แกรก!
" !!! "
เป็พี่นิดครับที่เปิดประตูเข้ามา ทำเอาตกอกใหมด พี่นิดนะพี่นิด
"ครับ? พี่นิดมีอะไรรึเปล่าครับ" ดูเหมือนพี่นิดมีเื่อยากจะถามผมนะครับแต่คงไม่กล้าถาม ไม่รู้จะเกรงใจอะไรผมขนาดนั้นก็ไม่รู้ครับ ผมเลยต้องเป็คนถามออกไปก่อนครับ
"อะ เอ่อ...เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะน้องวิน ทำไมคุณเก้าถึงได้ดูเหมือนโกรธขนาดนั้นคะ ปล่อยไปแบบนั้นจะดีหรอคะ?" สงสัยไอ้เด็กนั่นมันจะอารมณ์เสียไม่น้อยเลยครับ ถึงทำให้พี่นิดตกอกใได้ถึงขนาดต้องรีบผลักประตูเข้ามาแบบนี้
"ดี สิครับพี่นิด พี่นิดไม่ต้องคิดมากครับ เอ๊ะ! นี่ก็บ่ายโมงกว่าๆแล้วพี่นิดทานข้าวรึยังครับ เพราะผมแท้ๆเลยต้องขอโทษด้วยนะครับ" อย่าว่าแต่พี่นิดเลยครับ ผมเองก็ยังไม่ได้ทานมาเหมือนกันครับ
"เอ่อ...น้องวินคะ"
"ครับ?"
"คือพี่ทานไปแล้วค่ะ ั้แ่ 11 โมงพอดีท่านประธานท่านแจ้งว่ามีนัด่เที่ยงกับคุณเกรท พี่เลยต้องรีบไปทานแล้วมาทำงานแทนท่านประธานนะคะ พอดีว่า่บ่ายจะมีลูกค้าเข้ามาติดต่องานที่บริษัทน่ะค่ะ ท่านประธานกลัวว่าจะกลับมาไม่ทันเลยให้พี่ไปทานข้าวก่อนเวลาน่ะค่ะ คุณวินไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะคะพี่ทานแล้วจริงๆค่ะ"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่นิดไม่ต้องอธิบายให้ผมฟังละเอียดขนาดนี้ก็ได้ครับ ผมไม่ได้จะว่าอะไรพี่นิดสักหน่อย"
"ก็...พี่กลัวน้องวินเข้าใจผิดนี่ค่ะ"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่นิดนี่น่ารักจังเลยนะครับ คิดถูกแล้วครับที่ผมเลือกจะสนิทกับพี่นิดไว้
"ครับๆ ท่านประธานพี่นิดนี่ไม่มีความรับผิดชอบเอาชะเลยนะครับ ทิ้งงานไปหาเมีย อุ๊บ! แฟน" ผมพูดไปยิ้มไปให้กับความน่ารักของพี่นิด แต่ก็ไม่ลืมที่จะแขวะไอ้ดินมันไปด้วยครับ
"น้องวินก็ว่าไปนั่น! ท่านประธานไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย ท่านน่าจะมีธุระจริงๆแหละค่ะน้องวิน ปกติท่านประธานไม่เคยทิ้งงานเลยนะคะ ว่าแต่คุณวินทานข้าวรึยังคะให้พี่เรียกพนักงานพาไปทานข้าวด้านนอกมั้ยคะหรือจะโทรสั่งมาทานที่นี้ก็ได้นะคะ" สมเป็เลขาดินมันจริงๆครับ พูดแก้ต้วให้เ้านายเก่ง 'มึงเลือกมาดีเกินไปแล้วดิน...'
"ไม่ดีกว่าครับพี่นิด ผมทานก่อนจะมาที่นี่แล้วครับตอนนี้ยังไม่ค่อยหิวเท่าไร" ทานบ้าทานบออะไรล่ะครับ ก็เมื่อเช้าดันตื่นสายซะนี่ แต่ไม่เป็ไรครับผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไร
"อ๋อ...ค่ะ งั้นพี่ไปคุยงานกับลูกค้าก่อนนะคะนี่ก็ใกล้เวลาแล้ว น้องวินอ่านทำความเข้าใจกับเอกสารพวกนี้ไปก่อนนะคะเดี๋ยวพี่มานะคะน้องวินอย่าเพิ่งคิดถึงพี่ล่ะ พี่ฝากที่นี่ด้วยนะคะ พี่ไปแล้วนะคะน้องวิน..." พูดรัวๆแล้วเดินไปเลยครับ เอากับพี่นิดสิครับ
พรึบ!!
