บทที่ 23 ธุรกิจ
ใจเย็นต่อไปไม่ได้แล้ว
ตอนนี้มีคนติดตาม ไม่รู้ว่าขั้นต่อไปจะมีคนบุกรุกหรือไม่
หลี่ฉางอันไม่สามารถเสี่ยง และไม่กล้าจะเสี่ยงด้วย
"ก่อนหน้านี้ข้าตั้งใจจะค่อย ๆ วางแผน แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว สูตรหัวเชื้อน้ำซุปทำให้หลายคนอิจฉา" หลี่ฉางอันเดินไปมาในลาน
"หากมันรั่วไหลออกไป พวกเราคงรักษาไว้ไม่อยู่ ข้ายังประเมินความมุ่งมั่นของพวกนี้ต่ำไปอีก เดิมทีคิดว่าเป็เพียงการค้าแผงลอยข้างถนน ไม่ว่าจะร้อนแรงแค่ไหนก็คงไม่ดึงดูดความสนใจมากขนาดนี้ ด้วยวิธีนี้ พวกเราก็จะสามารถแอบหาเงินได้..."
การพัฒนาอย่างเงียบ ๆ นั่นแหละคือหนทางที่ถูกต้อง แต่ตอนนี้หลี่ฉางอันกลับพบว่า เขาไม่สามารถพัฒนาอย่างเงียบ ๆ ได้อีกต่อไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาใหญ่
"แล้วต่อไปพวกเราจะทำอย่างไร" คิ้วงามของหลิ่วจืออินขมวดเล็กน้อย
หลี่ฉางอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตบมือ
"เมื่อเงียบ ๆ ไม่ได้ ก็ต้องออกหน้าให้มากที่สุด เอาการค้าลับ ๆ นี้มาไว้บนโต๊ะ ให้พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวเป็ที่สนใจ ในเมื่อพวกมันอยากจะติดตามใช่ไหม ให้พวกมันมีที่ให้ติดตามหลาย ๆ ที่”
หลี่ฉางอันหันไปเอ่ยกับหญิงทั้งสอง
“พี่เสี่ยวหลาน พี่เสี่ยวฟาง วันนี้สามารถเปิดแผงเพิ่มได้หลายแห่ง ทั้งสี่ตำบลทางทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตก เหนือ และที่ประตูซานหยาง ขอเพียงเป็คนในครอบครัวของพวกเ้าก็สามารถตั้งแผงได้ ราคาหัวเชื้อน้ำซุปไม่เปลี่ยน ต่อไปนี้ หัวเชื้อน้ำซุปนี้ ข้าจะเปลี่ยนช่องทางให้พวกเ้า พยายามไม่ให้พวกเ้าเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันอันตราย"
หลังจากส่งเสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางกลับไปแล้ว หลี่ฉางอันแบกตะกร้าไม้ไผ่ และถือกล่องหัวเชื้อน้ำซุปเตรียมออกไปข้างนอก
"น้องรอง เ้าอยากให้ข้าไปด้วยไหม" หลิ่วจืออินถามอย่างเป็ห่วง
หลี่ฉางอันยิ้มพลางโบกมือ "พี่สะใภ้วางใจได้ เื่นี้จะไม่มีปัญหา"
พูดแล้วก็ออกจากประตูไป
มาถึงร้านสุราจางจี้
"เถ้าแก่จาง"
"คุณชายรองตระกูลหลี่?" จางฟู่กวี้แปลกใจ วันนี้เหล้าส่งครบแล้วมิใช่หรือ
"มีธุระอะไรหรือ"
หลี่ฉางอันประสานมือคำนับ
"เถ้าแก่จาง ไม่ทราบว่าพวกเราจะสามารถคุยกันในห้องด้านในได้หรือไม่"
จางฟู่กวี้เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ยังลุกขึ้นจากหลังโต๊ะเก็บเงิน เรียกลูกมือให้ดูแลร้านสักพัก
แล้วพาหลี่ฉางอันเดินไปที่ลานด้านหลัง
"มีธุระอะไรหรือ"
"่ไม่กี่วันนี้ ข้าได้ยินว่าท่านเ้าของจางอยากนำหม่าล่าทั่งมาขายที่ร้านสุรา ข้าน้อยจึงมาหา" หลี่ฉางอันไม่พูดอ้อมค้อม ตรงเข้าประเด็นทันที
จางฟู่กวี้ยังงงอยู่ชั่วขณะ "เ้าก็รู้ข่าวนี้ด้วยหรือ แต่เ้ามาหาข้าทำไม"
"หว่างฝูจี้เป็ยี่ห้อที่ข้าน้อยตั้งขึ้น" หลี่ฉางอันหัวเราะแห้ง ๆ
จางฟู่กวี้อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เข้าใจทันที เบิกตาโพลง
"เ้า… เ้า… คือเ้าเอง?"
