เทพแห่งความตาย

    ตอนที่48 การเจรจา


    เมื่อเลวีนได้ฟังความโหดร้ายของสองพี่น้องคู่นี้มันทำให้นางเกิดกลัวขึ้นมาบ้างเพราะถึงแม้ว่านางก็ เคยเป็นคนไม่ดีมาก่อนก็เถอะแต่สองพี่น้องคู่นี้นับว่าเป็นคนชั่วที่หน้าตาดีจริงๆเลยแต่ถึงนางจะเกิดกลัวขึ้นมานางก็ยังคงเดินตามเอลิออสอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆเท่านั้น




    "ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยของพวกนางหรอกนะเพคะ"


    "แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้พวกนางต้องมาอยู่ด้วยกันเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปที่จัดงานรับตำแหน่งของท่านนั้นแหละเพคะ"


    "โดยเดิมทีบ้านนี้ก็เป็นบ้านของคนใหญ่คนโตที่ละโมบจนเกินไปผู้นึงของเมืองแลคซัสของเราแต่พวกนางก็สังหารคนผู้นั้นและยึดคฤหาสน์หลังนี้มา"


    "ถึงคนผู้นั้นจะเป็นคนไม่ดีก็เถอะแต่พวกนางก็ไม่มีสิทธิที่จะลงโทษผู้อื่นนอกจากกฏหมายนะเพคะ"


    มาร์ธ่าพูดขึ้นด้วยความโมโห




    ชายหนุ่มหนึ่งคน+หญิงสาวอีกสองคนต่างก็เดินกันไปที่ประตูเข้าออกอย่างไม่ลังเลและแน่นอนว่าผู้ที่กำลังเฝ้าประตูเห็นแบบนั้นก็ตกใจขึ้นมาทันที



    "สาวสวยทั้งสองคน~ กับชา.."



    "เฮ้ย! พ่อหนุ่มหน้าหล่อ?!"



    "เหตุฉุกเฉินๆ!"



    "รีบระดมกำลังพลมาหน้าประตูใหญ่ทันที!"







    "เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?"


    เลวีนหันไปถามมาร์ธ่าด้วยความตกใจปนสงส้ย



    "นึกแล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้.."


    มาร์ธ่าได้แต่ถอนหายใจออกมาเพียงเท่านั้นและไม่นานผู้คนทั้งชายและหญิงต่างก็รีบวิ่งมาตรงที่หน้าประตูแห่งนี้ที่พวกเขากำลังยืนอยู่อย่างรวดเร็ว





    "เฮ้ย! ไม่จริงหน่า"



    "น.นั..นั้น!"



    "ชายหนุ่มรูปงาม?!"



    "พ่อหนุ่มหน้าหล่อ?!"



    "เทพบุตร?!"



    "ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้กล้ามาในที่แห่งนี่ล่ะ?"



    "นี่มันไม่รู้หรือว่ากำลังหาเรื่องพวกเราวะ?!"


    ผู้คนต่างก็เหงื่อตกกันเป็นแถบๆ



    "ช่างมันเถอะ!"



    "รีบจัดการมันก่อนที่ท่านทั้งสองจะมาเห็นเถอะ!"



    "จัดการแม่มเลย!"



    "ไอ้หน้าหล่อนี่!"


    "มันช่างกล้ามาหยามพวกเราถึงที่นี่ไม่ตายดีแน่ไอ้คนชั่วช้า!"






    'ให้ตายสิจะให้พูดเองมันก็ยังไงๆอยู่นะ!'


    'แต่ว่าที่ได้ยินมาว่าคนพวกนี้เกลียดคน..เอ่อ..คน..เกลียดคนหล่อนี่มันคงจะเป็นเรื่องจริงสินะ?'


    'ช่างหน้าอายซะจริงๆ!'