"เฮ้อออ...จบสักที เมื่อยเป็ชะมัด" ผมยกแขนบิดไล่ความเมื่อเล็กน้อยครับ นั่งอ่านนานๆก็ต้องมีเมื่อยกันบ้างล่ะครับ
แล้วตอนนี่มันกี่โมงแล้วครับ...เฮ้ย! บ่าย 2 จะบ่าย 3 โมงแล้วหรอเนี่ยนานกว่าที่คิดซะอีก
มันก็นานมากแล้วนะครับ ยังไม่คิดจะพากันกลับมาอีกหรอไปนานกันจังเลยนะครับ ทั้งเ้านายทั้งเลขาเลย...แต่ก็ช่างสิ!ไม่ใช่เื่ของผมนี่อยากจะไปนานแค่ไหนก็เชิญครับ
แต่ตอนนี้โทรหาติณดีกว่าไม่รู้ว่าจะเป็ยังไงบ้าง ปกติจะอยู่แต่กับผมตลอดถึงจะไม่ตลอดเวลาก็เถอะ แต่นี่เป็ครั้งแรกเลยครับที่ผมกับติณต้องห่างกันนานขนาดนี้
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด.....
"เอ๊ะ?... ทำไมยังไม่มีคนรับสายล่ะ"
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
"อ่ะ! รับแล้ว สวัสดีครับวินเองนะครับ"
/ค่ะคุณวินป้าต้องขอโทษด้วยนะคะ ป้าก็มัวแต่เตรียมของว่างให้คุณติณอยู่น่ะค่ะ เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์/
"ครับไม่เป็ไรครับ ผมวานป้าใจเอาโทรศัพท์ไปให้ติณหน่อยนะครับ"
/ค่ะ รอสักครู่นะคะ คุณติณน่าจะอยู่ที่ห้องนอนคุณวินค่ะ เห็นบ่นคิดถึงคุณวินอยู่ /
"ครับ"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
/คุณติณค่ะ! คุณวินโทรมาค่ะ คุณติณ! จะไม่ออกมาคุยกับคุณวินหน่อยหรอคะ/
แกรก!
/... /
"หื้ม? เงียบเลย...โกรธวินหรอ" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัยเห็นรับโทรศัพท์จากป้าใจไปแล้ว แต่ไม่เห็นจะพูดอะไรเลย
/... /
"งั้นวินวางนะครับติณน่าจะไม่อยากคุยกับวิน เจอกันตอนเย็นนะครับ"
/ไม่ได้นะ!/
"ฮืมม?"
/ไม่ให้วางนะ/
"ครับๆ โกรธวินหรอครับ"
/เปล่านะ!!!/ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แบบนี้งอนชัวร์
"ครับๆ ไม่โกรธเนอะ! แล้วทำไมวันนี้ติณดื้อล่ะครับเห็นป้าใจบอกว่าไม่ยอมออกไปทานข้าวเลย รู้ไหมครับว่าวินเป็ห่วงหื้ม..." เื่นี้ป้าใจไม่ได้บอกหรอกครับ ผมว่าเองแล้วมันก็น่าจะเป็อย่างที่ผมว่าครับ
/ติณเปล่าดื้อนะ! ติณจะออกไปทานข้าวแล้ว วินไม่ห่วงติณน๊าถ้าวินห่วงติณวินจะไม่ยิ้มติณไม่ชอบ!/ นั่นไง! ผมคิดผิดที่กันแล้วดูสิครับยังจะมาห่วงว่าผมจะโกรธอีก...สมเป็เด็กชายติณจอมห่วงผมที่หนึ่งจริงๆครับ
ครับฟังไม่ผิดครับหรอกครับ เด็กชาย...เด็กชายจริงๆครับ เด็กชายติณ...ติณเป็ลูกชายของผมเองครับ ตอนนี้ 4 ขวบจะ 5 ขวบแล้วครับ อีกไม่นานก็คงต้องเข้าโรงเรียนแล้วครับ
เื่ที่ผมเป็แม่ ติณรู้ครับรู้ว่าผมเป็แม่ แม่ที่ท้องแล้วคลอดติณออกมา เื่นี้ผมเป็คนบอกลูกเองครับ ผมกลัววันหนึ่งลูกโตขึ้น ลูกจะส่งสัยเอาน่ะครับว่าทำไมตัวเองไม่มีแม่? แม่หายไปไหน? ผมกลัวครับผมกลัวคำถามพวกนี้...ผมกลัวจะตอบลูกไม่ได้ ผมกลัวลูกจะเกลียดผม กลัวว่าลูกจะมองว่าผมเป็ตัวประหลาดถึงสมัยจะมีบ้างที่ผู้ชายสามารถท้องได้แบบผมแต่มันก็น้อยมากครับ ผมกลัวครับกลัวว่าลูกจะรับมันไม่ได้ ผมเลยต้องรีบบอกรีบอธิบายให้ลูกเข้าใจก่อนที่ลูกจะเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็ลูกของตัวประหลาดแบบผม
