๔
ห้องนอนที่กว้างมีพื้นที่ใช้สอยสะดวกสบายแยกสัดส่วนอย่างชัดเจนที่ด้านหนึ่งติดกับห้องน้ำเป็ห้องเสื้อผ้า ถัดมาอีกด้านเป็ห้องแต่งตัวซึ่งมีโต๊ะเครื่องแป้งและอุปกรณ์สำหรับแต่งตัววางอยู่อย่างเป็ระเบียบแม้ว่าเ้าตัวจะเพิ่งใช้งานเสร็จก็ตาม อีกมุมเป็มุมนั่งเล่นมีโซฟาและทีวีจอั์ติดอยู่ที่ผนังห้องและตรงกลางห้องเป็เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยชุดผ้าปูที่นอนสีดำสนิท รวมถึงการตกแต่งห้องก็เน้นโทนสีดำเรียบหรูดูแพงบ่งบอกว่าเ้าของห้องเป็คนมีรสนิยมและโลกส่วนตัวสูง
ลูกเจี๊ยบเดินสำรวจห้องจนพอใจ จากนั้นก็จัดการดึงผ้าปูที่นอนถอดปลอกหมอนออกแล้วยัดลงใส่ตะกร้า
จากนั้นก็เดินไปหยิบตะกร้าเสื้อผ้ากางเกง และกางเกงใน
แล้วก็เอาตะกร้าทั้งหมดเรียงซ้อนทับกันแล้วยกออกจากห้องไปซัก
"มีแต่กลิ่นน้ำหอมเต็มเสื้อไปหมดคงเป็กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงล่ะสิ ไอ้งูพิษ ไอ้งูนิสัยไม่ดีคุณจะรู้บ้างไหมว่าผมเกลียดคุณมาก ๆแต่ก็อย่างว่านั่นแหละผมเป็แค่คนไร้ค่าสำครับคุณ เป็คนบำเรอของคุณผมจะมีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไรจากคุณได้ แต่เมื่อถึงวันหนึ่งวันที่มันเป็วันของผมวันที่ผมเป็อิสระจากคุณ ลูกเจี๊ยบคนนี้แหล่ะจะเอาคืนคุณให้สาสม…ไอ้งูพิษ"
คนตัวเล็กพึมพำเบา ๆขณะที่เดินลงบันไดมา
"ตายแล้วคุณเจี๊ยบทำไมไม่ใช้เด็กให้ขึ้นไปช่วยคะ…"ป้านิ่มพูดเสียงดังด้วยความใ คงเพราะเจี๊ยบเป็คนตัวเล็กดูบอบบาง"เดี๋ยวป้าช่วยค่ะ"
ป้านิ่มเดินเข้ามายกตะกร้าผ้าจากเจี๊ยบไป
"ขอบคุณครับป้านิ่มเดี๋ยวผมขออุปกรณ์ซักผ้าหน่อยนะครับ"
"อุปกรณ์…"คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงพูดต่อ"เครื่องซักผ้าอยู่ทางด้านหลังห้องครัวค่ะ ต้องเดินอ้อมออกไปข้างนอก"
"ผมจะซักมือครับซักมือสะอาดกว่าเครื่อง"
เจี๊ยบซักผ้าด้วยมือมาั้แ่เด็ก ๆและการซักผ้าด้วยมือสะอาดกว่าการซักด้วยเครื่องเป็ไหน ๆอีกอย่างยังช่วยถนอมเนื้อผ้าอีก ทำให้ใช้ได้นานดังนั้นคนตัวเล็กจึงชินกับการซักผ้าด้วยมือมากกว่า
"แต่ว่าเสื้อผ้าเยอะมากเลยนะคะถ้าคุณเจี๊ยบจะซักด้วยมือเดี๋ยวป้าให้เด็กไปช่วยค่ะ"
คนพูด…พูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
"ไม่เป็ไรครับผมทำไหว"
เจี๊ยบฉีกยิ้มกว้างราวกับเด็กน้อยซุกซนที่ยิ่งทำให้คนมองทั้งรักทั้งเอ็นดู
"แต่ว่า…"
