หลังจากแม่หลิวออกจากบ้านเพื่อที่จะไปทำงานที่ไร่
จางหลงก็เข้าไปดู พี่สาวที่นอนอยู่บนเตียงก็พบว่าพี่สาวยังนอนหลับไม่ได้สติ
จางหลงจึงปล่อยให้พี่สาวนอนอยู่ในห้อง ส่วนตนเองก็ไปผ่าฟืนที่หลังบ้าน
เวลาผ่านไปนานพอสมควร จางเหมยที่นอนอยู่บนเตียง เหมือนเธอจะค่อยๆได้สติ
ก่อนจะผ่านไปไม่นาน จางเหมยจึงลืมตาขึ้นมา
จางเหมยที่ลืมตาขึ้นมา ก็เหม่อมองขึ้นไปบนหลังคา ในแววตามีแต่ความว่างเปล่า
ในสมองของจางเหมยตอนนี้มันขาวโพลน ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
แต่ความว่างเปล่านั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ก็เหมือนจะมีความเ็ป เป็ความเ็ปที่สุด เท่าที่จางเหมยเคยเผชิญมา
ไม่รู้ว่าความเ็ปนี้มันเ็ปเท่าใด แต่เท่าที่เธอััได้คือมันเ็ปมากๆ มันเป็ความเ็ปที่ทรมานจนเธอคิดอยากฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
จางเหมยที่ทนรับความเ็ปไม่ไหว เธอจึงหมดสติไปอีกครั้ง
จางหลิงที่ตัดฟืนอยู่ที่หลังบ้าน เมื่อตัดเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาดูพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียงเป็ระยะๆ
เมื่อพบว่าพี่สาวยังนอนหลับหมดสติอยู่ ก็ทำงานในบ้านส่วนอื่นๆ ตัดไม้เสร็จแล้ว
ก็ไปขุดแปลงผัก เพื่อจะเตรียมลงกล้าชุดใหม่ และตั้งใจจะนำผักส่วนนี้เก็บไว้กินในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
ในตอนเที่ยง แม่หลิวก็กลับมาที่บ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านก็ไม่พบเจอลูกชาย
แม่หลิวจึงเอ่ยเรียก " เสี่ยวหลิงลูกอยู่ไหน "
จางหลงที่ได้ยินเสียงเรียกของแม่ ก็รู้แล้วว่าตอนนี้เป็เวลาพักเที่ยง จึงเอ่ยตอบกลับไปว่า " แม่ผมอยู่ที่สวนหลังบ้าน ผมกำลังขุดแปลงผักอยู่ "
เมื่อพูดจบจางหลงก็วางจอบที่ใช้ขุดดินลง ก่อนจะเดินเข้ามาหาผู้เป็แม่
" เสี่ยวเหมยเป็ยังไงบ้างฟื้นขึ้นมาบ้างหรือเปล่า "
แม่หลิวเอ่ยถามลูกชาย ในน้ำเสียงที่เอ่ยถามลูกชายแฝงไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เพราะในขณะที่ทำงานอยู่ที่ไร่ แดดก็ร้อนทำงานก็เหนื่อย ยังต้องมาคิดเื่ของลูกสาวอีก
เพราะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมลูกสาวถึงคิดสั้น ในฐานะผู้เป็แม่ก็ไม่แปลกที่จะคิดมาก
" ยังเลยครับผมมาดูพี่สาวเป็ระยะๆ ก็เห็นว่าพี่สาวไม่ได้ตื่นขึ้นมาผมก็ทำงานในบ้านครับแม่ "
จางหลงเอ่ยตอบผู้เป็แม่ พร้อมกับยกน้ำมาให้ผู้เป็แม่ดื่ม
" เฮ่อ นานขนาดนี้พี่สาวแกก็ไม่ฟื้นสักที แกไปตามหมอประจำหมู่บ้านมาเถอะ เผื่อว่าฉันจะตรวจอาการพี่สาวแกผิดไป "
