ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 45 | อันตรายที่กำลังคืบคลาน
"ย๊า!!!!" กินรีสาวที่ถือดาบอยู่ในมือสองเล่ม พุ่งเข้ามาหาทัพพร้อมกับกระโดดขึ้น แล้วฟาดคมดาบทั้งสองเล่มนั้นลงมาที่ทัพเต็มแรง เคล้ง!!!!! ซึ่งเขาก็ยกดาบของตัวเองขึ้นมารับคมดาบนั้นเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
"น้องต้องเร็วกว่านี้อีกนารี ถ้าช้าแบบนี้น้องโดนโจมตีตั้งแต่ลอยตัวอยู่กลางอากาศแล้ว" ทัพที่รับคมดาบของนางได้อย่างง่ายดายก็พูดขึ้น ก่อนที่จะใช้คมดาบเล่มนั้น ผลักตัวนางออกไป สวบ!!! แล้วตวัดดาบในมืออีกข้าง ฟาดฟันเข้าไปที่สีข้างของนาง เคล้ง!!!! ซึ่งนางก็ยกดาบขึ้นมารับเอาไว้ได้ทัน ถึงแม้ว่าจะทุลักทุเลมากก็ตาม
เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้วที่กินรีสาวได้มาอยู่ที่เรือนของทัพ และได้กลายเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งในเรือนหลังนี้ในฐานะเมียของเขา ซึ่งนางก็ถูกทัพจับฝึกดาบอย่างเอาเป็นเอาตายตลอดทั้งสองสัปดาห์นั้น เพราะว่านางนั้นอยากแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ นางไม่อยากเห็นพวกพ้องต้องตายโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว และต่อจากนี้นางจะต้องออกเดินทางไปเพื่อตามหาหัวใจแห่งป่าด้วย ถ้ายังไม่แข็งแกร่งขึ้น หนทางมันต้องยากลำบากมากแน่ๆ
"ย๊า!!!!!" กินรีสาวที่รับคมดาบของทัพได้ ก็ง้างดาบที่ถืออีกอีกมือโจมตีทัพกลับไปบ้าง สวบ!!! ซึ่งทัพก็หลบมันได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ยกขาขึ้นมาถีบไปที่กลางหน้าท้องของนาง ตุบ!!!!! พาเอาร่างบางนั้นไถลถอยหลังไปตามแรงถีบ จึก!!! นางเลยต้องเอาใบดาบปักลงไปที่พื้น เพื่อหยุดแรงไถลนั้น
"ธนูวิญญาณ" จากนั้นนางก็เรียกอาวุธคู่กายขึ้นมา พร้อมกับชี้มือไปทางทัพ พอพูดจบธนูแสงสีเขียวอ่อนก็ปรากฏขึ้นมาที่มือข้างนั้นของนาง "ย๊า!!!!" จากนั้นนางก็เหนี่ยวสาวธนูเข้ามาหาตัวเอง ลูกศรวิญญาณสีฟ้าอ่อนจึงปรากฏขึ้นมา ตึง!!!! จากนั้นนางก็ปล่อยสายธนูออก ลูกศรสีฟ้าอ่อนนั้นจึงพุ่งตรงไปหาทัพด้วยความเร็วสูง ซึ่งอาวุธที่นางถนัดที่สุดก็คือธนูนั่นเอง แต่ที่นางให้ทัพสอดวิชาดาบให้ ก็เพราะว่าต้องการจะปิดจุดอ่อนในการต่อสู้ระยะประชิดของตัวเอง
"ย๊า!!!!" ทัพที่เห็นว่าลูกศรพุ่งเข้ามาตัวเองด้วยความเร็วสูงแบบนั้น ก็จับดาบฟันลงไปที่กลางลูกศรนั้นเต็มแรง สวบ!!!!!! และด้วยแรงปะทะนั้นลูกศรวิญญาณที่พุ่งตรงมาก็เลยถูกตัดครึ่ง สวบ สวบ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าไปเสียบต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังของทัพ ก่อนที่สลายหายไป
"สองคนนั้นเขาฝึกกันดุเดือดจริงๆ เลยนะพี่บุษบา" คำแก้วที่ยืนมองทั้งคู่อยู่บนเรือนพูดขึ้น โดยที่ไม่ละสายตาออกมาจากทัพและนารีที่ฝึกกันอยู่ที่ลานหลังเรือนเลย
