“อ๊าคค ช่วยด้วยลูกพี่ช่วยพวกผมด้วย”
“บ้าชัดๆ ไอเจ้านั้นมันเป็นใครกันแน่” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างสั่นเครือมันไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจของมันคราวนี้ถึงกับทำให้พวกพ้องของมันต้องตายกันหมด
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้
“รีบๆ หน่อยโว้ยก่อนที่จะมีไอ้หน้าโง่ที่ไหนเข้ามาจุ้นเรื่องของพวกเราอีก”
“ได้ครับลูกพี่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพวกผมจะจัดการไอ้เจ้าหน้าจืดนั้นให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้แหละคร้าบ” มันกล่าวออกมาอย่างร่าเริงผอดกับอีกครที่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียด
“เฮ้....นายคนนั้นนะรีบหนีไปเดี๋ยวนี้ ได้ยินฉันไหมเฮ้ ฉันบอกให้นายรีบหนีไปเดี๋ยวนี้” เมฆตะโกนเสียงดังลั่นแต่ด้วยระยะที่ห่างไกลพอสมควรทำให้คนปกติคงจะไม่ได้ยิน แต่มันใช้ไม่ได้กับเอกที่มีสมรรถภาพร่างกายที่เหนือกว่าคนปกติ ตอนนี้เมฆพยายามสุดชีวิตตะโกนบอกให้เอกรับรู้ โดยที่เมฆคิดในใจว่าตัวเขาไม่สมควรที่จะหนีมาแถวนี้เลยเมฆกล่าวโทษตัวเอง
“บัดซบ รู้อย่างนี้ตัวเราน่าจะล่อพวกมันไปอีกเส้นทางไม่คิดเลยว่าจะมีคนแถวนี้ผ่านมา...บ้าเอ่ย” ในขณะเมฆกำลังพยายามจะตะโกนเตือนเอกอีกครั้งแต่ทว่า
ผลัวะ-!
อัก-!
“ถุ้ย...เองจะพยายามเรียกมันทำไมวะ ไม่รู้รึไงว่ามันจะทำให้งานของพวกฉันอยากขึ้น” หินเตะเข้าไปที่ท้องของเมฆอย่างรุนแรงทำให้เมฆไม่สามารถเอ่ยคำใดๆ ออกมาได้
“กรอดดดด...พวกมึงจะคนบริสุทธิ์มาเกี่ยวข้องทำไมวะ” เมฆกล่าวอย่างเจ็บแค้น
“ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็ไอ้เจ้านั้นมันมาเห็นในสิ่งที่ไม่สมควรเห็นเองนี่หว่า อย่างที่พวกกูที่กำลังจะกำจัดมึงทิ้งยังไงละ” ไอ้หินกล่าวกับเมฆอย่างเบื่อหน่าย เมื่อมันตอบคำถามของเมฆเสร็จแล้วมันไม่รอช้าง้างขาเตะเมฆเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง
ผลัวะ-!
