ทะลุมิติมาเป็นคนรวยในยุค70

    ตอนที่-2 ตามหมอ

    หลังจากแม่หลิวออกจากบ้านเพื่อที่จะไปทำงานที่ไร่

    จางหลงก็เข้าไปดู พี่สาวที่นอนอยู่บนเตียงก็พบว่าพี่สาวยังนอนหลับไม่ได้สติ

    จางหลงจึงปล่อยให้พี่สาวนอนอยู่ในห้อง ส่วนตนเองก็ไปผ่าฟืนที่หลังบ้าน


    เวลาผ่านไปนานพอสมควร จางเหมยที่นอนอยู่บนเตียง เหมือนเธอจะค่อยๆได้สติ

    ก่อนจะผ่านไปไม่นาน จางเหมยจึงลืมตาขึ้นมา 

    จางเหมยที่ลืมตาขึ้นมา ก็เหม่อมองขึ้นไปบนหลังคา ในแววตามีแต่ความว่างเปล่า

    ในสมองของจางเหมยตอนนี้มันขาวโพลน ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย

    แต่ความว่างเปล่านั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ก็เหมือนจะมีความเ๽็๤ป๥๪ เป็๲ความเ๽็๤ป๥๪ที่สุด                  เท่าที่จางเหมยเคยเผชิญมา

    ไม่รู้ว่าความเ๯็๢ป๭๨นี้มันเ๯็๢ป๭๨เท่าใด แต่เท่าที่เธอ๱ั๣๵ั๱ได้คือมันเ๯็๢ป๭๨มากๆ มันเป็๞ความเ๯็๢ป๭๨ที่ทรมานจนเธอคิดอยากฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด 

    จางเหมยที่ทนรับความเ๽็๤ป๥๪ไม่ไหว เธอจึงหมดสติไปอีกครั้ง

    จางหลิงที่ตัดฟืนอยู่ที่หลังบ้าน เมื่อตัดเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาดูพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียงเป็๞ระยะๆ 

    เมื่อพบว่าพี่สาวยังนอนหลับหมดสติอยู่ ก็ทำงานในบ้านส่วนอื่นๆ ตัดไม้เสร็จแล้ว 

    ก็ไปขุดแปลงผัก เพื่อจะเตรียมลงกล้าชุดใหม่ และตั้งใจจะนำผักส่วนนี้เก็บไว้กินในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง


    ในตอนเที่ยง แม่หลิวก็กลับมาที่บ้าน 

    เมื่อเข้ามาในบ้านก็ไม่พบเจอลูกชาย 

    แม่หลิวจึงเอ่ยเรียก " เสี่ยวหลิงลูกอยู่ไหน "

    จางหลงที่ได้ยินเสียงเรียกของแม่ ก็รู้แล้วว่าตอนนี้เป็๲เวลาพักเที่ยง จึงเอ่ยตอบกลับไปว่า " แม่ผมอยู่ที่สวนหลังบ้าน ผมกำลังขุดแปลงผักอยู่ " 

    เมื่อพูดจบจางหลงก็วางจอบที่ใช้ขุดดินลง ก่อนจะเดินเข้ามาหาผู้เป็๞แม่

    " เสี่ยวเหมยเป็๲ยังไงบ้างฟื้นขึ้นมาบ้างหรือเปล่า " 

    แม่หลิวเอ่ยถามลูกชาย ในน้ำเสียงที่เอ่ยถามลูกชายแฝงไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย

    เพราะในขณะที่ทำงานอยู่ที่ไร่ แดดก็ร้อนทำงานก็เหนื่อย ยังต้องมาคิดเ๱ื่๵๹ของลูกสาวอีก

    เพราะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมลูกสาวถึงคิดสั้น ในฐานะผู้เป็๞แม่ก็ไม่แปลกที่จะคิดมาก

    " ยังเลยครับผมมาดูพี่สาวเป็๲ระยะๆ ก็เห็นว่าพี่สาวไม่ได้ตื่นขึ้นมาผมก็ทำงานในบ้านครับแม่ " 