"ผมไหวจริง ๆครับป้านิ่ม ผมมาอยู่ที่นี่เพื่อเป็คนรับใช้ของคุณั ฉะนั้นเขาใช้ผมผมต้องทำเอง เดี๋ยวถ้าเขารู้ว่าผมไม่ทำเองเขาอาจจะอารมณ์เสียอีกก็ได้นะครับ"
คราวนี้ป้านิ่มหยุดคิดสักพัก ถ้าเป็อย่างนั้นก็จริงอย่างที่เจี๊ยบพูดเพราะเ้านายตัวเองอารมณ์ร้อนและไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง
"สู้ ๆ นะคะมีอะไรให้ป้าช่วยก็บอก เดี๋ยวป้าสั่งเด็กไปจัดการเตรีมอุปกรณ์ให้นะคะ"
"ขอบคุณครับ"
"ถ้ามีอะไรเรียกใช้ฉันได้นะคะ"
แม่บ้านหน้าตาสวยบอกเจี๊ยบ
"พี่ชื่ออะไรครับ"
"มะนาวค่ะเรียกนาวก็ได้ค่ะ"
เธอพูดพร้อมกับยิ้ม ๆให้กับเจี๊ยบอย่างเป็มิตร
"ครับพี่นาวส่วนผมชื่อเจี๊ยบนะครับ"
"ค่ะ"
พูดเสร็จเธอก็เดินออกไป
เจี๊ยบจัดการเทผงซักผอกลงตีกับน้ำในกะละมังใบโตให้เกิดฟองจากนั้นก็เริ่มซักผ้าปูที่นอน ตามด้วยเสื้อ กางเกง และกางเกงชั้นใน…บ้าที่สุดทำไมต้องให้เขามาซักกางเกงชั้นในให้ด้วยนะ ของแบบนี้เขาให้คนอื่นซักให้กันที่ไหนล่ะ
เจี๊ยบจัดการซักเสื้อทุกซอกทุกมุมอย่างสะอาดซึ่งบางตัวก็เลอะลิปสติกเป็รูปปากสีแดงเชียวแถมยังกลิ่นน้ำหอมฟุ้ง...เขาคงเ้าชู้น่าดู
แต่นั่นมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเด็ดขัดดอกอย่างเขาหรอกมันเป็เื่ของเขา
เจี๊ยบก็เป็แค่ที่ระบายยามเขาไม่มีที่ลงก็เท่านั้น
เจี๊ยบไม่เคยคิดมาก่อนว่า ที่บ้านจะเป็หนี้เขามากมายขนาดนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอมรกับแสงพลอยไม่เคยปริปากพูดเื่นี้เลย ร่างบางจึงไม่คิดว่าครอบครัวจะล้มละลาย แต่่หลังมานี้ทุกครั้งที่เจี๊ยบกลับบ้านเขาจะเห็นัมาที่บ้านบ่อยมากตอนแรกก็นึกว่าเขาคงเป็หุ้นส่วนบริษัทฯ หรือไม่ก็พวกนักลงทุน เพราะดูแล้วเขาอายุยังน้อยประมาณสามสิบต้นๆ น่าจะได้
แต่แล้วก็กลับคิดผิดความจริงัเป็เ้าหนี้
และยังเป็เ้าหนี้ที่ไร้หัวใจอีกต่างหากเขาจับเจี๊ยบมาแล้วทำกับเจี๊ยบราวกับไม่ใช่คนความเ็ปเ่าั้มันฝังลึกลงไปในใจคนร่างบางอย่างเจี๊ยบ
ทุกการกระทำที่เขาย่ำยีเจี๊ยบในคืนนั้นมันโหดร้ายจริงๆ โหดร้ายเกินกว่าที่จะให้อภัยได้
เจี๊ยบได้แต่หวังว่าสักวัน สักวันหนึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงเขาจะเอาคืนัอย่างสาสม เขาจะทำให้ัรู้ว่าถึงแม้ว่าเขาจะเป็เด็กกำพร้าแต่เขาก็มีหัวใจ มีความรู้สึก มีเืเนื้อเหมือนกับั เมื่อนึกถึงภาพเ่าั้ยิ่งมันทิ่มแทงหัวใจเจี๊ยบมันปวดร้าวเหลือเกิน
