อย่างน้อยก็ได้เนื้อหมูมาถ้าเซียวหยวนหมิงไม่ฆ่าหมูป่า พวกเขาคงไม่มีเนื้อแบ่งกันกินหรอก
ตอนนี้ทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้งใจเซียวหยวนหมิงเป็นอย่างมาก
แต่ก็มีบางคนปากร้ายช่างคิดเล็กคิดน้อย
อย่างเช่นหลี่จินฮวามารดาของหลี่เอ้อร์โก่ว เนื่องจากตอนนี้ครอบครัวของเธอมีคนน้อยลงลูกสาวทั้งสองต่างออกเรือนไปหมดแล้ว เหลือเพียงหลี่จินฮวา นายหลี่ หลี่เอ้อร์โก่วและลูกชายคนโตที่ปัญญาอ่อนอีกหนึ่งคน รวมเป็นสี่คนในครอบครัวดังนั้นบ้านของเธอจึงได้รับเนื้อหมูแค่สองชั่งเท่านั้น
เนื่องจากหลี่ต้าวั่งลูกชายคนโตของหลี่จินฮวาเกิดมาปัญญาอ่อน จนป่านนี้ยังทำงานไม่ได้อายุยี่สิบเก้าแล้ว ทว่าเอาแต่จะกินอย่างเดียว ไม่มีแรงงานจึงได้แต่คำนวณอาหารและแต้มคะแนนงานตามเกณฑ์สัดส่วนประชากรขั้นต่ำเท่านั้น
อันที่จริงนี่ก็เป็นการดูแลเป็นพิเศษจากกองผลิตแล้ว คิดว่าครอบครัวหลี่จินฮวายากจนมีลูกชายปัญญาอ่อนที่ต้องดูแล ปีละหลายครั้งก็จะมีการแบ่งปันธัญพืชให้เธอมากขึ้นแม้ชาวบ้านจะกระซิบกระซาบ แต่ก็เข้าใจได้
แต่ถึงกระนั้นหลี่จินฮวาก็ยังไม่พอใจ
ตลอดทางกลับบ้านเธอบ่นพึมพำไม่หยุด
กลับมาถึงบ้านหลี่จินฮวายังไม่หายโมโห ฟาดเนื้อหมูสองชั่งที่ได้มาลงบนเขียง
นายหลี่เห็นเข้าจึงถามว่า“นี่ไม่ใช่เนื้อหมูป่าที่ได้มาดีแล้วหรือไง ทำไมถึงโกรธขนาดนี้?”
กองผลิตฉางซิงเดิมชื่อหมู่บ้านตระกูลหลี่ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นกองผลิตฉางซิง
ดังนั้นคนในหมู่บ้านจึงใช้แซ่หลี่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนส่วนคนแซ่อื่นๆ ส่วนใหญ่ย้ายเข้ามาทีหลัง
เช่นครอบครัวเซียวหยวนหมิง เมื่อก่อนก็เป็นบรรพบุรุษที่หนีภัยมาอยู่ที่นี่แล้วก็ปักหลักสร้างครอบครัวอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว
หลี่จินฮวาโกรธจัด“ดีอะไรกัน! บ้านฉันได้เนื้อแค่สองชั่ง ไม่พอกินหรอก!ไอ้ตัวซวยเซียวหยวนหมิงดันได้ขาหมูมาตั้งข้างหนึ่งคุณไม่เห็นเนื้อตรงขาหมูนั้นหรอกหรือไง มีตั้งเจ็ดสิบแปดสิบชั่งแถมยังมีน้ำมันหมูอีกห้าชั่ง! เป็นคนในกองผลิตเดียวกันทำไมไอ้เซียวหยวนหมิงถึงได้แบ่งไปเยอะขนาดนั้น!”
ยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธยิ่งรู้สึกไม่ยุติธรรม เธอโกรธจนด่าออกมา “ไม่ได้แล้ว!ฉันต้องไปหาหัวหน้ากองผลิตเพื่อถกเถียงให้รู้เรื่อง!ครอบครัวเซียวหยวนหมิงมีภูมิหลังไม่ดี แต่กลับได้ส่วนแบ่งเนื้อมากมายนี่มันยุติธรรมแล้วหรือ!”
หลี่ต้าวั่งมองเนื้อหมูป่าบนเขียงก็น้ำลายไหลย้อยดวงตาเป็นประกาย “เนื้อ! เนื้อ! เนื้อ!ผมอยากกินเนื้อ! ผมอยากกินเนื้อ!”