ผมไม่ได้บอกลูกหรอกนะครับว่าใครเป็พ่อ ผมบอกแค่ว่าพ่อต้องทำงาน ลูกผมถึงได้เกลียดคำว่าทำงานมาก ก็ผมไม่รู้นี่ครับว่าต้องบอกลูกยังไง จะให้บอกว่าตายไปแล้วก็คงจะรุนแรงไปสำหรับเด็กแค่ 4 ขวบ
ผมรู้ครับว่าผมมันเห็นแก่ตัวที่ทำแบบนี้...ผมมันขี้ขลาดแต่ทุกคนก็ต้องเข้าใจผมด้วยครับ จะให้ผมรอ รอเวลาให้นานกว่านี้น่ะหรอครับ? ก็คงไม่ได้สักวันลูกก็ต้องรู้อยู่ดี บอกไปเลยไม่ดีกว่าหรอครับ ยิ่งลูกโตลูกก็ยิ่งถามยิ่งถามแล้วผมก็ต้องโกหกลูกไปตลอดน่ะหรอครับ ผมทำไม่ได้
ผมว่าการมารับรู้ที่หลังมันยิ่งเจ็บกว่าการ ที่เรารู้ั้แ่แรกอีกนะครับ อีกหน่อยลูกก็ต้องเข้าโรงเรียนลูกก็ต้องรู้ ต้องเห็นอยู่ดี ไม่จากเพื่อนก็คนรอบข้างหรือแม้กระทั้งคุณครูที่โรงเรียนก็ตาม
ผมเข้าใจนะครับว่าโรงเรียน้าปลูกฝังให้เด็กรู้จักคำว่าครอบครัว รู้จักความอบอุ่นจากครอบครัวแต่ทุกคนลืมคิดไปหรือเปล่าครับไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะมีพร้อมขนาดนั้น เด็กบ้างคนมีพ่อ เด็กบ้างคนมีแม่หรือไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ แล้วเด็กคนหนึ่งจะรู้สึกยังไงล่ะครับ ที่ต้องเห็นเด็กคนอื่นที่เขามีพร้อมทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน ผมเคยครับผมเคยัับรรยากาศแบบนั้นมาแล้วมันไม่น่าอภิรมย์หรอกนะครับ แล้วผมก็ไม่อยากให้ลูกผมต้องมาเจอแบบผมด้วย ผมเลยต้องบอกต้องสอนลูกให้เข้าใจ ก่อนที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกนั้นด้วยตัวเองดีกว่าจะปล่อยให้ลูกเผชิญกับมันเพียงลำพัง
ผมเชื่อนะครับว่าที่ผมทำอยู่ มันจะดีต่อลูกผมผมเชื่อครับเชื่อว่าลูกจะเข้าใจแล้วยอมรับมันได้ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้อธิบายให้ลูกฟังเองดีกว่าครับ
ติณเป็คนเก่งครับ เก่งกว่าผมเยอะ...
ลูกผมเป็เด็กฉลาดครับ ถึงจะชอบเก็บตัว พูดน้อยไปหน่อยก็ตาม ผมคิดนะครับว่าลูกผมดูจะโตกว่าวัยมากถ้าเปรียบกับเด็กคนอื่น แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับปัญหาอยู่ที่ว่าลูกผมเป็เด็กพูดช้า พูดน้อย ไม่ค่อยพูด เื่นี้ทำให้ผมกังวลมากครับ ผมกลัวลูกผมเป็เด็กเก็บกด ผมเคยเอาเื่นี้ไปปรึกษาคุณหมอมาแล้วครับ คุณหมอท่านว่าไม่ต้องกังวลอะไรครับปัญหาด้านพัฒนาการไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรือร้ายแรงอะไรสามารถแก้ไขได้ แล้วปัญหาอาจมาจากผมมากกว่าครับที่ไม่ค่อยได้พาลูกไปพบปะกับเด็กวัยเดียวกัน ก็อย่างที่คุณหมอเข้าใจครับลูกผมไม่ค่อยได้คลุกคลีกับผู้คนมากนักส่วนใหญ่จะอยู่แต่กับผมไม่ก็ป้าใจครับ คุณหมอท่านเลยแนะนำให้ผมพูดกับลูกบ่อยๆพาลูกไปพบปะผู้คนบ้าง ผมก็ทำตามนะครับแล้วตอนนี้อาการลูกผมก็ดีขึ้นมากแล้วครับ
ส่วนครอบครัวผมน่ะหรอครับเสียไปหมดแล้วครับ พ่อกับแม่ผมท่านเสียไปแล้วนานแล้วครับจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก จากเหตุการณ์นั้นทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากเลยครับ ก็เป็อย่างที่ทุกคนทราบผมโดนไล่ออกจากป้าใจแล้วครับ
ติ๊ด...