ไม่ว่าจะต้องเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายอีกแค่ไหนเจี๊ยบก็ต้องทนเพราะไม่มีทางเลือก เจี๊ยบเลือกไม่ได้จริง ๆ เขาอยากทำอะไรกับเจี๊ยบอยากจะตบอยากจะตียังไงก็คงต้องยอมเขา เขาอยากจะขังเจี๊ยบเหมือนนักโทษเจี๊ยบก็ต้องยอมเขา เพราะเหตุผลเพียงประการเดียวคือเจี๊ยบสู้เขาไม่ไหว
"ผมจึงเป็ได้แค่คนไร้ค่าในสายตาเขาเป็เสมือนตุ๊กตากลไว้ให้เขาใช้ง่านเล่น ๆ เท่านั้น…"
หลังจากซักผ้าเสร็จเจี๊ยบก็ขึ้นมาจัดการเก็บกวาดห้องนอนของัโชคดีที่ไม่รกมากห้องนอนเขาแทบไม่มีฝุ่นเกาะและข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ
เขาเป็คนระเบียบจัดจริง ๆแม้แต่เจี๊ยบเองก็ััได้
คนร่างบางทำการปัดกวางเช็ดถูห้องจนสะอาดจากนั้นก็ใช้น้ำยาเช็ดพื้นกลิ่นลาเวนเดอร์เช็ดทำความสะอาดทั่วห้องอีกครั้ง คนร่างบางคิดว่ากลิ่น ลาเวนเดอร์น่าจะทำให้คนที่ทำงานมาเหนื่อยๆ เวลาเข้ามาในห้องนอนแล้ว จะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นทำให้เขานอนหลับสบาย
หลังจากที่ทำความสะอาดห้องเสร็จเจี๊ยบก็เดินลงมาชั้นล่างของบ้าน บ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์แสดงถึงถานะผู้อยู่อาศัยได้เป็อย่างดีมีห้อง ต่าง ๆ เยอะแยะเต็มไปหมดทั้งน้อยใหญ่ซึ่งเจี๊ยบเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับบ้านหลังนี้สักเท่าไร
"ว่าแต่…บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้เขาอยู่คนเดียวเหรอ"
เจี๊ยบพูดด้วยความสงสัย
"แต่มันก็เื่ของเขาไม่เกี่ยวกับเรานี่น่าเสร็จสักทีหน้าที่วันนี้"
คนร่างบางพูดพร้อมกับถอนหายใจยาวและบิดี้เีไปมาแล้วเดินมุ่งหน้าเข้าไปห้องครัว
"อ้าวมาพอดีเลยคุณเจี๊ยบป้ากำลังจะให้เด็กขึ้นไปตามมาทานข้าวกลางวันเดี๋ยวป้าให้เด็กจัดโต๊ะให้นะคะ"
"ไม่เป็ไรครับ ผมไม่ใช่เ้านายบ้านหลังนี้ผมทานในห้องครัวได้ครับ"
เจี๊ยบพูดด้วยรอยยิ้มละไม เพราะเขารู้สถานะเขาดีว่าเขาเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเหตุผลใดฉะนั้นการเจียมตัวให้สมกับสถานะจึงเป็สิ่งที่สำคัญมากสำหรับเจี๊ยบ
เขาเป็แค่เด็กขัดดอกเป็แค่ที่ระบาย ประโยคนั้นยังย้ำเตือนในใจเขาเสมอ
"วันนี้มีแกงส้มชะอมทอดมีผัดเห็ดเข็มทองน้ำมันหอยยุ้งสด และก็มียำหมูยอ คุณเจี๊ยบจะเอาอะไรเพิ่มอีกไหมคะ"
คนพูดนำอาหารมาวางที่โต๊ะตรงกลางห้องครัวแล้วถามคนร่างบางที่นั่งด้วยสีหน้าอิดโรย
"แค่นี้ก็เยอะมากแล้วครับความจริงแค่ไข่เจียวกับข้าวสวยผมก็ทานได้แล้วครับไม่เห็นป้านิ่มต้องลำบากทำขนาดนี้เลย"
เจี๊ยบพูดด้วยความเกรงใจคนที่อยู่ตรงหน้า
