พอมองเข้าไปใกล้ ๆ หนิงเยี่ยนก็พบว่าน้องชายเอากระดาษอุดหูไว้ มิน่าล่ะถึงไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูของเธอ
หนิงเยี่ยนค่อย ๆ คลายอารมณ์โกรธลง เธอทอดมองไปบนร่างกายของหนิงเชียนฉือ พอมองไปอีกทีก็เห็นเ้าหนูหนิงโหย่วหยูไปนั่งคุกเข่าอยู่บนเก้าอี้ ในมือของเขาถือหนังสือตำราปกสีฟ้าอยู่ ถึงแม้ว่าจะถือหนังสือกลับด้าน แต่แววตาที่มองหนังสือราวกับได้รับขุมสมบัติก็ทำให้เธอประทับใจ แววตานั้นยืนยันได้ว่าเ้าหนูน้อยอยากเรียนหนังสือ
หนิงเยี่ยนกลุ้มใจเล็กน้อย ไม่ว่าจะซ่อมบ้าน ซื้อเครื่องเรือน หรือส่งเ้าหนูน้อยไปเรียนหนังสือตำรา ไม่ว่าทางไหนก็ต้องใช้เงิน แล้วจะไปหาเงินมาจากไหนกัน ? ต้องล่าสัตว์ต่อไปเรื่อยๆ งั้นหรือ?พอทอดมองไปยังแขนขาที่เก้งก้างของตน เธอก็นึกถึงร่างกายที่เคยมีเนื้อหนังของตนในภพก่อน เพราะร่างกายนี้ยังไม่รู้เลยว่าต้องบำรุงกันต่อไปอีกนานแค่ไหนจึงจะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์
“ท่านพี่?”
เสียงแตกหนุ่มดังขึ้นมา หนิงเยี่ยนก้มมองท่าทางสะลึมสะลือของหนิงเชียนฉือ เ้าน้องชายรูปร่างสูงเหมือนต้นไผ่ ถึงจะยังเด็กแต่ก็นิสัยดี เธอดูออกเลยว่าถ้าเขาโตกว่านี้จะต้องดูอบอุ่น นุ่มนวล มีค่าราวกับหยก
ถึงหนิงเยี่ยนจะเคยบอกว่าชอบผู้ชายถึก บึกบึน กระดูกเหล็ก แต่ว่า..ผู้ชายที่อ่อนโยน ฉลาดเฉลียวน่ารักเหมือนลูกหมาแบบน้องชายของเธอ เธอก็ชอบเหมือนกัน
โอ๊ย.....ดันข้ามภพมาเข้าผิดร่างเสียแล้ว ถ้าเกิดไม่ได้มาเป็พี่สาวของหนิงเชียนฉือ เธอคงจะต้องมาเลี้ยงต้อยเ้าหนุ่มนี่
เฮ้อ.....
“พี่ ท่านกลับมาแล้ว”
“ข้าวสารที่บ้านข้าหายไป ข้าแค่มาตามหามัน”
“……..”
หนิงเชียนฉือที่กำลังสะลึมสะลือ พอได้ยินคำพูดของหนิงเยี่ยนก็ตื่นขึ้นเต็มตา
ข้าวสารหายไป แต่กลับมาที่บ้านหลังนี้ เกรงว่าคงสงสัยว่าคนในบ้านนี้ขโมยไป แต่พอคิดถึงพฤติกรรมของผู้หญิงในบ้านนี้มันก็มีความเป็ไปได้
เขาผุดลุกออกจากเตียง สวมรองเท้าและตรงไปยังห้องครัว พอเข้าไปก็เห็นถุงข้าวที่เหมือนกับถุงที่เห็นในบ้านตีนเขาของหนิงเยี่ยนไม่มีผิด
“อาฉือ มาที่ห้องครัวทำไม นี่มันที่ของผู้หญิง รีบกลับไปเถอะ”
สวีชื่อเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน หนิงเชียนฉือก้มหน้าถามอย่างลำบากใจ
“แม่ ท่านเอาข้าวของท่านพี่มาเช่นนี้ ท่านพี่จะอยู่อย่างไร?”
“ไม่ต้องสนใจนางหรอก นางมันคนไร้ค่า สองสามปีที่ผ่านมาไม่มีข้าวก็ยังไม่เห็นตาย อีกไม่กี่วันนางก็จะได้แต่งกับเ้าเป๋แล้ว เ้าทำใจให้สบายแล้วตั้งใจอ่านหนังสือเถอะ อนาคตรอเ้าอยู่นะ”
“เ้าเป๋ เ้าเป๋ที่ไหนกัน ?”
“……….”