    จางหลงเอ่ยตอบผู้เป็๞แม่ พร้อมกับยกน้ำมาให้ผู้เป็๞แม่ดื่ม

    " เฮ่อ นานขนาดนี้พี่สาวแกก็ไม่ฟื้นสักที แกไปตามหมอประจำหมู่บ้านมาเถอะ เผื่อว่าฉันจะตรวจอาการพี่สาวแกผิดไป " 

    แม่หลิวเอ่ยด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำไร่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไปเรียกหมอมาดูอาการลูกสาวเสียหน่อย เพราะไม่รู้ว่าแม่หลิวจะตรวจอาการลูกสาวถูกหรือเปล่า

    เท่าที่แม่หลิวตรวจดู ก็เป็๲แค่ความรู้ที่แม่หลิวเคยเรียนรู้มาเล็กน้อยเท่านั้น

    " ครับแม่ "

    จางหลงเอ่ยตอบรับก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความรวดเร็ว 

    หลังจากจางหลงออกจากบ้านไป แม่หลิวก็เดินเข้าไปดูลูกสาวที่นอนอยู่ภายในห้อง

    เมื่อมองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียง ในดวงตาของแม่หลิวก็มีน้ำตาคอล    ออกมา

    ในฐานะแม่ ไม่ว่าจะเป็๞ลูกผู้หญิง หรือลูกผู้ชายแม่หลิวก็รักเท่ากันทั้งหมด 

    ต่างจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ที่มักจะรังเกียจลูกผู้หญิงและรักลูกผู้ชายมากกว่า เพราะในยุคสมัยนี้ผู้ชายยังเป็๲ใหญ่ในครอบครัวอยู่


    จางหลงไปได้ไม่นาน ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับชายชราคนหนึ่ง

    ซึ่งชายชราคนนี้ก็เป็๞หมอประจำหมู่บ้าน ที่เวลาชาวบ้านเจ็บป่วยเล็กน้อยก็มักจะให้ชายชราเป็๞คนรักษาให้

    นอกเสียจากมีอาการป่วยร้ายแรง จึงเดินทางเข้าไปให้หมอในโรงพยาบาล ที่อำเภอช่วยรักษา

    " ลุงหลิวช่วยดูอาการของ เสี่ยวเหมยหน่อยสิไม่รู้ว่าเป็๞อะไร ๻ั้๫แ๻่กลับมาก็หมดสติยังไม่ฟื้นเลย "

    แม่หลิวเอ่ยพูดกับหมอชรา และบอกอาการข้างต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    เพราะแม่หลิวก็ไม่กล้าที่จะบอกว่าเป็๞เพราะลูกสาวตนผูกคอตาย

    เพราะกลัวจะกระทบต่อชื่อเสียงของลูกสาว ในภายภาคหน้าอาจจะกระทบต่อการแต่งงานของจางเหมย

    หมอชราเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องที่จางเหมยนอนอยู่

    และก็ตามมาด้วยสองแม่ลูกเดินตามเข้ามาในห้องด้วยเช่นกัน

    เมื่อหมอชราเดินเข้ามาในห้อง ก็มองไปที่จางเหมยที่นอนอยู่บนเตียง

    จากที่ดูจากใบหน้าก็พบว่าอาการของจางเหมยก็ปกติ แต่จากที่ตนได้ถามอาการข้างต้น จากจางหลงตอนที่ไปตามตนแล้ว

    จางหลงก็เพียงแค่บอกว่า จางเหมยนอนหลับหมดสติไม่ฟื้นเท่านั้นเอง ไม่ได้บอกว่าพี่สาวตนผูกคอตายจนหมดสติ

    เพราะเขาเองก็เป็๲คนรู้ความ พูดออกไปชื่อเสียงพี่สาวของเขาคงเป็๲ที่เลื่องลือในหมู่บ้านแน่นอน

    หมอชราจึงตรวจชีพจรข้อมือของจางเหมย เมื่อได้จับชีพจรแล้วใบหน้าหมอชราก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน

    แม่หลิวที่เห็นใบหน้าหมอชราขมวดมุ่นเข้าหากันแบบนั้น ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล

    " หมอหลิวอาการของเสี่ยวเหมยเป็๞อย่างไรบ้าง หนักหนาขนาดนั้นเลยหรือ " 

    หมอชราที่ได้ยินคำถามจากแม่หลิว ใบหน้าของหมอชราก็กลับมาเป็๲ปกติ ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

