เย่ชิงหยูตอนนี้มีแต้มมากมาย เขาใช้แต้มถึง 10000 เป็นเวลา 100วัน
เขาโผล่มาที่ห้องแห่งกาลเวลาอีกเช่นเคย เขาไม่รอช้าเอา หม้อต้มใบใหญ่ออกม่าตั้ง ขนาดนั่นเขาก็เอาสมุนไพรอัคคีกับสมุนไพรหิมะทั้งหมดออกมาใส่เขาไปในหม้อ ปิดท้ายด้วยสมุนไพรสวรรค์ สมุนไพรส่งกลิ่นหอมออกมามากมายฟุ้งไปทั่วบริเวณ
เย่ชิงหยูไม่มีทักษะการใช้เพลิง แต่มีเนตรอีกาจักรพรรดิทองคำทดแทน เขาเบิกดวงตาที่สาม ปลดปล่อยเพลิงเข้าใส่หม้อใบใหญ่ ความร้อนของเพลิง เริ่มละลายสมุนไพรหลายสิบต้นอย่างช้าๆ ผ่านไปครู่นึง สมุนไพรทั้งหมดแปรเปี่ยนเป้นของเหลวเหนียวหนืดเต็มหม้อ ของเหลวเดือดปุดๆ มันส่องสว่างเจิดจรัส กลิ่นหอมทะลักไปทั่วห้องการเวลา
เย่ชิงหยูเมื่อเห็นว่าได้ที่แล้ว เขาไม่รอช้าถอดเสื้อผ้าทั้งหมด ล้อนจ้อนทันที เขาถอดเกราะเก้านภาที่อยู่ใต้ผิวหนังกลับเข้าไปด้วย
ขนาดนั่นเย่ชิงหยูลงไปในหม้อยาสมุนไพรทันที ร่างกายของเขาจมลงไปในหม้อเหลือแค่ส่วนหัวเท่านั่นที่โผล่ออกมา เขาไม่รอช้าโคจรกายเทพโกลาหลทันที พลังงานในหม้อสมุนไพรเริ่มถูกดูดซึมผ่านทางผิวหนังของเขา ขนาดนั่นรัศมีพลังในร่างกายเริ่มกรากฏแสงสีดำทมิฬผุดขึ้นตามตัว เซลล์ในร่างตื่นพลันตื่นเต้น กลืนกินพลังงานที่เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายส่งเสียงกรอบแกรบ กระดูกในร่างเริ่มแตกหัก ในขนาดนั่นพลังงานก็เข้าไปเสริมทดแทนทันที
"อึก"เย่ชิงหยูรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยกับการกัดกร่อนของพลังงานสมุนไพร ถ้าเป็นคนอื่นร่างกายคงรับไม่ไหว แค่สมุนไพรอัคคีสักสิบต้นแผดเผาร่างก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งแล้ว ผ่านไปครู่ใหญ่พลังงานในหม้อเริ่มถูกดูดซึมไปเริ่อยๆ ในขนาดนั่น ในสมองของเย่ชิงหยูปรากฏภาพออกมาเป็นฉากๆ
เขาเห็นจักรวาลอันกว้างใหญ่ มีบุรุษผู้นึงหน้าตาหล่อเหลา ลอยอยู่ในอวกาศ เขาตบฝ่ามือทะยานไปข้างหน้า ฝ่ามือขนาดยักษ์ใหญ่ราวกับดวงดาวปรากฏ ห้วงจักรวาลถึงกับสั่นสะเทือน ดวงดาวรอบบริเวณพลันสูญสลายกลายเป็นซาก ฝ่ามือขนาดใหญ่พุ่งผ่าน ทุกที่ที่มันผ่านไป ที่นั่นถึงกับสูญสลาย ขนาดนั่นบุรุษผู้นั่นก็เอ่ยออกมา เสียงของเขาชั่งน่าเกรงขามนัก ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งกาลอวกาศ
"ฝ่ามือโกลาหล ระเบิดดวงดาว ทำลายราบพณาสูร"
ขนาดนั่นในสมองของเย่ชิงหยูก็มีข้อมูลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง กายเทพโกลาหลส่องสว่างสีดำเจิดจ้า ร่างกายของเขาซึมซับพลังสมุนไพรเหลวในหม้อจดหมดสิ้น รัศมีพลังผุดออกมา แรงกดดันมหาศาลถึงขนาดหม้อใบใหญ่ระเบิดออกกลายเป็นซาก
