“ท่านลุงซีหวงของเ้าเล่ห์เหลี่ยมมากนัก การไปมาหาสู่ของพวกเขาย่อมเกี่ยวข้องกับเื่เงินๆทองๆ พวกเรามิอาจวางใจได้จริงๆ แต่เผยจิ้งเป็พ่อตาของเ้า บุตรสาวของเขาก็กำลังตั้งครรภ์หลานของสกุลเผยอยู่ เขาจะคิดร้ายกับเ้าได้เชียวหรือ? ใต้เท้าเผยอาจจะหวังดีกับเ้าด้วยใจจริงเพราะเป็ห่วงหลานในครรภ์ก็เป็ได้ เราอาจจะคิดมากเกินไปนะเ้าใหญ่”
“ข้าก็คิดเื่นี้ไม่ตกเช่นกันท่านพ่อ ทางหนึ่งก็ท่านลุง ทางหนึ่งก็พ่อตา ข้างหลังยังมีหลั่นหลิงที่ข้าไม่อยากให้นางต้องมากังวลด้วย หากนางรู้เข้าก็จะเป็ว่าสามีกับบิดามีความขัดแย้งกันเอง นางเป็คนอ่อนไหวง่ายซ้ำยังตั้งครรภ์อยู่ ข้าไม่อยากให้นางต้องคิดมาก”
“ระหว่างนี้เ้าก็เพียรไปหาใต้เท้าเผยต่อไป หากเขาเห็นว่าบุตรสาวของเขาสบายดี เขาก็อาจจะมอบหมายงานกลับคืนมาในมือของเ้าดังเดิม หรืออดทนรอจนสะใภ้ใหญ่คลอดบุตรมาอย่างปลอดภัย ใต้เท้าเผยก็จะไม่มีข้ออ้างในการยึดงานของเ้าไปแล้ว"
“ข้าก็คงทำได้ตามเท่าที่ท่านพ่อกล่าวแล้ว หากข้าโวยวายฟ้องร้องขึ้นมาก็จะกลายเป็หักหน้ากันไปทุกฝ่าย หวังว่าหลังจากหลิงเอ๋อร์คลอดแล้วสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปก็แล้วกัน” ชายหนุ่มจบประโยคอย่างไม่มั่นใจเท่าใดนัก
“เ้ารีบกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด ดูลูกสะใภ้ให้ดีอย่าให้นางต้องกระทบกระเทือนใจจะอันตรายไปถึงเด็กในท้องเอาได้"
“เข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ ลูกขอตัวก่อน”
เซียวหยุนมองส่งบุตรชายที่เดินออกจากห้องหนังสือไปพร้อมกับปิดประตูให้เขาเรียบร้อย ร่างผอมของบุรุษวัยกลางคนค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อย่างช้าๆ ใบหน้าเคร่งเครียด ั้แ่บุตรชายคนโตเข้ารับราชการเป็ขุนนางมา แม้ว่าเขาจะภาคภูมิใจแต่กลับไม่มีสักวันที่สามารถข่มตานอนให้หลับสนิทลงได้เลย
ความวิตกกังวลคล้ายกับเป็สัญชาตญาณพิเศษที่คอยกระตุ้นเตือนเขาอยู่ตลอด ให้เขาพะวงเกี่ยวกับการลงทุนของสกุลผิงเื่การติดสินบนให้เซียวซ่านได้รับหน้าที่นี้ เขารู้ดีว่าเซียวซ่านเป็คนปากหนัก หากไม่เหลืออดจริงๆ แล้วบุตรชายคงจะไม่กล่าวอันใดออกมาให้ผู้อื่นไม่สบายใจ ครั้งนี้เผยจิ้งและผิงซีหวงต้องมีพิรุธมากพอให้เซียวซ่านจับความน่าสงสัยได้
“ท่านพ่อ ข้ารับปากท่านก่อนจะมาเมืองหลวงว่าจะตอบแทนบุญคุณคนสกุลผิงจนถึงที่สุด ข้ายังคงซื่อสัตย์และภักดีอยู่เสมอมา แต่ยามนี้ลูกขอคืนคำนะขอรับท่านพ่อ ข้ายินดีจะตอบแทนบุญคุณและภักดีต่อนายท่านผู้เฒ่าผิงเก่อแต่เพียงผู้เดียว กลับหมู่บ้านผูหลงคราวหน้าข้าจะไปรับผิดต่อหน้าท่านเองขอรับ” เซียวหยุนคุกเข่าลงและโขกศีรษะลงบนพื้นแรงๆ 3 ครั้ง เป็การขอโทษเซียวอวี๋ผู้เป็บิดาที่ยังอยู่ที่เมืองเป่ยเจิ้ง