"แค่นี้เองค่ะ อีกอย่างคุณเจี๊ยบเพิ่งทำงานบ้านมาเหนื่อยๆ ต้องกินเยอะ ๆ ค่ะจะได้เพิ่มพลัง ดูสิตัวเล็กนิดเดียว"
"ป้านิ่มก็…ผมก็โตได้แค่นี้แหละครับ"
เจี๊ยบพูดพลางหัวเราะ
"ค่ะ ทานเยอะ ๆนะคะ"
"ป้านิ่มกินเสร็จแล้วเหรอครับมาทานเป็เพื่อนผมหน่อยสิครับ ผมเหงา"
รอยยิ้มที่ออดอ้อนจนคนเห็นอดสงสารไม่ได้
"ค่ะ"
ป้านิ่มพูดพร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้ามลูกเจี๊ยบ
"คุณเจี๊ยบเป็ลูกใครเหรอคะแล้วมาอยู่กับคุณัได้ยังไง"
คนที่อยู่ตรงหน้าถามด้วยความอยากรู้และอีกประการหนึ่งเขาถามด้วยความเป็ห่วงลูกเจี๊ยบ เพราะบางทีัก็ทำเกินไป
เด็กตัวแค่นี้ใช้ให้ทำนู้นทำนี่ แถมยังชอบทำร้ายจิตใจเขาอีกต่างหาก
"พ่อแม่แท้ ๆผมไม่รู้หรอกครับว่าเป็ใคร…" เจี๊ยบพูดด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก"เขาทิ้งผมไว้ที่โรงพยาบาล จากนั้นก็มีคนใจบุญรับผมไปเลี้ยงแล้วเขาก็ดันมีลูกขึ้นมา เขาก็เลยขายผมให้พ่อแม่บุญธรรมคนปัจจุบันที่เลี้ยงผมท่านทั้งสองดีกับผมมาก ๆ ดีจนผมไม่รู้จะตอบแทนท่านยังไงแต่แล้วความสุขก็อยู่ได้ไม่นานครับ ผมไม่เคยรู้เลยว่าที่บ้านเป็หนี้กำลังจะล้มละลายพ่อกับแม่ผมเป็หนี้คุณัน่ะครับ ท่านไม่มีเงินใช้หนี้ คุณัก็เลยเอาตัวผมมาอยู่ที่นี่"
ปลายเสียงเศร้าเล็กน้อยหากคนฟังถอนหายใจอีกครั้ง
"ป้าขอโทษนะคะที่ถามเื่นี้ออกไป"
"ไม่เป็ไรหรอกครับเื่ทั้งหมดมันผ่านมาเกินกว่าที่ผมจะเศร้ากับมันแล้วครับส่วนเื่งูพิษ เออ…เื่ของคุณั ผมก็ต้องชดใช้ให้เขาตามที่เขาอยากจะให้ผมทำหรือตามความพอใจของเขาเพราะผมไม่มีสิทธิ์ไปขอร้องหรืออ้อนวอนเขา"
"ปกติคุณัไม่ใช่คนแบบนี้คุณัไม่เคยใช้วิธีนี้ในการทวงนี้กับลูกหนี้ ปกติก็เห็นประนีประนอมกันตลอด…" คนพูด…พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทุกอย่างเป็จริงตามที่พูด ัไม่เคยทำกับลูกหนี้คนไหนแบบนี้มาก่อนเพราะอะไรกันล่ะ "เชื่อป้านะคะว่าคุณัไม่ใช่คนใจร้าย ที่เป็แบบนี้คุณัต้องมีเหตุผลของเขา"
"บางทีเขาอาจจะไม่มีเหตุผลอะไรเพียงแต่ผมเป็ผู้โชคร้าย อ้อ…เขาเอาผมมาเป็หนูทดลองก่อนไงครับเดี๋ยวถ้าคิดว่าดีก็คงทำกับคนอื่น ๆ"
เจี๊ยบยังคงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หากคนมองพอดูออกว่ารอยยิ้มที่ถูกสร้างมานั้นมันแฝงเร้นไปด้วยความเ็ป
"ป้าเชื่อว่าคุณัมีเหตุผลค่ะคุณัไม่เคยพาใครเข้ามาในบ้าน แม้แต่ผู้หญิงคนเดียวก็ไม่เคยอีกอย่างห้องของคุณัไม่เคยมีใครได้ย่างกรายเข้าไปเว้นแต่ว่าเข้าไปทำความสะอาดเท่านั้น"