แม่หลิวเอ่ยด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำไร่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไปเรียกหมอมาดูอาการลูกสาวเสียหน่อย เพราะไม่รู้ว่าแม่หลิวจะตรวจอาการลูกสาวถูกหรือเปล่า
เท่าที่แม่หลิวตรวจดู ก็เป็แค่ความรู้ที่แม่หลิวเคยเรียนรู้มาเล็กน้อยเท่านั้น
" ครับแม่ "
จางหลงเอ่ยตอบรับก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความรวดเร็ว
หลังจากจางหลงออกจากบ้านไป แม่หลิวก็เดินเข้าไปดูลูกสาวที่นอนอยู่ภายในห้อง
เมื่อมองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียง ในดวงตาของแม่หลิวก็มีน้ำตาคอล ออกมา
ในฐานะแม่ ไม่ว่าจะเป็ลูกผู้หญิง หรือลูกผู้ชายแม่หลิวก็รักเท่ากันทั้งหมด
ต่างจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ที่มักจะรังเกียจลูกผู้หญิงและรักลูกผู้ชายมากกว่า เพราะในยุคสมัยนี้ผู้ชายยังเป็ใหญ่ในครอบครัวอยู่
จางหลงไปได้ไม่นาน ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับชายชราคนหนึ่ง
ซึ่งชายชราคนนี้ก็เป็หมอประจำหมู่บ้าน ที่เวลาชาวบ้านเจ็บป่วยเล็กน้อยก็มักจะให้ชายชราเป็คนรักษาให้
นอกเสียจากมีอาการป่วยร้ายแรง จึงเดินทางเข้าไปให้หมอในโรงพยาบาล ที่อำเภอช่วยรักษา
" ลุงหลิวช่วยดูอาการของ เสี่ยวเหมยหน่อยสิไม่รู้ว่าเป็อะไร ั้แ่กลับมาก็หมดสติยังไม่ฟื้นเลย "
แม่หลิวเอ่ยพูดกับหมอชรา และบอกอาการข้างต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพราะแม่หลิวก็ไม่กล้าที่จะบอกว่าเป็เพราะลูกสาวตนผูกคอตาย
เพราะกลัวจะกระทบต่อชื่อเสียงของลูกสาว ในภายภาคหน้าอาจจะกระทบต่อการแต่งงานของจางเหมย
หมอชราเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องที่จางเหมยนอนอยู่
และก็ตามมาด้วยสองแม่ลูกเดินตามเข้ามาในห้องด้วยเช่นกัน
เมื่อหมอชราเดินเข้ามาในห้อง ก็มองไปที่จางเหมยที่นอนอยู่บนเตียง
จากที่ดูจากใบหน้าก็พบว่าอาการของจางเหมยก็ปกติ แต่จากที่ตนได้ถามอาการข้างต้น จากจางหลงตอนที่ไปตามตนแล้ว
จางหลงก็เพียงแค่บอกว่า จางเหมยนอนหลับหมดสติไม่ฟื้นเท่านั้นเอง ไม่ได้บอกว่าพี่สาวตนผูกคอตายจนหมดสติ
เพราะเขาเองก็เป็คนรู้ความ พูดออกไปชื่อเสียงพี่สาวของเขาคงเป็ที่เลื่องลือในหมู่บ้านแน่นอน
หมอชราจึงตรวจชีพจรข้อมือของจางเหมย เมื่อได้จับชีพจรแล้วใบหน้าหมอชราก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน
แม่หลิวที่เห็นใบหน้าหมอชราขมวดมุ่นเข้าหากันแบบนั้น ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
