ณ เมืองลี่เจียง แถบยูนนาน
กลุ่มคนกำลังทะเลาะกันกลางตลาด
“ข้าบอกให้เ้ามาส่งของั้แ่ตอนเช้าทำไมมาเอาป่านนี้ นี่มันจะค่ำแล้ว”
“ข้าก็ออกจากบ้านั้แ่ไก่โห่ไม่รู้ทำไมแป๊บเดียวมันค่ำเร็วอย่างนี้ ข้าไม่ได้โกหกจริง ๆ นะ”
ในจวนเ้าเมืองก็เกิดความวุ่นวาย
ขุนศึก “ข้าน้อยแจ้งมาว่าขอให้ส่งเสบียงไปช่วยกองทัพ เหตุไรจึงล่าช้านัก”
เ้าเมือง “ข้าก็ให้ขนส่งไปแล้วั้แ่เดือนที่แล้ว ยังไปไม่ถึงอีกเหรอ”
ขุนศึก “ นี่ล่วงไปสามเดือนแล้วนะครับไม่ใช่เดือนเดียว”
เ้าเมือง “ อะไรกัน ทำไมวันเวลามันยุ่งเหยิงเช่นนี้”
อสูรตนหนึ่งยืนดูบนหลังคาจวนนั้น ก็หัวเราะชอบใจ
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจกาลเวลาคดเคี้ยว (扭曲時魔)
พลังพิเศษ:ไม่ได้ย้อนเวลา แต่บิดเบือนการรับรู้ของเวลา ทำให้เวลาเดินเร็วขึ้น ช้าลงหรือแม้แต่หยุดนิ่งในบางพื้นที่ ส่งผลต่อจังหวะการต่อสู้และการวางแผนของเทพเซียน
จุดอ่อน:พลังที่มาจากธรรมชาติที่แท้จริง หรือการรวมพลังเพื่อสร้างมิติเวลาที่คงที่
จือชางได้รับรายงานก็รีบรุดไปจุดเกิดเหตุ
เมื่อไปถึงเมืองก็เห็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดมากมาย
นกบินอย่างเชื่องช้าในอากาศ
เรือที่ปกติแล่นช้าในลำธาร กลับเคลื่อนที่รวดเร็วปานติดเครื่อง
หอยทากวิ่งเร็วกว่าแมว
ฝนตกสลับแดดออกภายในเวลาไม่ถึงนาทีติดต่อกันทั้งวัน
“นี่มันฝีมือปีศาจตนใดอีกล่ะ”
ขณะจือชางกำลังงุนงงกับสิ่งที่พบ ก็ถูกปีศาจขังไว้ในมิติแห่งกับดักเวลาจิตญาณเทพเซียนหยุดนิ่ง
ราวตุ๊กตาถูกขังไว้ในฟองอากาศ
ขุนพลเทพ์ลอยเคว้งคว้างไปมาโดยควบคุมตนเองไม่ได้
“ฮ่าฮ่า ไอ้พวกเทพเซียนเ้าจะต้องตกเป็ทาสของท่านหมัวหวางทั้งหมด”
ปีศาจกระหยิ่มยิ้มย่อง
ในอีกมุมหนึ่งของเมืองหนานเฉิงจื่อ แคว้นหว่าน皖อันฮุย
มีแม่น้ำหวย ไหลผ่านที่ราบทุ่งนา มีทะเลสาบเฉาหูอันงดงาม
ท่ามกลางแวดล้อมของเทือกเขาต้าเป่ย
เซียวเยี่ยนหลงยังคงตกอยู่ใต้อำนาจสะกดของจอมมาร
บุกเข้าจวนเ้าเมือง ขู่กรรโชกท่ามกลางที่ประชุมขุนนาง