สวีชื่อหุบปากแทบไม่ทัน ดูเหมือนเธอจะพูดเื่ที่ไม่ควรพูดออกไปเสียแล้ว
หนิงเชียนฉือหันกลับไปมองใบหน้าที่ยิ้มไม่ออกของหนิงเยี่ยน เขาถอนหายใจแล้วหันกลับมาพูดกับแม่ด้วยเสียงทุ้มนุ่ม
“แม่ ท่านพี่มีครอบครัวแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์ไปจัดการว่าท่านพี่จะแต่งงานกับใคร แล้วถ้าท่านหยิบของมาโดยไม่บอกเขาเรียกว่าขโมย พวกเรา....”
สวีชื่อที่กำลังหั่นผักหยุดชะงัก พลางตอบอย่างเรียบเฉย
“เ้าคิดว่าข้าเต็มใจให้นางแต่งกับเ้าเป๋งั้นเหรอ นางอายุไม่น้อยแล้ว หนูฮวนก็ถึงวัยต้องแต่งงานแล้ว คนในครอบครัวก็เยอะ ตรงไหนประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ไม่อย่างงั้นจะเอาอะไรให้น้องสาวเ้าติดตัวไปหลังจากแต่งงาน เ้าก็ต้องเรียนต้องสอบ ไม่มีเงินจะเอาที่ไหนไปเรียนไปสอบ?”
“…….”
พอได้ฟังคำตอบที่ยาวเหยียดของสวีชื่อ หนิงเชียนฉือยืนแข็งทื่อไปทั้งร่าง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สมองมันตื้อไปหมด เขาถอนหายใจพลางฝืนยิ้ม
“ท่านแม่ ต่อไปนี้ไม่ต้องหาค่าเล่าเรียนและค่าสอบให้ข้า ข้าจะหาหนทางเอง จากนี้ท่านจะได้ไม่ต้องไปลำบากท่านพี่”
“ลำบากเหรอ! นางออกมาจากท้องไส้ข้า ข้าแค่เอาข้าวนางมามันจะเป็อะไรไป แบบนี้เรียกขโมยหรือไง?”
“……”
หนิงเชียนฉือตะลึงไปพักใหญ่ สมองของเขาโล่งไปหมด เขากลั่นกรองสิ่งที่เคยเล่าเรียนมา 10 กว่าปีในสมองทั้งหมด แต่ก็ไม่รู้จะหาคำตอบกลับไปเช่นไร
หลักการบางอย่างไม่มีในหนังสือ แต่เป็ขนบธรรมเนียม สำหรับหนิงเชียนฉือแล้วคำพูดของผู้เป็แม่นั้นกระทบกระเทือนทัศนคติต่อโลกของเขาอย่างมาก
หนิงเยี่ยนเอื้อมมือไปคว้าเสื้อของน้องชายแล้วหิ้วเขาให้กลับมาที่เดิม น้องชายคนนี้คงจะอ่านหนังสือจนซื่อบื้อ
“เ้าหลบมา ข้าเอง”
หนิงเยี่ยนเข้าไปแทนที่น้องชาย และเผชิญหน้ากับสวีชื่อ เธอบีบกำปั้นของตัวเอง เสียงหักนิ้วกร๊อบแกร๊บดังก้องอยู่ในห้องครัว
สวีชื่อถอยหนี ตอนนี้นังตัวดีดูเหี้ยมโหดมาก อยากจะบอกให้อาฉือรีบเอานังนี่ออกไปให้พ้น ๆ พอเงยหน้ามองก็เห็นอาฉือยังยืนทื่ออยู่ที่เดิม ตัวแข็งทื่อ ท่าทางงงงวยราวกับถูกตีหัว
เขาแข็งทื่อ สับสนไปหมด สำหรับหนิงเชียนฉือแล้ว เขาก็รู้มาตลอดว่าพี่สาวมีแรงเยอะ แต่ไม่รู้ว่าจะเยอะมหาศาล แค่มือข้างเดียวก็หิ้วเขาลอยขึ้นมาเหมือนกับเขาเป็ลูกไก่ สำหรับผู้ชายแบบเขาแล้วนี่มันคือพลังขนาดที่จะทำลายล้างสิ่งของให้พินาศได้เลย
อีกอย่างในมุมของผู้ชาย เขาจะไม่แต่งกับผู้หญิงแบบนี้แน่นอน
ปัญหานี้ในเมื่อเป็พี่น้องท้องเดียวกันจะไม่แยแสก็ไม่ได้ พี่สาวจะได้แต่งงานไหม ? ก่อนหน้านี้มีลูกทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานก็ถูกคนหยามเหยียดมากพอแล้ว ตอนนี้ดันมีพละกำลังมหาศาลอีก แค่คิดก็กลุ้มแล้ว