'ผมต้องดีใจใช่ไหมที่ได้เข้าห้องไอ้งูพิษเป็คนแรก'
เจี๊ยบคิดในใจแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆออกมา
ภายในห้องทำงานของผู้บริหารบริษัทส่งออกและนำเข้าอัญมณีอันดับหนึ่งของประเทศห้องที่ถูกจัดและตกแต่งด้วยโทนสีดำ ที่เ้าของห้องเป็คนออกแบบเองทั้งหมดเรียบหรูแต่ดูดี ันั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเพราะเขาไม่ได้เข้าบริษัทฯ หลายวัน วันนี้จึงมีเอกสารให้เขาเคลียร์เยอะแยะ
ระหว่างนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงอันคุ้นแต่ไม่ชิน
"ัคะ"
หญิงสาวสวยร่างบางด้วยชุดเครสสั้นสีแดงเข้ารูปรัดติ้วใบหน้าเรียวจมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเป็กระจับได้รูป ผิวขาวสะสาดตาละม้ายตุ๊กตา
ัเงยหน้าขึ้นมองเสียงนั้นก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา"
"ก็แพทคิดถึงคุณนิคะคุณไม่ไปหาแพทหลายวันแล้วนะคะ"
เธอพูดพรางเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานแล้วเข้าไปยืนอยู่หลังเก้าอี้ มือเรียวเล็กค่อย ๆลูบไล้อกแกร่งของคนร่างโตอย่างยั่วยวน
หากถูกจับด้วยมือหนา
"ถ้าผม้าผมจะไปหาคุณเอง คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรที่มันเดิม ๆ ซ้ำ ๆอีกอย่างสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ในตอนนี้นี้ มันคือการแสดงความเป็เ้าของซึ่งผมบอกคุณั้แ่ครั้งแรกก่อนเอากันแล้วไงว่า…แค่คู่นอน"
น้ำเสียงจริงจังปนหงุดหงิดเล็กน้อย
"แต่แพท้าคุณนิคะแพทอยากอยู่กับคุณ คุณเหนื่อยใช่มั้ยคะ แพทช่วยคุณได้"
หญิงสาวก้มหน้าลงมาเกือบจะประกบกับริมฝีปากหนาหากเธอถูกผลักออกไปอย่างแรงจนเซติดผนังห้อง
"ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ให้จูบ"
น้ำเสียงจริงจัง
"ทำไมคะ ทำไมจะจูบไม่ได้คุณกับฉันเรามีอะไรนับครั้งไม่ถ้วนแล้วนะคะักับไอ้แค่จูบมันจะอะไรนักหนา"
คราวนี้เธอเริ่มโวยวาย
"ผมบอกแล้วไงว่าคุณเป็แค่คู่นอนและแต่ละครั้งผมไม่เคยเอาคุณฟรี ๆ ที่คุณได้จากผมไปมันก็มากพอแล้วนะจำไว้ว่าผมไม่จูบกับคู่นอนคนไหน..."ปลายเสียงตวาดเล็กน้อย "ออกไปจากห้องผมได้ละ อย่าให้ผมต้องใช้กำลังกับคุณ"
"นี่คุณกำลังไล่แพทนะคะกร"
"คุณก็เข้าใจว่าผมไล่ก็รีบออกไปสิผู้หญิงอย่างคุณก็เป็ได้แค่..."
เขาหยุดไม่พูดหากมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเหยียด
กรี๊ด ! กรี๊ด !
