ภายในห้านาทีเซี่ยหลิงก็กำจัดพิษออกจนหมด
“ฉัน...ฉันไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะ”นักศึกษาหญิงที่โดนงูพิษกัดถามเซี่ยหลิง เธอรู้สึกเจ็บปวดที่น่องอีกครั้ง
เซี่ยหลิงนำเข็มสีทองใส่กลับเข้าไปในถุงเข็มอย่างระมัดระวังจากนั้นก็โบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เป็นอะไรแล้วตอนนี้เธอนอนลงไปก่อน ฉันจะโรยยาลงบนแผลให้ จากนั้นพันผ้าพันแผลก็เสร็จรอให้แผลหายก็โอเคแล้ว”
“โอเคค่ะ” นักศึกษาหญิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“อาจารย์ หยุนหนานไป๋เย่า[1]อยู่ที่ไหนเหรอ” เซี่ยหลิงหันไปถามฉินลู่
“อ้อ อยู่ในชั้นที่สองของชั้นวางข้างเธอน่ะ” ฉินลู่พูดพร้อมชี้ไปที่ชั้นวางของข้างเตียง
“โอเค” เซี่ยหลิงพยักหน้า เปิดชั้นวางออกแล้วหยิบขวดหยุนหนานไป๋เย่าออกมา
ตอนนี้ฉินลู่เหมือนเพิ่งนึกได้ จึงพูดด้วยความประหลาดใจ“เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ พูดใหม่ซิ”
“พูดใหม่?” เซี่ยหลิงหันหน้าไปและพูดอย่างเป็นธรรมชาติ“อาจารย์ไง มีปัญหาอะไรเหรอ”
“แย่ละ!” ฉินลู่ตบโต๊ะแล้วพูดว่า“ใครเป็นอาจารย์ของเธอกัน! มาเรียกซี้ซั้วได้ไง”
เซี่ยหลิงไม่สนใจปฏิกิริยาของฉินลู่สักนิดเธอตั้งใจโรยยาลงบนแผลของนักศึกษาหญิง เกลี่ยให้ทั่วจากนั้นก็หยิบผ้าพันแผลออกมาพัน
หลังจากทำเสร็จก็หันไปมองฉินลู่และพูดว่า “ก็เมื่อกี้นายให้คำแนะนำฉันนี่แน่นอนว่าฉันต้องเรียกนายว่าอาจารย์ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนหาว่าไม่เคารพน่ะสิ”
“เมื่อกี้ฉันแค่พูดไปประโยคเดียวเธอก็ทึกทักว่าฉันเป็นอาจารย์แล้วเหรอ! ไหว้อาจารย์แล้วเหรอถึงมาเรียกซี้ซั้วน่ะ”
เซี่ยหลิงโบกมืออย่างไม่สนใจและพูดว่า “อาจารย์ ฉันก็คิดว่านายเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเวอร์ๆชอบถ่อมตัว เราก็ทำให้มันเรียบง่ายแล้วกันไม่ต้องทำพิธีที่เป็นทางการหรืองานอะไรใหญ่โตพวกนั้นหรอก”
ฉินลู่ “...”