หลี่จินฮวาโกรธจนทำอะไรไม่ถูกด่าว่า“กินอะไรกัน! วันๆ ก็เอาแต่กินๆๆ! ทำไมฉันถึงอาภัพขนาดนี้ต้องมีลูกชายโง่ๆ แบบนี้!”
จะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ที่สำคัญลูกชายโง่ๆ ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่เลย ในใจก็อดที่จะสงสารไม่ได้จึงทำได้แค่เลี้ยงดูไปวันๆ
หลี่เอ้อร์โก่วเหลือบมองพี่ชายของตนด้วยความดูถูกแล้วก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจตามมา “นั่นสิ!เป็นคนในกองผลิตเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมไอ้เซียวหยวนหมิงถึงได้เนื้อเยอะขนาดนั้น!แม่ครับ ผมจะไปกับแม่ ไปหาหัวหน้ากองผลิตเพื่อเอาคำตอบ!”
พอพูดถึงเนื้อหลี่เอ้อร์โก่วก็น้ำลายไหลจะทนไม่ไหว
เขาไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้ว!
ตอนนี้แทบจะทนไม่ไหวแล้ว!
“ดี! ไปกันเลย!” หลี่จินฮวาหันหลังเดินออกไปด้วยความดุดันแน่วแน่
พอคิดถึงเนื้อเจ็ดสิบแปดสิบชั่งที่ไปอยู่ในบ้านเซียวหยวนหมิงหลี่จินฮวาก็รู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกิน ราวกับมีใครเอามีดมากรีดเนื้อของเธอ
นายหลี่รีบดึงเธอไว้“หมูป่าตัวนั้นเซียวหยวนหมิงเป็นคนฆ่าเองคนเดียวเขายังได้รับบาดเจ็บด้วยการที่กองผลิตจะแบ่งเนื้อหมูป่าให้เขามากขึ้นก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง?อีกอย่าง ถ้าไม่มีเซียวหยวนหมิง พวกเราก็ไม่มีเนื้อหมูป่าให้กินหรอก”
ถึงแม้สองชั่งจะน้อยไปหน่อยแต่อย่างน้อยก็ได้เนื้อมากินตั้งมื้อหนึ่ง
นึกไม่ถึงว่าเมียรักจะไม่รู้จักพอถึงเพียงนี้ยังริอ่านจะไปอาละวาดกับหัวหน้ากองผลิตอีก!
หลี่จินฮวาเห็นสามีไม่เพียงแต่ไม่เข้าข้างเธอไม่ด่าเซียวหยวนหมิงพร้อมกับเธอ แต่ยังจะเข้าข้างเซียวหยวนหมิงอีกทันใดนั้นก็โกรธจนควันออกหู ยื่นมือไปบิดเอวนายหลี่สุดแรง“ดีมาก ไอ้หลี่เป่าซู่ แกนี่มันชักศึกเข้าบ้าน เข้าข้างคนอื่น!”
หลี่เป่าซู่ร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บปวดใบหน้าบิดเบี้ยว แต่ก็ไม่กล้าต่อต้าน ยังคงพูดว่า “ผมพูดตามความจริงต่อให้คุณไปหาหัวหน้ากองผลิตก็ไม่มีประโยชน์หัวหน้ากองผลิตจะแบ่งเนื้อให้คุณเพิ่มอีกกี่ชั่ง? การแบ่งเนื้อก็คิดตามจำนวนหัวคนใครใช้ให้บ้านเราคนน้อยเล่า ได้เนื้อสองชั่งก็พอแล้ว มีกินยังดีกว่าไม่มีกิน”
พอกล่าวจบหลี่จินฮวาก็บิดแรงขึ้นอีกหลายส่วน ทำให้หลี่เป่าซู่เจ็บจนทนไม่ไหวร้องออกมา
หลี่จินฮวาบิดไปพลางด่าไปพลาง “ก็เพราะคุณมันไม่ได้เรื่อง!ตั้งแต่ฉันแต่งงานกับคุณ ฉันเคยใช้ชีวิตดีๆ สักวันไหม วันๆ กินแต่รำกับผักฉันจะอ้วกอยู่แล้ว! แล้วไอ้พวกตัวกินเงินนั่น ออกเรือนไปแล้วยังไม่รู้จักมาดูแลแม่บ้างเลย ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง!”
หลี่เป่าซู่เจ็บจนทนไม่ไหวผลักหลี่จินฮวาออกไปทันที “คุณนี่มันไม่มีเหตุผล!”
