หลังจากแม่ทัพซูเดินออกจากห้องไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมเรือนพักอีกครั้ง
ซูอวี่ทรุดตัวลงบนเตียงราวกับิญญาหลุดออกจากร่าง
จบกัน
ชีวิตใหม่ของนางเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่ถึงครึ่งวัน ก็ถูกผลักเข้าสู่เส้นเื่หลักเสียแล้ว
งานเลี้ยงชมดอกท้อ…
หากความทรงจำจากนิยายไม่ผิดพลาด นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะทุกอย่าง
ในต้นฉบับ เซียวอ๋องถูกลอบสังหารระหว่างงานเลี้ยง แม้สุดท้ายจะรอดชีวิต แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นได้กลายเป็ชนวนสำคัญของการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก
ส่วนคุณหนูสามสกุลซู…
ตัวประกอบผู้โชคร้ายดันไปเห็นใบหน้ามือสังหารโดยบังเอิญ
จากนั้นนางก็ถูกตามเก็บเงียบ ๆ
และเสียชีวิตในอีกสามเดือนต่อมา
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็คนลงมือ
ไม่มีใครสืบหาความจริง
เพราะคนตายเป็เพียงตัวประกอบที่ไม่มีความสำคัญพอ
“ไม่ได้…”
ซูอวี่ลุกพรวดขึ้นจากเตียง
“ข้าจะไม่ยอมตายเด็ดขาด!”
เพียงก้าวเดียว โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง
นางรีบทรุดกลับลงนั่ง มือหนึ่งกุมขมับ อีกมือยันขอบเตียงไว้แน่น
ร่างนี้อ่อนแอกว่าที่คิด
คงเป็ผลจากการตกน้ำและไข้สูงหลายวัน
ซูอวี่หลับตาสูดลมหายใจลึก พยายามจัดระเบียบความคิดที่กำลังยุ่งเหยิง
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องหาข้อมูล
เมื่อเปิดเกมใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือสำรวจแผนที่
เมื่อตื่นมาอยู่ในนิยาย สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือเก็บข้อมูลเช่นกัน
นางหันไปมองสาวใช้ตัวน้อยที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง
“เ้าชื่ออะไร”
เด็กสาวรีบก้มศีรษะ
“บ่าวชื่อชิงเหอเ้าค่ะ”
“ดี ชิงเหอ ข้ามีคำถาม”
ชิงเหอรีบพยักหน้ารัวเร็ว สีหน้าจริงจังราวกับกำลังรับคำสั่งสำคัญระดับชาติ
ซูอวี่มองนางอย่างเคร่งขรึม
“หากคนผู้หนึ่งอยากป่วยหนักจนออกไปงานเลี้ยงไม่ได้ เ้าคิดว่าควรทำอย่างไร”
ชิงเหอเบิกตากว้าง
“คุณหนู…ท่านจะกินยาถ่ายหรือเ้าคะ”
ซูอวี่ชะงัก
“มีหรือ”
“มีเ้าค่ะ”
ดวงตาของนางพลันเป็ประกาย
“ดีมาก!”