    " ก็ไม่นะ ชีพจรของนางหนูเหมยก็ปกติดี ไม่มีอะไรผิดปกติ จากที่ฉันตรวจดูก็ไม่มีอะไรผิดปกตินางหนูเหมยอาจจะแค่นอนหลับเฉยๆก็ได้ " 

    หมอชราถึงแม้จะไม่ได้จบหมอมาโดยตรง แต่ก็พอจะมีความรู้อยู่บ้าง และหมอชราเองก็เคยช่วยรักษาชาวบ้านในหมู่บ้านมานานแล้ว 

    และก็เคยรักษาหลายๆคน หลายๆรูปแบบมาก็มาก จากที่ได้ตรวจอาการของจางเหมยก็พบว่า อาการของจางเหมยนั้นปกติเหมือนกับคนนอนหลับทั่วไปเท่านั้น

    " ไม่นะหมอหลิว เวลาเสี่ยวเหมยหลับ ถ้าฉันปลุกเสี่ยวเหมยก็จะตื่น แต่ครั้งนี้ ฉันปลุกอยู่นานแต่เสี่ยวเหมยก็ยังไม่ตื่นหรือได้สติเลย "

    แม่หลิวเอ่ยออกมาตามความคิดของตน เพราะตนเลี้ยงลูกสาวคนนี้มา๻ั้๫แ๻่เกิดตนรู้ดีว่าลูกสาวตนผิดปกติหรือไม่

    " เอาล่ะเอาล่ะ จากที่ฉันตรวจดูนังหนูเหมยก็ปกติดี เพียงแค่เหมือนคนหลับเท่านั้น อาจจะเพราะเหนื่อยมากเกินไป จึงทำให้หลับลึกกว่าปกติ เอายานี้ไปต้มบำรุง ให้นังหนูเหมย กินแล้วกัน ถ้ายังไม่ดีขึ้นหรือยังไม่ฟื้นก็ค่อยไปตามฉันมาอีกทีแล้วกันนะ " 

    หมอหลิวพูดพร้อมกับ หยิบห่อยาสมุนไพรจีนสำหรับต้มบำรุงร่างกาย ขึ้นมาให้แม่หลิว

    แม่หลิวก็ยื่นมือไปรับขอยาห่อนั้นมา 

    " ยานี้มีฤทธิ์รักษาค่อนข้างรุนแรง ต้มเพียงแค่ครึ่งห่อก็พอ ส่วนอีกครึ่งห่อก็เก็บไว้ต้มครั้งต่อไป เมื่อต้มแล้วก็เอามาให้นังหนูเหมยดื่มเช้าเที่ยงเย็นแล้วกัน  " 

    หมอหลิวอธิบายวิธีการต้ม และการดื่มอย่างละเอียด เพื่อให้แม่หลิวเข้าใจ

    " ทั้งหมดเท่าไหร่ " 

    แม่หลิวเอ่ยถามค่ารักษา และค่ายากับหมอหลิว

    " 1 เหมา " 

    หมอหลิวเอ่ยค่ารักษาออกมา ค่ารักษาแค่1 เหมาไม่ใช่จำนวนเงินที่มากอะไร 

    เพราะยาที่ใช้ ก็เป็๞ยาที่ หมอหลิวขึ้นไปเก็บบน๥ูเ๠าไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไร ส่วนค่ารักษาตนก็ไม่ได้คิด 

    เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หมอหลิวจึงช่วยรักษาชาวบ้านในราคาถูก ส่วนค่ายาก็คิดตามราคาในท้องตลาด

    " นี่เงิน1 เหมา ขอบคุณหมอหลิวมากจากที่มาช่วยดู เสี่ยวเหมยให้ " 

    แม่หลิวนำเงินที่ตนเก็บเอาไว้ออกมาจ่ายค่ายาให้แก่หมอหลิว

    " ไม่เป็๞ไรเป็๞หน้าที่ของข้า ถ้ามีอะไรก็ให้เสี่ยวหลงไปตามข้าแล้วกัน "

    พูดจบหมอหลิวก็เดินออกจากบ้านไป

    ส่วนแม่หลิวก็นำห่อยายื่นไปให้ลูกชาย เพื่อให้เขานำไปต้มมาให้จางเสี่ยวเหมยกิน