    'โอ้! ไม่เลวเลยนี่'


    ในขณะที่เอลิออสกำลังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมนั้นหญิงสาวทั้งสองก็ได้พุ่งตัวไผจัดการกับพวกมันคนแล้วคนเล่าโดยที่เจายังไม่ทันจะได้สั่งการเลยแถมยังรวดเร็วกันอีกด้วย





    "ไม่จริงหน่า~"


    "กะอีแค่ผู้หญิงสองคนที่ดูท่าทางจะอ่อนแอพวกนี้ทำไมถึงจัดการกับพวกเราที่มีถึงห้าสิบคนได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำล่ะ?!"



    "นี่ไอ้หน้าหล่อ!"


    "เจ้าเป็นคนชั่วที่แสนจะชั่วช้าซะจริงๆที่สั่งให้หญิงสาวที่แสนงดงามและน่ารักทั้งสองได้มาเข่นฆ่าผู้คนเช่นนี้นายท่านทั้งสองจะไม่อยู่เฉยแน่!"


    เอลิออสได้ยินแบบนั้นจึงเดินไปหาผู้ชายทั้งสองที่กำลังโวยงายกันอย่างเมามันส์อย่างรวดเร็ว



    "จ.เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ?"



    "อ.อย่าเข้ามานะ"



    "บอกว่าอย่าเข้ามาไงไอ้หน้าหล่อ!"


    ในขณะที่เอลิออสกำลังจะง้างมือไปต่อยพวกมันนั้น



    "คิดจะใช้หน้าตาหล่อๆของเจ้าข่มพวกข้างั้นเหรอ?!"


    "เอาสิ๊! ยังไงข้าก็หน้าห่วยอยู่แล้วนี่!"



    'คงจะเป็นปมอะไรสักอย่างสินะ? เฮ้อ..'


    เอลิออสได้ยินแบบนั้นจึงตัดสินใจอภัยให้กับคำพูดแย่ๆของพวกเขาล่ะกันเพราะการที่คนเราจะกลายไปเป็นคนไม่ดีหรือคนชั่วนั้นมันก็ย่อมจะมีสาเหตุ


    แต่คนชั่วบางประเภทก็ยังคงคิดไม่ได้...





    "ฮ่าๆ ดูสิมันหงอไปเลยว่ะ"


    "มันคงจะมีดีแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ ฮ่าๆ"


    "รับรองนะว่าใครที่ได้ไอ้หมอนี่ไปเป็นคู่ชีวิตคงต้องลำบากกับมันเป็นอย่างมากแน่นอนเลยว่ะ"



    "เฮ้อ..ไหนจะลูกๆที่ได้สายเลือดของมันอีก"


    "ลูกๆคงจะเป็นบ้ากันเลยแน่ๆเลยว่ะ~"



    "ฮ่าๆ ไอ้บ้านี่ เอาเรื่องจริงมาพูดเล่นอยู่ได้~"



    เอลิออสที่ได้ยินแบบนั้นจึงหันหลังกลับแล้วเดินเข้ามาหาทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่นิ่งซะจนน่ากลัวและชายทั้งสองคนนั้นไม่อาจรู้ได้เลยว่าภาพสุดท้ายก่อนที่จะลาโลกนี้ไปคือใบหน้าของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาที่พวกมันเกลียดนักเกลียดหนานั้นเองในมือของเอลิออสปรากฏดาบสีดำขึ้นมาทันที






    พึ่บบ--



    เหตุการณ์ในครั้งนี้นับว่ามันเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไปโดยที่ชายทั้งสองยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวกันเลยด้วยซ้ำและดวงตาทั้งสองของพวกมันก็ปรากฏคล้ายกับว่าตนเองกำลังได้บินขึ้นไปบนฟากฟ้าจนทำให้พวกมันหลงดีใจอยู่สักพักเพราะคิดว่าตนเองบินได้แต่ไม่นานความเจ็บปวดระหว่างคอก็ได้มาเยือนดวงตาก็กลายเป็นสีขาวโพลนและร่างกายที่กำลังยืนอยู่บนพื้นดินก็ได้แข็งค้างไปทั้งอย่างหัวของพวกมันทั้งสองกระแทกลงบนพื้นอย่างหนักทำให้เกิดรอนบุบลงไปเล็กน้อยจนทำให้เศษสมองของพวกเขาก็ไหลออกมาอย่างรวดเร็วนับว่าเป็นภาพที่น่าสยดสยองเอามากๆ




    'อุตส่าห์จะไม่เอาเรื่องแล้วแท้ๆ!'