ไม่ผลักก็ดีอยู่แล้วพอผลักออกไป หลี่จินฮวาก็ร้องไห้โวยวายทันทีเสียงดังจนเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ยินกันหมด
บังเอิญว่าบ้านข้างๆคือบ้านของป้าหวังและลูกชาย หลี่ต้าเฉวียน
ป้าหวังย้ายมาจากหมู่บ้านข้างเคียงพ่อของหลี่ต้าเฉวียนชื่อหลี่เจี้ยนกั๋ว ถึงแม้ชื่อจะดีแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากนัก วันๆ เอาแต่ทำนาหาเลี้ยงชีพแต่หลี่เจี้ยนกั๋วเป็นคนซื่อสัตย์ ครอบครัวก็ขยันขันแข็ง ชีวิตก็ถือว่าพอไปได้
หลี่ต้าเฉวียนถึงแม้จะเรียนมัธยมไม่จบแต่อย่างน้อยก็เรียนจบชั้นประถมมาแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ลูกชายคนโตแต่งงานแล้วมีลูกสาวสองคน คนหนึ่งอายุห้าขวบ อีกคนสามขวบ ที่บ้านก็ไม่ได้รังเกียจลูกสาวเลี้ยงดูเท่าเทียมกัน
ส่วนลูกสาวคนเล็กของหลี่เจี้ยนกั๋วและป้าหวังเมื่อสองเดือนก่อนก็ได้ฝากคนส่งไปเรียนตัดเย็บที่ร้านตัดเสื้อในตัวอำเภอแล้ว
โดยรวมแล้วครอบครัวนี้ก็ใช้ชีวิตได้ดีตอนนี้หลี่เจี้ยนกั๋วและป้าหวังได้ยินเสียงโวยวายทะเลาะกันจากข้างบ้านก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากอย่างเอือมระอา
ป้าหวังพูดอย่างดูถูก“ฉันว่านางหลี่จินฮวาคงจะอิ่มเกินไป ไม่มีอะไรทำก็หาแต่เรื่อง!”
หลี่เจี้ยนกั๋วพยักหน้าเห็นด้วย“ก็แค่นั่งว่างๆ ไม่ได้ทำอะไร ได้เนื้อตั้งสองชั่งครึ่งแล้วยังไม่พอใจอีก”
เพราะครอบครัวของเขามีคนเยอะมีถึงเจ็ดคน ได้รับเนื้อหมูสี่ชั่ง แต่เนื่องจากคนเยอะ กินกันคนละคำก็หมดแล้ว
อันที่จริงแล้วทุกครอบครัวก็ได้เท่ากันหมด ทุกคนต่างก็พอใจมีแต่ครอบครัวหลี่จินฮวาเท่านั้นที่โวยวายมากที่สุด
เสียงทะเลาะกันของบ้านข้างๆดังขึ้นเรื่อยๆ
ดังไปถึงบ้านของลู่เหว่ยหมินที่อยู่ถัดไปอีก
ทุกคนได้ยินเสียงโวยวายของหลี่จินฮวาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ไม่รู้จักบุญคุณคนเอาเสียเลย
มีเนื้อกินก็ดีเท่าไรแล้วนี่เป็นเนื้อที่ได้มาเฉยๆ ไม่อย่างนั้นถ้าไปซื้อที่ตัวอำเภอ ก็ต้องใช้บัตรแลกเนื้อแถมหมูป่ายังราคาประมาณเจ็ดสิบแปดหยวนต่อชั่งด้วย
เนื้อสองชั่งกว่าๆก็ราคาเกือบสองหยวนแล้ว
ช่างไม่รู้จักพอเสียจริง!
ในที่สุดหลี่เป่าซู่ก็ห้ามหลี่จินฮวาไม่ได้ หลี่จินฮวาพาหลี่ต้าวั่งลูกชายปัญญาอ่อนและหลี่เอ้อร์โก่วลูกชายคนเล็ก ไปที่บ้านของหลี่เกินเซิงเพื่อก่อเรื่อง
ตอนนี้หลี่เกินเซิงเพิ่งจะทำธุระเสร็จเหนื่อยจนเท้าแทบไม่ติดพื้น แถมยังต้องมาโดนหาเรื่องอีก ก็โกรธจัดชี้หน้าหลี่จินฮวา แล้วด่าว่า “ทุกครอบครัวก็แบ่งแบบนี้ถ้าคุณไม่พอใจ ก็ไปฆ่าหมูป่าเองสิ!ถึงตอนนั้นผมจะแบ่งเนื้อให้คุณสามสิบสี่สิบชั่งเอง!”