“เ้าใช่ไหม คือ เ้าเมืองชื่อ หวยยี่ รีบส่งมณีนักษัตรมะเส็ง มาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
“เ้าเป็ใคร ข้าไม่ให้ มีอะไรมั๊ย”
“ไม่ให้เหรอ งั้นลองดูนี่” จอมมารโลหิตม่วงก็ปล่อยพลังแสงสีดำจากฝ่ามือใส่ขุนนางคนหนึ่ง จนหัวของเขาะเิ เป็ภาพสยดสยองยิ่ง
เ้าเมืองใกลัวนัก ก็สั่งคนสนิทไปนำมณีมามอบให้จอมมารน้อย
เซียวเยี่ยนหลงหัวเราะชอบใจก่อนจะหายวับไปในม่านหมอกควันดำ
ณ เมืองหย่งเหนียน 永年城เขตแดนเหอเป่ย
ชาวบ้านที่กำลังนำของมาเซ่นไหว้เทพเ้าในศาลเ้าต้องอกสั่นขวัญหาย
เมื่อมีบุคคลแต่งกายคล้ายเทพเซียนกำลังใช้อาวุธทุบตีรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ
“ว๊าย พวกท่านทำอะไรกัน เป็เทพเซียนประสาอะไร มาทำลายสิ่งเคารพบูชาของชาวบ้านเช่นนี้”
“อย่างนี้ต่อไปเราคงไม่อาจนับถือเทพเ้าอีกต่อไปแล้ว”
“ใช่ เมื่อเช้าก็มีนักพรตตนหนึ่ง จู่ ๆก็มาหยิบผลไม้ในแผงของข้าไปกินโดยไม่ซื้อ ไม่ขอกันก่อน แบบนี้มันเข้าข่ายลักขโมยนะ”
“จริง เมื่อกี้ก็มีนักพรตมาลวนลามลูกสาวข้า เคราะห์ดีข้าไปเห็นเสียก่อน”
ขุนพลเซิ่งหมู่เจี้ยงจวินได้รับรายงานก็รีบพาเจียวถิงหนี่หวงอิ๊นลงไปตรวจตราได้พบเทพารักษ์ผู้รักษาเมืองให้การ
“ฝ่ายมาร สร้างสถานการณ์ให้สมุนปลอมตัวเป็เทพเซียน ไปกระทำการข่มเหงชาวบ้าน จนเสื่อมศรัทธา ไม่ไปศาลเ้าไม่เซ่นสังเวยบวงสรวงตั้งเครื่องบูชาอีกต่อไป”
“เช่นนี้ก็แย่น่ะสิ หากชาวบ้านหันไปนับถือมารปีศาจโลกคงวุ่นวายแน่” ชิงหลิงกล่าว
ยังพูดไม่ทันไร ก็มีชาวบ้านปาผลส้ม และไข่ไก่ใส่สองสาวเทพ์จนเนื้อตัวเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด
เจียวถิง “โอ๊ย ท่านป้า ทำอะไร มาปาใส่ข้าทำไม พวกข้ามาช่วยท่านนะ”
ป้าแม่ค้า : “ ไม่ต้องมาโกหก พวกเราไม่ไว้ใจเทพเซียนอีกต่อไปไปไกล ๆ “
ชาวบ้านเริ่มกรูกันเข้ามารุมล้อมมากขึ้นสองเทพนารีกับเทพารักษ์ก็รีบหายตัวออกจากที่นั้นก่อน
เมื่อหนีออกมาจากเมืองได้ เจียวถิงแนะชิงหลิง
“เราไปแจ้งให้เ้าแม่ซีหวางหมู่กับเ้าแม่จิ่วเทียนทราบกันเถิดเผื่อจะหาทางปราบปีศาจได้”
“ดีเหมือนกัน”