ร้านเครื่องเขียนของสกุลเซียว
“หลานคำนับท่านอาเ้าค่ะ” ผิงจินเยว่ยอบกายน้อมทักทายเซียวหยุนด้วยกิริยางดงามเป็อย่างยิ่ง
“เยว่เอ๋อร์ เ้ามาหาอาซ่งหรือ? เขาไม่อยู่หรอก”
“ท่านอา ข้าไม่พบพี่ซ่งหลายเดือนแล้วนะเ้าคะ เขาจงใจหลบหน้าข้าใช่หรือไม่” หญิงสาวฟ้องความเสียงสั่นเครือ นางรู้ดีว่าวิธีใดจะเรียกความน่าสงสารจากท่านอาเซียวหยุนของนางได้
“เด็กดี พี่ชายเ้าธุระมากเหลือเกิน แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่มีโอกาสล่วงรู้ว่าเขาไปทำอันใดบ้างในแต่ละวัน เ้าอย่าน้อยใจไป ไม่ใช่ว่าพี่ชายเซียวซ่งยามเมื่ออยู่ในเมืองหลวงก็ดีต่อเ้าเสมอมามิใช่หรือ จะหลบหน้าเ้าไปด้วยสาเหตุใดกันเล่า”
“ท่านอาอีกไม่กี่เดือนข้าก็จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้วนะเ้าคะ พี่ซ่งยังไม่มาหาข้าเพื่อบอกกล่าวอันใดเลยสักคำ เขาอายุ 19 ปีแล้วสมควรคิดเื่คู่ครองได้แล้วกระมัง หรือที่หายหน้าไปเป็เพราะเขามีสตรีที่เขาหมายปองอยู่นอกเมืองหลวง ท่านอาต้องจัดการให้ข้านะเ้าคะ”
เซียวหยุนได้ยินคำกล่าวของหลานสาวที่ตนเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยแล้วก็ได้แต่อึ้งไป นางกล่าวเื่ออกเรือนของเซียวซ่ง โดยนัยว่าคู่ครองของบุตรชายคนเล็กสมควรจะเป็นางได้อย่างเต็มปากหน้าไม่แดงเลยสักนิด นายท่านผู้เฒ่าผิงแม้จะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชมชอบเซียวซ่งและเปิดทางให้เขากับผิงจินเยว่ได้พบเจอกันอยู่เสมอ แต่เมื่อใดกันที่เื่การออกเรือนของชายหญิงจะออกมาจากปากของคนรุ่นหลังก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน ยังไม่ต้องนับว่าหญิงสาวยังเป็เพียงสตรีที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ
“เยว่เอ๋อร์ เ้าเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือน อย่าได้กล่าวคำเหล่านี้ออกมาโดยง่ายนัก ผู้อื่นฟังแล้วจะไม่งาม” เซียวหยุนปราม
“ท่านอา ข้าก็แค่กล่าวตามที่ข้าคิดเท่านั้น หากท่านอาไม่ช่วยออกหน้าแทนหลาน เช่นนั้นข้าก็จะไปหาอาหญิงฉิงยี่นะเ้าค่ะ ข้าพึงใจพี่ซ่งท่านอาก็รู้เหตุใดจึงไม่คิดสืบความให้ข้าเสียหน่อย หากเขาไปเก็บเอาสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าจากที่ใดมา สกุลเซียวจะไม่อับอายหรืออย่างไร”
“เพ่ย!! เ้าถึงกับกล้าข่มขู่ข้าแล้วรึหลานสาว ข้าเห็นแก่ว่าเ้าเป็บุตรหลานสกุลผิงจึงได้ไว้หน้าเ้าอยู่หลายส่่วน สิ่งที่เ้าทำมาตลอดหลายเดือนมานี้จึงมิเคยตำหนิเลยสักคำ ระยะนี้ข้ายังไม่อนุญาตให้เ้าเข้าไปก่อความวุ่นวายอันใดในจวนสกุลเซียว รอให้พี่ชายเ้ากลับมาเมื่อใดค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน เชิญเถิดหลานสาว” เซียวหยุนกล่าวเสียงแข็งสีหน้าจริงจังพยายามข่มกลั้นอารมณ์โกรธไว้เต็มที่