"สงสัยต้องเตรียมอาหารเยอะเลยวันนี้ ดูท่าแล้วคงเหนื่อยกันน่าดู" บุษบาที่ยืนดูอยู่ข้างๆ คำแก้วตอบนางกลับไป พร้อมกับมองทั้งสองคนฝึกซ้อมกันไปด้วย ซึ่งในใจของนางนั้นก็เป็นห่วงทัพเป็นอย่างมาก เพราะนางรู้ว่าทัพต้องช่วยคำแก้วตามหาหัวใจแห่งป่าแน่ๆ ถึงนางจะรู้ว่าทัพแข็งแกร่ง แต่ว่าศัตรูในรอบนี้นั้นแตกต่างออกไป เพราะว่าเขานั้นต้องต่อสู้กับสัตว์วิเศษจากพิภพหิมพานต์
"ดูเหมือนพลังเวทย์ของน้องจะแข็งแกร่งขึ้นนะนารี" ทัพพูดหลังจากที่ตัดลูกศรของนางขาดแล้ว เพราะแรงปะทะในครั้งนี้มันมากกว่าครั้งก่อนๆ เป็นอย่างมาก และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าพลังของนางนั้นเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาจนเกือบจะกลายเป็นปกติแล้ว
"แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี" กินรีสาวตอบ พร้อมกับง้างคันธนูอีกครั้ง "ย๊า!!!!!" จากนั้นนางก็รัวยิงใส่ทัพด้วยความเร็วสูง พลั่บ!!!! ทัพที่เห็นแบบนั้น ก็รีบวิ่งเป็นวงกลมรอบตัวนาง เพื่อหนีจากคมลูกศรเหล่านั้น นางเองก็หันตัวยิ่งตามทิศทางที่ทัพวิ่งหนีไป สวบ สวบ สวบ ทำเอาลูกศรเวทย์ปักลงไปที่พื้นตามทางที่เขาวิ่งอยู่
"ย๊า!!!!" จนสุดท้ายทัพก็เข้ามาประชิดตัวกินรีสาวได้ เขาก็เลยง้างคมดาบใส่นาง พลั่บ!!! แต่ทว่านางกลับกลางปีกคือสวยที่แผ่นหลังขึ้นมา แล้วใช้ปีกคู่สวยนั้นรับคมดาบของทัพ เคล้ง!!!!!! ซึ่งปีกของนางก็ถูกเคลือบด้วยพลังเวทย์ ทำให้คมดาบของทัพไม่สามารถทำอันตรายอะไรนางได้เลย
"ลูกศรฝนดาวตก" ส่วนนางก็แหงนหน้ายิ่งลูกศรขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งในจังหวะที่ลูกศรตกกลับลงมานั้น มันก็ได้เคลื่อนตัวผ่านวงแหวนเวทย์ แล้วตกลงมาเป็นผ่าฝนของลูกศรแทน ซึ่งจำนวนของลูกศรมันก็มีเป็นร้อยอันเลย
"ดาบธนูมือ!!!!" ทัพที่เห็นแบบนั้นก็เลยใส่อาคมของหมัดธนูมือลงไปที่ดาบ แล้วฟาดฟันมันตรงขึ้นไปหาลูกศรนับร้อยนั้น ตู้ม!!!!! แรงอัดอากาศที่ถูกฟาดฟันขึ้นไปเป็นรูปดาบก็ปะทะเข้ากับลูกศรนั้นร้อยนั้นอย่างจัง จนเกิดแรงปะทะเป็นลมกระโชกพัดไปทั่วทั้งเรือนของทัพ
"ฮ่าส์ ฮ่าส์" กินรีสาวที่ตอนนี้เก็บปีกคู่สวยกลับไปแล้ว ก็ทิ้งร่างบางลงไปนั่งอยู่ที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง พลางหายใจหอบและมองหน้าทัพไปด้วย "น้องเอาชนะพี่ไม่ได้จริงๆ ฮ่าส์ ฮ่าส์" ซึ่งนางในตอนนี้นั้นก็ไม่พลังเวทย์เหลือพอที่จะต่อสู้กับเขาอีกแล้ว
"กำลังสนุกเลย พลังเวทย์หมดซะแล้วหรอ" ทัพที่เห็นว่าร่างบางเหนื่อยล้าขนาดนั้น ก็ย่อตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้นตรงหน้านางบ้าง เพราะเขาเองก็อยากพักเหนื่อยเหมือนกัน
"ดูเหมือนว่าพอมาอยู่ที่พิภพของมนุษย์แล้ว ร่างกายจะฟื้นฟูพลังเวทย์ในน้อยลง จะรวบรวมพลังเวทย์จากในธรรมชาติก็แทบทำไม่ได้เลย เพราะละอองพลังเวทย์ในพิภพมนุษย์นั้นเบาบางเป็นอย่างมาก" นารีพูดพลางยกฝ่ามือเรียวบางขึ้นมารวบรวมพลังเวทย์ในธรรมชาติให้ทัพดู ซึ่งมันก็เบาบางมากซะจนทัพแทบจะมองไม่เห็นละอองสีฟ้าบนฝ่ามือนางเลย