เมื่อไม่มีชุนฮวาเป็มารหัวใจแล้วแต่เจียวถิงยังมีชิงหลิง ผู้บังคับบัญชาของตนเองที่เป็อุปสรรค์เส้นทางความรัก
แต่กระนั้น ในหน้าที่ปฏิบัติ ทั้งสองยังคงต้องร่วมแรงร่วมใจปราบมารร้าย
ณ ตำหนักเ้าแม่สระทิพย์ เหนือเทือกเขาคุนหลุน
ชิงหลิง: “เสด็จแม่เพคะ ลูกเห็นว่าพี่จือชางหายไปนานผิดปกติจึงออกตามหา แต่ไม่พบ ทางเมืองหย่งเหนียนก็วุ่นวาย ผู้คนเลิกเคารพเทพเซียนเพราะมารปีศาจปลอมเป็เทพไปทำร้ายชาวบ้าน เราจะทำอย่างไรดีคะ”
ซีหวางหมู่ : “ แม่จะให้พระสนม เจียงลี่ซือ รวมพลังกันไปใช้เทพญาณส่องหาดูก่อน”
แล้วซีหวางหมู่ กับจิ่วเทียนเสวียนหนี่ก็นำชิงหลิงและเจียวถิงลงไปยังเมืองลี่เจียงเพื่อช่วยจือชาง
พระหัตถ์ขวาทรงกระบี่ พระหัตถ์ซ้ายทรงถือน้ำเต้า เ้าแม่จิ่วเทียนเสด็จไปบนหลังนกฟินิกส์ขนปีกหางสวยงามหลากสี
ด้วยโล่ยันต์โป๊ยก่วยแปดทิศที่ทำหน้าที่กระจกส่องิญญาเผยให้เห็นตำแหน่งของปีศาจเวลาคดเดี้ยว
เจียงลี่ซือร้องบอกไป๋ชิงซิน
“เ้าแม่หวางหมู่ มันอยู่นั่นไงรวมพลังแล้วกำจัดมันเลย”
สองเ้าแม่ก็รวมพลังเทพนารีชั้นสูงพุ่งเข้าใส่ปีศาจตนนั้นก็สลายไป
จือชางหลุดพ้นจากฟองปีศาจ
“ขอบพระคุณเ้าแม่ทั้งสอง ที่ช่วยชีวิตข้าพระองค์”
ขณะเดียวกันนั้นอีกฟากฝั่งของโลก
เง็กเซียนฮ่องเต้ไปประชุมสภา์สากลกับเทพเ้าของชนชาติต่างๆ ทั้งเมืองแถน ภารตะ อียิปต์ บาลิโลน อัสซีเรีย อิสราเอล อินคา มายา แอสเทค ณ ์เมืองแอตแลนตีส
“มติที่ประชุมเห็นชอบให้ลงโทษมวลมนุษย์ทั่วโลกที่ทำบาปเสื่อมศีลธรรม ไร้ความเมตตา ทรยศ คดโกง ...
ด้วยการบันดาลให้น้ำท่วมโลกนับแต่นี้ อีก 900 ปี ปิดประชุม”
ณ พระราชวังเทียนกง สรวง์แดนจงหยวน
เมื่อสองเ้าแม่ สองขุนพล กับหนึ่งนักรบหญิงกลับจากปราบปีศาจ จะเข้าพระตำหนัก แต่ถูกขัดขวางไว้โดยเทพทวารบาล
“พวกเ้าจะเข้าไปไม่ได้”
ซีหวางหมู่ “อะไรกันข้าเป็ราชินีของวังนี้ เ้าบังอาจมาขวางข้าได้อย่างไร”
นายทวารบาล “นั่นมันเมื่อก่อนแต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว”
จิ่วเทียนเสวียนหนี่ “เ้าหมายความว่ากระไร จงบอกมาให้แน่ชัด”