หนิงเยี่ยนรู้สึกถึงความกังวลจากสายตาของหนิงเชียนฉือ แต่ไม่รู้หรอกว่าเ้าน้องชายตรงหน้ากำลังกังวลชะตากรรมในอนาคตของเธอ เธอคิดไปเองว่าเ้าน้องชายที่หน้าซีดตัวสั่นกำลังกังวลเื่สวีชื่อ ชั่วพริบตาเดียวก็รู้สึกอึดอัดราวกับหินติดคอ
หนิงเยี่ยนคลายหมัด เธอหยิบเอาของในครัวไปจนหมด และกระซิบข้างหูสวีชื่อด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
“อีกหน่อยข้าจะไปซื้อยาเบื่อหนูใส่ลงข้าวสาร ถ้ายังมาขโมยไปอีกระวังจะไม่รอด”
สวีชื่อหายใจแทบไม่ออก จะไปซื้อยาเบื่อหนูหมายความว่าอะไร นี่วางแผนจะฆ่าคนทั้งตระกูลหรือยังไง ?แท้จริงก็เป็แค่อินังลูกสารเลว ที่คิดจะวางยาฆ่าแม่
มองดูหนิงเยี่ยนเอาข้าวสาร น้ำมัน กับเกลือออกไปจากห้องครัว ในใจยิ่งคับแค้น ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่อินังนี่จะมาหยิบเอาของออกจากครัวไปหน้าตาเฉย
เธอเอื้อมมือออกไปด้วยความอยากได้คืน นิ้วตกลงบนกระสอบ มองแววตาของหนิงเยี่ยนอีกครั้ง แววตาของหนิงเยี่ยนไม่ได้ขลาดกลัวแบบเมื่อก่อน ซ้ำยังมองสวีชื่ออย่างข่มเหง ทำให้สวีชื่อขาอ่อนจนแทบล้มพับลงกับพื้น
คนที่ข่มเหงคนอื่นแบบสวีชื่อ หนิงเยี่ยนเกลียดที่สุด สำหรับตัวหนิงเยี่ยน ผู้หญิงนั้นก็ทัดเทียมผู้ชาย จะให้ใช้ชีวิตแบบทั้งวันยุ่งกับลูกกับงานครัว ชีวิตที่ไม่เป็ของตัวเองแบบนั้น มันยุติธรรมตรงไหนกัน
“ไร้ประโยชน์!”
หนิงเยี่ยนทิ้งประโยคนี้ไว้ มือข้างหนึ่งแบกกระสอบ ส่วนมืออีกข้างจูงเ้าหนูน้อยออกไป
เที่ยงวันพระอาทิตย์ลอยขึ้นอยู่กลางหัว เธอเดินตากแดดจนหนังหัวแทบสุก
บนถนนไม่มีผู้คนเลย มีแต่เ้าหนูน้อยที่ทำตาเป็ประกายมองมาที่หนิงเยี่ยนอย่างชื่นชมตลอดทาง
หนิงเยี่ยนรู้สึกกดดัน เธอจึงสูดหายใจแล้วถามออกไป
“มองอะไรของเ้ามิทราบ?”
หนิงโหย่วหยูชูกำปั้น ในแววตายังคงเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เขาพูดออกมาอย่างแจ่มชัด
“ท่านแม่ เก่งมากเลย!”
“ข้าจะเก่งได้อย่างท่านแม่ไหมนะ?”
“ไม่ใช่เื่ใหญ่”
หนิงเยี่ยนพยักหน้า แล้วตอบกลับอย่างมั่นใจ ลูกชายคนนี้จะต้องได้แม่มาเต็ม ๆ อย่างแน่นอน ภพที่แล้วเธอเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการข้ามภพข้ามชาติมาจึงไม่อาจหยุดยั้งเธอได้
ในแววตาของเ้าหนูน้อยทอประกายขึ้นยิ่งกว่าเดิม ในหัวจินตนาการว่าสักวันตนจะเป็วีรบุรุษปราบปรามอธรรมกวาดไปทั่วยุทธภพ คิดแล้วก็หัวเราะคิกคัก
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้าน เอาของเก็บเข้าครัวเรียบร้อย หลังจากนั้นเ้าหนูน้อยก็ปีนกองอิฐหน้าประตูครัวเพื่อมองดูแม่ทำอาหาร
พอใช้ฟืนใหม่ ๆ ที่แห้งสนิทก็ทำให้ไฟติดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเวลานี้สายมากแล้ว หนิงเยี่ยนจึงทำได้เพียงแค่ข้าวต้ม
เพราะข้าวต้มทั้งทำง่ายและประหยัดเวลา รสชาติก็ถือว่าใช้ได้ ที่สำคัญคือกินแล้วท้องอิ่ม
...................