ตอนที่ 5 ปิดปากสนิท (1)
เรือนของตระกูลสวี่ตั้งอยู่ในตรอกอวี้จิ่ง เป็จวนใหญ่ที่มีห้าเรือน หันหน้าไปทางทิศใต้ ทอดตัวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกยาวไปครึ่งเส้นถนน ซึ่งเรียกได้ว่าทั้งยิ่งใหญ่และอลังการ
เว่ยซื่อ[1] นายหญิงผู้เฒ่าแห่งตระกูลสวี่ให้กำเนิดบุตรชายสี่คนและบุตรสาวหนึ่งคน เมื่อประมาณห้าถึงหกปีก่อนในตระกูลเกิดความไม่สงบ นายหญิงผู้เฒ่าจึงฝืนใจร้ายตัดสินใจให้แต่ละครอบครัวแยกกันออกไปใช้ชีวิตของตนเอง แม้กระทั่งธุรกิจต่างๆ ก็แบ่งสันปันส่วนไปให้พวกลูกหลานดูแล หากแต่ไม่ยินยอมให้แยกตัวออกจากตระกูล สุดท้ายแล้วทรัพย์สินทุกอย่างก็เป็ของกองกลาง แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็แยกครอบครัวแล้ว ดังนั้นรายได้จากธุรกิจแต่ละปีจึงตกเป็ของครอบครัวตนทั้งสิ้น
เพื่อให้ได้แยกกันอยู่อย่างชัดเจน แต่ละครอบครัวจะลงกลอนที่ประตูตรงมุมกำแพงเรือน ต่างเรือนต่างปิดประตูทุกวัน ทั้งยังมีหญิงรับใช้สูงวัยสี่คนผลัดเวรเฝ้าประตูในยามกลางคืนด้วย
วันนี้เมื่อเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นจึงไม่อาจไปเดินเล่นที่ถนนหย่งซ่านได้แล้ว สองพี่น้องเพียงอยากรีบกลับเรือนเท่านั้น
เดิมทีเซียวิ่หางบอกว่าจะมาส่ง แต่สวี่เฉิงอวี๋คิดว่าเขาเป็ผู้มีสถานะสูงส่งถึงเพียงนี้ ทั้งเขายังทำตัวไม่ชัดเจน หากเลี่ยงการเข้าใจผิดไว้ก่อนจะดีที่สุด ดังนั้นนางจึงปฏิเสธทุกวิถีทางแต่ผลที่สุดกลับบอกปัดเซียวิ่หางไปได้อย่างยากลำบาก
ตอนนี้นางพาสวี่เฉิงอิงกลับมาถึงเรือนแล้ว นางเดินเข้าจวนทางประตูตรงมุมด้านหลังของบ้านสามด้วยคิดจะส่งสวี่เฉิงอิงกลับไปก่อนจากนั้นจึงค่อยกลับบ้านใหญ่
เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเรือนของบ้านสามแล้วนางจึงแตะตัวสวี่เฉิงอิงเล็กน้อย “น้องหญิงเจ็ด”
สวี่เฉิงอิงชะงักฝีก้าว นางร้องไห้มาแล้วรอบหนึ่งแต่ตอนนี้ั์ตายังคงแดงก่ำ หันมามองนางโดยไม่พูดอะไร
สวี่เฉิงอวี๋ก้าวเข้าไปลูบไล้ใบหน้าของนาง “เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ อย่าไปบอกกับใครแม้แต่คำเดียวนะ รู้หรือไม่”
“พี่หญิงห้า” นางลำบากใจจึงถามกลับไป “เื่ใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่ให้ข้าพูดหรือ”