    เลวีนและมาร์ธ่าที่ตอนแรกกำลังยืนมองด้วยความเป็นห่วงจิตใจของเอลิออสที่ถูกคำพูดเลวๆพวกนั้นมาย้ำยีเพราะถึงยังไงเขาก็เป็นแค่เชื้อพระวงศ์ผู้บอบบางเพียงเท่านั้นแต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะใช้ดาบสุดรักสุดหวงของเขาฟันไปที่คอของทั้งสองด้วยเพียงการตวัดเพียงครั้งเดียวแบบนั้นล่ะ?!


    ในขณะนั้นเอง..




    "บังอาจ!"


    "พวกเจ้าช่างบังอาจที่บุกรุกเข้ามาในเขตของข้าไม่พอแต่ยังเข่นฆ่าพรรคพวกของพวกข้าอีกงั้นรึ?!"


    "แถมชายหนุ่มตรงนั้น!"


    "ข้าเห็นการกระทำที่ชั่วช้าของเจ้าได้ดี!"





    "เอ่อ..นั่นท่านอลิซ เป็นหัวหน้ากลุ่มหงส์ขาวเพคะ"


    มาร์ธ่าแอบกระซิบให้ทั้งสองคนได้รู้




    'อลิซจริงๆด้วยสินะ?'


    "น่าแปลกใจจริงๆที่เจ้ายังคงเหมือนเดิมเช่นนี้"


    เอลิออสพูดขึ้นพร้อมเดินไปหาหญิงสาวที่มีนามว่าอลิซอย่างไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย



    "ท่านเอลิออส!"



    "องค์รัชทายาท!"


    เลวีนและมาร์ธ่าต่างก็รีบตะโกนเรียกขึ้นมาทันทีเพราะจู่ๆเอลิออสก็เดินไปหาหญิงสาวผู้นั้น




    "เอลิออส?"


    "อืม..ข้าจำได้ว่าข้าเคยรู้จักกับคนชื่อนี้อยู่นะ?"


    "หรือว่าจะเป็นเจ้า?! องค์ชายเอลิออสที่ชอบเมินพวกข้ามาโดยตลอดคนนั้นงั้นเหรอ?"



    "ก็ไม่ผิดที่ข้าชอบเมินพวกเจ้ามาโดยตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแต่ที่ข้ามาไม่ใช่เพราะว่าข้าจะเลิกเมินพวกเจ้าแล้วหรอกนะ"


    "เพียงแค่พวกเจ้ากำลังจะสร้างปัญหาให้ข้าข้าจึงต้องรีบมาหยุดยั้งด้วยการเจรจากันยังไงล่ะ"


    "พวกเจ้าจะตกลงหรือเปล่าล่ะ?"



    "ช่างหลงตัวเองกันซะจริงๆ!"


    "ถึงแม้ว่าเจ้าจะเคยเป็นองค์ชายน้อยผู้นั้นก็เถอะแต่นิสัยของเจ้าในตอนนี้ก็แสนจะชั่วช้าไม่ต่างอะไรกับพวกขยะที่มีอยู่กลาดเกลื่อนนั่นแหละ"


    "องค์รัชทายาทอย่างนั้นรึ?"


    "พวกข้าคิดถูกแล้วล่ะที่เลือกที่จะคัดค้านการที่คนห่วยๆอย่างเจ้าขึ้นครองราชย์อ่ะนะ!"