นัยต์ตาเย่ชิงหยูเปิดขึ้น ในดวงตาปรากฏอาการตื่นตระหนัก ชายคนนั่นเป็นใครกัน สงสัยเป็นกายโกลาหลเหมือนกันแน่ๆ เขาคิดขึ้นมา เขาปล่อยลมหายใจพิษออกมามากมาย ขนาดนั่นเขารู้สึกว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า พลังงานมหาศาลอัดแน่นอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย เขาชกออกไปข้างหน้า อากาศในห้องกาลเวลาถึงกับสั่นสะเทือน
เย่ชิงหยูพลันตื่นเต้น ต่อให้ใช้แค่ร่างกายตอนนี้ก็สามารถจัดการกับขั้นขุนพลนภาขั้นต้นได้เลยทีเดียว
ที่สำคัญกว่านั่น ในข้อมูลในสมองปรากฏมันคือ ฝ่ามือโกลาหล ทักษะวิชาระดับเทียบเท่าทักษะจักรวาล ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เป็นวิชาเฉพาะของกายเทพโกลาหลมันจะปรากฏเมื่อมันกายพัฒนาแล้ว เขาได้เห็นพลังของมันแล้ว ชายคนนั่นใช้มันถึงขนาดทำลายดวงดาวได้สบาย
เย่ชิงหยูกำหมัดแน่น ร่างกายแกร่งกล้าเทียบเท่าอาวุธขั้นขุนพลนภา เขาตรวจเช็คเวลาที่เหลือ เขาใช้เวลาในการซึมซับสมุนไพรไปสิบกว่าวัน ยังเหลือเวลาอีกเยอะ เตรียมตัวทะลวงขั้นขุนพลปฐพีต่อเลย
เขาหยิบ หินพลังงานออกมาหลายร้อยก้อนวางไว้รอบๆตัว ขนาดนั่นเขาฟื้นคืนคัมภีร์จักรวาลนิรันด์เต็มกำลัง พลังงานในหินกับพลังานรอบบริเวณเริ่มโดนดูดกลืนเข้ามาราวกับเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง พลังงานในร่างเริ่มกระเพึ่อมขึ้นเล็กน้อย เขาต้องใช้พลังงานมากมายในการทะลวงพลังแต่ละขั้น ยังดีที่ได้หินพลังงานมา ไม่งั้นต้องใ้ช้เวลาเป็นปีแน่ๆ
เวลาในห้องกาลเวลาผ่านไปเป็นเวลากว่า 80กว่าวันแล้ว ร่างกายเย่ชิงหยูยังซึมซับพลังงานอย่างบ้าคลั่ง หินพลังงานหลายร้อยก้อนเริ่มปริดแตกสูญสลายไปทีละก้อน
ขนาดนั่นในพลังงานในร่างกายของเย่ชิงหยูก็ถึงขีดสุด พลังงานในจุดรวมอัดแน่นราวกับจะระเบิด
เย่ชิงหยูเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็เบิกตาโพรงชักนำคัมภีร์จักรวาลนิรันด์เต็มกำลัง เสียงห้วงจักรวาลลึกลับปรากฏ อักขระโบราณผุดขึ้นตามร่างกายส่องสว่างไปทั่วบริเวณ
"ทะลวง" เย่ชิงหยูเอ่ยขึ้น ขนาดนั่นจุดรวมพลังงานก็ระเบิดออก เสียงกัปนาทเล็ดรอดออกมาจากร่างกาย พลังงานแพร่กระจายไปทุกสัดส่วนของร่างกาย เย่ชิงหยูรู้สึกเบาสบายขึ้น เซลล์พลังงานในร่างพลันเติบโตขึ้นหลายสิบเท่ามอบพลังที่มหาศาลยิ่งกว่าให้ พลังงานในร่างยกระดับหลายเท่า เงารูปร่างทารกในจุดพลังงานเริ่มเติบโตขึ้นทีละนิดกลายเป็นเด็ก4ถึง5ขวบ หัวใจเขาขับเลือดสีทองหลายสิบเส้นออกมา หล่อเลี้ยงไปทั่วร่าง กายาส่องแสงสว่างสีทองราวกับดวงอาทิตย์ ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นทีละนิด ในส่วนลึกของร่างกายเริ่มปรากฏประตูลึกลับบานนึงขึ้น มันก่อรูปร่างขึ้นอย่างช้าๆ ผ่านไปสักพักก็หยุดลง ประตูยังไม่ปรากฏเป็นแค่เงาเท่านั่น
