เสียงแหบแห้งและแก่ชราดังมาจากบนหอ ขัดการกระทำของผู้ดูแลชุดคลุมเทา
“หัวหน้าสาขาหวัง!”
ชายชราชุดคลุมดำยืนอยู่บนยอดหอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แววตาคมกริบ แผ่แรงกดดันที่รุนแรงยิ่งนัก
“คำนับท่านหัวหน้าสาขา!”
ศิษย์ฝ่ายนอกคนอื่น ๆ ในโถงใหญ่กิจการสำนักเห็นชายชราแล้วหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ขณะเดียวกันยังคุกเข่าแสดงความเคารพ
ชายชราคนนี้คือหัวหน้าสาขากิจการสำนัก มีขั้นพลังบรรลุวิถียุทธ์ขั้นเก้า
วิถียุทธ์สิบขั้น ทุกสามขั้นจะมีหนึ่งคอขวด เดินไปทีละก้าวเข้าใกล้จุดสูงสุดของกายหยาบ ยิ่งไปถึงช่วงหลังยิ่งทะลวงยาก
ทั้งสำนักชิงอวิ๋น นอกจากเจ้าสำนักแล้ว ผู้ที่มีขั้นพลังวิถียุทธ์ขั้นเก้ามีน้อยยิ่ง ต่อให้ทอดสายตาไปทั่วทั้งแคว้นเทียนสุ่ย หัวหน้าสาขาหวังก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือที่หาได้ยาก มีกำลังรบแก่กล้า
ปกติชายชราผู้นี้จะดูแลฝ่ายกิจการสำนัก น้อยครั้งที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องสำนัก
“ผู้ดูแลหยาง ข้ารู้เรื่องหมดแล้ว เจ้าทำได้ดี แต่ในเมื่อเขาผ่านการทดสอบของเจ้าแล้วก็อย่าไปสร้างความลำบากให้เขาเลย เพื่อเป็นการไถ่โทษ เจ้าก็แจกอาภรณ์สำนักและวิชาเข้าสำนักกับอาวุธให้เขาไปแล้วกัน”
“ขอรับ ๆ ๆ หัวหน้าสาขาพูดถูก ข้าน้อยจะปฏิบัติตามอย่างแน่นอน”
ชายชราเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าน้อย ๆ มองหลินอวิ๋นทีหนึ่งแล้วหมุนตัวจากไป
ผู้ดูแลชุดคลุมเทาถอนหายใจโล่งอกแรง ๆ ยังดีที่หัวหน้าสาขาไม่ได้ลงโทษเขา วันนี้ถือว่าโชคดีนัก
ทว่าพอนึกได้ว่าตนเป็นผู้ดูแลกิจการสำนักอันองอาจเช่นนี้กลับต้องมาแจกอาภรณ์และเลือกวิชากับอาวุธให้ทาสกระบี่นี่ด้วยตนเองแล้ว ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมานิด ๆ
“ตามข้ามาเถอะ”
ผู้ดูแลหยางพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แล้วพาหลินอวิ๋นขึ้นไปยังชั้นสอง
เมื่อเห็นหลินอวิ๋นหายไปบนชั้นสองแล้ว ศิษย์สำนักชิงอวิ๋นกลางโถงใหญ่ต่างพูดคุยกันถึงโชคดีของหลิงอวิ๋น
ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าสาขาปรากฏตัวขึ้น วันนี้หลินอวิ๋นต้องลำบากแน่
ส่วนโจวผิงที่นอนอยู่ได้แต่ยอมรับความซวยของตน ด้วยไม่มีใครสนใจเขาแล้ว
ชั้นสองโถงกิจการสำนักเป็นสถานที่สำคัญของสำนัก วิชาและทักษะยุทธ์ของทั้งสำนักชิงอวิ๋นส่วนใหญ่จะเก็บไว้ที่นี่ ศิษย์ฝ่ายนอกที่เลื่อนขั้นมาใหม่จะมีโอกาสครั้งหนึ่งในการเลือกวิชาและทักษะยุทธ์ได้โดยไม่ต้องจ่ายอะไร แต่หลังจากนั้นจะต้องใช้คุณูปการมาแลก
