปดปูนด้วยเส้นเืที่แข็งเต็มที่ดันตัวเองออกมาอยู่ตรงหน้าหญิงสาว เธอไม่กล้ามองมันเต็มสองตาเท่าไหร่นักถึงแม้ว่ามันจะเข้ามาในตัวเธอหลายต่อหลายครั้งก็ตาม
“วามองหน้าพี่อายทำไมครับ” เขาเชยใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มให้มองมายังท่อนเอ็นและคว้ามือนุ่มนิ่มให้จับท่อนั์ หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เพราะทันทีที่เธอจับชายหนุ่มก็ครางเสียงดัง มันทำให้เธอเองก็เกิดอารมณ์เถื่อนขึ้นมา แต่ต้องระงับใจไว้ทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม
“วาแบบนั้นแหละ ซี๊ด” เขาดันตัวเองเข้าออกผ่านมือเล็กแต่นุ่มมากเขาชอบมองหน้าเธอเวลาที่เกิดอารมณ์ ท่าทีไร้เดียงสามันดึงดูดใจชะมัดยอมรับว่าผู้หญิงแบบวานิกาแทบจะไม่เคยเจอ
วานิกาใช้มือเล็กรูดท่อนเอ็นขึ้นลงและเร่งความเร็วขึ้นเมื่อชายหนุ่มครางกระเส่าใกล้ถึงจุดหมาย แต่แล้วเขากลับถอดตัวจนออกจากมือเล็กแต่ดันตัวเธอลงไปและแหวกขาเรียวบางให้กว้างขึ้น อารมณ์ชายหนุ่มได้ถูกจุดให้ติดพร้อมจะสตาร์ทแล้ว
ท่อนเอ็นใหญ่จ่อตรงช่องทางรักและดันเข้าไปจนสุดวานิกาพยายามดันหน้าท้องของเขา แต่ชายหนุ่มไม่มีทีท่าสนใจตั้งหน้าตั้งตากระแทกสะโพกสอบใส่เธออย่างบ้าคลั่ง
“พั่บ พั่บ” เขาอัดสะโพกถี่ๆติดกัน ลิ้นร้อนละเลงไปที่ยอดอกฟอนเฟ้นอย่างพอใจท่อนล่างก็อัดแน่นๆจนเสียงดังทั่วห้องเป็จังหวะ ร่างบางดิ้นพล่านที่โดนััเร่าร้อนเธอจิกเล็บบนบ่าชายหนุ่มเพราะความเสียวเสียงครางของเธอดังลั่นเพราะเขาตั้งใจอัดกระแทกใส่เธออย่างไม่ยั้ง ชายหนุ่มเสียวมากมายเขาจึงปลดปล่อยอารมณ์เต็มที่ วานิกาเหนื่อยหอบแทบขาดใจเหงื่อไหลรินเต็มกรอบหน้า
ดวงตาคมเข้มมองร่างบางไม่วางตายามเมื่อเขาอัดสะโพกรัวแรงใบหน้าของเธอทำเขามีอารมณ์ได้อย่างมากมายหญิงสาวตาปรือสูดปากด้วยความเสียวที่เขาควงท่อนเอ็นบดคลึงเน้นๆฝ่ามือหนาขยำหน้าอกทั้งบีบทั้งเค้นจนเธอครางไม่เป็เสียง
“อืม อ่าส์” ทั้งสองครางปนกันชายหนุ่มเร่งความเร็วขึ้นใน่สุดท้ายและปลดปล่อยน้ำรักขุ่นข้นข้างนอกบนหน้าท้องเนียน ทั้งสองคนหายใจหอบแรง
ชายหนุ่มใช้ทิชชู่เช็ดน้ำกามให้เธออย่างเบามือและนอนกอดร่างเปลือยเปล่า จูบขมับบางแม้จะมีเหงื่อออกมาท่วมกรอบหน้าหวานแต่กลิ่นตัวของวานิกายังหอมรัญจวน ชวนให้หลงใหลเหมือนเดิม
“เหนื่อยไหม ”เขาเชยใบหน้างามที่เอาแต่ก้มมองแผงหน้าอกของเขาให้หันมาสบตาดวงตากลมโตมีแววตื่นและเอียงอาย ถ้าเขาไม่ใช่คนเปิดบริสุทธิ์เธอเขาคงนึกว่าเธอแสร้งทำเป็แน่แต่ตอนนี้เขาแน่ใจว่าสิ่งที่เธอทำมันจากตัวตนของเธอจริงๆ
เธอไม่ตอบคำถามแต่หลับตาไม่กล้ามองใบหน้าของเขาตอนนี้เธอหน้าแดงก่ำ ในความรู้สึกเขาว่ามันน่ารักมากมาย อดที่จะหอมแก้มบางใสไม่ได้
“ฟอด ฟอด ” เขาหอมแก้มเธอ กลิ่นอ่อนๆจากกายสาวมันทำให้เขามีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่ทิน”วานิกาห้ามเขาเมื่อชายหนุ่มซุกไซร้หน้าอกอวบของเธอซึ่งตอนนี้มันแดงเป็เถือกแต่ทินภัทรมีหรือจะฟัง เขาจงใจปิดปากแดงสดของเธออีกครั้งเขาดื่มด่ำกับเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นจนพอใจครั้งแล้วครั้งเล่า
