“หนีเร็วๆ มันมาทางนู้นแล้ว วิ่งแยกกันออกไป เร็วเข้า!”
ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น ต่างพากันวิ่งหนีเ้าควายคลั่งด้วยความตื้นตระหนก มีเพียงชายแก่ๆ คนหนึ่งที่เขาพยายามจะวิ่งไล่ตามมัน แต่ก็ไม่อาจจะไล่ตามมันทันได้ เหลือแค่เพียงเชือกล่ามสีแดงที่ติดอยู่กับมือของเขา
มันวิ่งพล่านไปทั่วไม่มีทิศไม่มีทาง ยิ่งผู้คนบริเวณนั้นพากันแตกตื้นมากเท่าไหร่ ยิ่งเหตุการณ์ตรงนั้นวุ่นวายมากแค่ไหน เ้าควายคลั่งมันก็จะมีท่าทีที่หวาดวิตกมากขึ้นเท่านั้น มันวิ่งราวกับว่ากำลังวิ่งหนีฝูงสิงโตฝูงใหญ่ที่กำลังวิ่งไล่รุมต้อนมันอยู่ยังไงยังงั้น
และตอนนี้ทิศทางที่มันพุ่งตรงไปคือจุดเดียวกันกับขบวนเดินเท้าของพระมเหสีเมรี
เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ มันรวดเร็วและกะทันหันมาก แม้แต่เหล่าทหารอารักขาส่วนพระองค์ที่ปักหลักอยู่บริเวณรอบๆ ก็ไม่สามารถตระเตรียมการรับมือกับเ้าควายคลั่งตัวนี้ได้ทัน พวกเขาทำได้เพียงแค่ยักแย่ยักยัน ยกดาบยกหอกขึ้นมาขู่ แต่เ้าควายคลั่งตัวนี้มันได้หากลัวไม่ มันแทบจะไม่ได้มองพวกทหารที่ข่มขู่มันด้วยอาวุธแหลมคมเลยเสียด้วยช้ำ
มันก้มหน้าก้มตาฉวัดเฉวียนเหวี่ยงสันเขาแบบไม่สนใคร พุ่งพรวดผ่าน วืด! เหล่ากลุ่มทหารที่รายล้อมมันอยู่ด้วยความรวดเร็ว
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ควายคลั่งตัวนี้มันกำลังวิ่งตรงเข้าหามเหสีเมรีที่ไม่มีแม้แต่ทหารสักคนค่อยป้องกันนาง
“รีบวิ่งไปหยุดมันไวสิเว้ย!”
ท่านอำมาตย์ตะคอกสั่งการทหารสุดเสียง
นางสนมคนสนิทต่างก็รีบเร่งหยิบทั้งตะกร้าผักผลไม้ ฟักทอง ลูกมะพร้าว พยายามจะเขวี้ยงสกัดกั้นเ้าควาย หวังจะให้มันวิ่งหนีออกไปทิศทางอื่น -- แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเพราะนางสนมเขวี้ยงไม่ถูกมันเลย
อีกด้านเหล่าทหารก็พยายามตะเกียกตะกายวิ่งไล่ตาม ข้ารับใช้ผู้ติดตามส่วนที่เหลือพวกนางหยิบจับอะไรได้ก็พยายามปาขว้างใส่มัน
ในขณะที่มเหสีเมรีเองก็ยืนขาแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก นางรู้แล้วว่าตัวเองนั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย
กรุบกรับ! กรุบกรับ! กรุบกรับ! กีบเท้ากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ควายคลั่งพุ่งทะยานมาอย่างสุดแรง ตอนนี้ไม่มีอะไรหยุดยั้งมันได้แล้ว
ควบกีบเท้าตะบึงตรงไปยังทิศทางที่มเหสีเมรียืนอยู่ตรงนั้น
“ไม่นะ! รีบหนีไปเพคะ!”
นางสนมคนสนิทะโบอกนายเหนือหัวอย่างสุดเสียง
แต่ดูเหมือนว่ามเหสีเมรีจะไม่เหลือสติมากพอที่จะพาตัวเองออกจากตรงนั้นได้แล้ว พระองค์ยืนตัวแข็งทื่อสีหน้าซีดเผือด ในขณะเ้าควายคลั่งกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วจนใกล้จะถึงตัวฝ่าามากเข้าไปทุกที ตอนนี้มันอยู่ห่างจากมเหสีไม่กี่่ตัวแล้ว
“หยุดนะเ้าควายบ้าเอ๊ย”
ท่านอำมาตย์ตวาดขึ้น มันเป็สิ่งเดียวที่เขาทำได้
ซวบ! เสียงของบางอย่างถูกกระแทก ผู้คนบริเวณนั้นต่างก็ได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน จากนั้นเ้าควายคลั่งมันก็โบกสะบัดหัววิ่งฉีกหนีออกไปอีกทางทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น กรุบกรับ! กรุบกรับ! กรุบกรับ!
เหล่าทหารและนางสนมทุกคนรีบวิ่งปรี่เข้าไปหาองค์มเหสีในทันที
พวกเขาเห็นเป็เืไหลเอ่อนองอาบทั่วร่าง ปรากฏเป็นางรจนาที่นอนแผ่หลาอยู่ด้านหน้าของพระมเหสี มีเืไหลออกมาจากทางช่องท้องของนาง
ผู้ที่ยืนตรงนั้นอย่างมเหสีเมรีพระองค์ทรงยืนหายใจรวยริน ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน ดวงตาของพระองค์แข็งทื่อแทบจะไม่กะพริบ
“เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น ขอทางข้าหน่อย มันเกิดอะไรขึ้น”
เสียงของชายผู้ที่แบกใบตองมาเต็มบ่าพยายามเดินลัดเลาะแทรกฝูงชนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์เข้ามา จนกระทั่ง เพล้ง! มีดพร้าที่อยู่ในมือเขาร่วงหล่น
สังข์ทองเห็นร่างของรจนานอนอาบกองเือยู่ต่อหน้าต่อตา แม้แต่ใบตองที่ตนพึ่งตัดมาได้ เขาก็เหวี่ยงมันทิ้งลงในทันที
“รจนา!”
เขาปรี่เข้าไปอุ้มร่างของภรรยามาวางไว้บนตัก นางนอนแน่นิ่งไม่มีการสนองใดๆ มือทั้งสองข้างของสังข์ทองอุ้มพยุงร่างที่เลอะเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเื
“มันเกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับเมียขอข้า รจนา! รจนา!”
ฝ่ามือก็ััใบหน้าปากก็เรียกขานชื่อของนาง สังข์ทองเขาไม่ได้สังเกตเสียด้วยซ้ำว่าองค์ราชินียืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก
“ตามหมอหลวงมาที ใครก็ได้ ตามหมอหลวงมาที ได้โปรด!”
สีหน้าที่ดูปกติเมื่อก่อนหน้ามันเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ น้ำตาไหลเอ่อนองอาบเต็มแก้มขณะที่กำลังโอบร่างของภรรยาของตนที่เปียกโชกเต็มไปด้วยน้ำเืข้นสีแดงฉาน
“เป็เพราะข้าแท้ๆ ที่ข้าไม่ได้อยู่กับเ้าเป็เพราะข้าแท้ๆ เลย อือ อือ อือ รจนา”