    'ถึงจะถูกว่าว่าเป็นคนหลงตัวเองก็เถอะ'


    'แต่ทุกครั้งที่หญิงสาวทุกคนได้เห๋นหน้าตาของข้าพวกนางก็แทบจะอดใจไม่ไหวเลยไม่ใช่รึ?'


    'หญิงสาวนางนี้ต้องใจแข็งถึงเพียงไหนกันแน่?'


    'แต่มันก็ทำให้นึกถึงคนๆนึงล่ะนะที่ไม่ได้สนใจหน้าตาของข้าเลยสักนิด.. ให้ตายเถอะ!'


    'จะมานึกถึงนางอะไรตอนนี้?!'


    'ว่าแต่นี่นับว่าการเจรจาไม่สำเร็จงั้นสินะ?'




    "เฮ้ยๆ! ยืนเหม่ออะไรอยู่ได้?"


    "อยากตายนักหรือยังไง?!"


    'ห้าวขึ้นเยอะเลยแฮะ?'


    "สรุปว่าพวกเจ้าไม่ต้องการเจรจากับข้างั้นรึ?"



    "ถูกแล้ว!"


    "ใครจะไปเจรจากับคนชั่วช้าอย่างเจ้ากันล่ะ?!"



    'ช่วยไม่ได้..'


    ในขณะนั้นเองดาบทั้งสองก็ปรากฏอยู่ในมือของเขาอย่างรวดเร็วด้วยความเปี่ยมพร้อมแต่...



    "ช้าก่อน!"


    เสียงอ่อนหวานเสียงนึงดังขึ้นมาพร้อมปรากฏร่างของหญิงสาวผู้งดงามอีกคนนึงกำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว



    "เจ้าต้องการจะเจรจาใช่ไหม?"


    "เข้ามาก่อนสิ"



    "เฮ้! อะไรของเจ้าน่ะ?!"



    "อลิซ!"


    "ถึงแม้ว่าตอนนี้เราอาจจะยังไม่ถูกกันแต่ยังไงๆข้าก็ยังนับว่าเป็นพี่ของเจ้านะเพราะฉะนั้นให้เกียรติกันด้วยอีกอย่างฟังข้อเสนอของพวกเขาก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรหนิ?"



    "ยังไม่ถูกกันอะไร?"


    "พวกเราไม่มีวันญาติดีกันอีกหรอก เชอะ!"



    "อย่าไปถือสานางเลย"


    "เมื่อก่อนนางเคยอ่อนหวานกว่านี้"



    "ไม่ เมื่อก่อนนางก็นิสัยแบบนี้"



    "พูดอะไรของเจ้า?!"


    "เมื่อก่อนนางออกจะใสซื่อและอ่อนหวานกว่านี้ต่างหากล่ะ"



    "ก็ได้"



    "อะไรของเจ้าจู่ๆก็มาตัดจบอะไรแบบนี้?!"


    "บอกเหตุผลมาสิ เหตุผลน่ะ!"



    "ลืมไปแล้ว รีบไปเจรจากันเถอะ"





    "พวกเขารู้จักกันด้วยเหรอ?"


    เลวีนหันไปถามมาร์ธ่าผู้รอบรู้ทันที



    "ดูเหมือนจะใช่.."





    "ถึงข้าจะรู้เหตุผลที่ว่าทำไมพวกเจ้าถึงได้เกลียดผู้ชายหน้าตาดีกันนักหนาแต่ก็ใช่ว่าคนหน้าตาดีจะมีนิสัยเลวร้ายเหมือนกันหมดซะเลยหนิ?"


    "แล้วอย่าบอกนะว่าที่เจ้าคัดค้านการขึ้นครองราชย์ของข้าเพียงเพราะแค่ว่าข้าหน้าตาดี?"


    'ให้ตายสิ! ถามอะไรบ้าๆแบบนั้นกัน?!'