หลี่ฉางอันพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
"ใช่ข้าเอง พี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟางเป็พี่น้องของพี่สะใภ้ข้า"
จางฟู่กวี้หายใจแรงหลายครั้ง
"เ้าจะพิสูจน์ได้อย่างไร"
"ขอน้ำร้อนสักถ้วยจากเถ้าแก่จางได้หรือไม่"
จางฟู่กวี้ะโเรียกลูกมือในร้านเสียงดัง ไม่นานลูกมือก็ถือน้ำร้อนวิ่งมา
หลี่ฉางอันหยิบหัวเชื้อน้ำซุปออกมา เขี่ยเอาชิ้นหนึ่งใส่ลงในน้ำร้อน แล้วค่อย ๆ คนเบา ๆ
"เถ้าแก่จางลองชิมดู"
จางฟู่กวี้ดมอย่างลังเล แล้วจิบไปหนึ่งอึก สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
"เป็รสชาตินั้นจริง ๆ"
เขานึกอะไรออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ
"มีสิ่งนี้แล้ว แค่น้ำร้อนก็เปลี่ยนเป็น้ำซุปได้เลย?"
หลี่ฉางอันพยักหน้าอย่างสงบ
"ข้าเชื่อในตัวเถ้าแก่จาง ไม่ว่าจะเป็การรับสุรา หรือความจริงใจที่มีต่อพี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟางใน่ไม่กี่วันนี้ ดังนั้นข้าจึงเต็มใจร่วมมือกับท่าน"
ขณะพูดประโยคนี้ ภายนอกหลี่ฉางอันดูสงบ แต่ความจริงแล้วหัวใจของเขากำลังเต้นรัวอย่างรุนแรง
จางฟู่กวี้มองหลี่ฉางอัน แววตาเต็มไปด้วยความหมายหลายหลาก
บรรยากาศเหมือนหยุดนิ่ง ผ่านไปสักพัก จางฟู่กวี้ก็หัวเราะลั่น
"น่าสนใจนัก คุณชายรองตระกูลหลี่ เ้ากำลังเดิมพันกับอุปนิสัยของข้าใช่หรือไม่ ไม่กลัวหรือว่าข้าจะยึดหัวเชื้อน้ำซุปของเ้าไปโดยไม่ขออนุญาต"
"ก็เป็การเดิมพันจริง ๆ" หลี่ฉางอันพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา "แต่หัวเชื้อน้ำซุปนี้ ถ้าไม่มีสูตร พูดตรง ๆ ก็มีแค่ปริมาณหนึ่งหม้อ ไม่มีความหมายอะไรนัก"
จางฟู่กวี้จ้องมองหลี่ฉางอันอย่างลึกซึ้ง
"เ้านี่นับว่าซื่อตรง ถ้าเมื่อครู่เ้าโกหก ธุรกิจนี้ข้าก็จะไม่ทำแล้ว"
หลี่ฉางอันประสานมือคำนับ
"เถ้าแก่จางจริงใจกับข้า ข้าย่อมต้องตอบแทนบุญคุณ"
"ไปดื่มสุราที่ด้านหน้ากันเถอะ จะได้คุยเื่ว่าจะค้าขายกันอย่างไร" จางฟู่กวี้เดินไปทางห้องโถงด้านหน้า
ทั้งสองคนนั่งที่โต๊ะมุมหนึ่ง จางฟู่กวี้หยิบกาสุรามา แล้วสั่งให้ลูกมือนำกับแกล้มสองจานมาวาง
ก่อนที่ทั้งสองจะนั่งลงดี ๆ ก็มีร่างหนึ่งเดินเข้ามา
หลี่ฉางอันเหลือบมองและรีบคำนับ
"คารวะท่านอาจารย์กู้"
จางฟู่กวี้กล่าวเรียบ ๆ "มาทำอะไรในเวลาเช่นนี้"
"พวกท่านกำลัง...?" อาจารย์กู้ถาม
จางฟู่กวี้เชิญทั้งสองคนนั่งลง พลางเล่าสถานการณ์ให้ฟังโดยละเอียด
อาจารย์กู้มองไปที่หลี่ฉางอันทันที ดวงตาเผยความรู้สึกซับซ้อน
"ฉางอัน ที่เถ้าแก่จางสามารถนำหม่าล่าทั่งมาขายที่ร้านสุรา ข้ารู้สึกยินดีมาก แม้แต่ข้าเองก็เป็คนแนะนำเขาให้ทำเช่นนี้ แต่ทำไมกลับเป็เ้าที่ทำการค้านี้ ตอนนี้สิ่งเร่งด่วนที่สุดของเ้าควรเป็การทบทวนตำราอย่างเข้มข้น เตรียมตัวให้ดีสำหรับการสอบระดับอำเภอปีหน้า ไม่ใช่ทั้งขายสุราและทำหม่าล่าทั่งเช่นนี้ เสียเวลามากเกินไปแล้ว"
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดาย
หลี่ฉางอันเข้าใจความหมายของอาจารย์กู้อย่างชัดเจน จึงคำนับและกล่าวว่า
"ขอบคุณอาจารย์กู้ที่ชี้แนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ครอบครัวของข้าน้อย้าเงินอย่างเร่งด่วน จึงจำเป็ต้องทำเช่นนี้"
"ข้าได้ยินจากเถ้าแก่จางว่า เ้าขายสุราที่นี่ทุกวัน ก็ได้รับเงินหนึ่งตำลึงแล้ว น่าจะเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตทั่วไป"
หลี่ฉางอันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเล่าสถานการณ์ของครอบครัวอย่างคร่าว ๆ สุดท้ายกล่าวว่า
"เป้าหมายแรกของข้าน้อยตอนนี้คือการหาเงินให้เพียงพอ แล้วค่อยเตรียมตัวสำหรับการสอบระดับอำเภอ"
อาจารย์กู้และเถ้าแก่จางสบตากันครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าว
"น่าแปลกใจ ข้าเพียงแต่กังวลว่าเ้าจะละทิ้งสิ่งสำคัญไปไขว่คว้าสิ่งปลีกย่อย ไม่คิดว่าจะมีเหตุผลเช่นนี้ เ้ายังขาดเงินอีกเท่าไร ข้ามีอยู่บ้าง แม้จะไม่มากแต่ก็อาจช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้"
หลี่ฉางอันกล่าวด้วยความจริงใจ
"ขอบคุณอาจารย์กู้ ข้าน้อยใกล้จะเก็บเงินได้พอแล้ว เมื่อธุรกิจหม่าล่าทั่งดำเนินไปได้ดี ก็จะสามารถไถ่น้องสาวกลับมาได้"
อาจารย์กู้ลูบเคราเบา ๆ
"ก็ดี หากมีปัญหา สามารถมาหาข้าที่สถานศึกษาอำเภอได้ อย่าเสียเวลากับเื่ไม่สำคัญเป็อันขาด ด้วยความสามารถของเ้า ย่อมต้องสอบระดับอำเภอผ่านแน่นอน…พวกเ้าคุยเื่ค้าขายต่อเถิด ไม่ต้องสนใจข้า"
พูดจบก็รินสุราให้ตัวเอง ไม่พูดอะไรอีก
ในตอนนี้จางฟู่กวี้จึงเอ่ยขึ้น
"ข้อเสนอที่ข้าพูดกับแม่นางทั้งสองคนนั้น ถ้าเ้าคิดว่าใช้ได้ พรุ่งนี้พวกเราก็สามารถค้าขายได้แล้ว"
จางฟู่กวี้พูดตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม คีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งใส่ปาก
"ไม่ทราบว่าเถ้าแก่จาง้าหม่าล่าทั่งวันละเท่าไหร่" หลี่ฉางอันถาม
"สามารถส่งมาตามปริมาณของหนึ่งแผงก่อน แล้วค่อยดูสถานการณ์อีกที" จางฟู่กวี้กล่าว
"หนึ่งแผง? ท่านแน่ใจหรือ" อาจารย์กู้แทรกขึ้น
จางฟู่กวี้มองอย่างรำคาญ
"ข้าบอกว่าดูสถานการณ์ก่อน ถ้าธุรกิจดีก็จะสั่งเพิ่ม"
"ข้าคิดว่าควรอย่างน้อยสองแผง..." อาจารย์กู้ยักไหล่ จิบสุราอึกหนึ่ง
หลี่ฉางอันรู้สึกอบอุ่นในใจ อาจารย์กู้ผู้นี้มีใจรักและส่งเสริมคนมีความสามารถจริง ๆ คอยช่วยประสานธุรกิจให้ตนอยู่ตลอด
"เถ้าแก่จาง ข้ามีวิธีร่วมมือแบบใหม่ ไม่อยากฟังดูสักหน่อยหรือ"
จางฟู่กวี้มองมาที่หลี่ฉางอัน
"ว่ามาสิ แต่ข้าต้องบอกก่อนว่า การแบ่งแปดต่อสองนั่นเต็มที่แล้ว"
หลี่ฉางอันยิ้มพลางกล่าวว่า
"เถ้าแก่จางเข้าใจผิดแล้ว เถ้าแก่จางคงเพิ่งเห็นไปเมื่อครู่นี้ กุญแจสำคัญของหม่าล่าทั่งอยู่ที่กล่องหัวเชื้อน้ำซุปนั่น ข้าสามารถส่งให้เถ้าแก่จางหนึ่งกล่องทุกวันโดยไม่คิดเงิน แต่ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง"
"เงื่อนไขอะไร" ทั้งจางฟู่กวี้และอาจารย์กู้ต่างประหลาดใจมาก ใครกันจะเอาเงินมาแจกแบบให้เปล่า
เงินที่ได้จากหม่าล่าทั่งนี้ ทุกคนเห็นกันชัด ๆ ว่าไม่ใช่เล็กน้อย
แค่เพียงร้านเล็ก ๆ ก็สามารถทำเงินได้กว่าหนึ่งถึงสองตำลึงแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็ร้านสุรา อย่างน้อยก็ต้องได้หลายเท่า
ให้หัวเชื้อโดยไม่คิดเงิน วันเดียวก็ไม่เป็ไร แต่วันข้างหน้ายังอีกยาวนาน หากให้ไปทั้งปี ก็ต้องเป็เงินหลายร้อยถึงพันตำลึงสิ
ต้องเป็เงื่อนไขอะไรที่มีค่าขนาดนั้น!
หลี่ฉางอันพูดอย่างจริงจังว่า
"ต่อไปนี้ พี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟางจะมาเอาหัวเชื้อน้ำซุปที่ร้านเถ้าแก่จาง ข้าจะส่งหัวเชื้อน้ำซุปที่ต้องใช้ในวันนั้นมาพร้อมกับการส่งสุราในทุกเช้า ได้ไหม"
จางฟู่กวี้ใช้เวลาคิดเล็กน้อย แล้วก็เข้าใจประเด็นสำคัญอย่างรวดเร็ว เขาหรี่ตาลง
"เ้ากำลังเอาร้านสุราเล็ก ๆ ของข้ามาวางบนเตาไฟสินะ อยากให้ข้าเป็เกราะกำบังให้เ้าหรือ"
หลี่ฉางอันยิ้มขื่นพลางกล่าว
"ปิดบังเถ้าแก่จางไม่ได้จริง ๆ การที่ข้านำหม่าล่าทั่งออกมาขาย ก็ไม่สามารถป้องกันคนอื่นแอบเรียนรู้ได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะไม่มีคนอิจฉา..."
จางฟู่กวี้และอาจารย์กู้เข้าใจแล้ว
“คงมีคนเกิดความคิดชั่วร้าย เอาเป็ว่า ข้าก็ไม่อาจเอาเปรียบเ้าเช่นกัน"
เถ้าแก่จางตัดสินใจ
"เื่พวกนี้สำหรับเ้าอันตรายจริง แต่สำหรับร้านสุราของข้า พวกมันคงไม่กล้า สองกล่องหัวเชื้อน้ำซุปหม่าล่าทั่งหนึ่งตำลึงเงิน เื่นี้ก็ตกลงกันแค่นี้"
อาจารย์กู้ก็พยักหน้าเล็กน้อยอยู่ข้าง ๆ
หลี่ฉางอันรู้สึกโล่งใจ ในที่สุดก็ยิ้มออกมาได้
"ขอบคุณเถ้าแก่จาง ขอบคุณอาจารย์กู้"
หลังจากคุยเื่ธุรกิจเสร็จ ทั้งสามนั่งคุยเื่ทั่วไปอีกสักพัก หลี่ฉางอันทิ้งกล่องหัวเชื้อน้ำซุปหนึ่งกล่องจากตะกร้าของเขาไว้ แล้วจึงลุกขึ้นบอกลา
หลังจากออกจากร้านสุราจางไม่นาน หลี่ฉางอันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าเร่งรีบ ดังก้องมาแต่ไกล
แผ่นดินสั่นะเืไปตามจังหวะ ตามด้วยความรู้สึกใจสั่นที่พวยพุ่งขึ้นมา
ราวกับมีคนกำหัวใจไว้แน่น แม้แต่ลมหายใจก็กลายเป็เร่งถี่
หลี่ฉางอันมองไปทางที่มาของเสียงม้าด้วยความใ เห็นม้าสูงใหญ่สิบกว่าตัววิ่งผ่านถนนมา
ธงขนาดใหญ่สามผืนสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลม ส่งเสียงดังสวบสาบ
บนธง ตัวอักษร ‘อัน’ ขนาดใหญ่ ช่างน่าหวาดหวั่น!