“เลือกวิชาก่อนเถอะ บรรลุถึงวิถียุทธ์ขั้นสามแล้วก็ฝึกพลังภายในได้แล้ว ตรงนี้เป็นที่วางตำราการฝึกวิชาพลังภายใน” ผู้ดูแลหยางพาหลินอวิ๋นมาหน้าชั้นวางตำราแถวหนึ่ง ก่อนใช้นิ้วชี้ ไม่ยอมบอกอะไรเยอะ
หลินอวิ๋นเองก็ไม่ถือสา เขามาหน้าชั้นวางตำรา ก่อนจะพลิกอ่านวิชาต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
‘เคล็ดชิงอวิ๋น พลังพายุอัสนี เคล็ดวารีมรกต…’
เห็นหลินอวิ๋นเปิดอ่านอย่างรวดเร็วแล้ว ผู้ดูแลหยางอดยกยิ้มเยาะมิได้ ทาสกระบี่ก็คือทาสกระบี่ พลิกเร็วแบบนี้เกรงว่าคงอ่านไม่เข้าใจสักเล่ม
ถ้าสายตามีแววอยู่บ้างก็ควรจะรู้ว่าต้องมาขอให้ข้าอธิบายว่าจะเลือกอย่างไร
“ผู้ดูแลหยาง ข้าน้อยขอเลือกเล่มนี้”
‘วิชาตะวันบริสุทธิ์’
ผู้ดูแลหยางรับมาดูก่อนจะอดทำหน้าแปลกประหลาดมิได้ ทั้งยังยิ้มเยาะในใจไม่หยุด
ผู้ฝึกฝนวิชาตะวันบริสุทธิ์ พลังภายในจะมีพลังและหนักแน่นทั้งยังรุนแรงและรวดเร็ว ทว่าวิชานี้ฝึกฝนได้ช้า ผู้ที่เลือกฝึกฝนวิชานี้ในสำนักส่วนใหญ่ก็ล้วนล้มเลิกการฝึกวิชาไปในท้ายที่สุด
“เจ้ามั่นใจรึ?”
“มั่นใจขอรับ”
ผู้ดูแลชุดคลุมเทายิ้ม “สายตาใช้ได้ วิชานี้ไม่เลวเลย เหมาะกับเจ้ามาก”
หลินอวิ๋นสังเกตสีหน้าก็รู้ว่าผู้ดูแลชุดคลุมเทานี่ซ่อนดาบในรอยยิ้ม จะวางใจมิได้
ทว่าเมื่อครู่นี้เขาอ่านเนื้อหาสำคัญในวิชาบนชั้นวางตำราหมดแล้วรอบหนึ่ง ไม่ตกหล่นแม้สักตัว ทุกอย่างประทับอยู่ในความคิดหมด
หลังตรึกตรองสรุปผลแล้วถึงเลือกวิชาตะวันบริสุทธิ์เล่มนี้ วิถียุทธ์ขั้นสามขัดเกลากายหยาบ พลังภายในวิชาตะวันบริสุทธิ์หนักแน่นและรวดเร็วดุดัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเหมาะสมที่สุดแล้ว
ต่อไปเป็นการเลือกทักษะยุทธ์ ทักษะยุทธ์กับวิชาเหมือนกัน ระดับชั้นแบ่งเป็นพื้นฐาน ระดับกลางและระดับสูง
หลินอวิ๋นเลือกทักษะกระบี่วายุเชี่ยว ทักษะกระบี่ระดับกลางเล่มหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่ามีพลังสังหารรุนแรงและคล่องแคล่ว
“อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าเลยนะ ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวนี่ต้องมีการตระหนักรู้ที่ค่อนข้างสูง ศิษย์ภายในบางส่วนยังฝึกสำเร็จได้ยากเลย”
ผู้ดูแลหยางเห็นหลินอวิ๋นเลือกวิชา ‘ผิด’ เล่มอีกแล้ว
ในใจคำนึงว่าถึงอย่างไรก็เป็นงานที่หัวหน้าสาขามอบหมายมาโดยตรง อย่างน้อยสิ่งที่ควรช่วยก็ออกแรงช่วยเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดเอาได้
“ช่วยไม่ได้นี่ ขอบคุณผู้ดูแลหยางมากที่เตือนข้า”
“ไม่รู้จักดีชั่ว!”