“อัก...บัดซบเอ่ย”
ในขณะที่เอกกำลังมองดูพวกนั้นอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่รู้หรอกนะว่าสองคนนั้นทำอะไรผิดมาแต่ที่แน่ๆ ไอ้พวกนี้มันต้องทำเรื่องผิดกฎหมายมาอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นการที่คนเขาไล่ฆ่ากันอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ หรอก
แต่อย่างน้อยเอกก็สนใจ ไอ้คนที่กำลังตะโกนบอกให้เขาหนีไปอยู่บ้างเพราะดูจากการกระทำของเจ้านั้นแล้วเจ้านั้นก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร แถมเขายังได้ยินเสียงแว่วว่าเจ้าคนที่กำลังโดนอีกฝ่ายกระทืบเล่นนั้นเป็นสายให้กับรัฐบาลอีกด้วย
“พวกกูไม่รู้หรอกนะว่าเองไปทำบุญมายังไงถึงได้มาเจอพวกกูที่กำลังทำงานให้กับนายได้ แต่วันนี้มึงดวงซวยจริงๆ ที่มาเจอพวกกูถ้าจะโทษก็โทษที่โชคของมึงมันไม่ดีเอง” หนึ่งในสามคนที่กำลังนำหน้ามาหาเอกกล่าวด้วยน้ำเสียงยียวนกวนบาทาเอกเป็นอย่างมากแถมไม่พอเอาปืน AK-47 ควงไปมาอย่างหน้าถีบอีกด้วยนี่มันไม่รู้รึไงว่าถ้าปืนมันลั่นพวกเอข้างๆนั่นแหละที่จะโดนลูกหลงไปด้วย
แค่คิดเอกก็เหนื่อยใจแทนหัวหน้าพวกมันแล้ว
“เฮ้ยๆ ...ทำหน้าอย่างนั้นมันหมายความว่าไงวะ นี้เองไม่กลัวพวกข้าเลยรึไง” ไอ้เสื้อแดงถามเอกอย่างแปลกใจเพราะที่ผ่านมามันขู่ใครก็มีแต่คนจะหวาดกลัวต่อหน้ามันแล้วนี่มันอะไรกัน ทำไมมึงถึงทำสีหน้าเบื่อๆ แบบนั้นกันวะ
เอกคิดในใจ“จะให้เรากลัวได้ยังไง ก็พวกเองดันแต่งตัวฮิปฮอปพร้อมกับสวมหมวกโมงสีดำมายัง ยังไม่พอพวกเองจะเดินถ้ากางเกงหลุดตูดทำมายย แล้วอย่างนั้นเองจะทำให้ใครกลัวเองได้ว่ะนั้น”
“เฮ้ย..ไอ้หนึ่งข้าเห็นหน้ามันแล้วหมั่นไส้วะ ก่อนที่มันจะได้ตายพวกจากน้ำมือพวกเรากูขอกระทืบให้มันหนำใจหน่อยเถอะ ข้อหาทำหน้ากวนส้นตีนพวกเรา” มันพูดเสร็จก็โชวน์นิ้วกลางให้กับเอก ทำให้เอกได้แต่ส่ายหัวให้กับพวกมันกับนิสัยปัญหาอ่อน
“นั้นเอาเข้าไป ไอสามตัวบาทบูด้าเบสไอเราก็อยู่เฉยๆ ของเราแท้ๆ ยังมีหน้าไปบอกว่าเราทำหน้ากวนตีนยใส่มันอีกค่อยดูเถอะพ่อจะจัดการกับพวกเองยังไง” เอกคิดในใจพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้มออกมา
“ไอ้หนึ่งเองว่ามันแปลกๆ ไหมวะทำไมไอ้หน้าจืดนั้นมันถึงยิ้มให้กับพวกเราวะหรือว่ามันเป็นพวกสติไม่ดีกัน” เพื่อนของเจ้าหนึ่งได้หันมากระซิบกับเพื่อนมันข้างๆ ของมันเมื่อมันเห็นท่าทีของเอกแปลกไป
“กูก็ว่าอย่างนั้นแหละ ถ้าเป็นคนปกติใครที่เห็นปืนที่เรากำลังถืออยู่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็วิ่งหนีป่าราบแล้วแต่นี้มันคนบ้าอะไร ดันมายืนยิ้มให้กับคนที่ถือปืนมาฆ่าตัวเองได้” เจ้าหนึ่งขนลุกซู่อย่างช่วยไม่ได้เมื่อมันสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์แปลกๆ