นายทวารบาลตอบ “จะบอกให้ก็ได้ บัดนี้องค์ชายเซียวเยี่ยนหลง ได้นำทัพมารปีศาจมายึดอำนาจของวังนี้ไว้หมดแล้วพวกท่านถือเป็คนนอกนับแต่นี้ เข้าใจนะ”
สองเ้าแม่โกรธจัด เตรียมซัดพลังฝ่ามือใส่แต่ทวารบาลรีบยกของบางสิ่งขึ้นให้ดู
“อย่าเพิ่ง เห็นมั๊ย นี่อะไร กระบี่อาญาสิทธิ์์แทนตัวองค์เง็กเซียน ใครฝ่าฝืนมีโทษตายสถานเดียว ยังไม่รีบคุกเข่าอีก”
สองเ้าแม่และเหล่าขุนพลก็รีบคุกเข่าคารวะ
นายทวารบาลจึงสั่งสมุนปีศาจ “จับพวกนางไปขังไว้ก่อน รอเง็กเซียนมาแล้วค่อยสำเร็จโทษพร้อมกัน”
ครั้นเง็กเซียนฮ่องเต้กลับมาถึงพระราชวังเหล่าทวารบาลและเสนาอำมาตย์ก็ให้การต้อนรับดังเช่นปกติมีการตั้งแถวรอรับเสด็จสองฝั่งจากหน้าประตูวัง เข้าไปถึงท้องพระโรง
แต่ครั้นเข้าไปถึงพระที่นั่ง
เซียวเยี่ยนหลง ซึ่งเป็พระโอรสก็ปรากฏตัวขึ้น
“น้อมรับเสด็จพระบิดา ลูกมีอะไรดี ๆ จะให้ทอดพระเนตร”
เขากล่าวแล้วก็ฉายภาพของเ้าแม่และขุนพลที่ถูกจับขังไว้ให้เห็นกลางอากาศของท้องพระโรง
“ฝ่าา ช่วยเราด้วย” เสียงเจียวถิงร้องให้ช่วยจากในคุก
องค์เง็กเซียนตกพระทัย ตรัสถาม
“นี่มันอะไรกัน เยี่ยนหลง เ้ากระทำสิ่งใดลงไป”
เ้าชายก็กลายร่างเป็จอมมารโลหิตม่วงในชุดดำผ้าคลุมแดง ยืนจังก้าอยู่กลางห้องโถงนั้น ก่อนจะกล่าว
“หม่อมฉันเห็นว่าฝ่าาเหน็ดเหนื่อยจากการทรงงานมานาน
ใคร่จะให้พระองค์ได้พักผ่อนกับครอบครัวอย่างมีความสุขอยู่ในคุก
ไม่ต้องทำอะไร กินแล้วก็นอน เหมือนหมูยังไงเล่าพะยะค่ะฮ่าฮ่าฮ่า
เฮ้ย ทหารจับเง็กเซียนไปขังเดี๋ยวนี้”
องค์จอมเทพทรงกริ้วนัก ลุกขึ้นจะซัดพลังฝ่ามือแต่มารน้อยร้องห้าม
“เอ้ ท่านจะทำอะไร ดูเชลยของเราก่อนสิถ้าไม่อยากให้พวกนางตาย ก็อย่าเล่นตุกติก”
ภาพที่ฉายเผยให้เห็นเ้าแม่ถูกทหาร์เอาดาบพาดคอพร้อมจะเชือดทุกเมื่อ
เง็กเซียนจึงทรงพระสรวล “ฮ่าฮ่าฮ่าอยากลงมือก็เชิญสิ”
จอมมารโลหิตม่วงแปลกใจร้องถาม “เ้าเป็บ้าไปหรือมีอันใดน่าหัวเราะ”
เง็กเซียน : “เ้าลองขยี้ตาดูชัด ๆ ใหม่ซิ พวกในคุกเป็ใคร”
เซียวเยี่ยนหลงหันไปมอง
เหล่าเชลยในคุกล้วนกลายเป็สมุนปีศาจที่ถูกทหาร์ควบคุมทั้งสิ้น
เ้าชายใร้องถาม “อะ อะไรกันนี่...”