" หมอหลิวอาการของเสี่ยวเหมยเป็อย่างไรบ้าง หนักหนาขนาดนั้นเลยหรือ "
หมอชราที่ได้ยินคำถามจากแม่หลิว ใบหน้าของหมอชราก็กลับมาเป็ปกติ ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
" ก็ไม่นะ ชีพจรของนางหนูเหมยก็ปกติดี ไม่มีอะไรผิดปกติ จากที่ฉันตรวจดูก็ไม่มีอะไรผิดปกตินางหนูเหมยอาจจะแค่นอนหลับเฉยๆก็ได้ "
หมอชราถึงแม้จะไม่ได้จบหมอมาโดยตรง แต่ก็พอจะมีความรู้อยู่บ้าง และหมอชราเองก็เคยช่วยรักษาชาวบ้านในหมู่บ้านมานานแล้ว
และก็เคยรักษาหลายๆคน หลายๆรูปแบบมาก็มาก จากที่ได้ตรวจอาการของจางเหมยก็พบว่า อาการของจางเหมยนั้นปกติเหมือนกับคนนอนหลับทั่วไปเท่านั้น
" ไม่นะหมอหลิว เวลาเสี่ยวเหมยหลับ ถ้าฉันปลุกเสี่ยวเหมยก็จะตื่น แต่ครั้งนี้ ฉันปลุกอยู่นานแต่เสี่ยวเหมยก็ยังไม่ตื่นหรือได้สติเลย "
แม่หลิวเอ่ยออกมาตามความคิดของตน เพราะตนเลี้ยงลูกสาวคนนี้มาั้แ่เกิดตนรู้ดีว่าลูกสาวตนผิดปกติหรือไม่
" เอาล่ะเอาล่ะ จากที่ฉันตรวจดูนังหนูเหมยก็ปกติดี เพียงแค่เหมือนคนหลับเท่านั้น อาจจะเพราะเหนื่อยมากเกินไป จึงทำให้หลับลึกกว่าปกติ เอายานี้ไปต้มบำรุง ให้นังหนูเหมย กินแล้วกัน ถ้ายังไม่ดีขึ้นหรือยังไม่ฟื้นก็ค่อยไปตามฉันมาอีกทีแล้วกันนะ "
หมอหลิวพูดพร้อมกับ หยิบห่อยาสมุนไพรจีนสำหรับต้มบำรุงร่างกาย ขึ้นมาให้แม่หลิว
แม่หลิวก็ยื่นมือไปรับขอยาห่อนั้นมา
" ยานี้มีฤทธิ์รักษาค่อนข้างรุนแรง ต้มเพียงแค่ครึ่งห่อก็พอ ส่วนอีกครึ่งห่อก็เก็บไว้ต้มครั้งต่อไป เมื่อต้มแล้วก็เอามาให้นังหนูเหมยดื่มเช้าเที่ยงเย็นแล้วกัน "
หมอหลิวอธิบายวิธีการต้ม และการดื่มอย่างละเอียด เพื่อให้แม่หลิวเข้าใจ
" ทั้งหมดเท่าไหร่ "
แม่หลิวเอ่ยถามค่ารักษา และค่ายากับหมอหลิว
" 1 เหมา "
หมอหลิวเอ่ยค่ารักษาออกมา ค่ารักษาแค่1 เหมาไม่ใช่จำนวนเงินที่มากอะไร
เพราะยาที่ใช้ ก็เป็ยาที่ หมอหลิวขึ้นไปเก็บบนูเาไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไร ส่วนค่ารักษาตนก็ไม่ได้คิด
เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หมอหลิวจึงช่วยรักษาชาวบ้านในราคาถูก ส่วนค่ายาก็คิดตามราคาในท้องตลาด
" นี่เงิน1 เหมา ขอบคุณหมอหลิวมากจากที่มาช่วยดู เสี่ยวเหมยให้ "
แม่หลิวนำเงินที่ตนเก็บเอาไว้ออกมาจ่ายค่ายาให้แก่หมอหลิว
" ไม่เป็ไรเป็หน้าที่ของข้า ถ้ามีอะไรก็ให้เสี่ยวหลงไปตามข้าแล้วกัน "
พูดจบหมอหลิวก็เดินออกจากบ้านไป
ส่วนแม่หลิวก็นำห่อยายื่นไปให้ลูกชาย เพื่อให้เขานำไปต้มมาให้จางเสี่ยวเหมยกิน