“ใช่ๆ ถึงแมร่งจะน่าเห็นใจก็เถอะแต่ยังไงงานก็ต้องมาก่อนละวะ”
เมื่อเห็นเจ้านั้นซุบซิบอะไรกันอยู่ แถมยังมองมาที่เขาอย่างเห็นใจ มันก็ทำให้เอกรู้สึกแปลกๆ ตกลงเจ้าพวกนั้นจะเอายังไงกันแน่ตกลงจะมาฆ่าเขาหรือมาเห็นเขากันแน่ ยิ่งคิดเอกก็ยิ่งงง
เมื่อเจ้าสามตัวบาทตกลงกันได้แล้วว่าจะปลิดชีวิตเอกให้เร็วที่สุดเพราะพวกมันเห็นใจเอกที่เป็นคนที่สติไม่สมประกอบ เชื่อเลยว่าถ้าเอกได้ยินความคิดของพวกมันเอกคงวิ่งเข้าไปจับเจ้าพวกนั้นพร้อมกับถกผิวหนังแล้วจับพวกมันมาย่างเกลืออย่างแน่นอน
“อโหสิเถอะวะ มันเป็นงานกูช่วยเองไม่ได้” เจ้าหนึ่งกล่าวกับเอกอย่างเห็นใจ
ถึงเอกจะไม่รู้ว่าพวกมันพูดอะไรกันแต่เอกก็จับใจความได้ว่าเจ้าพวกนี้มันต้องเข้าใจอะไรผิดกับตัวเขากันแน่
เมื่อเจ้าพวกสามตัวบาทวิ่งเข้ามาพวกทั้งสามคนแล้ว แทนที่พวกมันจะใช้ปืนยิงใส่เขาจะได้จบๆ เรื่องไปแต่กับคิดจะวิ่งเข้ามาหาเขาแทนพอเอกเห็นอย่างนี้เอกก็ยิ่งเห็นใจเจ้าพวกนี้เข้าไปใหญ่นี้พวกมันโง่หรือพวกมันบ้ากันแน่ ปืนมีแต่ไม่ใช้นี้กันนะ พวกเองอยู่รอดมาได้ยังไงถึงทุกวันนี้เนี่ย
หลังจากที่เจ้าสามตัวบาทวิ่งเข้ามาพร้อมกันแล้วเอกไม่รอช้าพุ่งสวนเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วด้วยพละกำลังที่มหาศาลกับท่าร่างที่ตัวเขาฝึกมาในค่ายด้วยแล้วทำให้การพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่เรื่องอยากแถมอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกถึงตัวเอกด้วยซ้ำว่าเอกนั้นหายไปต่อหน้ามันตอนไหน
“เฮ้ย ไอเจ้านั้นมันหายไปไหนแล้ววะ เมื่อกี้พวกเราก็เห็นมันอยู่ตรงนี้ชัดๆ” เจ้าหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งทั้งสองคนที่มากับมันก็มีท่าทางไม่ต่างจากมันสักเท่าไร ทำให้ทั้งสามตัวบาทต้องหันซ้ายหันขวาอย่างเร่งด่วน แต่ในขณะที่พวกมันกำลังพยายามหาเอกอยู่นั้น
“เรียกหาฉันอยู่รึไง” หลังจากที่สิ้นสุดคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว เสียงของเอกก็กระซิบดังมาจากข้างหลังของพวกมัน แต่ด้วยความที่พวกมันได้ผ่านความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนร่างกายของพวกมันก็ตอบสนองต่อภัยคุกคามทันทีแต่ถึงอย่างนั้นความเร็วของพวกมันก็ไม่สามารถตอบสนองต่อการโจมตีของเอกได้
“ช้าไป”
เพียงแค่คำพูดสองคำของเอกจบลงตัวเขาก็ไม่รอช้าประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าให้กับเจ้าพวกสามตัวบาทอย่างสมใจ
“อ๊าค..ลูกพี่ช่วยผมด้วย”
“ยอมแล้ว อย่าทำโผมมม”
“ลูกพี่ผมยอมแล้วหยุดเข้าเท้ามาขยี้หน้าผมได้แล้ว”