เมื่อเขาหันไปมองรอบกาย
เหล่าเสนาอำมาตย์ที่ยืนรายล้อม ก็กลายร่างเป็เ้าแม่ทั้งสองจือชาง ชิงหลิง และเจียวถิง พร้อมอาวุธในมือ
จิ่วเทียนเสวียนหนี่ร้องบอก :”ถ้าพวกเราโง่ให้จับง่าย ๆ ก็ปกครอง์ไม่ได้น่ะสิ ไอ้ลูกชั่ว”
เง็กเซียน : “ จับกุมมันไปขัง”องค์จอมเทพชี้ไปที่ลูกชายของตนเอง
เจิ้งฝูเหวี่ยงของ้าวในมือเข้าใส่แต่มารโลหิตม่วงยกทวนขึ้นรับ
ต่างฟาดฟันหลายกระบวนเพลงแต่ยังไม่มีใครเอาชนะกันได้
เ้าแม่ทั้งสองปล่อยพลังฝ่ามือหมายจะสยบเ้าชาย
แต่หมัวหวางกับไต้เทียนอ๋องปรากฏกายเข้าร่วมวงต่อสู้
ใช้พลังมารสกัดพลังของเ้าแม่ไว้
ชิงหลิงกับเจียวถิงเข้าต่อสู้กับสองมารใหญ่แต่พลังฝีมือยังด้อยกว่ามาก ถูกซัดพลังปีศาจจนกระเด็นไปไกล
เซียวหลิงเทียนในตำแหน่งเง็กเซียนก็ใช้พลังเทพมหายุทธกวัดแกว่งกระบี่าาเทวะเข้าใส่หมัวหวางและไต้เทียนอ๋อง
มารทั้งสองจึงแยกโจมตีด้านหน้าและด้านหลัง
แต่เง็กเซียนไม่หวาดหวั่นปล่อยพลังัสะบั้นโลกันต์ เป็เปลวเพลิงรูปับินว่อนชนร่างสองมารจนกระเจิงออกไป
ครั้นเห็นว่าจะสู้เหล่าเทพไม่ได้
หมัวหวางจึงร้องสั่ง
“พวกเรา หนีก่อน”
แล้วเซียวเยี่ยนหลง กับสองปีศาจก็บันดาลไอหมอกหนาทึบสีม่วงดำพร้อมหลบหนีไปได้
แล้วจิ่วเทียนเสวียนหนี่ก็เดินมาคุกเข่าต่อหน้าองค์เง็กเซียน
“หม่อมฉันขอพระราชทานโทษอาญาฐานอบรมเลี้ยงดูลูกไม่ดี กระทำการอุกอาจ ไม่สมควรให้อภัยเพคะ”
เง็กเซียน : “ ลุกขึ้นเถิดลี่ซือข้าไม่ถือโทษโกรธเคืองเ้าหรอก แม้แต่เยี่ยนหลง ลูกชายของเรา ข้าก็คิดว่าเขาคงถูกปีศาจมันล้างสมอง หาใช่มาจากเจตนาอันแท้จริงไม่”
ซีหวางหมู่ : “ แต่กระนั้น เราต้องรีบตามตัวเยี่ยนหลงกลับมาเพื่อรักษาเขาให้หาย มิเช่นนั้นจะก่อภัยต่อสามโลกอย่างมหันต์นะเพคะ”
ชิงหลิง : “หม่อมฉันจะพยายามตามตัวองค์ชายกลับมาให้ได้เพคะ”
เจียวถิง : “หม่อมฉันก็เช่นเดียวกันเพคะ”
จือชาง : “ แต่จอมมารมันช่างมีฤทธิ์อำนาจร้ายกาจนักเราจะรับมือกับมันได้อย่างไรกันเล่า?” ขุนพลหนุ่มรู้สึกหนักใจ และเป็ห่วงชุนฮวาที่ถูกจับไป
ซีหวางหมู่จึงกล่าวกับจือชาง : “ เด็กโง่เ้ามิรู้หรือว่า ก่อนเ้าทั้งสามจะมาบังเกิดนั้น จือชาง ชิงหลิง และเจียวถิง
แท้จริงคือ สามสหายแห่งเหมันต์
จือชาง คือิญญา ต้นสนพันปี
ชิงหลิง คือิญญา ดอกเหมยพันปี
เจียวถิง คือิญญา ต้นไผ่พันปี
พวกเ้าทั้งสามก่อเกิดเป็ต้นไม้รอบสระทิพย์บน์
ดูดซับพลังปราณแห่งเทพเซียนนับพันปี์
จนเมื่อบารมีเต็ม เ้าจึงจุติมา เพื่อกระทำภารกิจปราบมาร
ต้นไม้ทั้งสามชนิด
แม้อยู่ท่ามกลางหิมะและน้ำแข็งหนาวเย็น
แต่ยังคงยืนหยัด อดทน แข็งแกร่ง
ต้นสนยังไม่ทิ้งใบ
ดอกเหมยยังผลิดอกเบ่งบาน
ต้นไผ่ยังคงเขียวชอุ่ม ยืดหยุ่น
พวกเ้าก็จงใช้คุณลักษณะของต้นไม้ทั้งสามชนิดนั้น
รักษาปณิธานความดีท่ามกลางความยากลำบากเถิด”
แล้วจือชาง ชิงหลิง และเจียวถิง