วานิกาแทบสลบเมื่อชายหนุ่มผละจากร่างบางเธอเหนื่อยโคตรๆ เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเธอจึงไม่มีแรงออกไปข้างนอกกับเขา ชายหนุ่มนั่งมองเธอยิ้มๆแล้วจึงเปลี่ยนเป็สั่งอาหารมากินบนห้องแทน
“ทานเยอะๆนะเรา” เขาตักกับข้าวให้เธออย่างเอาใจ ใบหน้าอมยิ้มของชายหนุ่มเรียกความหมั่นไส้จากเธอได้ดีคนอะไรไม่รู้อึดชะมัด ทำเธอแทบไม่มีแรงจะตักข้าวกินเมื่อเช้ายังไม่พอยังต่อด้วยกลางคืนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โอ้ย..แค่ขยับตัวนิดเดียวร่างกายก็เจ็บแปลบ โดยเฉพาะส่วนกึ่งกลางลำตัว จึงอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้
“ค่อยๆทานก็ได้พี่ไม่แย่งหรอก” เพราะเห็นหญิงสาวมองค้อนและถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มจึงอดกระเซ้าไม่ได้ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าเธองอนที่เขาเอาแต่ใจในเรือนร่างหอมกรุ่นก็มันอดใจไม่ไหวไง จนทำให้เธอมีสภาพแบบนี้ คงจะทั้งหิวและโหย
“พี่ทินนะ จะแกล้งกันอีกนานไหม” เธอตัดพ้อและทำหน้างอนๆ มันก็น่ารักไปอีกแบบชอบนะที่ได้หยอกให้เธอเง้างอ ใบหน้ายามปกติว่าสวยน่ารักแล้ว แต่พอเจอมุมที่ทำหน้าเหวี่ยงกลับยิ่งอยากแกล้งอยากรังแก
“ทีหลังถ้าหื่นขนาดนี้วาจะไม่เจอพี่จริงๆด้วย” เธอขู่เขาเมื่อเห็นว่าพูดอะไรไปชายหนุ่มก็เหมือนหูทวนลมหญิงสาวไม่เคยเห็นความมึนของเขามาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าเขามีมุมแบบนี้ด้วย
“ได้ไงถ้าทำแบบนั้นพี่คลั่งแน่ สัญญาว่าครั้งต่อไปจะไม่ทำรวดเดียวจบแบบนี้” เขาพูดทะลึ่งสองแง่สองง่ามที่ออกมาจากปากเขา ทำเธอฟาดเพียะไปที่แขนเขาทันที
“โอ้ย.. ตีพี่ทำไม เดี๋ยวเถอะโดนเอาคืนแน่”เขาไม่ได้พูดเปล่าแต่ขยับตัวมาแนบชิดกับเธอทำท่าหื่นใส่ ทำให้วานิกาต้องโยกหัวเขาให้ไปไกลๆ
“ก็พี่ทินทำรุ่มร่ามกับวาทำไมละ” เธอบ่นอุบจัดการตักข้าวใส่ปากอย่างอร่อย ทินภัทรจึงเลิกแกล้งเธอแต่คอยเอาใจเธอแทนหลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนช่วยกันล้างจานและนำไปเก็บ
“วาพรุ่งนี้ค่อยไปช็อปกันนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาไปเปย์ให้หมดกระเป๋าเลย” เขากุมมือเรียวบางไว้ในอุ้งมือหนาคำพูดของเขาเหมือนการขอโทษที่ทำให้วันนี้เธอไม่ได้ออกไปไหนสายตาของเขาที่มองเธอช่างอ่อนโยนนัก วานิกาไม่ได้้าอะไรจากเขาหรอก แค่อยากให้เขามองเธอเหมือนที่เธอมองเขามาเนิ่นนานแต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่พยักหน้าตอบรับ เธอคิดไปเองว่าใจคงซื้อใจได้ ผู้หญิงที่มองความรักเป็สิ่งสวยงามต่อให้ภายหลังมันจะไม่เหมือนที่เธอคิดไว้ เธอก็จะยอมแลกมันทั้งน้ำตา
#ทินภัทรจะต้านความน่ารักของเธอไหวหรือเปล่าน้องวาจะอดทนต่อคำลวงได้แค่ไหน คงต้องลุ้นไปพร้อมกัน #