ในขณะที่เจ้าหินกำลังเพลิดเพลินกับการกระทืบเมฆเล่นอยู่นั้นตัวของมันกับลูกน้องก็ได้ยินเสียงโหยหวนดังมาจากอีกฟากหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นแล้วตัวมันก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าลูกน้องทั้งสามคนของมันกำลังทำการปิดปากอีกฝ่ายอยู่ เลยทำให้เจ้าหินพยายามกระทืบเมฆเล่นจนกว่าคู่อริตรงหน้ามันจะตาย
“พะ...พี่ ลูกพี่หยุดก่อนกระทืบเจ้าเมฆมันก่อน” หนึ่งในลูกน้องของเจ้าหินกำลังพยายามหยุดลูกพี่ของมันด้วยการดึงอีกฝ่ายให้หันมาฟังมันก่อน
“อะไรหันนักหนาวะ พวกมึงจะห้ามกูทำไมว่ะ คนเขากำลังมันถ้าไม่มีเหตุผลดีๆ ละก็กลับไปกูจะกระทืบพวกมึงเล่นแทนไอเมฆนี้แหละ” หินกล่าวอย่างหัวเสียเมื่อลูกน้องของมันมาขัดจังหวะความสุขของมัน
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนลูกพี่ ลูกพี่ก็ดูนั่นสิเหตุผลที่ผมต้องหยุดลูกพี่ก่อนไง” หนึ่งในลูกน้องอีกคนยกมือชี้นิ้วไปยังเจ้าพวกสามตัวบาท
“ฮะ...เฮ้ยนี่มันอะไรกันวะเนี่ยกูบอกให้พวกมึงปิดปากมันไม่ใช้รึไงวะทำไมถึงไปโดนไอ้เจ้าหน้าจืดกระทืบเล่นได้วะ” หินกล่าวอย่างตกใจเมื่อมันรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าพวกสามตัวบาทโดนกระทืบเล่นได้
มันคิดในใจว่าอย่าให้มันรู้นะว่าใครเอาเจ้าพวกนั้นเข้ามาในแก๊งของพวกเราได้พ่อจะจับเชือดลิ้นไก่มันเล่น แทนที่จะเอาปืนยิงปิดปากอีกฝ่ายมันก็จบเรื่องแล้วแท้ๆ แต่พวกเองกับวิ่งไปหาอีกฝ่ายให้โดนกระทืบเล่นเนี่ยนะ ตัวมันอยากจะบ้าตาย
จากนั้นไม่นานเอกก็ทำการกำจัดทั้งสามคนให้มันเด็ดขาดถึงเขาจะไม่อยากจะฆ่าทั้งสามคนนี้ก็เถอะแต่เพื่อไม่ให้ปัญหามันต้องตามมาอีกเอกจำเป็นต้องเด็ดขาดต่ออีกฝ่ายถามว่าเขาเสียใจกับสิ่งที่เขาทำไมแน่นอนว่าเอกนั้นไม่เสียใจในสิ่งที่ทำเลย เพราะต่อให้เขาปล่อยพวกมันไป แต่ก็ใช้ว่าหลังจากที่มันหนีจากเขาไปได้แล้วมันจะไม่กลับมาเอาคืนอีก
เพราะเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยในชายแดนเหมือนกัน ทหารใหม่ที่กำลังจับตายฝ่ายศัตรูเกิดใจอ่อนกับอีกฝ่ายเพียงแค่พลทหารคนนั้นใจอ่อนปล่อยอีกฝ่ายไป
จากนั้นเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงมันกับพาพรรคพวกของมันมาเอาคืนจนพลทหารคนนั้นเกือบตายโชคดีที่ตอนนั้นหน่วยของเขาได้อยู่ใกล้ๆ กับหน่วยของพลทหารคนนั้นไม่อย่างนั้นความเสียหายที่พลทหารคนนั้นทำลงไปคงจะไม่สามารถชดใช้ให้กับประเทศนี้ได้
เมื่อเอกทำการกำจัดทั้งสามคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ก็ทำการพาร่างของตัวเองเดินไปหาคนพวกนั้นช้าๆ
“เอาละ เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลาฉันต้องขอให้พวกนายไปเยี่ยมยมบาลก่อนละนะ เพราะฉันกำลังรีบไปรับลูกๆ ที่น่ารักของฉันอยู่ด้วย” เอกกล่าวยิ้มๆ แต่ว่ารอยยิ้มที่เอกส่งไปให้นั้นอีกฝ่ายจะรับรอยยิ้มนั้นได้รึเปล่า
มาแล้วขอโทษที่ปล่อยให้รอกันนาน