เสียงกรี๊ดดังลั่นห้องทำงาน และยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดอะไรกันอีก เสียงประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับผู้ชายร่างสูงที่เดินเข้ามาในห้องใบหน้ายิ้มระรื่นแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
แม้จะเห็นหลายครั้งจนเป็เื่ปกติแต่ก็ไม่เคยชินสักที
"อุ่ย...เดี๋ยวกูเข้ามาหามึงใหม่ก็ได้กร"
"ไม่ต้อง..."ัพูดเสียงแข็ง ก่อนที่จะหันไปพูดกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า "ออกไปได้ละอย่าให้ฉันต้องทำมากกว่านี้เลยจำไว้ว่าฉันไม่ได้มีเธอแค่คนเดียว ทุกครั้งก่อนเอากันฉันก็บอกชัดเจนว่าแค่คู่นอน...วันไนท์สแตนเท่านั้น"
"แต่แพท"
"กูบอกให้ออกไป"
คราวนี้...ัพูดเสียงดุพร้อมกับพูดตระโกนเสียงดังบ่งบอกว่าเขากำลังโกรธจัด ทำให้ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านั้นหน้าซีดลงไปทันทีเพราะเขาไม่เคยเห็นัเป็แบบนี้มาก่อน
"แล้วคุณจะเสียใจค่ะ"
พูดเสร็จเธอก็เดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์เสีย แล้วอีกคนที่อยู่ในห้องจึงพูดขึ้น
"โอ้โห...หล่อเลือกได้จริงๆ คุณั"
คนพูดยิ้มเยาะคนที่อยู่ตรงหน้า
"หยุดพูดเลยไอ้อมร"
"ก๊อน...กูบอกว่ากูชื่อแอลม่อน..."คนพูดขึ้นเสียงสูงแล้วทำหน้างอนเล็กน้อย ราวกับเด็กเอาแต่ใจ "แอลม่อน แอลม่อนมึงได้ยินไหม และกูก็ชื่อนี้มาตังแต่เกิดนะโว้ย"
"หยุดทำหน้าแบบนี้ได้ละมึงไม่ใช่เด็กละนะแล้วไหนบอกว่าจะกลับอาทิตย์หน้า"
"ก็มันเสร็จเร็วไงี้เีอยู่ต่างประเทศนานเพราะไม่มีที่ไหนมีความสุขเท่าที่บ้านอีกแล้ว คิดถึงกรด้วย"
"คิดถึงกูหรือคิดถึงใครเอาดีๆ"
ัพูดแล้วคลี่ยิ้มเล็กน้อย อารมณ์โมโหเมื่อครู่เริ่มจะเย็นลงบ้างเมื่อคุยกับคนที่อยู่ตรงหน้า
"คะคิดถึงใครพูดให้ดีๆ นะกร"
"กูเป็พี่มึงทำไมกูจะดูไม่ออก"
"หยุดพูดเลยกรห้ามพูดอีกกูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ"
คนพูดน้ำเสียงจริงจังเพราะเขาไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ แต่คืนนั้นมันพลาด คนเป็พี่ชายถอนหายใจเล็กน้อยกับความปากแข็งและใจแข็งของน้อยชายสุดรัก หากบางมุมแอลม่อนก็ดูเป็เด็กเอามากๆ จนัก็อดห่วงไม่ได้
ทำไงได้ล่ะัถูกสอนให้เข้มแข็งเหมือนลูกผู้ชายแต่แอลม่อนถูกสอนให้เป็ผู้ชายอ่อนโยน
มันก็เลยอ่อนโยนทั้งตัวและหัวใจเผลอ ๆ อาจจะสมองด้วย
"แล้วทางนั้นเขาตกลงเื่สินค้ามั้ย"
"คุณชาร์นเขาตกลงสั่งเพชรจากเราไม่ใช่ว่าอะไรนะเขาบอกว่ากูพูดเก่ง และยังหล่อด้วยเขาเลยตกลง"
"มึงอย่ามาหลงตัวเองไอ้ม่อน"
"ก็เขาพูดแบบนี้จริงๆ นิกร"
"เออ ๆพูดก็พูดขี้เกลียดเถียง แล้วนี่จะกลับบ้านเลยมั้ย"
"ว่าจะกลับแล้วเหมือนกันอยากนอนพักน่ะเหนื่อยมากๆ เลย...ห๊าว"
คนพูด...พูดพร้อมกับหาวไปด้วย
"อย่าเพิ่งกลับเดี๋ยวกลับพร้อมกู"
"อะไรอีกวะก๊อน...ง่วง"
"ง่วงก็นอนที่โซฟารอ"
"ทำไมมึงซ่อนเมียไว้ที่บ้านเหรอ"
"เมียพ่องมึงสิรอกูก่อนเดี๋ยวกลับพร้อมกันอีกไม่กี่ชั่วโมงเอง"
"เออ ๆถ้าจะกลับก็ปลุกก็ด้วย ว่าแต่พ่อมึงกับพ่อกูก็คนเดียวกันนั่นแหละ"
"พูดมากไปนอนได้ละกูมีงานต้องเครียร์"
แอลม่อนไม่พูดอะไรต่อ เขาล้มตัวลงนอนที่โซฟาทันทีเพราะคงเหนื่อยจากการเดินทางจริง ๆ
ัได้แต่มองดูน้องชายตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ...เมื่อไรจะโตนะแอลม่อน