“ท่านอา!! ท่านไล่ข้าหรือเ้าคะ ข้าจะไปฟ้องท่านปู่”
“ไปเสียเถิดคุณหนูผิง” เซียวหยุนยังคงยืนกรานคำเดิม
ชุ่ยอิงเห็นว่านายท่านสกุลเซียวโกรธจัดแล้วจริงๆ นางไม่เคยเห็นคนสกุลเซียวใช้น้ำเสียงและสีหน้าเช่นนี้กับคุณหนูของนางเลยสักครั้ง จึงรีบดึงมือของนายสาวของตนเอาไว้
“คุณหนู ท่านอย่ารบกวนนายท่านเลยเ้าค่ะ นายท่านเป็บิดาของคุณชายรองนะเ้าคะ คุณหนูอย่าลืม” ชุ่ยอิงรีบเตือนอย่างร้อนรน
“ท่านอา ไม่ว่าท่านจะพอใจหรือไม่พอใจ ในที่สุดข้าก็จะเป็ลูกสะใภ้ท่าน ท่านคอยดูเถิด!!” หญิงสาวสะบัดมือของชุ่ยอิงออก หันมาตวาดเสียงสูงใส่ผู้สูงวัยอย่างไม่น่ามอง
เซียวหยุนโกรธจนหน้าแดง คอแดง ไม่มองนางแม้แต่นิดหันหลังกลับไปเข้าไปนั่งที่เก้าอี้โดยไม่สนใจที่จะต่อความกับหญิงสาวอีก
ผิงจินเยว่เห็นเขาไม่ใส่ใจก็ยิ่งรู้สึกไม่ได้ดังใจ จึงหันไปตบหน้าสาวใช้อีกสองคนที่ติดตามมาด้วยจนล้มลงไปอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ ต่อหน้าต่อตาคนงานและชาวบ้านที่กำลังเลือกซื้อสินค้าภายในร้านอย่างไม่เกรงใจผู้ใด แล้วจึงยอมให้ชุ่ยอิงหญิงรับใช้คนสนิทประคองมือเดินออกจากร้านไปขึ้นรถม้า โดยปล่อยให้สาวใช้อีกสองคนที่รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งร่ำไห้ตามรถม้ากลับจวนสกุลผิงไปอย่างน่าเวทนา
เซียวหยุนยกมือขึ้นกุมอกหอบหายใจเข้าออกแรงๆ อย่างโมโหเต็มที่ ระยะหลังมานี้ผิงจินเยว่ยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน นางเข้ามาก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของเซียวซ่งอย่างถือวิสาสะหลายเื่ แม้แต่สาวใช้ซักล้างที่ประจำอยู่ที่เรือนของบุตรชายคนเล็กนางก็สลับสับเปลี่ยน บ่าวรับใช้สตรีที่มีอยู่ไม่กี่คนภายในเรือนนางก็แบ่งแยกกำหนดขอบเขตไม่ให้ผู้ใดเข้าไปใกล้เรือนบุตรชาย
สิ่งที่ร้ายที่สุดก็คือเซียวซ่งไม่เคยออกปากตำหนินางเลยสักครั้ง ยิ่งเป็เช่นนั้นผิงจินเยว่ก็ยิ่งได้ใจ บางครั้งถึงกับลงไม้ลงมือกับบ่าวรับใช้ในจวนสกุลเซียวอย่างไม่เกรงใจนายท่านอย่างเขาและฉิงฮูหยินเลยแม้แต่น้อย ยามนี้นางถึงกับขวัญกล้าออกมาอาละวาดถึงที่ร้านค้าสกุลเซียวอย่างไม่กลัวสายตาและคำซุบซิบนินทาของผู้อื่น สตรีเช่นนี้เขาจะรับไว้เป็สะใภ้ได้เช่นไร ทุกวันนี้ที่นางเข้าออกสกุลเซียวอย่างเปิดเผยทั้งยังป่าวประกาศไปทั่วว่านางจะเป็สะใภ้รองสกุลเซียวในอนาคตก็ถูกผู้อื่นเหยียดหยามจนเสื่อมเสียชื่อเสียงไปไม่รู้เท่าใดแล้ว