ผู้ดูแลหยางหน้ามืดทะมึน บ่นพึมพำแล้วไม่สนใจหลินอวิ๋นอีก
ณ หอศาสตราวุธในโถงกิจการสำนัก
ในเมื่อทักษะยุทธ์เลือกทักษะกระบี่ อาวุธย่อมเป็นต้องกระบี่ ผู้ดูแลหยางไม่ให้โอกาสเขาเลือกเองแต่ส่งกระบี่มาให้เล่มหนึ่งอย่างเอาแต่ใจ
หลินอวิ๋นชักกระบี่ออกจากฝัง พิจารณาดูตัวกระบี่สามฉื่อ1แล้วก็ถือว่าน่าพอใจ
กระบี่เล่มนี้หลอมขึ้นจากเหล็กกล้าทมิฬเป็นร้อยเป็นพันครั้ง เป็นกระบี่สะพายมาตรฐานของศิษย์ในสำนัก ครั้งเป็นทาสกระบี่หลินอวิ๋นก็เคยเห็นมาเยอะแล้ว
เมื่อสังเกตดูลวดลายบนตัวกระบี่ก็น่าจะเป็นกระบี่เหล็กกล้าทมิฬชั้นดี
กึก!
ตัวกระบี่พลันหักออกโดยไม่มีสัญญาณใด ๆ ก่อนจะแกว่งไกวตกลงบนพื้น
กระบี่ยาวในมือเหลือเพียงครึ่งท่อน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ดูแลหยางเดินเข้ามาแย่งตัวกระบี่ไป มองอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจ ก่อนจะบ่นด่า “เปลี่ยนเล่มอื่นแล้วกัน คนจัดซื้อกระบี่เหล็กกล้าทมิฬของสำนักไม่ได้เรื่องอีกแล้ว”
กึก! กึก! กึก!
เปลี่ยนมาสามเล่ม ทุกเล่มหักโดยไม่มีสัญญาณใด ๆ ผู้ดูแลหยางถึงกับพิจารณามองหลินอวิ๋น “เจ้าทาสกระบี่คงไม่ได้ก่อเรื่องหรอกนะ?”
ทักษะการบำรุงรักษากระบี่ของหลินอวิ๋นก็พอมีชื่อเสียงอยู่บ้างในสำนักชิงอวิ๋น กระบี่เหล็กกล้าทมิฬหักต่อเนื่องกันอย่างไร้มูลเหตุสี่เล่ม นี่ทำให้ผู้ดูแลหยางแคลงใจขึ้นมานิด ๆ
หลินอวิ๋นเองก็สงสัยอยู่ในใจเช่นกัน จึงพูดเสียงต่ำว่า “ข้าทำแบบนี้ไม่ได้หรอก แล้วนับประสาอะไรกับจะไปก่อเรื่องตามใจ ถ้าไม่อย่างนั้น ท่านผู้ดูแลให้ข้าเลือกเองได้หรือไม่?”
“ฝันไปเถอะ เจ้ารอก่อน!”
ผู้ดูแลหยางถลึงตามองหลินอวิ๋นทีหนึ่ง ก่อนจะไปขยับไป ๆ มา ๆ ตรงมุมกองซากกระบี่ในหอศาสตราวุธ ผ่านไปครู่หนึ่งถึงเกิดแสงสว่างวาบตรงหน้า
เขาหยิบกระบี่เก่าสนิมเขลอะเต็มไปด้วยฝุ่นออกมาเล่มหนึ่ง ก่อนจะส่งให้หลินอวิ๋นโดยไม่อธิบายอะไร
หลินอวิ๋นยังไม่ทันชักกระบี่ออกมาก็โดนเขาผลักไล่ออกไป “เจ้ากลับไปลองทดสอบกระบี่ดู อย่ามาทำที่นี่ ถ้าเจ้าทำหักอีก ข้าคงไม่มีกระบี่ให้เจ้าใช้จริง ๆ แล้ว”
กระบี่หักสี่เล่มติดต่อกัน ผู้ดูแลหยางเองก็รู้สึกเกรงใจเล็กน้อย เลยได้แต่ช่างมัน
ก่อนไป ผู้ดูแลหยางมองหลินอวิ๋นพลางว่า “เจ้ามั่นใจรึว่าจะไม่เปลี่ยนทักษะกระบี่วายุเชี่ยวน่ะ?”
“ไม่เปลี่ยนรึ?”