"งั้นเรานั่งกันก่อน อีกสักพักค่อยขึ้นเรือนก็แล้วกัน วันนี้อากาศกำลังดีเลย" ทัพพูดพลางเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
"พี่บุษบานางเป็นมักกะลีผลจริงๆ หรือเจ้าคะพี่ทัพ" กินรีสาวถามพลางหันใบหน้าสวยมองตรงไปยังบุษบาที่นั่งทำอาหารอยู่บนเรือนกับคำแก้ว ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็หันไปมองบุษบาบ้าง
"ใช่ นางเป็นมักกะลีผล" แล้วตอบนางโดยที่สายตายังจ้องมองไปยังบุษบาอยู่ จากนั้นเขาก็หันหน้ากลับมามองหน้านางอีกครั้ง "ทำไมรึ" แล้วถามนางกลับไปบ้าง กินรีสาวที่ได้ฟังแบบนั้นก็หันหน้ากลับมามองเขา
"ปกติแล้วมักกะลีผลเป็นสัตว์วิเศษที่มีอายุสั้นมาก ขนาดในพิภพหิมพานต์เอง ยังมีชีวิตอยู่ที่ประมาณ 7-14 วันเท่านั้น แต่นี่นางกลับมีอายุขัยที่ยาวนานกว่าปีเศษ แถมพี่ยังบอกว่าเจอผลของนางที่พิภพมนุษย์อีก น้องก็เลยแปลกใจที่นางมีอายุยาวนานได้ขนาดนี้" กินรีสาวตอบพลางทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย
"อาจเป็นเพราะพี่ใช้อาคมสะกดมนตร์มักกะลีของนางไว้ก็ได้ นางถึงได้มีอายุยืนยาวแบบนี้" ทัพตอบพลางทำสีหน้าเคร่งเครียดไปด้วย เพราะเขาเองก็รู้ดีว่ามักกะลีผลนั้นมีอายุขัยที่สั้น ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลย
"เรื่องนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะว่ามนตร์เสน่หาที่มักกะลีปล่อยออกมานั้น มันจะมอดไหม้วิญญาณของตัวเองไปด้วย แต่เรื่องที่น้องสงสัยเป็นเรื่องที่พี่พบผลของนางที่พิภพมนุษย์มากกว่า"
"ทำไมรึ หรือว่าเจอผลของนางที่พิภพมนุษย์จะเป็นเรื่องที่แปลก" ทัพที่ได้ฟังนางพูดแบบนั้น ก็ถามขึ้นมาทันที
"โดยธรรมชาติแล้ว สัตว์วิเศษในพิภพหิมพานต์จะถือกำเนิดได้แค่ในพิภพหิมพานต์เท่านั้น ถึงจะมีตำนานเรื่องสัตว์วิเศษพลัดถิ่นที่ไปถือกำเนิดนอกพิภพหิมพานต์อยู่บ้าง แต่มันก็เป็นแค่ตำนานเท่านั้น เพราะไม่มีเคยพบเห็นสัตว์วิเศษพลัดที่ถือกำเนิดนอกพิภพหิมพานต์ตัวเป็นๆ เลย" กินรีสาวตอบพลางทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย และนางก็ดูเหมือนว่าจะคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง ก็เลยหันหน้าไปมองทัพแล้วรีบพูดขึ้นอย่างรีบร้อน
"พี่ช่วยคลาย....." โคร่ม!!!! แต่ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะพูดนั้น พื้นดินทั่วบริเวณนั้นกลับเกิดสั่นสะเทือนขึ้นมา ทั้งต้นไม้ ทั้งเรือนของทัพมันสั่นไหวตามพื้นดินไปหมด จนเขาต้องขยับตัวเข้าไปสวมกอดกินรีสาวเอาไว้ เพราะแรงสั่นสะเทือนนั้นมันแรงมาก ส่วนสองสาวที่อยู่บนเรือนก็กับเสาเรือนเอาไว้แน่นเช่นเดียวกัน และแรงสั่นสะเทือนนั้นก็ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก พร้อมกับพื้นดินตรงหน้าทัพที่ค่อยๆ แยกออกจากกัน และใครบางคนที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกนั้น
โปรดติดตามตอนต่อไป