“อ๋อใช่ อาจารย์ นายดูผ้าพันแผลที่ฉันพันสิ สวยไหม” เซี่ยหลิงชี้ไปที่ผ้าพันแผลบนแผลของนักศึกษาหญิง
ฉินลู่มองไปทางนิ้วของเซี่ยหลิง เขาก็แทบอยากจะบ้า
ผ้าพันแผลนั่นมัดเป็นรูปดอกไม้ที่ซับซ้อน
“เป็นไง สวยไหม” เซี่ยหลิงพูดอย่างภาคภูมิใจ
“เธอมัดอย่างนั้น แผลจะหายใจได้ไหม”
“ไม่เป็นไร ฉันเว้นที่ว่างข้างในไว้ให้หายใจแล้ว” เซี่ยหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะบีบเอวตัวเอง
ฉินลู่ก้าวไปข้างหน้าแล้วก้มลงเพื่อตรวจสอบและเขาก็เห็นช่องว่างด้านใต้ดอกไม้ที่ทำให้อากาศลอดผ่านได้
“น่าเสียดายนะที่เธอเป็นหมอ กลับบ้านไปปักผ้าเถอะ”
นักศึกษาหญิงนั่งพิงกำแพงแล้วพูดกับฉินลู่และเซี่ยหลิงว่า“ตอนนี้ฉันกลับได้หรือยังคะ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่เวียนหัวแล้วด้วยไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วค่ะ”
เซี่ยหลิงพยักหน้าและพูด “ไม่เป็นอะไรแล้ว กลับไปพักผ่อนเยอะๆ อาการของเธอไม่ถือว่าหนักดื่มนมเยอะๆ อย่ากินอาหารรสเผ็ด ไม่กี่วันก็หายแล้วถึงตอนนั้นก็มาให้ฉันหรือหมอฉินตรวจซ้ำก็โอเคแล้ว”
นักศึกษาหญิงยืนขึ้นและพูดขอบคุณเซี่ยหลิง “ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่”
“ไม่เป็นไรจ้ะ” เซี่ยหลิงยิ้มอย่างมีความสุขจากนั้นก็ตบไหล่นักศึกษาหญิงแล้วพูดว่า “เรียกฉันว่าพี่สาวดีกว่า”
“โอ...โอเคค่ะพี่สาว”
“น่ารักมาก”
นักศึกษาชายที่อยู่ด้านข้างก็เดินเข้ามาโค้งคำนับให้เซี่ยหลิงและพูดขอโทษ “ผมขอโทษครับ เมื่อกี้ผมเข้าใจพี่ผิดไปไม่คิดว่าการฝังเข็มจะรักษาพิษได้”
เห็นได้ชัดว่าเซี่ยหลิงไม่ค่อยถูกชะตากับนักศึกษาชายคนนี้มากนักเธอหันไปและพูดว่า “ไปๆๆ ยังมีหลายอย่างที่นายไม่รู้”
“งั้นพวกเราไปแล้วนะคะพี่สาว” นักศึกษาสาวพูด และโค้งคำนับอีกครั้ง
“ไปเถอะ ระวังด้วยล่ะ” เซี่ยหลิงยิ้มและโบกมือ
นักศึกษาสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นถามเซี่ยหลิง“ขอทราบชื่อพี่หน่อยได้ไหมคะ”
“ฉันชื่อเซี่ยหลิง”
เมื่อคนไข้ไปแล้วเซี่ยหลิงก็พูดอย่างภาคภูมิใจกับฉินลู่“เป็นยังไงบ้าง เมื่อกี้งานของฉันได้มาตรฐานมากเลยใช่ไหม”
ฉินลู่พยักหน้าและพูดว่า “ก็พอได้”
“ใช่ไหมล่ะ ฉันว่ามันก็มากเกินกว่าที่จะเป็นผู้ช่วยแล้ว”
ฉินลู่มองพิจารณาเซี่ยหลิงตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า “ฉันดูออกนะว่าเธอชอบอาชีพหมอมาก”
เซี่ยหลิงพยักหน้า “ใช่แล้วความปรารถนาของฉันตั้งแต่เด็กก็คือการเป็นหมอที่เก่งเหมือนคุณย่าของฉัน”
“คุณย่าของเธอเหรอ” ฉินลู่พูดอย่างครุ่นคิด “คุณย่าของเธอคือ...”
“คุณย่าของฉันคือเว่ยอวี้เฟิ่ง”
“เว่ยอวี้เฟิ่ง!”ฉินลู่ถามอย่างประหลาดใจ “เป็นเธอเองเหรอเนี่ย!”
เมื่อเซี่ยหลิงได้ยินคำพูดของฉินลู่เธอก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีและรีบถามว่า “ทำไม นายรู้จักคุณย่าของฉันเหรอ นายเคยได้ยินเรื่องของเธอ?”
ฉินลู่ตอบ “ฉันเคยได้ยิน แต่ฉันไม่เคยเจอตอนที่ฉันได้ยินมาว่าเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นหลานของเว่ยอวี้เฟิ่ง”
เซี่ยหลิงพูดอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอน นายก็ดูทักษะทางการแพทย์ของฉันสิคุณย่าเป็นคนสอนฉันทั้งหมด”
ฉินลู่พยักหน้า “อืม ฉันดูออก เทคนิคของเธอเป็นมืออาชีพมากซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับการร่ำเรียนจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียง”
ทั้งสองเริ่มหมดเรื่องจะคุยกันแล้ว จึงเกิดความเงียบขึ้น
ผ่านไปนานมาก ฉินลู่รู้สึกว่ามันอึดอัดเกินไป เขาจึงหาเรื่องชวนคุย“เธอมาฝึกงานอะไรที่ห้องพยาบาลเล็กๆ แห่งนี้ ควรไปฝึกงานที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ นะอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่มีอะไรจะสอนเธอหรอก เธอกำลังเสียเวลาเปล่าๆ”
เซี่ยหลิงพูดพร้อมโบกมือ “ฉันก็เคยไปอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ในเมืองจิงเฉิงมาแล้วที่ทุกคนเรียกว่าศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือหัวหน้าแพทย์เหล่านั้นฉันคิดว่าทักษะทางการแพทย์ไม่เห็นจะเก่งเท่านายเลยไปฝึกงานที่นั่นฉันก็ไม่รู้จะเรียนรู้อะไรฉันรู้สึกว่าพวกเขาเทียบไม่ได้กับฉันที่เป็นแค่นักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาตรี”
“นั่นน่าจะเป็นเพราะเธอมีอาจารย์เว่ยคอยสอนวิสัยทัศน์และทักษะของเธอไปถึงระดับที่สูงมากแล้ว ดังนั้นที่เธอมาหาฉันเพื่อเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์ก็ไม่จำเป็นเลยสักนิด”
“คนสามคนเดินมาด้วยกันหนึ่งในนั้นเป็นครูฉันได้[2]!” เซี่ยหลิงชูนิ้วออกมาสามนิ้วแล้วพูดว่า“และจากการสังเกตของฉัน ทักษะการฝังเข็มของนายดีกว่าคุณย่าของฉันมากดังนั้นฉันจึงมาเรียนรู้จากนาย”
ฉินลู่ยักไหล่และพูดว่า “พูดตามตรงนะฉันก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์เหมือนกัน จึงไม่สามารถถ่ายทอดทักษะทางการแพทย์ให้คนนอกได้”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...” เซี่ยหลิงครุ่นคิดอยู่นาน แล้วพูดอย่างเจ้าเล่ห์ “เอาอย่างนี้สิ นายไม่พูดฉันไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้ใช่ไหมล่ะ”
ฉินลู่เอามือกุมใบหน้า “ฉันกับเธอแอบคบชู้กันหรือไง...”
“นายคิดแบบนั้นเหรอ” เซี่ยหลิงก้มหน้า ใบหน้าแสนสวยของเธอแดงขึ้นเล็กน้อยแล้วเธอก็พูดอย่างเขินอาย “ถ้านายอยากใช้วิธีนี้ในการแลกเปลี่ยนละก็...”
ขณะที่พูดอย่างนั้น เซี่ยหลิงก็ถอดชุดกาวน์ออก จากนั้นก็ดึงเสื้อยืดลงเผยให้เห็นไหล่เซ็กซี่
“เอื๊อก....”
ฉินลู่กลืนน้ำลายหนึ่งอึก ตะลึงตาค้าง
แอ๊ด
ทันใดนั้น ประตูห้องพยาบาลเปิดออกและเฉียนเชี่ยนก็เดินกึ่งกระโดดเข้ามา “ฉินลู่ วันนี้ฉันเวียนหัว...เอ่อ...”
เฉียนเชี่ยนจ้องเขม็งไปที่ฉินลู่และสาวสวยเซี่ยหลิงที่ไหล่เปลือยเปล่าจากนั้นก็พูดขึ้นอย่างอึดอัด “ฉันเข้ามาผิดเวลาหรือเปล่า...”
[1]หยุนหนานไป๋เย่า คือ ผงทาแผลมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อ ห้ามเลือด แก้ปวด
[2] คนสามคนเดินมาด้วยกันหนึ่งในนั้นเป็นครูฉันได้ หมายถึงเราสามารถเรียนรู้จากการกระทำหรือคำพูดของคนอื่นเพื่อนำมาปรับใช้กับตัวเองได้