“เหอะ ๆ มีความมุ่งมั่นดี วิชานี้ต้องมีการตระหนักรู้ที่สูงจนทาสกระบี่อย่างเจ้าจินตนาการไม่ถึงเลย ถ้าเจ้าไม่เปลี่ยนตอนนี้ ภายภาคหน้ามาขอร้องให้ข้าเปลี่ยนให้ ข้าไม่เปลี่ยนให้เจ้าหรอกนะ!”
“ขอตัวขอรับ”
ผู้ดูแลหยางที่ถือสาอยู่ในใจอยู่แล้วหัวเราะเยาะกับความแน่วแน่ของหลินอวิ๋น จะต้องมีวันที่เจ้ามาขอร้องข้า!
สองชั่วยาม2ต่อมา
หลินอวิ๋นเปลี่ยนเป็นชุดสำนักหน้าห้องไม้เล็กของเขา ข้างในสวมเสื้อคลุมยาวสีขาว ข้างนอกสวมเสื้อยาวสีเขียว หน้าตาหล่อเหลาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
เสียงกระบี่ดังบนพื้นกว้างหน้าห้องไม้ หลินอวิ๋นถือกระบี่ร่ายรำ ท่วงท่าพลิ้วไหวดั่งสายน้ำ ไหลลื่นมีอิสรเสรี
ถ้าผู้ดูแลหยางอยู่ที่นี่จะต้องตกใจจนเหงื่อตก ไม่กล้าเชื่อสายตาแน่
คนปกติใช้เวลาครึ่งเดือนยังไม่อาจชำนาญทักษะกระบี่วายุเชี่ยวได้ แต่เมื่ออยู่ในมือหลินอวิ๋นกลับไหลลื่นจนไม่ต้องขบคิด ไปได้ตามใจปรารถนา
“ก็เหมือนจะไม่ได้ยากขนาดนั้น”
สองชั่วยามนี้ หลินอวิ๋นเสาะหาลู่ทางพื้นฐานพบ ตระหนักกระบวนท่ากระบี่พื้นฐานของทักษะกระบี่วายุเชี่ยวเสร็จสิ้น
นอกจากกระบวนท่ากระบี่พื้นฐานแล้ว ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวยังมีอีกสามกระบวนท่าสังหารใหญ่ ๆ ผสานกระบี่วายุ เงาเชี่ยวสะท้อนกลับและวายุผ่านไร้ร่องรอย
ทักษะกระบี่ยังห่างจากขั้นต้นอยู่บ้าง แต่มาคิด ๆ ดูแล้วคงอีกไม่นานนัก
หลินอวิ๋นพิจารณาตัวกระบี่ราวกับคิดอะไรได้บางอย่าง นี่คือกระบี่เก่าที่ผู้ดูแลหยางทิ้งให้เขา
กระบี่กว้างสองนิ้วมือ ยาวสามฉื่อสาม คมกระบี่ไร้ประกาย ตัวกระบี่ออกเป็นสีน้ำตาล มองไปทั้งเก่าและโบราณ ไม่มีแสงมันวาวแม้แต่น้อย
เคาะด้านบนเบา ๆ ตัวกระบี่หนัก ไม่มีเสียงโลหะใสดังออกมา
หลินอวิ๋นคาดว่านี่น่าจะหลอมขึ้นจากไม้โลหะ
นอกจากโลหะที่หลอมตัวกระบี่ได้แล้ว กระดูกสัตว์ หินผาและไม้โลหะยังทำเป็นกระบี่ได้ เพียงแค่ค่อนข้างหายากเท่านั้น
ไม้โลหะไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการ แต่หมายถึงเนื้อไม้ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าโลหะบางชนิด
ตอนที่ผู้อาวุโสหงสอนเขาบำรุงรักษากระบี่ก็เคยให้คู่มือกระบี่ร้อยบุปผากับเขาเล่มหนึ่ง ในนั้นมีบันทึกกระบี่มีชื่อเสียงบนโลกเอาไว้มากมาย
กระบี่ล้ำค่าบันลือโลกหาง่ายบางส่วนในนั้นยังหลอมขึ้นจากพันธุ์ไม้ธรรมชาติด้วยซ้ำ มีพืชพันธุ์ไม้มากมายที่นำมาทำเป็นกระบี่ได้ ที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดคือไม้ปลูกสร้างบรรพกาล