“ไม่เพียงแค่เื่บนถนนเท่านั้น ยังมีเื่ที่หอป๋ายอวิ๋น ที่พี่หญิงฮุ่ยพูดจาเย้ยหยันเ้า ข้าออกหน้าแทนเ้า ได้พบกับคุณชายน้อย…” สวี่เฉิงอวี๋ถอนมือกลับมา มองั์ตาแดงก่ำของอีกฝ่ายและรู้สึกลำบากใจชั่วขณะ ก่อนรั้งตัวนางอีกครั้ง “ถ้าอาหญิงสามเห็น จะต้องถามเ้าแน่นอนว่าเหตุใดจึงร้องไห้ เ้าจงบอกว่าข้าไม่ยอมพาเ้าไปถนนหย่งซ่านจึงโกรธข้าจนร้องไห้ไปยกหนึ่ง ส่วนเื่อื่นอย่าได้พูดถึงแม้แต่นิดเดียว จำได้หรือยัง”
นางเพียงถามว่าจำได้หรือยัง แต่ไม่ได้บอกว่าเหตุใดจึงไม่ให้พูด
สวี่เฉิงอิงเป็คนเอาแต่ใจ นางเป็คนที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนที่สุดของครอบครัวมาั้แ่เด็ก อีกทั้งนางยังเป็น้องเล็กสุด ทั้งครอบครัวตามใจและทะนุถนอมนาง นับว่ายังดีที่ถึงแม้นางจะถูกตามใจจนนิสัยเสีย แต่แก่นแท้ไม่ได้เลวร้ายตามไปด้วย เพียงก่อความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
ทว่าตอนนี้เมื่อเกิดเื่ใหญ่โตขึ้น แม้นางจะไม่ใช่คนที่ต้องทนน้อยเนื้อต่ำใจ แต่นางก็ได้รับความตื่นตระหนกมากจริงๆ เดิมทีนางควรกลับไปกอดท่านแม่แล้วร้องห่มร้องไห้สักยกหนึ่ง และสืบให้แน่ชัดว่าเป็ผู้ใดกันแน่ที่อาจหาญถึงขั้นลักพาตัวพวกนางที่เป็ถึงคุณหนูตระกูลสวี่ ไหนเลยจะเป็อย่างพี่หญิงห้าของนาง ที่จับตัวคนเ่าั้เอาไว้แล้วพูดจาพอหอมปากหอมคอแล้วก็ปล่อยตัวไปเสียอย่างนั้น
นางไม่เข้าใจความสลับซับซ้อนในเื่นี้ ทั้งยังไม่รู้ว่าไปล่วงเกินผู้อื่นตรงไหนกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็กลืนความรู้สึกนี้ไม่ลง
ทว่าตอนนี้เมื่อกลับถึงบ้านพี่หญิงห้าของนางกลับบอกให้นางห้ามพูดสิ่งใดแม้แต่คำเดียว แม้แต่เื่ที่เจียงฮุ่ยมีเจตนากล่าวเย้ยหยันนางก็ยังห้ามไม่ให้นางพูดออกไป
สวี่เฉิงอิงไม่ยินยอม นางสะบัดมือสวี่เฉิงอวี๋ออก “ไม่ได้!”
เด็กคนนี้เป็คนไม่ฟังเหตุผล เช่นนั้นก็ทำได้เพียงเกลี้ยกล่อม…
สวี่เฉิงอวี๋กะพริบตาปริบๆ ทั้งยังรู้สึกชาไปทั่วหนังศีรษะ แต่ก็จำต้องเกลี้ยกล่อมนางด้วยความอดทน “เ้าจะยอมเชื่อฟังข้าหรือไม่ ถ้าเ้าไม่เชื่อฟังข้า พอข้าออกไปข้างนอกอีก ข้าก็จะไม่พาเ้าไปด้วยแล้วนะ ถ้าเ้าเชื่อฟังข้า อีกสักพักข้าจะสั่งคนไปซื้อของกินที่หอรุ่ยฝูมาให้เ้า ขนมวอวอทอดกรอบ[2] ขนมแป้งทับทิมนึ่งนมเปรี้ยวเย็น ทั้งยังมีซาลาเปาไส้น้ำมันไก่มะเขือม่วงของพวกเขาอีก เ้าอยากกินหรือไม่”
เชิงอรรถ
^ ซื่อ แปลว่านามสกุล ใช้เรียกต่อท้ายสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว บางครั้งอาจเรียกสกุลของสามีนำหน้าสกุลเดิมของภรรยาด้วย^ ขนมวอวอ เป็นอาหารของคนทางภาคเหนือของจีน มีลักษณะเป็นก้อนแป้งสีเหลือง เจาะหลุมตรงกลาง ใช้แป้งข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลัก