ที่ที่ดีกว่าฝันดี
หลังนั่งยานที่ต่อจากดาวเจนนูแล้วตอนนี้เพเนียสก็ถึงท่าอากาศยานที่ดาวบ้านเกิดแล้ว เพเนียสก็นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงมาลงที่ใกล้ๆบ้านเขาอีกต่อทันทีโดยระหว่างนี้เขาก็ได้ส่งข้อความไปหาเทียนอี้แล้วว่าถึงบ้านแล้วซึ่งรถไฟฟ้าความเร็วสูง จากท่าอากาศยาน(สำหรับโดยสารผู้คน ในดาวดวงนี้มีที่เดียว)ใช้เวลา 3 ชั่วโมงก็ลงตรงชานชาลาใกล้บ้านต่อด้วยนั่งแท็กซี่ลอยฟ้าอีกกว่าสามสิบนาที และในที่สุดเขาก็ถึงบ้านเสียทีบ้านที่ทำให้หายเหนื่อยและมีแต่ความสุขรออยู่
“พ่อครับ แม่ครับ พี่เพวิส”พอถึงหน้าบ้านและแท็กซี่ที่มาส่งจากไปแล้วเขาเปิดประตูไม้หนาโดยการแสกนเข้ามาในพื้นที่ของบ้านก่อนที่เพเนียสจะหันไปยังฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่มีถนนเส้นเล็กๆตัดผ่านแล้วป้องปากส่งเสียงร้องไปดังลั่นสวนทันทีบ้านเขาปลูกอยู่บนเนื้อที่กว่า 200 เอเคอร์บ้านหลังเล็กอยู่กันแบบอบอุ่นแค่พวกเขาสี่คนพ่อแม่ลูกและที่เหลือก็ถูกแบ่งสรรทำสวนไป บ้านเขาปลูกข้าวโพดเป็หลัก รองลงมาก็พวกผักต่างๆมีผลไม้บ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นขายเหมือนผักและข้าวโพดแต่อย่างไรซึ่งมีทั้งส่วนที่ปลูกกลางแจ้ง และส่วนที่อยู่ในโรงเรือนกระจก บ้านเขาถือว่าอยู่ในเขตที่อากาศกำลังดีไม่หนาวมากนัก เลยทำให้สามารถเพาะปลูกได้ตลอดปี
“เพเนียสลูกกลับมาแล้วววว”พอได้ยินเหมือนเสียงลูกชายคนเล็กเรียกคนแรกที่วิ่งฝ่าไร่ข้าวโพดต้นสูงประมาณไหล่ออกมาก็คือเพเรน่าผู้เป็แม่และตามมาติดๆด้วยผู้เป็พ่อและพี่ชาย
“ครับ ผมกลับมาแล้ว”เขาก็พุ่งเข้าไปกอดแม่ทันทีอย่างโหยหาและคิดถึงอย่างสุดใจเขาคิดว่าจะตายแล้วไม่ได้เจอพวกเขาอีกแล้วแค่คิดเท่านี้ก็ไม่รู้ว่าใครจะเศร้ากว่ากันไม่ว่าจะเขาที่ไม่อยากจากและคนที่บ้านก็รอเขาอยู่เช่นกันพวกเขาคงเศร้าถ้าหากรู้ว่าเขาเป็อะไรไปเสียก่อนแต่พอได้มาเห็นแม่ที่มีผมหยักศกสีขาวเหมือนตัวเองและมีเขาม้วนๆอยู่บนหัวสองข้างแบบแกะอย่างคุ้นเคยใช่แม่เขาเป็เผ่าบีสต์(ครึ่งหนึ่ง)ไหนจะพี่ชายที่อายุห่างกันสี่ปีที่คล้ายเขาที่สุดทั้งหน้าตาและผมตรงสีขาวดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแต่สูงกว่าเขาไปหลายเิเ ส่วนพ่อเป็คนธรรมดาที่โดยรวมๆแล้วพวกเขาพี่น้องก็ได้หน้าตาของทั้งพ่อและแม่มานั่นแหละ
“พวกเราโทรหาทำไมไม่รับฮะเ้าน้องชาย”เพวิสถามออกมาคล้ายตะคอกแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใยน้องชาย
“อ่า พอดีว่าคอนโทรลแบนด์ผมพังอะขอโทษนะครับที่ทำให้เป็ห่วง” เพเนียสรีบชูข้อมือให้ดูเป็หลักฐานทันที
“เฮ้อแม่ก็นึกว่ามีเหตุร้ายอะไรขึ้นหรือเปล่า ถ้าลูกไม่ส่งข้อความมาเมื่อคืนแม่ใจคอไม่ดีเลย คิดว่าบ่ายนี้ก็จะไปดาวกอซแล้วนะ”เพเรน่ารีบว่าออกมาหลังจากปล่อยตัวลูกชายให้เป็อิสระส่วนเพเนียสก็ต้องทำหน้าปกติไว้ถึงแม้จะมีปวดๆตรงรอยช้ำจากที่เจอแม่กอดไปเต็มแรงไปบ้างแต่ก็ถือว่ารักษาหน้าไม่ให้เ็ปได้ดี
“แม่อะกังวลไปน้องอาจจะกำลังฉลองกับเพื่อนอยู่ก็ได้” เพวิสว่าออกมา