    "ก็ไม่ผิด"



    "แต่มันมันมีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นอยู่"



    "อะไร?"



    "เจ้าบอกว่าการพูดคุยในครั้งนี้เป็นการเจรจาแสดงว่าเจ้าต้องเตรียมข้อเสนออะไรให้พวกข้าอยู่ก่อนแล้วใช่หรือไม่? มันคืออะไรล่ะ?"



    "แล้วทำไมข้าถึงต้องให้อะไรพวกเจ้าด้วยล่ะ?"



    "?"


    "ตอบคำถามของข้าด้วยคำถามอีกที"


    "เข้าใจคิดหนิ"


    "การเจรจาที่เจ้าหมายถึงการคุยกันล้วนๆโดยที่ไม่ได้มีของมาติดสินบนอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ?"



    "ข้าต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ?"



    "ให้ตายเถอะ! เป็นคนที่กวนประสาทจริงๆ"



    "ความหมายของการเจรจาที่ข้าพูดนั้นก็คือการพูดกันเพื่อเจรจาว่าทั้งสองฝ่ายต้องการให้เหตุการณ์มันเป็นอย่างไร ถึงอย่างนั้นถ้าเจ้าต้องการอะไรข้าเองก็ไม่สามารถให้ได้หรอกนะ"



    "เจ้าที่เป็นถึงองค์รัชทายาทอ่ะนะ?"



    "ใช่ แต่ว่าถ้ามีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้เจ้าก็จงบอกมาเถอะ"



    "พวกข้าไม่ได่อ่อนแอถึงเพียงนั้น"



    "ข้าหมายถึงถ้ามีอะไรที่ข้าพอจะทำได้เพื่อแลกกับยกเลิกแผนในวันพรุ่งนี้ของพวกเจ้าซะข้าก็จะทำ!"



    "ชิ! พวกข้าไม่ได้สนร่างกายของเจ้าหรอกนะ"



    'เหลืออดจริงๆกับนางผู้นี้!'



    "อ้อ! ข้ามีข้อเสนออย่างนึงอ่ะนะ"


    "เจ้าจะรับหรือไม่?"



    "มันคืออะไร?"



    "เจ้าจะรับหรือไม่ล่ะ?"



    "เจ้าก็ต้องอธิบายมาก่อนสิว่ามันคืออะไร?!"



    "ก็ข้าขี้เกียจอธิบายหนิ~"


    "รีบๆตอบมาซะก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ!"



    "ตกลง"



    ร่างของหญิงสาวได้พุ่งตัวเข้าไปหาร่างของเอลิออสอย่างรวดเร็วและริมฝีปากของนางก็ได้ประกบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวหญิงสาวรีบใช้ลิ้นตวัดกันไปมาอย่างเมามันส์ในขณะที่หญิงสาวกำลังจูบอย่างดูดดื่มอยู่นั้นเอลิออสก็ได้สติกลับคืนมาแล้วก็รีบผลักตัวของนางออกไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตนเองจะทำอะไรที่มันเกินเลยไปมากกว่านี้นั้นเอง




    "เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร?!"


    เอลิออสถามขึ้นด้วยความไม่พอใจ



    "อย่าได้เข้าใจผิดไปล่ะ"


    "ข้าไม่ได้ทำเพราะหลงเสน่ห์ของเจ้าสักหน่อย"


    "มันเป็นพิษชนิดนึงที่ร้ายแรงแม้แต่สัตว์อสูรที่ดุร้ายเมื่อได้พบกับพิษนี้เข้าไปมันก็ตายหมดทุกราย"


    "ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น"



    "เจ้าจะทำไปเพื่ออะไร?"