ก็จับมือกันสามประสาน
รวมใจเป็หนึ่งมุ่งพิชิตมาร
จบตอนที่ 7
( แต่งจบตอนวันที่ 9 ก.ค. 68 )
หมายเหตุ
คำศัพท์จีนน่ารู้
สามสหายแห่งเหมันต์ 岁寒三友 ซุ่ยหานซานโหย่ว
ต้นสน ดอกเหมยและต้นไผ่
1. ต้นสน( 松树 ซ่งซู่) ในเมืองจีนกลางฤดูหนาวมีสภาพอย่างไร
ในฤดูหนาวของจีน ต้นสนยังคงเขียวชอุ่มและแข็งแรง แม้จะอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นจนเป็น้ำแข็ง ต้นสนเป็สัญลักษณ์ของความยืนยาวและความอดทนในวัฒนธรรมจีน เนื่องจากต้นสนไม่ผลัดใบในฤดูหนาว ทำให้เป็ที่ยกย่องและเปรียบเสมือนคุณธรรมที่เข้มแข็ง
รายละเอียดเพิ่มเติม:
ต้นสนเป็หนึ่งใน "สามสหายแห่งเหมันต์" (岁寒三友) ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและการยืนหยัดต่อสู้กับความยากลำบาก.
ต้นสนเป็พืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่ไม่ผลัดใบ ทำให้ยังคงเขียวชอุ่มตลอดปี.
ในขณะที่ต้นไม้ผลัดใบอื่นๆ ทิ้งใบไปในฤดูหนาว ต้นสนยังคงยืนต้นเขียวชอุ่ม.
ต้นสนถูกนำไปใช้ในงานศิลปะสวน และสถาปัตยกรรมจีน เพื่อเป็สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและอายุยืน.
2.ดอกไม้ที่สามารถบานได้ท่ามกลางหิมะในประเทศจีนคือ
ดอกเหมย (梅花) หรือดอกพลัม ซึ่งเป็ดอกไม้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความสง่างามใน่ฤดูหนาว นอกจากนี้ยังเป็หนึ่งในสี่สุภาพบุรุษแห่งฤดูหนาวของจีนอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติม:
เป็ดอกไม้ที่บานก่อนใบจะผลิในฤดูใบไม้ผลิ
ดอกเหมยเป็สัญลักษณ์ของความอดทนความเข้มแข็ง และความงามที่สามารถเบ่งบานได้แม้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีหิมะ
ดอกเหมยเป็ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมใน่เทศกาลตรุษจีน
นอกจากดอกเหมยแล้ว ต้นเหมยยังเป็หนึ่งในสามสหายแห่งเหมันต์ (ไผ่ สนและเหมย) ที่ยืนหยัดผ่านฤดูหนาว
3.ต้นไผ่ ( 竹子 ) ในเมืองจีน ในฤดูหนาว มีสภาพอย่างไร
ในฤดูหนาวของจีน ต้นไผ่ยังคงเขียวชอุ่ม ไม่เหี่ยวแห้งเหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ แม้จะเผชิญกับอากาศหนาวเย็นและหิมะ ต้นไผ่จะยังคงยืนต้นสูงตระหง่านและแข็งแรง เป็สัญลักษณ์ของความอดทน ความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม:
ต้นไผ่เป็หนึ่งใน "สามสหายแห่งเหมันต์" (岁寒三友) ซึ่งประกอบด้วย ไผ่ สน และดอกเหมย (บ๊วย)ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความทรนง
ต้นไผ่แม้จะลำต้นกลวง แต่ก็มีความยืดหยุ่นและสามารถโค้งงอได้ตามแรงลม ทำให้สามารถทนต่อสภาพอากาศที่รุนแรงได้
แม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ต้นไผ่ยังคงยืนต้นอย่างแข็งแรง เป็ตัวแทนของความจงรักภักดีและความอ่อนน้อมถ่อมตน
(ขอบคุณข้อมูลจากGemini AI )