ไม่รู้ว่ากระบี่เล่มนี้ในมือมีประวัติความเป็นมาอย่างไร
ทว่าสีสันมัวหมอง ไม่มีพลังวิญญาณแม้แต่น้อย ต่อให้มีความเป็นมายิ่งใหญ่กว่านี้ เกรงว่าก็เป็นแค่กระบี่ผุพังชิ้นหนึ่งเท่านั้น
การใช้พันธุ์ไม้มาทำเป็นกระบี่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือเอกลักษณ์และพลังวิญญาณจากธรรมชาติทั้งหมด หากไม่มีการบำรุงรักษาแบบพิเศษ นานวันเข้าพลังวิญญาณก็จะไหลออก ไร้เอกลักษณ์ สู้กระบี่ทั่วไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทว่าหลินอวิ๋นก็ยังพอใจมาก อย่างน้อยกระบี่นี่ก็ไม่หักคามือเขา
หากนำมาบำรุงดูแลรักษาดี ๆ ก็คงจะพอใช้ได้
หลินอวิ๋นเก็บกระบี่เข้าฝัก หยิบวิชาตะวันบริสุทธิ์ออกมาแล้วพูดขึ้นด้วยความเฝ้าคอยนิด ๆ “ถึงเวลาฝึกพลังภายในแล้ว”
ไม่ฝึกพลังภายในจะไม่มีวันเห็นอนาคต วิถียุทธ์ขั้นสามต่างหากที่เรียกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง
หลินอวิ๋นนั่งขัดสมาธิลงหลับตา หลังสัมผัสพลังภายในร่างกายแล้วเขาถึงใช้วิชาตะวันบริสุทธิ์โคจรพลังภายในร่างกายอย่างระมัดระวัง
แรกเริ่มยังไม่ชำนาญ
พลังปั่นป่วนในกายยากจะควบคุมเหมือนกับปลาไหล
จนเมื่อควบคุมชำนาญฟ้าก็มืดแล้ว
เมื่อแสงดาวเต็มฟ้า หลินอวิ๋นเฝ้ารอคอยอยู่ในใจ เขาบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว ในที่สุดก็ฝึกวิชาตะวันบริสุทธิ์สำเร็จ
เขากดจิตใจให้ต่ำลง โคจรวิชาตะวันบริสุทธิ์ ก่อนจะเข้าสู่สภาวะพิลึกบางอย่าง
เมื่อพลังภายในไหลเวียนในร่างกาย เขาเห็นอวัยวะภายในร่างกายชัดเจน ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
ตระหนักภายในได้!
เมื่อวิถียุทธ์ขั้นสามฝึกฝนวิชาแล้วจะมองเห็นอวัยวะภายในร่างกาย นั่นเท่ากับก้าวสู่เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์อย่างแท้จริง
เพียงแต่ว่าหลินอวิ๋นที่ตกอยู่ในห้วงการฝึกฝนวิชาไม่สังเกตเห็นเท่านั้น
ในห้วงมิติลึกลับเหนือจุดตันเถียน3ในร่างกายมีกระบี่โบราณหัก ๆ ดำรงอยู่อย่างลำพัง ด้ามกระบี่ยังพันด้วยสายโซ่เก้าสายทอดยาวไปในเงามืด
ชั่วขณะที่โคจรวิชาตะวันบริสุทธิ์อยู่นั้น มีแสงแห่งวิญญาณบางส่วนสาดลงบนกระบี่หัก ๆ นั่นจนเกิดคลื่นพลังกระเพื่อมเป็นสาย
เมื่อแสงแห่งวิญญาณสาดลงมา ตรงปลายสายโซ่ก็กระเพื่อมไหวอยู่ในเงามืด
ทั้งแปลกประหลาดและลึกลับ
-โปรดติดตามตอนต่อไป-1 ฉื่อ - หน่วยวัดความยาวจีนโบราณ 1 ฉื่อยาวเท่ากับ 10 นิ้ว2 ชั่วยาม - หน่วยเวลาของจีนโบราณ 1 ชั่วยามมีเวลายาวนาน 2 ชั่วโมง3 จุดตันเถียน - จุดลมปราณสำคัญกับพลังชี่ในร่างกาย อยู่ตรงท้องน้อยใต้สะดือ