    "เพื่อที่ว่าถ้าเจ้าตายไม่ข้าก็อลิซนั้นแหละที่จะเป็นคนเข้ารับตำแหน่งนั้นแทนเจ้ายังไงล่ะ~"


    "แต่ยังไงๆเจ้าก็คงต้องตายอยู่แล้วล่ะนะเพราะไม่มีใครที่จะสามารถถอนพิษนี้ได้ยกเว้นข้าเพียงผู้เดียว"



    "ถึงข้าจะรู้เหตุผลของเจ้าอยู่บ้างแต่ว่าเจ้าจำเป็นที่จะต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยงั้นรึ?"

    "

    ได้ยินมาว่าคนพวกนั้นก็ได้ถูกเจ้าสังหารไปหมดแล้วนี่? แล้วพวกเจ้ายังต้องการอะไรอีก?!"



    "แล้วการที่คนพวกนั้นกระทำผิดที่ชั่วช้าขนาดนั้นแต่องค์ราชาเพียงลงโทษพวกมันแค่นั้นอ่ะนะ?"


    "พวกมันสมควรตายตั้งแต่ ณ ตอนนั้นซะอีก!"



    "ผู้ที่เป็นถึงองค์ราชาย่อมไม่สามารถไปตัดสิน
    ความเป็นความตายของผู้คนได้หรอกเพราะองค์ราชาเองก็ปกครองคนพวกนั้นด้วยการรับใช้ประชาชนจนแทบจะทั้งชีวิตของตนเอง"


    "แล้วจะให้พระองค์ไปตัดสินความเป็นความตายของประชาชนของพระองค์เองได้อย่างไรกัน?"


    "ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะกระทำผิดจริงก็เถอะแต่องค์ราชาก็ได้ตัดสินลงโทษด้วยการปลดตำแหน่งและยึดทรัพย์สินเงินทองของคนพวกนั้นมาทั้งหมดทั้งสิ้นแล้วโดยที่พระองค์ทำแบบนั้นโดยที่เป็นคำสั่งส่วนตัวเพราะคนพวกนั้นไม่เหลือร่องรอยให้ดำเนินคดีได้เลยแต่องค์ราชาก็ยังอุตส่าห์ทำแบบนั้นเพื่อพวกเจ้าโดยที่การกระทำขององค์ราชาในครั้งนั้นผู้คนที่ได้ยินเรื่องนี้นับว่าองค์ราชาทรงไม่ยุติธรรมเป็นอย่างมากแต่องค์ราชาก็ไม่ได้ว่าอะไร"

    "ในตอนนั้นพระองค์แทบจะต้องลงจากตำแหน่งองค์ราชาซะแล้วด้วยซ้ำไป"



    "ข.ข้าไม่เห็นรู้เรื่องพวกนั้นเลย"




    อั๊กก--



    เอลิออสสำลักเลือดออกมาเพราะพิษได้แล่นเข้าสู้ร่างกายอย่างสมบูรณ์แล้วนั้นเอง



    "ข้าจะรีบถอนพิษให้!"


    หญิงสาวรีบพุ่งตัวไปหาเอลิออสทันทีเพราะจะรับถอนพิษให้เขาเพราะนางเป็นคนเดียวที่สามารถถอนพิษๆนี้ได้แต่ถ้าไม่ทันการล่ะก็

    เขาคงจะตายอย่างแน่นอน



    "ไม่!"


    เอลิออสพยายามพูดขึ้นพร้อมกับเดินหนีนาง



    "เจ้าอยากตายหรือยังไง?!"



    "เอาอย่างนี้เป็นไง?"


    "ถ้าข้าสามารถถอนพิษนี้ด้วยตนเองหรือว่าข้าสามารถทนฤทธิ์ของพิษๆนี้ได้ในวันพรุ่งนี้ข้าก็

    จะรับตำแหน่งองค์ราชาโดยที่พวกเจ้าไม่เข้ามาคัดค้านและพวกเจ้าก็ต้องมาเป็นลูกน้องของข้า!"



    "ชิ! จะตายแล้วยังไม่เจียมอีก



    "ฟังก่อนสิ!"


    "แต่ถ้าข้าเกินทนไม่ไหวแล้วตายขึ้นมาพวกเจ้าก็สามารถไปขึ้นรับตำแหน่งในวันพรุ่งนี้ได้เลย"



    "หึ! ไม่เลว"


    "ถึงเจ้าจะตายไปข้าก็ไม่รู้สึกผิดหรอกนะ"





    การที่เอลิออสได้ยื่นข้อเสนอแบบนี้ให้นางไม่ใช่ว่าเขาจะทำเท่อะไรหรอกนะแต่ใครมันจะไปทนไหวกับรสจูบอันเร่าร้อนของนางได้กันล่ะ?!


    'เลือกทางไหนก็มีตายกับตายนั่นแหละ!'



    "เจอกันพรุ่งนี้ล่ะกัน"


    "แต่ไม่น่าจะได้เจอนะเพราะว่าตอนนั้นเจ้าก็คงจะตายไปแล้ว~"







    "เป็นยังไงบ้างเพคะ?"


    เลวีนถามขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นเอลิออสเดินออกมาจากห้องที่เขาเข้าไปนานมากได้สักที



    "เรียบร้อยแล้ว"



    "แต่ว่าทำไมสีหน้าของท่านถึงได้ซีดนักล่ะ?!"


    มาร์ธ่าถามขึ้นด้วยความตกใจ



    "ไม่มีอะไร รีบเดินทางกลับกันเถอะ"







    "เจ้านั้นมันยื่นข้อเสนอแบบนี้จริงๆอ่ะนะ?"


    "นี่มันโง่จริงหรือแกล้งโง่เนี่ย? ฮ่าๆ"


    "ดูท่าทางพรุ่งนี้ข้าจะได้ขึ้นไปรับตำแหน่งอันยิ่งใหญ่อย่างสบายๆแล้วสิ~"



    'ว่าแต่ทำไมเขาถึงได้ดูมั่นใจแบบนั้นกันนะ?'


    "เจ้าอย่ามามั่วหน่า!"


    "ข้าเป็นคนคุยเจรจากับหมอนั่นก็ต้องเป็นข้าสิที่จะได้ขึ้นรับตำแหน่งนั้นน่ะ!"



    "ใครจะไปยอม?!"



    "เจ้าไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้?"


    "หรือว่าจะสู้กันอีกสักตั้งอย่างนั้นรึ?"



    "แน่นอน! สู้กันให้รู้ไปเลยว่าใครกันแน่ที่เหนือกว่า"



    ในขณะที่พี่น้องทั้งสองกำลังทะเลาะกันอยู่นั้น...


    "เถียงกันเรื่องใครจะขึ้นไปรับอีกแล้วงั้นเหรอ?"


    "เดี๋ยวข้าไปเป็นให้เองก็ได้นะ~"


    "พีช!"


    ทั้งสองคนพูดขึ้นมาอย่างพร้อมๆกัน












    "ถึงแล้วเพคะ!"


    คนควบคุมรถม้าตะโกนบอกขึ้น



    "ท่านเอลิออส! ไหวไหมเพคะ?"


    "ว่าแต่ท่านไปโดนอะไรทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้ล่ะ?!"


    เลวีนถามขึ้นในขณะที่เอลิออสกำลังนอนหมดสติอยู่บนตักของนางอยู่มาตลอดทางเลย



    "ไม่จริงหน่า!"


    "อย่าบอกนะว่าองค์รัชทายาทจะโดนพิษของท่านอลิซาเบธหัวหน้ากลุ่มหงส์ดำอย่างนั้นเหรอ?!"


    "คนที่โดนพิษนี้นอกจากตัวนางเองก็ไม่เคยมีคนอื่นเลยที่จะสามารถถอนพิษนี้ได้แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นองค์รัชทายาทก็คงจะไม่รอดแล้วเพคะ.."



    "รีบไปเรียกหมอมาสิ!"


    คล้ายกับเรื่องเทพแห่งความตาย ที่คุณอ่าน