ชิงเหอรีบส่ายหน้าจนมวยผมแทบหลุด
“ไม่ได้เ้าค่ะ! หากนายท่านทราบ บ่าวต้องถูกลงโทษแน่”
ซูอวี่ถอนหายใจ
แผนที่หนึ่ง ล้มเหลว
“เช่นนั้น หากข้าทำเป็ความจำเสื่อมเล่า”
ชิงเหอทำหน้าลำบากใจ
“เมื่อเช้าท่านเพิ่งถามว่าคนในกระจกเป็ใคร นายท่านบอกว่าอย่าเล่นละครมากเกินไปเลยเ้าค่ะ”
ซูอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง
บิดาของร่างนี้ช่างไม่หลงกลเอาเสียเลย
แผนที่สอง ล้มเหลว
“ถ้าข้าหนีออกจากจวนล่ะ”
ชิงเหอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยความจริงใจอย่างที่สุด
“คุณหนู ท่านไม่เคยออกประตูหลังจวนด้วยตนเอง ท่านคงหลงทางั้แ่ตรอกแรก”
ซูอวี่ถึงกับพูดไม่ออก
ก็จริง
เ้าของร่างเดิมเป็คุณหนูในเรือนลึกที่แทบไม่เคยออกนอกจวน
ส่วนตัวนาง…
ต่อให้มีแผนที่ในโทรศัพท์ก็ยังหลงในห้างสรรพสินค้าได้
หญิงสาวยกมือกุมขมับอย่างหมดแรง
เหตุใดการมีชีวิตรอดจึงยากเย็นเพียงนี้
ชิงเหอมองนางอย่างลังเล ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา
“คุณหนู ท่านไม่อยากไปงานเลี้ยงเพราะกลัวเซียวอ๋องหรือเ้าคะ”
ซูอวี่เงยหน้าขึ้นทันที
“เ้ารู้จักเขาหรือ”
ชิงเหอรีบลดเสียงลง
“ใครจะไม่รู้จักเล่าเ้าคะ”
“ได้ยินว่าท่านอ๋องผู้นั้นเ็านัก เคยส่งขุนนางทุจริตเข้าคุกทั้งตระกูลในคืนเดียว”
“ผู้คนยังลือกันว่า ท่านไม่ชอบให้สตรีเข้าใกล้ หากมีผู้ใดจงใจเข้าหา ท่านจะเดินหนีทันที”
ดวงตาของซูอวี่เป็ประกายขึ้นมาทันใด
เดินหนีสตรี?
ดี!
ดีมาก!
นี่เป็ข่าวดีที่สุดั้แ่นางลืมตาตื่นขึ้นมา
ขอเพียงอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปพัวพัน ทุกอย่างก็น่าจะราบรื่น
ซูอวี่เริ่มจัดระเบียบความคิดอย่างรวดเร็ว
ไม่ทำตัวเด่น
ไม่เข้าไปช่วยเหลือใคร
ไม่อยากรู้อยากเห็น
ไม่เข้าใกล้เซียวอ๋อง
เพียงเท่านี้ก็ไม่มีทางถูกดึงเข้าสู่เส้นเื่หลัก
หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ
“ข้ารู้แล้ว”
ชิงเหอกะพริบตาปริบ ๆ
“รู้เื่ใดหรือเ้าคะ”
“แผนเอาชีวิตรอดของข้า”
ซูอวี่ยกนิ้วขึ้นนับทีละข้อ สีหน้าจริงจังราวกับกำลังประกาศกฎเหล็กของสำนักลับ
“หนึ่ง อยู่ให้ห่างจากเซียวอ๋องอย่างน้อยสิบจั้ง”
“สอง ไม่พูดกับคนแปลกหน้า”
“สาม ไม่ดื่มสุรา”
“สี่ กลับจวนก่อนฟ้ามืด”
“ห้า หากเกิดเื่วุ่นวาย จงวิ่ง”
ชิงเหอฟังจนปากอ้า
นี่ไม่เหมือนกฎของคุณหนูผู้สูงศักดิ์เลยสักนิด
ออกจะเหมือนคู่มือเอาตัวรอดของโจรเร่ร่อนมากกว่า
แต่เมื่อเห็นประกายในดวงตาของผู้เป็นาย นางก็ไม่กล้าถามอะไรต่อ
ซูอวี่ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้ระวังตัวมากขึ้น
ไม่มีทางพลาดแน่นอน
นางอ่านนิยายเื่นี้มาสามรอบ
เขียนรีวิวด่าผู้เขียนไปอีกหนึ่งบทความ
ไม่มีใครรู้เนื้อเื่ดีไปกว่านางแล้ว
ชะตากรรมอะไรนั่น…
เปลี่ยนได้อยู่แล้ว!