เย่ชิงหยูถอนหายใจ ร่างเงาที่ปรากฏในจุดพลังงานคืออะไรเขายังไม่รู้เลย แต่ต้องเกี่ยวกับคัมภีร์จักรวาลนิรันด์แน่ๆ ส่วนร่างกายยังไม่เปลี่ยนสายเลือดไปถึง 1เปอเซนแต่ก็ใกล้แล้ว เขามีความสุุขเล็กน้อย พลังงานกับกายยกระดับ ตอนนี้เขาคิดว่าสามารถสู้กับขุนพลนภาขั้นสูงสุดได้สูสีเลยทีเดียว โดยที่ไม่ต้องใช้เนตรอีกาจักรพรรดิทองคำเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าใช้พลังเต็มที่อาจจะสามารถสังหารได้เลยก็ได้
เขานั่งครุ่นคิดเหลือเวลาอีกเล็กน้อย เขาไม่รอช้าใช่เวลาที่เหลือ ไปกับการหมุนวงล้อ ของแต่ละอย่างที่ได้ส่วนใหญ่เป็นของไร้สาระมากมายนัก ยังดีหน่อยเขาได้ ยันต์หลบหนีร้อยกิโลเมตรมา2ใบ ที่เหลือก็ไม่ได้อะไรอีกเลย
ส่วนเวลาหลังจากนั่นเขานั่งขัดสมาธิแบ่งความคิดออกเป็นหลายส่วน ตระหนักรู้วิชาต่างๆอย่างพร้อมเพรียงกันเวลาผ่านไปเสียงของระบบก็ดังขึ้น
"โฮสได้ใช้เวลาในห้องครบแล้ว จะถูกส่งกลับไปทันที"
"แว๊บ" เย่ชิงหยูพลันโผล่ออกมาในห้องพักเช่นเคย เสียงระบบในหัวก็ดังขึ้นอีกรอบ
"ติ๊ง ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับของขวัญหลังจากทะลวงขั้นพลังขุนพลปฐพี โฮสต์ได้รับไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์หวังว่าโฮสต์จะทำให้มันฟักออกมาเร็วๆนะ"
เย่ชิงหยูถึงกับอึ้ง ขนาดนี้เขากำลังอุ้มไข่ขนาดเท่าลูกพุตบอล ไข่สีดำสนิท ผิวเปลือกไข่ปรากฏลวดลายสีทองทับซ้อนกันหลายชั้น ลักษณะราวกับมังกรโบราณยังไงยังงั้น
เย่ชิงหยูจ้องเขม็งไปที่ไข่ เขาสำรวจทุกซอกทุกมุม ถึงขนาดใช้จิตสัมผัสแต่ก็ยังตรวจสอบไม่ได้ เขาได้ข้อมูลจากระบบว่าต้องหยดเลือดลงไปที่ไข่ เขาไม่รอช้ากัดนิ้วมือตัวเองหยดเลือดลงไปที่ไข่ทันที หยดเลือดเริ่มซึมลงไปที่เปลือกไข่ ขนาดนั่นความรู้สึกนึกคิดของไข่เริ่มปรากฏในห้วงสมองของเย่ชิงหยู
ทันใดนั่นตัวไข่ก็ส่องแสงเจิดจ้า เย่ชิงหยูพลันแสบตา "แว๊บ" ตัวไข่หายไปอย่างรวดเร็ว เย่ชิงหยูตะลึง ขนาดนั่นเขาก็รู้สึกว่าในร่างกายมีอะไรอยู่ เขาไม่รอช้าสำรวจตัวเองทันที ในจุดพลังงานของเขาปราฏไข่สีดำลอยเด่นอยู่อย่างงั้น
เขาได้ข้อมูลจากระบบ "ในการทำให้มันฟักต้องใช้พลังงานมหาศาล มันจะแย่งพลังงานโฮสต์ไปหลายส่วน ตอนที่โฮสต์บ่มเพาะพลังก็ต้องใช้มากขึ้นไปอีก เพราะเจ้าตัวเล็กนี้"
เย่ชิงหยูได้ฟังดังนั่น ถึงกับเบะปาก เขาบ่นกับระบบว่าเอาอะไรมาให้เนี่ย
ระบบ "มั่นใจได้เลยโฮสต์เจ้าตัวน้อยนี้จะเป็นคู่หูของโฮสต์ในอนาคตอย่างแน่นอน เมื่อมันเติบโตโฮสต์เพิ่งพามันได้แน่"
เย่ชิงหยูพยักหน้าเมื่อระบบเอ่ยมาแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ เขาเห็นว่าเวลาข้างนอกดึกแล้ว เขาไม่รอช้าล้มตัวนอนลงทัน