“นั่นสิ แต่เราก็เป็ห่วงลูกจริงๆนะ”ผู้เป็พ่ออย่างสิวัชว่าออกมาก่อนจะลูบหัวลูกชายคนเล็กอย่างรักใคร่และห่วงใยไม่เจอกับตั้งหลายเดือนนึกว่าจะโตขึ้นแต่ทำไมดูผอมลงขนาดนี้
“ก็ลูกรักนี่นา ก็ต้องเป็ห่วงอยู่แล้วเข้าบ้านกันเถอะลูกกลับมาเหนื่อยๆ เดี๋ยววันนี้แม่จะทำอาหารเย็นให้สุดฝีมือเลย”เพเรน่าเข้ามากอดแขนลูกชายอีกครั้งและชวนกันเข้ามาบ้านสองคนโดยปล่อยให้สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายก็เดินตามเข้าไปอยู่ดี
“ไปเก็บข้าวโพดมาด้วยฝักสวยๆนะน้องเพเนียสลูกรักจะต้องได้กินน้ำข้าวโพดอร่อยๆ แล้วก็ปลาตัวใหญ่ๆด้วยนะ”แต่ก็ต้องเจอคำสั่งเบรกเท้าลงก่อน
“จ้าแม่”
“ครับแม่” ทำอย่างไรได้สุดท้ายสองพ่อลูกก็หันหลังกลับไปช่วยกันเก็บข้าวโพดและตักปลาจากในบ่อมาให้
“ลูกขึ้นไปพักก่อนนะเดี๋ยวถึงเวลาข้าวเย็นแล้วแม่จะเรียก”เพเรน่าว่าขึ้นเมื่อพากันเดินเข้ามาในบ้านแล้ว บ้านไม้ที่สมัยนี้ไม่ค่อยเจอแล้วแต่เห็นได้ทั่วไปในดาวระดับดีที่เกือบทั่วดาวทำการเกษตรแบบนี้บ้านสองชั้นขนาดพอดีถูกสร้างจากไม้เนื้อดีที่ดูแข็งแรงทนทานและมองดูอบอุ่นชั้นล่างเป็ห้องโถง ห้องรับแขก ห้องน้ำ และห้องครัวส่วนชั้นสองเป็ห้องนอนของพวกเขา ห้องนอนแขกอีกหนึ่งห้องและระเบียงกว้างที่หันหน้าไปทางสวนเช่นเดียวกับทางเข้าบ้านไว้สำหรับนั่งเล่นหรือมองดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
“ครับแม่” เขาไม่ปฏิเสธแม่เหมือนทุกครั้งที่กลับบ้านเพราะครั้งนี้เขาเหนื่อยจากการเดินทางจริงๆหลังจากแยกจากแม่แล้วเขาก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองและเดินเข้าห้องของตนเองทันทีห้องนอนที่มาเมื่อไหร่ก็สามารถล้มตัวลงนอนได้ทันทีเพราะแม่ของเขาทำความสะอาดไว้ให้ตลอด และเด็กหนุ่มที่เหนื่อยล้ามามากไม่ใช่แค่สองสามวันนี้แต่เหมือนเขาแบกความเหนื่อยมากว่าสี่ปีก็ได้หลับไปทันทีเมื่อหัวถึงหมอนเขากลับมาที่บ้านแล้ว ที่ที่ดีที่สุด เซฟโซนที่ดีที่สุดเขาไม่อยากจากที่นี่ไปไหนอีกแล้ว
“เพเนียสลูก ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะ”เสียงร้องะโเรียกจากชั้นล่าง ทำให้เพเนียสที่นอนหลับสนิทสะดุ้งตื่นทันทีเขาอยากจะโกรธแม่อยู่หรอกที่มาทำให้ฝันดีของเขาหายไปแต่พอนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านคือที่ที่ดีกว่าความฝันดีๆ ดังนั้นแล้วเขาจึงผ่อนคลายลงก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำที่มีอยู่ในห้องนอน ล้างหน้าล้างตาสักหน่อยจากนั้นก็เดินลงไปข้างล่าง กินข้าวเย็นตามคำเรียกร้องไม่ใช่คำเรียกร้องของแม่เขาหรอก แต่เป็ท้องเขานี่แหละที่ก็เริ่มร้องจ๊อกๆแล้ว
-ครอบครัวของเพเนียส สิวัช (96 ปี)เพเรน่า (91 ปี) เพวิส (34 ปี) เพเนียส(30 ปี)
-ผู้คนในเซเรนิออส อายุขัยยืนยาวเฉลี่ยที่ 500 ปี (ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นในปีหลังๆนี้)หรือจะมากกว่านั้นแล้วแต่ทรัพยากรของแต่ละบุคคล ดังนั้นแล้วพ่อแม่ของเพเนียสที่อายุ90+ ก็ยังไม่แก่รูปร่างหน้าตาน่าจะพอๆกับวัยสามสิบกลางๆเท่านั้น(แต่บางคนที่ดูแลรูปร่างหน้าตาผิวพรรณอย่างดี ร่ำรวยหน่อย อายุเกินร้อย สองร้อยปีก็ยังคงสาวใสอยู่)