ขณะกำลังมั่นใจเต็มเปี่ยม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
สาวใช้าุโเดินเข้ามาพร้อมถาดไม้ลงรักสีดำ บนถาดวางชุดผ้าไหมสีแดงเข้มอย่างประณีต
“คุณหนูสาม นายหญิงใหญ่สั่งให้ส่งชุดสำหรับงานเลี้ยงมาให้เ้าค่ะ”
ซูอวี่เหลือบมองเพียงแวบเดียว ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะหายไปทันที
ชุดสีแดงเข้มปักดิ้นทองลายหงส์สะบัดปีก
งดงามจนสะดุดตา
และโดดเด่นเกินไป
มากเกินไป
ในต้นฉบับ…
คุณหนูสามสวมชุดนี้ในวันงานเลี้ยง
จึงถูกมือสังหารจดจำได้ง่ายที่สุด
ซูอวี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่
นางรีบหันไปมองชิงเหอ
“ในตู้เสื้อผ้าข้ามีชุดสีเขียวหม่นหรือสีเทาหรือไม่”
“มีเ้าค่ะ”
“ดีมาก เอามาให้ข้า”
ชิงเหอทำหน้าฉงน
“แต่สีพวกนั้นไม่สวยเลยนะเ้าคะ”
ซูอวี่ส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว
“ยิ่งไม่สวยยิ่งดี”
คนสวยมักมีปัญหา
ตัวประกอบที่ปลอดภัย ต้องจืดจางเข้าไว้!
ชิงเหอมองผู้เป็นายด้วยแววตาสับสน
หลังตกน้ำ คุณหนูสามดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมากจริง ๆ
แต่แปลกเหลือเกิน…
นางกลับรู้สึกว่าคุณหนูในตอนนี้มีชีวิตชีวากว่าเดิมมาก
ซูอวี่กำหมัดแน่น
ครั้งนี้นางจะไม่ยอมให้โชคชะตาเล่นตลกกับตัวเองอีก
ทว่านอกหน้าต่างเรือนพัก บนกิ่งไม้ใหญ่ที่ทอดเข้ามาใกล้ชายคา
ชายหนุ่มในชุดสีดำผู้หนึ่งกำลังเอนกายพิงลำต้นอย่างเกียจคร้าน
ลมเย็นพัดผ่านชายแขนเสื้อสีเข้มให้พลิ้วไหว
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซ่อนอยู่ใต้เงาไม้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาลึกคู่นั้นทอดมองเข้าไปในห้องอย่างเงียบงัน
เขามาเพียงเพื่อตรวจสอบข่าวลือที่ว่า บุตรสาวคนเล็กของแม่ทัพซูตกน้ำจนหมดสติหลายวัน
แต่สิ่งที่ได้เห็น กลับน่าสนใจกว่าที่คิด
สตรีที่เพิ่งฟื้นจากอาการป่วยไม่คิดถามหายาบำรุง ไม่สนใจเครื่องประดับล้ำค่า แต่กลับวางแผนหนีงานเลี้ยงอย่างเอาเป็เอาตาย
แถมยังประกาศกร้าวว่าจะอยู่ให้ห่างจากเขาสิบจั้ง
ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย
เป็รอยยิ้มจาง ๆ ที่แทบไม่มีใครเคยเห็น
“อยู่ให้ห่างจากข้าอย่างน้อยสิบจั้งอย่างนั้นหรือ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววขบขัน
“น่าสนใจดี”
ดวงตาคมมองผ่านหน้าต่างไปยังร่างเล็กในห้องอีกครู่หนึ่ง
สตรีในเมืองหลวงทุกคนต่างพยายามเข้าใกล้ข้า
มีเพียงนางที่อยากหนีให้ไกลที่สุด
เหตุใดกัน?
สายลมพัดผ่าน กิ่งไม้ไหวเอน
เงาร่างในชุดดำหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
โดยที่ซูอวี่ไม่รู้เลยว่า…
แผนข้อแรกของนาง
ล้มเหลวั้แ่ยังไม่ทันออกจากจวน
และบุรุษที่นางตั้งใจจะหลบเลี่ยงมากที่สุด
กำลังเริ่มสนใจนางแล้ว